ทั้งสามตระกูล ตระกูลซุน ตระกูลหม่า ตระกูลไป่ ที่ต้องพากันนั่งปรับอารมณ์กันพักใหญ่ก็ได้กลับเข้าไปรวมกลุ่มกับทุกๆคนทั้งสามหมู่บ้านเช่นเดิม
และเมื่อได้เวลาสักพักหนึ่งอาหารมื้อใหญ่ของทั้งสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ….ก็เริ่มหมดไปทีละจานสองจานจนไม่เหลือแล้ว อาหารมื้อใหญ่มื้อนี้เป็ไปอย่างด้วยดี และมีความสุขกันทุกๆคน เมื่อกินอาหาร กันเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว กลุ่มคนที่มีลูกเล็กๆก็ขอตัวกลับหมู่บ้านกันก่อนเลย แต่ถ้าผู้ใด้าที่จะค้างที่หมู่บ้านเลี่ยงหลินก็ทำได้
เพราะเป็เื่ปรกติของทั้งสามหมู่บ้านที่ต่างก็พากันสลับสับเปลี่ยนนอนค้างด้วยกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็พวกผู้ใหญ่เองก็ดี และกลุ่มพวกเด็กๆ ที่จะต้องไปเรียนรู้สลับกันทั้งสามหมู่บ้าน
“ห๊าวววววววว……..”ยวี่ยวี่น้อย
“ตาปรือแล้วนะเ้าตัวเล็ก”ท่านแม่
“ท่านแม่อาหารอร่อยมว๊ากกกก..มากๆๆๆเ้าค่ะ…”ยวี่ยวี่น้อย
“จ้ะๆ รู้แล้ว”ท่านแม่
“ดูสิตาลืมจะไม่ขึ้นอยู่แล้ว ยังอยากจะพูดประจบพวกข้ากันอีก”ท่านป้าสะใภ้ซุนที่อุ้มพี่สาวเจินจูอยู่ด้วย
“คร่อกฟี้….คร่อกกกกก….ฟี้…”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ซุนเอง ยังเดินไม่ถึงตัวห้องนอนกันเลย แม่นางน้อยสองพี่น้องที่อยู่ในอ้อมอกพวกท่านก็พากันหลับไปเสียแล้ว
“หลับง่ายกันจริงๆแม่นางน้อยสองคนนี่นะ”ท่านป้าสะใภ้ซุน
“จริงเ้าค่ะท่านพี่สะใภ้”ท่านแม่
“เหมือนจะเลี้ยงง่ายเลยนะว่าไหมเล่า??? โส่วจั่ว”ท่านป้าสะใภ้ซุน
“ง่ายจริงๆเลยเ้าค่ะ ง่ายเสียข้ากับพวกท่านปวดหัววันละหลายๆรอบนะเ้าคะท่านพี่สะใภ้”ท่านแม่
“จริงของเ้า…!!!!”ท่านป้าสะใภ้ซุน
“ขนาดว่าวันนี้แอบขอติดตามพวกท่านพ่อไปด้วยเดินทางหลายสิบลี้ก็ทำให้ข้ากับพวกท่านเองก็วิตกกังวลกันแล้วหนึ่ง พอกลับมาก็ยังจะมาเจอหัวที่ปูดบวมที่หน้าผากอีกนะเ้าคะ ช่างเลี้ยงง่ายจริงๆเ้าค่ะท่านพี่สะใภ้..!!”ท่านแม่
“นั่นน่ะสินะ…!!”ท่านป้าสะใภ้ซุน
“ฮ่า…..ฮ่า….ฮ่า….”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ซุน
แต่ก่อนที่จะมาอยู่ในร่างแม่นางน้อยผู้นี้ เ้าของร่างเดิมก็เป็เด็กร่าเริงมากจริงๆ ซนก็เป็ที่หนึ่งไม่เป็รองใครเลย ปากก็หวานคอยประจบเอาใจพวกผู้ใหญ่ให้รักและตามใจนาง
เมื่อพวกท่านพาแม่นางน้อยทั้งสองคนไปนอนให้เรียบร้อยกันก่อน และกลับออกไปทางด้านนอกเพื่อที่จะจัดการข้าวของต่างๆที่ยังต้องช่วยกันดูแลกับเหล่าบรรดาฮูหยินทั้งสามหมู่บ้าน เพราะต้องพากันตระเตรียมข้าวของให้กับพวกผู้ชายที่จะต้องพากันเดินทางออกไปที่เมืองใหญ่กัน
เพื่อนำซากหมีดำที่เหลือไปขาย ไม่ว่าจะเป็หนังของมัน เขี้ยว กระดูก เืฯลฯ ส่วนต่างๆของมันที่มีราคาสามารถนำไปขายได้ ทั้งร้านขายเนื้อสัตว์ และร้านขายยาสมุนไพรต่างๆที่้าชิ้นส่วนของหมีดำพวกนี้ไปทำยาได้นั่นเอง
“ว่าอย่างไร..???พวกเด็กๆ พากันนอนหลับแล้วใช่หรือไม่???”ท่านยายหม่า
“ใช่เ้าค่ะท่านแม่หลับกันหมดแล้วเ้าค่ะ แล้วท่านแม่จะนอนค้างกับข้าที่หมู่บ้านเลี่ยงหลินหรือว่าจะกลับไปที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงเล่าเ้าคะ..???”ท่านแม่
“นอนค้างที่นี่นั่นแหละพวกเ้าสองคนน่ะ รวมทั้งลูกสะใภ้ด้วย จะกลับไปทำไมกันกว่าข้ากับพวกเ้าจะจัดการงานตรงหน้าเสร็จเรียบร้อยก็ปาเข้าไปยามไหนกันแล้ว”ท่านย่าซุน รีบเอ่ยปากขัดห้ามก่อนเลยไม่ให้ท่านยายหม่า ท่านย่าไป่ได้เอ่ยอะไรเลยสักคำ
“เ้านี่นะ ก็ได้พวกข้าจะพากันนอนค้างที่หมู่บ้านเลี่ยงหลินกันหมดนี่แหละ พอใจแล้วหรือยังเ้าคะท่านฮูหยินผู้เฒ่าของผู้นำหมู่บ้านเลี่ยงหลินเ้าคะ…???”ท่านยายหม่า
“ก็แค่นี้แหละ”ท่านย่าซุน
ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ทั้งสอง ท่านอาสะใภ้ทั้งสอง พากันมองหน้ากันยิ้มๆ อย่างรู้กัน
เมื่อจัดแจงงานให้เข้าที่ได้มากพอแล้ว ก็พากันแยกย้ายกลับไปนอนพักผ่อนกันก่อนเลย วันรุ่งขึ้นค่อยมาว่ากันใหม่อีกรอบหนึ่ง
ณ เช้าวันใหม่แห่งหมู่บ้านเลี่ยงหลิน
ดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้า สาดส่องแสงสว่างเรืองรองสีทองลงมา บ่งบอกถึงวันใหม่และการเริ่มต้นในชีวิตประจำวันของผู้คนอีกครั้งหนึ่ง ไก่ต่างพากันร้องแข่งปลุกให้ชาวบ้านตื่นได้รับรู้ถึงเวลาแล้ว นกที่บินบนท้องฟ้าต่างพากันส่งเสียงร้องด้วยเช่นกัน
เสียงพูดคุยของพวกผู้ใหญ่เริ่มจะดังขึ้นเรื่อยๆ ั้แ่่ต้นๆยามเหม่า (ยามเหม่า (卯:mǎo)คือ 05.00 - 06.59 น.) พวกผู้ใหญ่ต่างพากันตื่นั้แ่หัววันเลย ขนาดว่าเมื่อคืนนี้นอนกันช้าก็ตามที กลุ่มที่เป็ตัวแทนในการเดินทางเข้าเมืองทั้งสามหมู่บ้านเลี่ยงฯ ก็พร้อมที่จะพากันออกเดินทางกันแล้ว
“เมื่อคืนนอนกว่าจะหลับตาลงได้ข้าคิดถึงแต่เื่ยวี่ยวี่น้อย..!!”ท่านตาหม่า
“ข้าก็เหมือนกับเ้านั่นแหละเ้าเฒ่าหม่ากว่าจะหลับตาลงได้ มันคิดเยอะมาก”ท่านปู่ซุน
“อยากจะลุกขึ้นมาคุยกับพวกเ้าต่อก็กลัวว่าจะเป็การรบกวนผู้อื่นเขา และสิ่งที่ข้ากับพวกเ้าจะคุยกันมันก็คุยโจ่งแจ้งไม่ได้เสียด้วยสิ..!!!”ท่านปู่ไป่
“สิ่งที่หวาดวิตกกังวลก็เป็ไปดั่งที่คิดจริงๆ แต่มันหนักกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก..!!”ท่านตาหม่า
“ก็นั่นน่ะสิ..!!!”ท่านปู่ซุน ท่านตาหม่า
“เฮ้อ……..”พวกท่านทั้งสามต่างก็ยังคงพูดถึงเื่เมื่อคืนที่ผ่านมานี้ หลังจากได้รับรู้เื่ราวของยวี่ยวี่น้อย เป็ไปดั่งที่พวกท่านกังวลกันไว้แต่แรกแล้วจริงๆ แต่ไม่คาดคิดว่ามันจะเหนือสิ่งที่คาดหมายไว้มากมายถึงขนาดนี้..!!!
ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มท่านตา ท่านปู่เท่านั้นที่คิดไปว่าท่านเทพตนใดกันนะที่มอบพลังวิเศษแบบนี้ให้กับยวี่ยวี่น้อยกัน…!!! เพราะในยุคโบราณแบบนี้ผู้คนยังคงเชื่อในเื่แบบนี้กันอยู่ด้วยนั่นเอง
“ข้าว่าพวกเราออกไปดูเ้าพวกลูกชายจัดการคัดเลือกคนเข้าไปในตัวเมืองกันก่อนดีกว่านะ ทำเื่ตรงหน้านี้ให้เสร็จเรียบร้อยกันเสียก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยในเื่ของยวี่ยวี่น้อยกันใหม่อีก”ท่านปู่ซุน
“ได้ๆ…”ท่านปู่ไป่ ท่านตาหม่า
ท่านตา ท่านปู่ พากันไปดูกลุ่มทางท่านพ่อ ท่านลุง ท่านอา ว่าจัดการเลือกคนเสร็จเรียบร้อยกันหรือยัง เพราะว่าการที่จะนำคนเข้าเมืองไปในแต่ละครั้งนั้นจะต้องมีคนทั้งสามหมู่บ้านไปด้วยควบคู่กันไป
เพราะอะไรน่ะเหรอ???? ก็เพราะว่าไม่ใช่เป็เพียงแค่เครือญาติ และสหายสนิทกันเท่านั้น ยังคงมีหุ้นส่วนช่วยเหลือกันต่างๆอีกด้วย และที่สำคัญที่สุดก็คือความถนัด และความชำนาญของแต่ละหมู่บ้านเลี่ยงฯนี่แหละเป็สำคัญเลย
การเดินทางไกลนั้นอย่างไรก็ต้องมีคนมีฝีมือทางด้านป้องกันตัว และการต่อสู้ที่ดีพอตัว อย่างคนของหมู่บ้านเลี่ยงหลิน เพื่อป้องกันภัยกับสิ่งของ และเงินตำลึงที่จะนำไปด้วย และนำกลับมา
ส่วนทางด้านการค้าขายก็เป็เื่สำคัญทางด้านนี้เป็เื่ถนัดที่สุดของหมู่บ้าเลี่ยงฮวงเลย แต่ถ้าคัดเลือกคนนำของไปขายไม่รู้คุณภาพ และราคา พอสมควรอาจจะโดนคดโกงเอาได้เหมือนกัน ฝีปากกต้องดี คิดคำนวณเลขต้องเก่ง
ส่วนทางด้านกลุ่มคนที่มีความรู้อย่างหมู่บ้านเลี่ยงรุ่ย เก่งในด้านเขียนหนังสือ ค้ดหนังสือ และทำสัญญา และการวางแผนงานว่าควรจะทำอะไรก่อนหรือหลังจะได้ผลที่ดีและคุ้มค่าที่สุด เวลาไปทำการค้าต่างๆ มีนักวิชาการติดตามไปด้วยย่อมดูดีมีราศีกว่าผู้ใด
“เป็อย่างไรกันบ้าง เลือกคนเรียบร้อยดีแล้วใช่หรือไม่กัน…???”ท่านตาหม่า
“เรียบร้อยแล้วขอรับท่านพ่อ”ท่านลุงหม่า
“ตอนนี้เพียงแค่ข้ารอเ้าพวกนั้นตรวจดูข้าวของที่จะออกเดินทางกันอยู่ ก็พร้อมออกเดินทางได้เลยขอรับ”ท่านลุงหม่า
“อือ….”ท่านปู่ซุน ท่านปู่ไป่
“รอบนี้ก็เช่นเคยขอรับ ข้าได้สับเปลี่ยนเด็กๆฝึกใหม่ๆเข้าร่วมกลุ่มที่จะออกเดินทางรอบนี้ไปด้วย เพื่อไปเรียนรู้จากของจริง”ท่านพ่อ
“ดีๆ…”ท่านปู่ซุน ท่านตาหม่า ท่านปู่ไป่
“งั้นพวกเ้าจัดการให้เรียบร้อยแล้วพากันออกเดินทางได้เลย พวกข้าไปก่อนล่ะ”ท่านปู่ซุน
“ขอรับ…”ท่านพ่อ ท่านลุงลุง ท่านอาอา
แต่พอพวกท่านปู่ ท่านตา กำลังจะเดินหันกลับไปก็ได้ยินเสียงกลุ่มของท่านพ่อ ท่านลุงลุง ท่านอาอา พากันทะเลาว่า….
“เหอะ…..ไว้คราหน้าข้าต้องชนะพวกเ้าอย่างแน่นอน”ท่านลุงซุน
“จำไว้เลยนะว่าพอพวกข้ากลับมากันแล้วจะต้องเล่าทุกๆอย่างให้ละเอียดห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว”ท่านอาไป่ลู่จิว
“ได้ๆ…..อย่าโวยวายกันนักเลยไปไป๊…..”ท่านพ่อ
“หนอย…….”ท่านลุง ท่านอา
“ป้าบบบบ……..”
“เฮ๊ย…เล่นทีเผลอเรอะ!!!”ท่านพ่อ โวยวายขึ้นมาเลยทที่โดนพี่ชายตัวเองเตะก้นตอนหันหลังกลับ
“แล้วจะทำไมไอ้น้องชาย…????”ท่านลุงซุน
“แค่ข้าได้อยู่กับลูกสาวของข้ามันจะเป็ไรไป พวกท่านก็แค่ท่านลุง ท่านอาน่ะ โอ้..เ้าหลานชาย!!!”ท่านพ่อ
“หนอยยยยย…….”ท่านอาไป่
ทีนี้ก็พากันวิ่งไล่เตะกันรอบเลย ท่านปู่ซุน ท่านตาหม่า ท่านปู่ไป่ เห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ พากันเดินกลับทันทีเลย
“เฮ้อ…ไอ้เ้าพวกนี้เนี่ยนะไม่น่าเกิดมาเป็ลูกชายของข้าได้เลยจริงๆ”ท่านปู่ซุน
“สงสัยจะโต้เถียงกันเื่อยากจะอยู่ดูยวี่ยวี่น้อยนั่นแหละ คงอยากจะพิสูจน์เื่นั้นน่ะ”ท่านตาหม่า
“ใช่….เหอะ”ท่านปู่ไป่ ท่านปู่ซุน
แต่ว่าพวกท่านเองก็พอๆกับกลุ่มท่านพ่อ นั่นแหละเวลาโต้เถียงกันในเื่ไม่เป็เื่ก็ออกจะบ่อย…!!! แล้วจะเหมือนใครกันเล่า??? ก็เหมือนพวกท่านนั่นแหละ!!!
ในที่สุดกลุ่มตัวแทนทั้งสามหมู่บ้านเลี่ยงฯก็จัดคน และตระเตรียมข้าวของกันเรียบร้อยแล้ว และออกเดินทางกันเลย
ส่วนคนที่ไม่ได้ออกเดินทางในรอบนี้อย่างท่านพ่อ ท่านลุงหม่า ท่านอาไป่ลู่จื้อ ก็รู้สึกอารมณ์ดี๊ดีสุดๆ จริงๆ
“เดี๋ยวรอพวกเด็กๆตื่นแล้วพวกเราก็…..”ท่านพ่อ
“ได้ๆ…..” ไหงึก…หงึก….”ท่านลุงหม่า ท่านอาไปลู่จื้อ
แน่นอนว่าพวกท่านทั้งสามคนจะพายวี่ยวี่น้อยออกไปใช้ความสามารถวิเศษเหล่านี้ให้พวกท่านได้เห็นกัน เพื่อเตรียมความพร้อม และป้องกันภัยให้ยวี่ยวี่น้อย
ไม่ใช่ว่าคนที่ไม่ได้ไปจะไม่ตื่นเต้นกัน พวกท่านพ่อนี่แทบจะเข้าและออกที่บ้านตระกูลซุนเป็ว่าเล่นกันเลยทีเดียว เพื่อไปแอบดูว่าแม่นางน้อยยวี่ยวี่นั้นตื่นนอนหรือยังนั่นแหละ
จนท่านย่าซุนย่าไป่ ท่านยายหม่า ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ซุน ป้าสะใภ้หม่า ท่านอาสะใภ้ไป่ เริ่มมีน้ำโหกันแล้ว เพราะพวกท่านกลัวว่าเสียงดังนิดเดียวจะไปปลุกพวกเด็กๆตื่นนอนกัน ทั้งที่ยังนอนกันไม่ได้เต็มที่น่ะสิ !!!!
“ถ้าพวกเ้าจะยังเดินไปเปิดประตูบ้านอีกรอบแล้วล่ะก็นะ คอยดู…!!”ท่านย่าซุน
“เอ่อ……….ขอรับ!!!”พวกท่านพ่อ
“พวกข้าแค่จะเดินไปทางด้านหลังบ้านน่ะขอรับท่านแม่”ท่านพ่อ
“งั้นก็เดินไปสิ เหอะ…”ท่านย่าซุน
“ขอรับ….”ท่านพ่อ
ท่านพ่อ ท่านลุงหม่า ท่านอาไป่ลู่จื้อ เลี้ยงตีโค้งแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว เมื่อได้ยินเสียงเย็นๆจากท่านย่าซุนเข้าให้!!!
*****************
กลุ่มตัวแทนสามหมู่บ้านเลี่ยงฯได้ออกเดินทางนำซากหมีดำ และเห็ดหลินจือไปขายในตัวเมืองกันแล้ว หวังว่าจะได้ราคาที่น่าพอใจมากๆกลับมากัน