บทที่ 20 หมีออกอาละวาด! (รีไรต์)
ผู้ชมในช่องไลฟ์เห็นฉากนี้ ต่างพิมพ์ข้อความกันยกใหญ่
ช่องแชต : ฮ่า ๆ ๆ ฉันขำจนปวดท้องแล้วเนี่ย เสิ่นชิง เธอด่าคนได้ไฮคลาสมาก
ช่องแชต : ด่าได้เจ็บแสบมาก! ขำจนปอดโยก ถ้าจะด่าผู้ชายคนนี้มันต้องแบบนี้สิ
ช่องแชต : คุณชายลู่ คุณนี่น่ารำคาญจริง ๆ ปล่อยให้เธอเรียนไปเถอะ!
ช่องแชต : ฮ่า ๆ ๆ คุณชายลู่ คุณชอบเสิ่นชิงหรือเปล่าเนี่ย ถึงได้คอยหาเื่ใกล้ชิดเธอตลอดเวลาแบบนี้
ผู้ชมในไลฟ์ต่างก็ดูอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครยอมออกจากห้องไลฟ์เลยสักคน บางคนถึงกับแต่งตั้งตัวเองเป็กัปตันเรือก็พายเรือของ ‘ลู่เย่กับเสิ่นชิง’ อย่างเปิดเผยอีกต่างหาก
แต่ตอนนี้เสิ่นชิงรู้สึกเกลียดลู่เย่จนถึงขีดสุดแล้ว
ใบหน้าของเธอถมึงทึง ดวงตาเ็าคู่สวยแผ่รังสีเยือกเย็นออกมา
เห็นเสิ่นชิงทำหน้าไม่พอใจ ลู่เย่ก็ยิ่งดีใจ เขาสอดมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะยิ้มเยาะน่าหมั่นไส้
เสิ่นชิงคล้านจะสนใจลู่เย่ เธอกลับรู้สึกว่าการมองผู้ชายคนนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง ก็นับว่าเป็เื่ผิดพลาดแล้ว
ใน่พัก เสิ่นชิงหยิบหนังสือรวมข้อสอบวิชากฎหมายภาษีจากกระเป๋าเป้ แล้วนั่งลงบนตอไม้เพื่ออ่าน
ตอนนี้เสิ่นชิงยังไม่ได้อ่านกฎหมายภาษีและกฎหมายครอบครัว อีกหกวันก็จะสอบแล้ว เธอต้องรีบทำเวลาโดยด่วน
ลู่เย่เห็นการกระทำของเสิ่นชิงก็หัวเราะเยาะ “เสียแรงเปล่า ๆ สุดท้ายเธอก็สอบไม่ติดอยู่ดี คิดว่าใบปริญญาของมหาวิทยาลัยเจิ้งต้ามันได้มาง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ?”
เสิ่นชิงเงยหน้าขึ้นมอง “อย่าเอาฉันไปรวมกับนายนะ คนที่ไอคิวติดลบอย่างนายน่ะสิถึงสอบไม่ติด”
ลู่เย่ยิ้มกว้าง “เลิกเถอะ คิดว่าฉันไม่รู้จักเธอหรือไง? ตอนมัธยมเธอได้ที่โหล่ของห้องตลอด อีกอย่าง ถ้าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยเจิ้งต้าได้ ทำไมตอนนั้นถึงไปสอบเข้าสายศิลปะล่ะ”
มุมปากเสิ่นชิงกระตุกวาบ “คนที่ได้รองที่โหล่แบบนาย มีสิทธิ์อะไรมาพูดกับฉันแบบนี้?”
ทันใดนั้น ผู้ชมในช่องไลฟ์ที่ได้ยินก็พากันแตกตื่น
ช่องแชต : ฮะ! เสิ่นชิงเรียนไม่เก่งเหรอ? ตอนเรียนก็ได้ที่โหล่ตลอด?
ช่องแชต : บ้าไปแล้ว เธอสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจิ้งต้า แล้วยังจะสอบข้าราชการอีก ฉันนึกว่าเธอเป็เด็กเรียนเก่งซะอีก
ช่องแชต : โอ้โห คะแนนแย่ขนาดต้องไปสอบเข้าสายศิลปะ ยังหวังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจิ้งต้า แล้วไปสอบข้าราชการอีก เสิ่นชิงเธอช่างกล้าคิดจริง ๆ
ช่องแชต : เฮ้! พวกนายพูดจาระวังหน่อย ในฐานะเด็กศิลปะนะ ฉันรู้สึกโดนดูถูกไปหมื่นจุด รีบขอโทษมาเดี๋ยวนี้เลย!
ช่องแชต : ดูท่าเสิ่นชิงคงทำเป็เก่งไปงั้นแหละ เลิกสนใจเถอะ คงไม่มีทางเห็นบทลงโทษของพ่อหนุ่มหล่อแล้ว
ในตอนนั้นเอง แอคเคาต์หนุ่มหล่อก็กดถูกใจอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะพิมพ์ขึ้นมาว่า
หนุ่มหล่อ : เยี่ยมไปเลย ฉันสบายใจขึ้นเยอะช่องแชต
อันที่จริง สาเหตุที่เสิ่นชิงได้ที่โหล่ ไม่ใช่เพราะเธอเรียนไม่เก่ง แต่เป็เพราะหญิงสาวชอบโดดเรียน และไม่ชอบเข้าสอบ
แต่ตอนนี้ เสิ่นชิงไม่คิดจะอธิบายอะไรทั้งนั้น ผลลัพธ์ย่อมสำคัญกว่าคำพูด เธอจะทำให้ทุกคนหุบปากให้ได้!
เสิ่นชิงละสายตากลับมา กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นกองโคลนสีน้ำตาลกองอยู่บนพื้นหญ้าไม่ไกลนัก
ลู่เย่ยืนอยู่ข้าง ๆ กองโคลนนั้นพอดี กำลังจะเหยียบลงไป
เสิ่นชิงรีบร้องห้าม “ลู่เย่ อย่าขยับ!”
พูดจบ เธอก็เดินไปหาลู่เย่ ก่อนจะก้มลงมองกองโคลนนั้น
เสิ่นชิงหาเศษกิ่งไม้เล็กมาเขี่ยไปตามพื้น โคลนสีน้ำตาลก็เผยให้เห็นเมล็ดผลไม้สีเหลืองบางส่วน
สีหน้าเสิ่นชิงเปลี่ยนไปทันที
ลู่เย่ถามด้วยความสงสัย “นั่นอะไร?”
เสิ่นชิงเหลือบมองเขา “ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเป็กองขี้”
ลู่เย่ได้ยินดังนั้น ก็รีบเอามือปิดจมูก ก่อนจะขยับตัวออกห่างด้วยท่าทางรังเกียจ “ใครกัน ไร้มารยาทจริง ๆ ทำไมถึงมาถ่ายเรี่ยราดแบบนี้”
เสิ่นชิงสีหน้าเคร่งขรึม พูดอย่างจริงจัง “หมี แถมเป็หมีที่โตเต็มวัยแล้วด้วย”
จากนั้น เธอก็แหวกพุ่มไม้ออก รอยเท้าหมีปรากฏบนพื้นดินชื้นแฉะ
รอยเท้าหมีตัวนี้ใหญ่มาก คาดว่ายาวประมาณ 30 เิเ กว้าง 15 เิเ
คงจะเป็หมีตัวใหญ่ ที่มีน้ำหนักมากกว่า 400 จิน
ตอนนี้เป็เดือนมิถุนายน เป็่เวลาที่แม่หมีเลี้ยงลูกและนิสัยดุร้ายที่สุด ถ้าเจอเข้าบังเอิญ คงได้แต่ยืนรอความตาย
เสิ่นชิงขมวดคิ้วมุ่น “ตอนนี้หมีอารมณ์เสีย ดุร้ายมาก มันอาจจะอยู่แถวนี้! เรารีบลงเขากันเถอะ!”
พอเสิ่นชิงพูดแบบนี้ บรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
ลู่เย่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเสิ่นชิง ก็รู้ว่าเธอไม่ได้ล้อเล่น จึงสั่งให้ทุกคนรีบหันหลังกลับ รีบลงเขาเพื่อกลับหมู่บ้านทันที
ผู้ชมในช่องไลฟ์ก็พลอยตึงเครียดตามไปด้วย
ช่องแชต : โอ้ย จริงดิ แค่เขตนอกของป่าก็เจอหมีแล้วเหรอ?
ช่องแชต : จริงปะเนี่ย? อย่าบอกนะว่าเป็สคริปต์อีก
ช่องแชต : กรี้ดดด ฉันว่าเห็นแล้วนะ เสิ่นชิง! อยู่ในป่าข้างหลังเธอนั่นแหละ ทิศทางแปดนาฬิกา! เมื่อกี้เห็นเงาดำแวบผ่านไปจริง ๆ
ช่องแชต : รีบ ๆ หนีไปเร็ว มีหมีจริง ๆ นะ!
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว บนเขานี้มีหมีจริง ๆ เมื่อ 80 ปีก่อน เคยเกิดเหตุการณ์หมีกินคนมาแล้ว ดังนั้น ตอนที่คุณยายของเธอออกสำรวจป่า ก็มักจะพกปืนล่าสัตว์ติดตัวไปด้วย
แต่ที่นี่เป็แค่บริเวณเชิงเขา หมีเองก็กลัวคน มันไม่น่าจะโผล่มาแถวนี้ได้
ไม่รู้ว่าวันนี้เป็วันซวยหรืออะไร
พอรู้ว่าแถวนี้มีหมี พวกทีมงานก็แตกตื่น รีบร้อนลงจากเขากันจ้าละหวั่น บางคนถึงขั้นวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต
แต่ไม่นึกเลยว่า การกระทำแบบนั้นจะยิ่งไปทำให้หมีรู้สึกตัวมากกว่าเดิม
“โฮกกก!”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงคำรามอันดุร้ายก็ดังสนั่นมาจากด้านหลัง สั่นะเืไปทั่วูเา
ในตอนนั้นก็พลันเกิดลมพัดแรง พัดเอาเมฆฝนปกคลุมทั่วท้องฟ้า ในชั่วพริบตา ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม ลมพัดหอบเอาฝุ่นทรายมาปลิวว่อน
จากนั้น เงาดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นจากป่า
มันคือหมีดำตัวใหญ่ สูงถึงสามเมตร แผ่รังสีน่าเกรงขามออกมา
ใบหน้าของมันคล้ายสุนัข หัวโตปากกว้าง ขนสีดำทมิฬปกคลุมทั่วตัว มีเพียงคางเท่านั้นที่เป็สีขาว มีแถบสีขาวรูปตัว ‘V’ บนหน้าอก
ทุกคนต่างตกตะลึง ทีมงานบางคนที่ขี้กลัว ก็กรีดร้องแล้ววิ่งหนีไปทันที
เสิ่นชิงหน้าซีดเผือด พูดว่า “พวกคุณโง่หรือเปล่า! ห้ามวิ่งเด็ดขาดนะ!”
เป็ที่รู้กันอยู่แล้วว่าหากต้องเผชิญหน้ากับหมีในป่า ห้ามวิ่งหนีโดยเด็ดขาด เพราะถึงแม้ตอนแรกหมีอาจไม่ได้คิดจะทำร้าย แต่พอเห็นคนวิ่งหนี มันจะคิดว่าเรากลัว มันก็จะวิ่งไล่ตามมาขย้ำทันที
และก็เป็อย่างที่คิด หมีสีดำตัวใหญ่วิ่งไล่ทีมงานที่กำลังหนีเอาชีวิตรอดไปติด ๆ
หมีสามารถวิ่งได้เร็วถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่ากับวิ่ง 800 เมตรต่อนาที มนุษย์ไม่มีทางวิ่งทันมันได้
เพียงไม่กี่อึดใจ หมีดำก็ตามหลังคนเ่าั้มาทัน ยกอุ้งเท้าขึ้นจะตบ
หมีมีกำลังแขนที่แข็งแกร่งมาก ถ้าโดนตบเข้าไป สมองอาจจะกระเด็นออกมาได้
ด้วยความใ ลู่เย่จึงคว้ากล้องไลฟ์สดจากมือของจางเหว่ย ฟาดไปที่หัวของหมีอย่างแรง
จางเหว่ยร้องลั่น “เฮ้ย!”
ส่วนทางฝั่งคนดูไลฟ์ ภาพก็ตัดไปหมุนคว้าง
หมีดำถูกของบางอย่างกระแทกเข้าที่หัว มันสั่นศีรษะด้วยความเ็ป ก่อนจะคำรามอย่างเกรี้ยวกราด แล้วพุ่งเข้าใส่ลู่เย่
ลู่เย่ จางเหว่ย และเสิ่นชิงยืนอยู่ด้วยกัน
จางเหว่ยใหน้าซีดเผือด เขามองต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ แล้วรีบปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ทว่า นี่คือสิ่งที่ผิดพลาดอีกอย่าง เพราะหมีสามารถปีนต้นไม้ได้ แถมยังชนต้นไม้จนหัก ทำให้คนตกลงมาได้ด้วย
แต่เห็นได้ชัดว่า หมีดำตัวนั้นไม่ได้สนใจจางเหว่ย
มันพุ่งตรงเข้าหาลู่เย่และเสิ่นชิง
รูม่านตาของเสิ่นชิงหดเล็กลง จมูกได้กลิ่นแห่งความตาย
ลู่เย่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาดึงเสิ่นชิงแล้วพาเธอวิ่งเข้าไปในป่าทันที
