ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 60 ร่วมห้อง

            คนที่ทำให้หลิงเซียวไปรับด้วยตัวเองได้ ถือเป็นเกียรติอย่างหามิได้

            เมื่อข่าวสะพัดออกไปแทบทุกคนอยากปรี่ไปดูตัวโหยวเสี่ยวโม่ว่าเป็นเช่นไรคนที่ทำให้หลิงเซียวไปรับด้วยตัวเองได้

            ในสายตาพวกเขา หลินเซียวเป็นคนที่โดดเด่นทั้งรูปโฉมและพลังความสามารถแม้บางทีจะเหิมเกริมอวดดี ท่าทีสูงส่งนิ่งเฉยแต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความรู้สึกชื่นชมในใจของศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มีต่อเขาแต่อย่างใดโดยเฉพาะความแตกต่างของเขาในตอนนี้กับแต่ก่อน

            ตั้งแต่กลับจากลงเขาคราวก่อน นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไป

            หลินเซียวแต่ก่อนนั้นใบหน้านิ่งเฉยตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนที่ห่วงใยหรือเหินห่างเจ้า

            แต่หลินเซียวในตอนนี้ไม่เหมือนกันใบหน้าหล่อเหลาเอาการนั้นแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเสมอตอนพูดจาน้ำเสียงก็ไพเราะเสนาะหูขึ้น อ่อนหวานเชื่องช้า มีความดึงดูดเบาๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าภายใต้น้ำเสียงและรอยยิ้มที่อ่อนนุ่มราวกับหยกศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ตกเป็นทาสเสน่ห์ของเขานับวันยิ่งเพิ่มขึ้น

            ความเปลี่ยนไปของหลินเซียวเช่นนี้ใช่ว่าจะไม่เคยมีคนสงสัย

            อันที่จริงตั้งแต่วันแรกที่หลิงเซียวกลับมาสำนักก็ตกเป็นเป้าสังเกตจากจิ้งจอกเฒ่าแล้ว

            ทังฝานลองทดสอบตอนที่ทั้งสองเจอกันทว่าไม่เจอข้อสงสัยอะไร

            อย่างอื่นก็มีแต่เรื่องที่ว่านิสัยของหลินเซียวเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน สำนักเทียนซินขึ้นชื่อว่าเป็นสำนักใหญ่ทุกเรื่องจึงต้องระวังเป็นพิเศษ ดังนั้นหลังจากนั้นก็มีคนไปทดสอบหลิงเซียวอีกแต่ผลลัพธ์ล้วนเหมือนกับทังฝาน ไม่พบเจออะไรน่าสงสัยเพราะว่าหลิงเซียวตอนนี้นั้นรู้เรื่องราวความลับทุกอย่างในสำนักเทียนซิน

            แต่พวกเขาคงไม่มีทางคิดได้ว่านั่นเป็นความทรงจำของหลินเซียวคนเดิมจริงๆ

            ทว่าเทียบกับหลินเซียวคนก่อนแล้วหลินเซียวในตอนนี้บุคลิกนิสัยโอนอ่อนกว่าแต่เดิมเยอะ ศิษย์น้องมากมายกล้าเข้าหาเขามากขึ้น

            เวลาเพียงเดือนเดียวศิษย์พี่ศิษย์น้องในแขนงการต่อสู้ ต่างหลงใหลเขาไปกว่าครึ่งรวมถึงพวกที่หลินเซียวคนก่อนเอาไม่ค่อยอยู่ ตอนนี้ก็ถูกหลิงเซียวกำราบเรียบ อำนาจของหลิงเซียวเหนือกว่าหลินเซียวคนก่อนนัก

            แต่กระนั้นเมื่อโหยวเสี่ยวโม่กับหลิงเซียวปรากฏตัวพร้อมกันจึงตกเป็นเป้าสายตาของคนกลุ่มใหญ่

            “ศิษย์พี่ใหญ่ คนนี้สินะศิษย์น้องเล็ก หน้าตา…ไม่เลวเลยนี่!”

            “อือ ไม่เลวจริงด้วยเป็นแบบที่ข้าชอบเลย”

            “ที่แท้คนที่ทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ไปรับด้วยตัวเองคือเขาคนนี้เองหรือข้าเคยเห็นมาก่อน นี่ใช่ศิษย์อัจฉริยะฝูจื่อหลินจอมหน้าตายที่มีชื่อเสียงของทัพพิภพใช่ไหม?”

            โหยวเสี่ยวโม่ “…”

            ฝูจื่อหลิน “…”

            หลินเซียว “เหอะๆ”

            กลุ่มคนพูดจาจ้อแจ้ ไม่มีท่าทีลึกลับ สูงส่งจนมิอาจเอื้อมเหมือนที่ได้ยินศิษย์นอกพูดถึงเลยแม้แต่นิดกลับกัน เหนือความคาดหมายตรงที่ออกจะ…พูดมากเพียงแต่เป้าหมายของพวกเขาผิดคนไปหน่อย

            โจวเผิงทนดูไม่ได้ “พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้วไม่ใช่เขา”

            เสียงพูดคุยพลับเงียบลงทันใด ถัดมาโหยวเสี่ยวโม่จึงก้าวออกมาจากด้านหลังฝูจื่อหลินอย่างลังเล วินาทีถัดมาสายตาทุกคู่ราวกับฉายแสงเอกซ์เรย์มายังเขา จนเขาต้องหดคอลงเขาถอนตัวตอนนี้ทันมั้ยนะ?

            “เป็นเด็กที่น่ารักน่าเอ็นดูจริงนี่ยังไม่ครบสิบแปดปีสินะ?”

            “ฮึ ข้าก็ว่าอยู่ศิษย์พี่ใหญ่จะชอบจอมหน้าตายได้ยังไงกัน” เสียงถอนหายใจดังเฮือก

            “ที่แท้ศิษย์พี่ใหญ่ก็ชอบคนที่อ่อนแอปวกเปียกแบบนี้ถึงว่าคนอื่นตามจีบตั้งนานก็ไม่รับรักซะที รู้แบบนี้ข้าก็คงไม่ฝึกวิชาดาบพายุขจี”

            “ขอแหวะหน่อยเถอะถึงแม้เจ้าจะไม่ฝึกฝนก็เหมือนกัน ดูท่าทีดุอย่างกะหมีนั่นสิ” สีหน้าดูแคลนของศิษย์น้องผู้หนึ่ง

            “หน่อยแน่ เจ้าบ้านี่มีอย่างที่ไหนพูดกับศิษย์พี่เช่นนี้ ข้าดุเหมือนหมีที่ไหนกัน”

            ขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่โหยวเสี่ยวโม่หน้าแดงก่ำหลิงเซียวชอบเขาอย่างนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้แม้ว่าหลิงเซียวจะเคยช่วยเขาอยู่หลายครั้ง แต่มีการแลกเปลี่ยนโดยตอบแทนด้วยน้ำพักน้ำแรงเขาทั้งสิ้นด้วยเหตุนั้น เขายังต้องตกลงเงื่อนไขที่ไม่ยุติธรรมพวกนั้นอีก

            หลิงเซียวที่หน้าหนากว่าเมื่อได้ยินคำพูดที่พวกเขาคุยกันก็หาได้รู้สึกขุ่นเคืองแต่อย่างใดเอ่ยเพียงไม่กี่คำก็ทำให้พวกเขาแยกย้ายกันไปเตรียมตัวประลองจากนั้นจึงพาโหยวเสี่ยวโม่และฝูจื่อหลินไปยังห้องพักพวกเขาเพียงแต่สายกลางนั้นต่างจากสายอื่น สายกลางนั้นไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะย่างกรายเข้ามาได้ดังนั้นปกติจะไม่มีแขกมาเยือน ดังนั้นจะไม่มีการเตรียมห้องพักรับรองจึงต้องให้พวกเขาพักร่วมห้องกับคนอื่น

            ทว่าตอนที่หลิงเซียวเอ่ยถึงเรื่องนี้คนที่ปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงที่สุดเห็นจะเป็นโหยวเสี่ยวโม่

            “ทะๆๆ…ท่านหมายความว่าข้าต้องนอนห้องเดียวกับท่านงั้นรึ?” โหยวเสี่ยวโม่จ้องมองหลิงเซียวอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

            “สายกลางไม่มีห้องรับแขกฉะนั้นการประลองประจำปีห้องนึงต้องนอนร่วมกันหลายคนหรือศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าไม่ได้บอกกับเจ้าหรือ?” หลิงเซียวเอ่ยพลางยิ้มกริ่มฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าเขาอารมณ์ดีไม่น้อย

            โหยวเสี่ยวโม่อ้าปากค้างเขาไม่เคยได้ยินศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยคิดมาตลอดว่าทุกคนนั้นจะได้พักห้องเดี่ยว

            “ห้องข้าอยู่ทางไหน?” ฝูจื่อหลินที่ไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปาก เขายอมรับความเป็นจริงได้ง่ายกว่าโหยวเสี่ยวโม่เขาเองก็เข้ามาสายกลางหนแรก ทว่าอารมณ์นั้นสุขุมกว่าโหยวเสี่ยวโม่มากนัก รวมทั้งท่าทางเย็นชาราวกับน้ำแข็งด้วยจึงไม่ปริปากบ่นกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้

            หลิงเซียวชี้ไปยังห้องถัดไป ยิ้มพร้อมเอ่ย “ห้องข้างๆคือห้องของศิษย์น้องโจว จากนี้เจ้าต้องพักร่วมกับเขา”

            ฝูจื่อหลินสีหน้าไร้ความรู้สึกพยักหน้าจากนั้นจึงเดินจากไป ผลักประตูออกจากนั้นปิดประตู ‘ปัง’ กิริยาท่วงท่าดูสะอาดสะอ้าน ราวกับถูกฝึกมาเป็นอย่างดี

            โหยวเสี่ยวโม่ตะลึงตาค้างแต่เมื่อนึกถึงสภาพตัวเอง เขาก็ยังสบายใจไม่ได้

            ถ้าร่วมห้องกับคนอื่น เขายังพอรับได้แต่คนที่เขาต้องร่วมห้องด้วย กลับเป็นหลิงเซียวคนที่ชอบแกล้งเขาสารพัดเจ้าคนชั่วร้ายนี่!

            “ศิษย์พี่หลิงเรื่องห้องนี่แบ่งกันแต่แรกหรือ?” โหยวเสี่ยวโม่เกรงว่าหลิงเซียวจะใช้อำนาจไปเรื่อย

            หลิงเซียวหรี่ตาใบหน้าหล่อเหลายังคงมีความน่าหลงใหลดึงดูด หางตานั้นซ่อนอารมณ์อันชั่วร้ายไว้แต่ใบหน้ากลับมีแต่รอยยิ้มอ่อนโยน จากนั้นได้ยินเสียงเขาเอ่ยเบาๆ “ฟังเจ้าพูดเหมือนว่าเจ้ายอมนอนกับใครก็ได้แต่ไม่ใช่กับข้างั้นสิ”

            “ไม่ใช่ๆ” โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัวไปมาจนรู้สึกตาลาย

            เห็นท่าทีเช่นนี้ หลิงเซียว ‘หึ’ เบาๆ ในลำคอ “อย่าลืมสิ สภาพเจ้าตอนนี้น่ะต้องนอนกับข้าเท่านั้น ถ้าเกิดคนอื่นค้นพบความลับบนตัวเจ้าขึ้นมาเจ้าคิดว่านอกจากข้าแล้ว ใครจะช่วยเจ้าปิดบังความลับเรื่องห้วงเวลาทะเลสาบนั่นได้?”

            โหยวเสี่ยวโม่เหงื่อไหลหยดลงมาจากหน้าผากเขาไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย

            ที่หลิงเซียวพูดมาไม่มีผิดเขาปิดบังความลับชิ้นโตขนาดนี้ จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ ไม่งั้นชีวิตเขาจบเห่แน่ฉะนั้นเขาไม่มีเลือกอื่น ท้ายสุดก็ต้องนอนร่วมห้องกับหลิงเซียว

            เมื่อเห็นเขาคอตกยอมรับชะตาหลิงเซียวอารมณ์ดีพร้อมโอบไหล่เขา เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ไปกันเถอะศิษย์น้องเล็ก ข้าจะพาเจ้าไปเยี่ยมชมห้องหลินเซียว เจ้าเป็นผู้โชคดีคนแรกเลยนะศิษย์น้องคนอื่นๆ ยังไม่เคยมีใครเข้าพักมาก่อนเลยนะ”

            โหยวเสี่ยวโม่เชิดปากขึ้นเขาไม่ได้อยากเป็นผู้โชคดีคนนั้นซะหน่อย!

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน