“ออโรร่าออนไลน์?” หมอตุลย์เอ่ยทวนคำที่ลูกชายพูด “เอาเถอะ พูดไปพ่อก็ไม่เข้าใจหรอก ผมยังยืนยันคำเดิม ผมจะก้าวตามความฝันของผม ผมจะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตให้ได้” ปรัชญาลุกขึ้นและเดินขึ้นไปที่ห้อง เสียงปิดประตูดังปัง เสียงลากกระเป๋าเดินทางและโยนของดังมาจากภายในห้องนอน
“แอมป์ ลูกจะไปไหน” ตุลกานต์ตามขึ้นไปเคาะประตู“ผมจะไปอยู่ที่สตูดิโอ” เด็กหนุ่มตะโกนออกมา “วันนี้พ่อยกเลิกบัตรเครดิตผม ทำผมเสียหน้าเพื่อนๆทุกคนไปทีนึงแล้ว ถ้าผมอยู่ที่นี่ต่อไปสักวันพ่ออาจจะทำอะไรที่ขัดขวางความฝันของผมก็ได้”
ปรัชญาเปิดประตูห้องนอน ลากกระเป๋าเดินทางออกมา
“แอมป์ ลูกค่อยๆคิดให้ดีก่อนนะ อายุลูกยังไม่มาก เรื่องสำคัญแบบนี้มันต้องค่อยๆคิดอย่าให้อารมณ์มาก่อนเหตุผล” หมอตุลย์บอก
หากแต่ลูกชายยิ้มเยาะ “อายุยังไม่มาก ปีนี้ผม 18 แล้วนะ อีกอย่าง...ถ้าพ่อใช้คำนั้นกับผม แล้วอายุ15-16 ของพ่อกับแม่ตอนที่มีผมน่ะมันเรียกว่ามากแล้วเหรอ” ปรัชญาพูด “พูดอะไรให้มันอายปากตัวเองบ้างเหอะ”
เด็กหนุ่มยกกระเป๋าลงไปชั้นล่างแล้วออกจากบ้านไป หมอตุลย์เดินลงมาที่โต๊ะอาหาร มองไปยังจานบนโต๊ะและบ้านที่ว่างเปล่า ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ที่หิ้งที่มีรูปถ่ายและโถเถ้ากระดูกของภรรยาแล้วก็ถอนหายใจออกมายาวๆ
ที่สตูดิโอกลอรี่ เสียงเปิดประตูหน้าร้านดังลั่นพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไป
“อ้าวเฮ้ยไอ้แอมป์ ถือกระเป๋าเดินทางมานี่ทำไมวะ” กวินร้องถาม “กูจะมาอยู่ที่สตูดิโอ” ปรัชญาบอก “พ่อสั่งให้กูเรียน ไม่ยอมให้กูทำงานอีสปอร์ต”
“เฮ้ย มึงไม่บอกไปวะว่าเดี๋ยวนี้รายได้มันได้มากขนาดไหนแล้ว” เอกวิทย์เดินมาจากโต๊ะด้านใน “กูบอกแล้ว แต่มึงก็รู้พ่อกูเป็นหมอ ความคิดยึดติดงี่เง่าแค่ไหน อย่าไปสนใจเลยช่างเถอะๆ” ปรัชญาบอก วางกระเป๋าเดินทางลง “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่อจากนี้ไปจะได้ทำงานนี้เต็มตัวเหมือนพวกนายสองคนซะที”
เอกวิทย์และกวินเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกันที่ชวนปรัชญาเข้าสู่วงการเกมวีอาร์ ปรัชญาอิจฉาทั้งสองคนนี้มากเพราะว่าครอบครัวของทั้งสองคนไม่ห้ามการเข้าสู่วงการเลยทั้งๆที่ทั้งสองครอบครัวต่างทำธุรกิจ พ่อแม่ของทั้งสองคนรายได้ต่อเดือนยังมากกว่าที่พ่อของเขาทำได้ทั้งปีเสียอีก ทำไมเขาไม่มีพ่อที่เปิดใจแบบครอบครัวอื่นๆกันนะ ปรัชญาคิดในใจ
เช้าวันรุ่งขึ้นศูนย์ฟื้นฟูอัลเลน หมอตุลย์ไปตรวจความเรียบร้อยของผู้พักอาศัยในศูนย์จนเสร็จ จากนั้นก็ไปเขียนใบลา “คุณมินตรา วันนี้ผมจะลากิจวันนึงนะครับ ผมแจ้งที่ศูนย์ใหญ่แล้ว วันนี้จะมีหมออีกคนมาอยู่ตอนกลางวันแทนผม” “ค่ะ ถ้ามีอะไรด่วนมินจะโทรแจ้งนะคะ” พยาบาลสาวรับคำ
หมอตุลย์เตรียมตัวออกเดินทางไปโรงเรียนของลูกชาย ความจริงแล้วศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์พักและฟื้นฟูผู้บกพร่องทางการเคลื่อนไหว ผู้ที่มาอาศัยที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่พิการแขนขาหรืออัมพาตที่ทางบ้านไม่สะดวกดูแล ตามระเบียบของบ้านพักนี้ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยจะเป็นพยาบาลและนักกายภาพบำบัด สำหรับแพทย์อย่างเขามีหน้าที่รับปรึกษาทางโทรศัพท์ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมาอยู่ประจำแต่อย่างใด
แต่การมาดูแลด้วยตนเองแบบนี้ เป็นสิ่งที่ภรรยาของเขาที่เสียไปปฏิบัติเอาไว้ตั้งแต่แรกตั้งศูนย์ ทำให้ตุลกานต์ไม่อยากเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านั้น ที่สำคัญ หลังจากที่อยู่ที่นี่มาหลายปี เขาก็คุ้นเคยกับการทำงานแบบนี้ไปแล้วด้วย
หมอตุลย์ขับรถไปถึงโรงเรียนนอร์ตัน เขาเข้าไปที่ห้องฝ่ายปกครองและจัดการทำเรื่องที่ตั้งใจไว้ ระหว่างที่กำลังนั่งรอการจัดการอยู่นั่นเอง เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของหญิงสาว “คุณพ่อของปรัชญา คุณพ่อจะทำแบบนี้จริงๆหรือคะ” “อ้อ คุณครูศิริลักษณ์ สวัสดีครับ” หมอตุลย์ยิ้มให้ “เมื่อวานเราสองคนคุยกันแล้ว แต่ดูเหมือนลูกชายผมจะไม่ยอมฟัง ดังนั้นทางเลือกนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่ทำได้แล้ว”
สิ่งที่หมอตุลย์กำลังทำอยู่ก็คือ การทำเรื่องลาตลอดปีการศึกษาของลูกชายให้ถูกต้อง หน้าที่ของปรัชญาก็มีแค่มาสอบปลายภาคทั้งสองครั้งให้เรียบร้อยและทำเกรดให้ผ่านให้ได้ เป็นทางเลือกเหมือนกับเด็กที่พ่อแม่ให้เรียนแบบโฮมสคูล
“แต่ถึงจะพักการเรียนไว้แล้วมาสอบ ถ้าหากไม่ได้มาเรียนเลยแบบนั้นก็ไม่มีทางสอบได้หรอกนะคะ” ครูแย้ง“ผมเข้าใจครับ แต่ยังไงปรัชญาเขาก็ไม่ยอมจริงๆ ระหว่างนี้ผมจะพยายามชักจูงเขาอีกครั้งเผื่อเขาจะเปลี่ยนใจ” หมอตุลย์บอก “แล้วโดยตัวแอมป์เอง เขาหัวไวอยู่แล้ว ถ้าเขาแบ่งเวลาอ่านทบทวนหนังสือบ้างผมเชื่อว่าเขาต้องสอบผ่านแน่ๆ”
“นี่สงสัยว่าจะถูกพวกเพื่อนพวกนั้นแนะนำมาแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่ดื้ออะไรขนาดนี้” ครูศิริลักษณ์บ่น “ไม่เป็นไรหรอกครับครูศิริลักษณ์ เด็กวัยนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ” หมอตุลย์บอก “เดี๋ยวรออีกสักพักเขาอาจจะเปลี่ยนใจอารมณ์เย็นลงเอง”
ตุลกานต์ทำเรื่องให้ลูกชายจนเสร็จ จากนั้นก็ออกจากโรงเรียนไป เขาขับรถกลับไปที่สี่แยกกลอรี่ ขับรถไปจอดตรงข้างถนน แตะบัตรเก็บค่าจอดรถให้เรียบร้อยแล้วหันไปทางตึกสตูดิโอ ตึกสีขาวนี้มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นล่างสุดเป็นเหมือนร้านเกมที่ให้คนภายนอกเข้าไปใช้บริการได้ ส่วนชั้นสองและสามเป็นพื้นที่ของลูกจ้างสตูดิโอ
หมอตุลย์เดินเปิดประตูเข้าไป ด้านนอกสุดเป็นโซนที่นั่ง มีนักเรียนและวัยรุ่นหลายคนนั่งมองหน้าจอทีวีที่ติดผนังอยู่ ส่วนด้านในเป็นทางเดินที่มีรูอยู่ทั้งสองฟากของทางเดิน ดูเผินๆคล้ายๆกับโรงแรมแคปซูลที่ให้คนนอนในช่อง นักเรียนหรือวัยรุ่นที่มาเล่นเกมพอจ่ายเงินเสร็จก็เข้าช่องนั้นแล้วสวมหมวกวีอาร์เล่นได้
“มาเล่นหรือมาหาคนคะ” หญิงสาวที่นั่งตรงแคชเชียร์ถามคำถามมาตรฐานเมื่อเห็นผู้ใหญ่ในชุดทำงานที่ไม่เหมือนเกมเมอร์ “มาหาลูกน่ะครับ” หมอตุลย์ตอบ “ลูกชื่ออะไรเหรอคะ” “ปรัชญาครับ ปรัชญา ตั้งรอนตระกูล เขาบอกว่าจะมาทำงานที่สตูดิโอนี้”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวกระตุกไปนิดนึง เนื่องจากกระดาษโน็ตตรงหน้ามีชื่อของปรัชญาอยู่ เธอยิ้มให้กับหมอตุลย์แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นโทร “รอตรงนี้สักครู่ก่อนนะคะ”
ตุลกานต์เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ท่ามกลางกลุ่มนักเรียน พวกเด็กๆกำลังดูภาพของเกมเมอร์ที่กำลังเล่นในร้านและทำการถ่ายทอดออกมา ฟังจากที่เด็กๆเหล่านี้คุยกัน ดูเหมือนว่าเกมเมอร์ที่พวกเขากำลังติดตามอยู่นี้พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง และเด็กๆพวกนี้อยากจะเจอตัวจริงก็เลยมาติดตามที่ร้าน ชายหนุ่มนั่งดูหน้าจอเพลิน ๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากเบื้องหลัง
“คุณตุลกานต์ พ่อของปรัชญาใช่ไหมครับ” เสียงดังมาจากด้านหลัง หมอตุลย์หันไปมอง คนที่ยืนอยู่เป็นชาย30กว่าๆรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ผมและจอนเคราสีน้ำตาลรูปร่างกำยำ
“ใช่ครับ คุณคือ..”“ผมชื่อพิภพ เป็นเจ้าของสตูดิโอกลอรี่ครับ เชิญที่โต๊ะดีกว่าครับ”
ทั้งสองเดินไปนั่งที่โต๊ะ “ไม่นึกว่าพ่อของปรัชญาจะหนุ่มแบบนี้ ตอนแรกผมคิดว่าคุณพ่อจะอายุ 50 กว่าเหมือนพ่อของคนอื่นๆ” เจ้าของสตูดิโอบอก “ผมมีลูกเร็วน่ะครับ” หมอตุลย์ตอบ “ว่าแต่ลูกชายของผม…”
“ตอนนี้เขากำลังทำงานอยู่ครับ” พิภพเน้นคำว่าทำงาน “อันที่จริงผมอยากให้คุณพ่อเข้าใจก่อนว่าที่น้องแอมป์เขากำลังทำอยู่ไม่ใช่การเล่นเกม หากแต่เป็นการทำงาน เป็นงานที่สร้างรายได้สร้างอาชีพเหมือนกับที่คุณพ่อกำลังทำอยู่ และ…”“เรื่องนั้นผมเข้าใจครับ ผมเองเข้าใจว่าสิ่งที่ลูกชายผมตั้งใจทำอยู่เป็นอาชีพที่ทำเงินเลี้ยงชีพได้จริง ผมไม่เคยแย้งจุดนั้น” “อ๊ะ ..”พิภพชะงักไป ไม่คิดว่าจะได้คำตอบนี้เพราะตอนที่ปรัชญาบอก บอกเหมือนกับว่าพ่อไม่ชอบอาชีพนี้แบบสุดๆ
“ผมแค่อยากให้ลูกชายของผมจบชั้น ม.6 ให้เรียบร้อยก่อน แล้วต่อไปเขาจะเลือกเส้นทางไหนก็คือทางเลือกของเขา” หมอตุลย์บอก “คุณก็รู้ว่าตอนนี้เขาอายุ 18 ปี บรรลุนิติภาวะแล้ว” “ช ใช่ครับ” เจ้าของสตูดิโอรับคำแบบงงๆ ปกติไอ้ประโยคว่าอายุ 18 บรรลุนิติภาวะนี่เขาต้องเป็นคนพูดเตือนผู้ปกครองที่พยายามจะบังคับพาลูกกลับว่าตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายเอ่ยปากใส่ก่อน
“แต่ผมเห็นว่าปรัชญากับคุณพ่อเถียงกันเรื่องนี้”“ใช่ครับ ผมอยากให้ลูกชายเรียนก่อน เพราะอะไรมันก็ไม่แน่นอน แต่ดูเหมือนลูกชายของผมเชื่อว่าเพียงแค่ความมุ่งมั่นตั้งใจจริง เขาก็จะสามารถเป็นเกมเมอร์ระดับโปรได้” หมอตุลย์บอก “ผมแค่อยากเตือนให้เขาเห็นว่าคนระดับท็อปน่ะมีไม่กี่คน คนที่อยู่เป็นระดับฐานน่ะมีมากมาย”
“เรื่องนั้นคุณพ่อก็ไม่ต้องห่วงครับ สตูดิโอของเราตั้งมาหลายปีแล้ว พวกเรามีระบบการฝึกฝนสมาชิกใหม่กัน แม้ว่าเป้าหมายหลักของเราคือการฟาร์มไอเทมและเงินในเกม แต่เราไม่ได้ใช้คนที่ฝีมือดีที่สุดและเก่งที่สุดในการทำงาน หากแต่ให้คนเหล่านี้มาฝึกฝนสมาชิกใหม่” พิภพบอก “ดังนั้นคุณพ่อวางใจได้ครับ สตูดิโอของเราไม่ได้ทอดทิ้งสมาชิก ถ้าน้องเขาตั้งใจจริง มุ่งมั่นทำเต็มที่ โอกาสที่เขาจะก้าวขึ้นสู่ระดับโปรก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
หมอตุลย์รับฟังแล้วก็พยักหน้าไม่ว่าอะไร พิภพจึงบอกต่อ “ถ้าแบบนั้นคุณพ่อคงไม่คิดจะพาน้องปรัชญากลับบ้านใช่ไหมครับ” “ไม่หรอกครับ จริงๆผมแค่อยากมาคุยเฉยๆอยู่แล้ว กลับหรือไม่คือการตัดสินใจของเขาอยู่แล้ว”
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นมีอีกอย่างครับ” พิภพบอกต่อแบบงงๆเพราะไม่เคยเจอผู้ปกครองแบบนี้มาก่อน “คือผมต้องแจ้งให้ทราบว่า ต่อจากนี้ทางสตูดิโอของเราจะต้องทำการแบนคุณตุลกานต์ไม่ให้เข้ามาในเขตของร้านเราน่ะครับ คือต้องเข้าใจก่อนว่า...”“นี่เป็นการตัดสินใจของพวกคุณ หรือเป็นการตัดสินใจของปรัชญา” หมอตุลย์ตัดบท
“แน่นอนครับว่าเป็นของปรัชญา ทางเราไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้แทนเขาได้ครับ ก็อยากให้คุณพ่อเข้าใจเพราะ..”“โอเคครับ ผมยอมรับได้ถ้าหากมันเป็นการตัดสินใจของเขาเอง” หมอตุลย์ลุกขึ้นและหยิบนามบัตรส่งให้ “ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอตัวก่อน ฝากคุณพิภพดูแลลูกผมด้วย ถ้าหากมีอะไรก็ติดต่อไปที่อยู่นี้ได้”
พิภพรับนามบัตรไปแบบงงๆ ทำไมคุณพ่อรายนี้มาแปลกกว่าทุกราย แล้วทำไมไม่เห็นตรงกับที่เจ้าแอมป์มันเล่าไว้ว่าพ่อขัดขวาง
“อ้อ คุณพิภพ ผมถามอะไรนิดนึงสิครับ” หมอตุลย์นึกได้หันมาถาม“ครับ” เจ้าของสตูดิโอตอบ
“คนที่คุณบอกว่าเก่งที่สุด ที่เอามาฝึกให้กับสมาชิกใหม่น่ะ ประสบการณ์กี่ปีครับ” หมอตุลย์ถาม“ทั้ง 5 คนนั้นประสบการณ์ 10-15 ปีครับ” พิภพตอบ
“แล้วทั้ง 5 คนนั้นมีความมุ่งมั่นตั้งใจยังไงบ้างครับ” หมอตุลย์ถามอีก“เต็มที่ครับ ทุ่มเทสุดๆ” พิภพยิ้มตอบ
“แล้วมีใครขึ้นระดับโปรไหมครับ” หมอตุลกานต์ถามด้วยสายตาที่จิกแทงเข้าไปถึงภายใน
พิภพค้างในท่ายิ้มนั้นแล้วฝืนตอบออกไป “ไม่มีครับ คุณพ่อถามทำไมเหรอครับ”
“ไม่มีอะไรครับ เมื่อครู่คุณบอกว่าถ้าลูกของผมตั้งใจจริงการจะเทิร์นโปรก็ไม่ใช่เรื่องยาก ” หมอตุลย์ตอบก่อนจะหันกลับไป “ผมเลยสงสัยว่าทำไมคนที่เก่งที่สุดของที่นี่ มุ่งมั่นทุ่มเทมาถึง15ปี ถึงยังไม่สามารถขึ้นระดับโปรเท่านั้นเอง” “ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนล่ะครับคุณพิภพ” ตุลกานต์ยกมือขึ้นโบกโดยไม่หันกลับไปมองแล้วก็เดินออกจากร้านไป