ตอนที่ 23 เงื่อนไข
ศิษย์เพ่ย ที่เห็นกองทองแดงในถุง ทำให้เกิดความี้เีในการนับพวกทองแดงขึ้นมา จึงใช้ศิษย์น้องร่วมพรรคมานับแทน และยังไม่เชื่อว่ามันจะมีมูลค่ารวมกันถึง 300 ตำลึงเงินเด็ดขาด
แม้จะต้องให้รางวัลเป็คนละ 20 ตำลึงเงินแก่ศิษย์น้อง ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่ดี เมื่อเห็นว่าตัวเองยังมีเงินเหลือเฟืออยู่ดี เลยตัดสินใจให้รางวัลแก่ศิษย์น้องร่วมพรรค
ศิษย์น้องต่างได้ยินคำพูดเื่รางวัลตอบแทนต่างดีใจออกมา ทุกคนเกิดความกระตือรือร้นในการนับทองแดงขึ้นมาทันที
เต้าิ เป็เพียงผู้รับชมเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนุกสนานเท่านั้น
ไม่คิดเลยว่า ศิษย์เพ่ย จะใช้วิธีการแบบเดียวกับตน แต่เต้าิก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันไม่ใช่เื่แปลกใหม่กับ การให้คนอื่นช่วยแล้วเสนอสิ่งตอบแทนกลับไปให้
"ในที่สุดข้าก็มีคนช่วยนับทองแดงเหล่านี้"
จิตใจเบิกบานขึ้นมา หลังจากพวกทองแดงจำนวนมากมีคนช่วยตนนับเช่นนี้
"หึ เ้าเตรียมตัวไว้ได้เลย"
"หากมันไม่ถึง 300 ตำลึงเงิน เ้าต้องส่งมอบทองมาให้ข้า"
ศิษย์เพ่ย ข่มขู่ออกมาอย่างชัดเจน หากอีกฝ่ายคิดหนีได้เจอดีกันแน่
ตอนนี้เพ่ยได้เข้ามาใกล้เต้าิ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปได้ ไม่ว่ายังไงทองคำต้องเป็ของตนอยู่ดี
เต้าิ นิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไรกลับไป ก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้ว่า "จริงสิ ตอนนี้ข้าเสียเปรียบฝ่ายเดียวอยู่นี้"
"ข้าอยากเปลี่ยนเงื่อนไขบางอย่าง" จู่ๆเต้าิ เอ่ยขึ้นมากับศิษย์เพ่ย
"คิดจะเปลี่ยนใจ?"
ศิษย์เพ่ยได้ยินดังนั้น ถึงเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว และตนเองไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
"เปล่า ข้า้าจะบอกว่าหากมันถึง 300 ตำลึงเงิน เ้าต้องส่งมอบของบางอย่างแก่ข้าที่มีมูลค่าเท่ากับทองคำให้ด้วย" เสียงเต้าิ กล่าวอย่างเรียบง่ายบอกแก่ ศิษย์เพ่ย
"เ้าว่าไงนะ"
"จะมากไปแล้ว กล้ามายื่นข้อเสนอกับข้าเช่นนี้"
"อยากเจ็บตัวมากสินะ"
ศิษย์เพ่ย ได้ยินก็โกรธขึ้นมา อีกฝ่ายเป็ใครกัน กล้ามายื่นข้อเสนอแบบนี้กับตน
"เ้าแค่ได้เข้าพรรคก็ดีมากเท่าไรแล้ว" เพ่ย ไม่มีทางยอมรับเงื่อนไขของเต้าิเด็ดขาด
"นั่นมันค่าสมัครเข้าพรรคไม่ใช่?"
"แค่ข้ามีเงินถึง 300 ตำลึงเงิน ก็ไม่จำเป็ต้องมอบทองให้เ้าก็ได้"
"เพราะงั้นมันไม่นับว่าเป็สิ่งของเ้าเสียหน่อย" เสียงสวนกลับอย่างใจเย็นใส่ศิษย์เพ่ยขึ้นมา
"หากเ้าไม่ยื่นข้อเสนอที่มีมูลค่าเท่ากับมูลค่าทอง ข้าก็จะไม่มอบทองให้กับเ้า"
"แต่ข้าจะมอบให้กับพรรคจันทรคราสแทน"
เต้าิ ข่มขู่ใส่อีกฝ่าย สายตามองสวนกลับอย่างเยือกเย็น หากตนเองมอบมันให้พรรคก็มีโอกาสได้เข้าพรรคอย่างแน่นอน ดีกว่ามาเสียเวลาสมัครตรงนี้ด้วยซ้ำ
ตอนนี้สายตาทั้งสองคนสบกัน แม้สายตาอีกฝ่ายจะน่ากลัวแค่ไหน มันจะมาเทียบอะไรได้กับการจ้องมองของเต้าิกัน
"แววตาอะไรของมันกัน ช่างน่ากลัวยิ่งนัก" ศิษย์เพ่ย เพียงสบตากับอีกฝ่าย ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
"ว่าไง"
"รึว่าเ้าไม่มั่นใจในความคิดตัวเองกัน ที่เ้าบอกว่าทองแดงมีมูลค่าไม่ถึง 300 ตำลึงเงิน"
เต้าิ แหย่ออกมาจี้จุดความคิดอีกฝ่าย
กรอด
เสียงกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจดังออกมา
"ได้" เพ่ย หยิบบางอย่างออกมา
เม็ดยาสีฟ้า ปรากฏในมือของเพ่ย
"เม็ดยา?" สายตาจดจ้องมองเม็ดยาในมืออีกฝ่าย แต่ไม่รู้ว่ามันคือเม็ดยาอะไรกันแน่
"ฮ่าๆๆ หน้าตาแบบนั้นคงไม่รู้จักเม็ดยานี้ละสิ" เพ่ย หัวเราะในความโง่งมของอีกฝ่ายขึ้นมา
"มันคือ เม็ดยาเบิกฟ้า หากกินเข้าไปจะช่วยทำให้ลมปราณก้าวะโอย่างรวดเร็ว"
เพ่ย กล่าวอย่างภาคภูมิใจออกมา ด้วยเม็ดยานี้จะช่วยยกระดับปราณได้หลายขั้นทีเดียว
"งั้นรึ" สายตาเต้าิ มองเม็ดยาและการกระทำของอีกฝ่าย ตนเองยังไม่ค่อยมีความรู้เื่เม็ดยามากนัก แต่ดูจากการกระทำที่แสดงออกมาด้วยความภาคภูมิก็เชื่อว่าเม็ดยานี้ไม่ธรรมดาแน่ ถึงแม้จะไม่รู้มูลค่าของมัน แต่อย่างน้อยก็ได้เม็ดยามาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเองก็ถือว่าดีไม่ใช่น้อย
"ข้าว่าในพรรคจันทรคราส การหาเม็ดยาแบบนั้นได้ไม่ใช่เื่ยากหรอก"
"หากเ้า้าจะใช้สิ่งนั้นเดิมพัน ข้าขอห้าเม็ด" เต้าิ เรียกร้องเพิ่มเติมออกมา
"นี้เ้า...ได้คืบจะเอาศอก?"
"ไม่มีทาง"
เพ่ย ปฏิเสธขึ้นมาทันที แม้สิ่งนี้จะเป็อย่างที่เต้าิบอกก็ตาม แต่ตนเองจำเป็ต้องทำตามข้อเรียกร้องเพิ่มเติมของอีกฝ่ายรึไงกัน
"นั่นสินะ หากศิษย์น้องตรงหน้ารู้เื่ทองเข้าจะเป็ยังไงกันนะ" เสียงพึมพำออกมาไม่เบาไม่ดังมาก จงใจให้อีกฝ่ายได้ยินเพียงคนเดียว
ตอนนี้ศิษย์น้องพรรคจันทรคราส ต่างยังไม่รับรู้เื่ทองกัน หากรู้เื่นี้เมื่อไรก็มีโอกาสขอส่วนแบ่งแน่ ไม่งั้นก็คงหลุดไปถึงหูคนในพรรคทันที
"เ้ากล้าขู่ข้า?" เพ่ย ได้ยินเช่นนั้น โกรธขึ้นมาอีกรอบ จ้องเขม็งไปทางเต้าิทันที แต่เพียงแค่แวบเดียว ก็ต้องรีบหลบสายตาอันน่ากลัวของเต้าิขึ้นมา
"คิดจะมาเล่นเกมจ้องตากับข้ารึ แค่นี้ยังเด็กๆ"
แววตาเต้าิที่เคยผ่านการแสดงมานับไม่ถ้วนจะมาเทียบกับแววตาของมือสมัครเล่นได้ไงกัน
เวลาแสดงหนังหรือละคร แววตา สีหน้า อารมณ์ ความรู้สึก มันต้องออกมาจากส่วนลึกในจิตใจ ต้องมีอินเนอร์ (อารมณ์ร่วมด้วย) ไม่ใช่มาแสดงสีหน้าแล้วจ้องมองเท่านั้น
"ข้าให้เ้าได้เต็มที่แค่สามเม็ด ไม่มีต่อรองอีก"
หลังจากคิดสักพัก จึงนำเม็ดยาออกมาอีกสองเม็ด กลายเป็สามเม็ดบนมือศิษย์เพ่ย
"สามเม็ด?" ได้ยินเช่นนั้นก็พอใจมากแล้ว
สายตามองท่าทาง อาการของอีกฝ่าย เต้าิก็คาดเดาได้ว่าสามารถรีดได้แค่นี้ ขืนรีดมากกว่านี้อีกฝ่ายคงทนไม่ไหวอีกต่อไป
"หึ" เพ่ย เผยยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย แต่ไม่มีทางรอดสายตาเต้าิได้
"ยิ้มแบบนั้นคงมีแผนชั่วร้ายสินะ" เต้าิ รู้ได้ทันทีว่าเป็รอยยิ้มของคนชั่วที่มีแผนการอะไรบางอย่างเอาไว้ในใจแน่
"มันคิดจะทำอะไรกันแน่?"
จากนั้นเต้าิพยายามคิดแผนการชั่วร้ายที่อีกฝ่ายจะใช้เล่นกับตนขึ้นมาทันที