ปฐมบท : การกำเนิดของจอมมารแห่งชีวิต
เกม Soul Dungeon Online เป็เกมที่มีผู้เล่นมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย เป็เกมที่นำเอาระบบ VR (Virtual Reality) มาผสมผสานเข้ากับเกม เพื่อเพิ่มความสนุกและอารมณ์สุนทรีย์ในการเล่นเกม
การรับประสาทัั รส กลิ่น เสียงดูสมจริงมากขึ้นกว่าเกม RPG ทั่วไปโดยปกติ เพราะเหตุนี้จึงทำให้เกมนี้เป็ที่นิยมในเอเชีย ซึ่งเซิฟเวอร์หลักอยู่ที่ญี่ปุ่น โดยมีผู้ร่วมการพัฒนาจากหลายหลากประเทศ เพื่อให้ตัวเกมนี้ออกมาดีที่สุด
เนื้อหาในเกมก็คือ เกมที่เกี่ยวกับการต่อสู้ดันเจี้ยนที่มีจอมมารปกครองดันเจี้ยนอยู่ หลักๆ ก็พิชิตดันเจี้ยน นำสมบัติออกมา และนำไปแลกเปลี่ยน ค้าขาย หรือใช้เอง ตามแต่เห็นสมควร ซึ่งดันเจี้ยนก็มีระดับง่ายจนไปถึงยาก
ในเกมนี้ไม่มีการจำกัดในการเลือกอาชีพ ไม่มีขอบเขตและไร้ข้อจำกัด จึงทำให้เป็ที่น่าสนใจสำหรับคนเล่นเกม ที่จะค้นคิดอาชีพของตัวเองขึ้นมา และจุดประกายความฝันที่จะได้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ อีกมากมาย
ในโลกแห่งนี้ แบ่งค่าสถานะออกเป็ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ไล่ระดับต่ำสุด คือ F จนไปถึง S ที่เป็ค่าสูงสุด แต่อาจจะมีระดับพิเศษที่ใช้เครื่องหมาย + , - แล้วแต่ด้วยเช่นกัน
เพราะผู้พัฒนาเกมเล็งเห็นว่า ถ้าค่าสถานะเป็ตัวเลข มันคงจะดูเฟ้อ เว่อร์วังอลังการ สำหรับคนที่เล่นมาก่อน ฝึกฝนตัวเองมาก่อน ส่วนอีกเหตุผล คงจะเป็ เพื่อไม่ให้เกิดความกินแหนงแคลงใจ ว่าค่าสถานะคนนู้นมากกว่า คนนี้มากกว่า จนเกิดเป็การเหลื่อมล้ำหรือปัญหาเื่การทะเลาะวิวาทกัน เลยตัดสินใจให้เป็สัญลักษณ์ภาษาอังกฤษแทน
ซึ่งในเกมก็แบ่งค่าสถานะออกเป็ 6 อย่าง ได้แก่
STR (พละกำลัง) : ความแข็งแกร่ง ความรุนแรงในการโจมตีกายภาพ รวมไปถึงพลังกายที่ใช้ในการถือครองอาวุธ
VIT (พลังกาย) : ความอดทน ความอึด ความอดทนต่อการโจมตีกายภาพ ความอดทนต่อการโจมตีเวทมนต์
DEX (ความชำนาญ) : คือความชำนาญในการใช้สกิลและทักษะ รวมไปถึง ความแม่นยำ
AGI (ความว่องไว) : คือค่าความเร็ว ประสาทัั ปฎิภาณไหวพริบ
INT (ความฉลาด) : อัตราการฟื้นฟูมานา ความรุนแรงในการโจมตีเวทมนต์
LUC (โชค) : ความโชคดี การดรอปไอเทมหายาก
ในเกมก็จำแนกค่าสถานะเหล่านี้เป็พื้นฐาน ส่วนเื่ HP นั้น เนื่องจากว่าเกมนี้เน้นความสมจริงเป็หลัก ทำให้สมมติว่าถ้าเราโจมตีเข้าที่จุดอ่อนอย่างต้นคอจนขาด ก็เท่ากับว่าตาย ฉะนั้นจึงไม่มีแทบหลอด HP
ส่วน MP หรือ มานา ก็มีตามปกติ ยิ่งใช้มานามากก็จะลดมาก และการฟื้นฟูก็ต้องใช้เวลามากขึ้น
ส่วนสกิลนั้นปรับให้แทนความเก่งกาจด้วยเลขโรมันในอดีต I จนไปถึง X ที่อยู่ในระดับสูงสุด
ซึ่งความสนุกของเกมนี้คือการลงดันเจี้ยน ในแต่และดันเจี้ยนนั้นแตกต่างกันไปตามสถานที่ บ้างก็อยู่ในูเา บ้างในถ้ำ บ้างก็ในทะเล แล้วแต่ดันเจี้ยนที่อยู่
แต่สิ่งที่พิเศษนั้นก็คือ [บอส] หรือ จอมมารผู้ปกครองดันเจี้ยนนั้น เป็จอมมารที่มีความสามารถพิเศษ หรือเรียกว่า [เนมเดมอน] (ผู้มีชื่อเรียก) ซึ่งแต่ละดันเจี้ยนก็มีจอมมารแต่ละชนิดแตกต่างกันไป และยังมีลูกน้องที่ชื่อว่า ขุนพลจอมมาร ซึ่งมีชื่อเรียกเช่นเดียวกันกับจอมมาร
นั้นจึงเป็สิ่งที่พิเศษไม่น้อย ดีกว่าที่จอมมารแต่ละคนมีชื่อเหมือนๆ กันหมด ถ้าแบบนั้นคงน่าเบื่อไม่น้อยเลยทีเดียว
สิ่งนี้เอง จึงทำให้สร้างสีสันและความสนุกได้ไม่น้อย
เหล่าจอมมารก็พยายามป้องกันดันเจี้ยนเอาไว้ ในดันเจี้ยนจะมี [คอร์] หรือก็คือ หินศิลาแห่งการกำเนิด ที่เป็ส่วนนึงของดันเจี้ยน ถ้าหากถูกทำลาย ดันเจี้ยนนั้นก็จะหายไป รวมถึงเหล่าผู้รับใช้จอมมารเดียวเช่นกัน และจอมมารก็จะไร้พลัง จนโดนฆ่าตายได้ง่ายๆ
เพราะแบบนั้น เหล่าจอมมาร จึงต้องต้องนำคอร์ที่แสนมีค่าเอาไว้ในชั้นสุดท้ายของดันเจี้ยน หรือ ห้องลับ หรือที่อื่นๆ ที่มันปลอดภัยแล้วแต่จะคิดได้
หากจะให้หาคอร์ง่ายๆ ก็คงไม่ใช่การดี เพราะเท่ากับว่า จอมมารคนนั้นได้ละทิ้งชีวิตของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นเกมนี้จึงเป็ที่นิยมและสนุกโดยอย่างแท้จริง มีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต เลือกอาชีพได้เองตามแต่จะคิดได้
และในตอนนี้...
ผมก็กำลังยืนอยู่หน้าประตู ขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า มันมีลวดลายวิจิตรงดงามตระการตามากกว่าจะบรรยายออกมาเป็คำพูดได้ แม้จะถูกบดบังวิสัยทัศน์ด้วย [ร่างหนึ่ง] ก็ตามที
สิ่งที่ยืนขวางอยู่นั่น เป็สิ่งมีชีวิตที่ผู้คนต่างก็เกรงกลัว ขนามว่ามีอำนาจเกือบเทียบเท่า [เทพธิดาออโรร่า] ผู้สร้างโลกนี้ก็ไม่ปาน
ร่างนั้นใหญ่โตราวกับบดบังทุกสิ่ง เพียงแค่ลมหายใจ ก็สามารถสะกดทุกการเคลื่อนไหวได้ หรือทำให้สติแตกกระเจิงรวมไปถึงนอนสลบจนน้ำลายฟูมปากก็ได้
ร่างของสิ่งมีชีวิตนั้น ก็คือจอมมาร ไม่ผิดแน่...
เป็จอมมารที่เป็ลาสบอสของดันเจี้ยน [Arc of Anciant ] แห่งเกมนี้
จอมมารแห่งั
นามว่า...
ท่านพบกับ จอมมารแห่งั ผู้ที่กำเนิดมาพร้อมกับโลก ัแห่งแรกเกิด นาม อามาเดอุส (ัแห่งมวลั) ค่ะ
เสียงเตือนนี้ทำให้ผมรับรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายคืออะไรและใคร
ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันเช่นนี้ ผมเหงื่อไหลแทบออกมาเป็สาย พร้อมกับแรงกดดันที่อีกฝ่ายส่งออกมา ถึงแม้ว่าอามาเดอุส ยังไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย
ผมที่เหลือเพียงคนเดียวจากในปาร์ตี้ทั้งหมดกว่าสิบคน เข้ามาสู่ห้องสุดท้ายจนได้
คนอื่นๆ นั้นโดนเล่นงานและตายกันไปหมด และถูกส่งกลับไปเกิดที่เมืองนักผจญภัยใกล้ๆ นี้
ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่ผมกับลอร่า ที่เป็ npc ที่ผมช่วยเหลือเธอในเกม จนผมได้ฝึกฝนและออกไปผจญภัยร่วมกับเธอ ฝ่าฟันทุกอย่างจนมาถึงที่แห่งนี้ในที่สุด
ผมสีขาวราวกับหิมะในคราแรกนั้น ดูสง่างามและสูงศักดิ์เป็อย่างมาก บวกกับดวงตาสีแดงสด จ้องมองไปยังเบื้องหน้าโดยไร้ความกลัวนั้น ช่างดูยิ่งใหญ่และมีอำนาจก็ไม่ปาน
ส่วนผมนั้นก็สูง สมส่วน ผมสีดำเช่นเดียวกับดวงตาสีดำ ไม่ได้หล่อเหลาหรือขี้เหล่อะไรมากนัก
เพราะเกม SDO เน้นลักษณะตามของจริง ไม่มีการปรับแต่งหน้าตา
ผมอยู่ในชุดอัศวินสีดำทมิฬ มีลวดลายสีทองวาดเอาไว้ มีเกราะแขนและขาสีดำเช่นกัน ซึ่งก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรอื่นติดอยู่
เนื่องจากว่าผมเน้นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมากกว่าจะยืนเป็แทงก์ในทีม แต่ก็ใช่ว่าผมจะโจมตีได้ไม่แรงหรืออะไร
ค่าสถานะที่ผมอัพนั้นเน้นไปที่ AGI DEX และ STR ซึ่งในเกมนี้ก็สามารถได้ค่านี้มาจากการฝึกฝนอย่างหนักด้วยเช่นกัน
ดาบในมือผมเป็ ดาบสองคมที่มีความสวยงามวิจิตรตา มันแผ่พลังออกมาเล็กน้อย ซึ่งเป็อาวุธที่ผมลงทุนน้ำพักน้ำแรง ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศในการตีมันขึ้นมา
ผมมองร่างของตรงหน้า ัที่ปีกนั้นมันความใหญ่อย่างมาก ความสูงของอีกฝ่ายคงไม่ต่ำกว่า 20 เมตรเป็อย่างน้อย ร่างจริงๆ อาจจะมากกว่านี้ก็ได้ใครจะไปรู้
ตามที่ผมคิด คงไม่สามารถเอาชนะเ้าลาสบอสตรงหน้าได้อย่างแน่นอน อีกอย่างผมเคยมาที่นี่บ่อยแล้วเสียด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น อสูรในใต้อาณัติของจอมมารตรงหน้าก็เล่นงานพวกผมจนอ่วมมาตลอดทางเลย
คราวนี้หวังว่าผมจะไม่ตายซ้ำ ตายซ้อนเหมือนหลายๆ รอบที่ผ่านมาหรอกนะ
เมื่อผมขยับตัวเล็กน้อย เ้าัอามาเดอุสก็จ้องมองพร้อมราวกับจะข่มขู่ด้วยสายตา
[คุกคาม] เป็ทักษะชนิดหนึ่งที่เหล่าจอมมารต่างก็มี เพื่อเอาไว้ใช้ข่มขู่ศัตรู แต่เกรงว่าทักษะที่ปล่อยออกจากจอมมารแห่งัจะมีมากไปสักหน่อย ทำให้มันน่ากลัวและกดดันเป็อย่างมาก
ผมเรียกใช้สกิล [Auracle Body X ] เป็สกิลต้านทานการการผิดปกติทุกชนิดที่เกิดขึ้น ทำให้จิตใจที่เกรงกลัวและหวาดหวั่นในตัวของอีกฝ่ายหายไป
[Power of Damage X ]
[Power of Magic X ]
[Acceleration X ]
[Unlimit Vitality X]
[Increase Force X ]
ผมเรียกใช้งานสกิล 5 สกิลเพื่อบัพให้ผม ส่วนใหญ่เป็เพิ่มพละกำลังในการโจมตี หรือเรียกง่ายๆ ว่า ดาเมจ นั่นแหละ ต่อจากนั้นลอร่าก็เสริมให้ผมด้วยอีกเช่นกัน ยังดีที่สกิลเหล่านี้พอใช้แล้วมันแชร์ให้เพื่อนในปาร์ตี้ด้วยเช่นกัน
[Perfect All status X ]
[Critical Hit IX ]
[Strenght Aura IX ]
[Ultra Damage VIII ]
[Ultra speed IX ]
ลอร่าที่ใช้งานสกิลบัพให้ผมและตัวเองนั้นก็เน้นความเร็วและพลังโจมตีเช่นกัน
เมื่อเราต่างคนต่างเพิ่มพลังให้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต่อสู้กับบอสตรงหน้า
ไม่การเตือนใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อจอมมารแห่งัรับรู้ถึงภัยอันตรายที่คุกคามแก่ตัวเอง มันก็เรียกหอกเวทมนต์หลายร้อยเล่มขึ้นมากลางอากาศ และส่งมันเข้าหาผมและลอร่าทันที
“ระ... เร็ว”
ผมคิดเช่นนั้น แต่ทว่าหอกเ่าั้ก็ไม่สามารถแตะตัวร่างของผมได้
พริบตาที่ผมตอบสนองต่อการโจมตีของอีกฝ่าย ผมก็ได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วย [ก้าวพริบตา] จึงรอดพ้นจากหอกมากมายเ่าั้ไปได้
เมื่อหอกกระทบกับพื้นดิน ก็เกิดการะเิขึ้นมาออกมาเป็วงกว้าง เห็นได้ชัดเจนว่าพลังการทำลายล้างของมันไม่ได้ธรรมดาเลย
ความเร็วของหอกที่ถูกปล่อยออกมานั้นไม่สามารถจินตนาการได้ แต่ทว่าผมสามารถคาดเดามันได้ ด้วยเพราะผมต่อสู้กับมันมาหลายรอบแล้วนั่นเอง
การโจมตีที่โดนเพียงครั้งเดียวแล้วตายนั้น เป็สิ่งที่ไม่น่าพิสมัยเท่าไร
ผมสูญเสียกำลังใจไปส่วนหนึ่ง เพราะไม่มีเพื่อนมาร่วมรบอยู่เคียงข้าง แต่นั้นก็ไม่สามารถมาฉุดรั้งผมเอาไว้ได้ อีกอย่างผมก็มีผู้ช่วยเหลือผมมาโดยตลอดอยู่แล้วนั่นเอง
“ลอร่า”
ทันทีที่ผมเรียกหญิงสาวคนนั้น เธอก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมกับปากขมุบขมิบอะไรบางอย่าง
ผมวิ่งไปเรื่อยๆ พลางะโหอกที่พุ่งเข้ามาหมายจะพรากชีวิตผมหลบทีซ้ายขวาที และมีกำแพงเวทมนต์ขึ้นมาตรงหน้าผม
ก่อนที่จอมมารแห่งัเปลี่ยนการโจมตีของมันด้วยการฟาดหางใส่ผม
ดูเหมือนว่าตัวผมจะอันตรายมากกว่าลอร่าละมั้ง อามาเดอุสจึงไม่สนใจลอร่า ที่อ่อนแอกว่าตัวผม
การฟาดหางที่รวดเร็วและดูหนักแน่นนั้น มันฟาดมาถึงตัวผม แต่ทว่ากลับััได้แค่ ร่างเงาที่ผมทิ้งเอาไว้ และใช้ [ตัดระยะ] เข้าไปถึงตัวมันในที่สุด
ก่อนจะไถลตัวลอดใต้ระหว่างขาของมัน พร้อมกับตวัดดาบสองคมออกไปที่ท้องของมัน พร้อมกับ ทักษะที่ถูกปลดปล่อยไปเช่นกัน
[ดาบทลายพิภพ] พลันคลื่นดาบขนาดใหญ่ พุ่งปะทะกับใต้ท้องของั ซึ่งเป็จุดอ่อนและบอบบางที่สุดของั
ก๊าซซซ!!!
มันคำรามกรีดร้องด้วยความเ็ป โลหิตสีทองไหลทะลักออกมาราวกับน้ำตก มันสยายปีกบินขึ้นไป เพื่อไม่ให้ผมโจมตีมันได้ และอาจจะเปลี่ยนแบบแผนในการโจมตี
มันตั้งชูคอขึ้น พร้อมกับคลื่นความร้อนบริเวณรอบๆ ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆ ผมใช้ สกิล [วิเคราะห์ X ] ทันที
“ลอร่าระวังตัวด้วยนะ มันกำลังจะปล่อย ลำแสงั” ผมเอ่ยเตือนเธอที่เป็คู่หูของผม
“ค่ะ นายท่าน” ลอร่าตอบรับคำผม
ก่อนจะวิ่งเข้ามาใกล้ผม พร้อมกับร่างเวทมนต์ขึ้นมา กำแพงดิน กำแพงลม กำแพงน้ำแข็ง กำแพงไฟ ปรากฏขึ้นมาเป็ชั้นๆ ราวกับ โทะริอิ* (ซุ้มประตูศาลเ้า) ก็ไม่ปาน
“ไม่ไหวแน่ เตรียมตัวให้ดี ตอนที่อีกฝ่ายปล่อยลำแสงออกมา”
ผมพูด และเตรียมพร้อมตั้งรับการโจมตีของอีกฝ่าย ซึ่งมันก็เป็่เวลาเดียวที่ ัแห่งมวลัอ้าปากและปล่อยลำแสงนั้นออกมา
ความรุนแรงและอลังการของอีกฝ่ายไม่ต้องพูดถึง บรรยากาศรอบๆ ส่งเสียงกรีดร้องราวกับถูกกระชากด้วยแรงที่มองไม่เห็น
ลำแสงที่เป็แสงสีแดงอมดำและแซมด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงลุกท่วมลำแสงนั้น ถูกปล่อยออกมา
พร้อมกับพลังทำลายปรากฏขึ้นมาตรงหน้า ลำแสงนั้นยิงทะลุดันเจี้ยนที่อีกฝ่ายสร้าง เมินความแข็งแกร่งของชั้นดันเจี้ยนไป ราวกับมีดหั่นกระดาษบางๆ
ลำแสงทะลุดันเจี้ยนจนไปสุดที่ชั้นหนึ่ง พร้อมกับะเิออก เสียงดังกัมปนาทฟังดูน่ากลัวและครั่นคร้าม
ทว่าที่ปลายลำแสงนั้น ไม่ได้มีร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวยืนอยู่
ราวกับััได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรง จอมมารแห่งัเงยหน้ามองขึ้นฟ้า
ก็พบกับตัวตนของศัตรูที่กำลังพุ่งมาหามันอย่างสุดกำลัง ผลจากแรงโน้มถ่วมในการดึงดูด บวกกับแรงส่งของลอร่าที่สร้างขึ้น ทำให้ตัวผมพุ่งลงพื้นเร็วกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมจับดาบที่เสียบอยู่ในฝัก พร้อมจะปลดปล่อยกระบวนท่าต่อไป
มันคือความเสี่ยงที่ผมต้องแบกรับ เนื่องจากกลางอากาศนี้ ผมไม่สามารถขยับตัวได้ดั่งใจนึก ถ้าผมถูกเ้าอามาเดอุสโจมตีเข้าสักที คงไม่ต้องบอกว่า ผมได้ร่วงโรยกลางอากาศราวกับกลีบกุหลาบเป็แน่
[คมดาบจักรพรรดิ]
เมื่อผมอยู่ห่างจากจอมมารแห่งัไม่ถึงสิบเมตร ผมก็ปลดปล่อยท่าไม้ตายของผมออกมา
ใบดาบเปล่งแสงเรืองรองสีทองอร่าม เมื่อมันถูกชักออกมา คมดาบนั้นยาวขึ้นนับ 20 เมตร ผมตวัดดาบออกไป
โดยเป้าหมายอยู่ที่...
ปีกของมัน
ฉัวะ!
เมื่อผมพุ่งผ่านตัวของมันไปได้ระยะหนึ่ง ปีกของมันก็เริ่มค่อยๆ ขาดออกจากลำตัวของมันอย่างช้าๆ มันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความทรมาน เืพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ มันเริ่มเสียการทรงตัวในอากาศและบินเซ เนื่องจากปีกของมันได้ขาดออกจากกัน
เมื่อเสียการควบคุม มันก็ตกลงมัน พร้อมกับเสียงดังตึง! สนั่นหวั่นไหว
ผมควบคุมอารมณ์ที่ตื่นเต้นมากมายให้กลับมาปกติ ก่อนจะเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ตรงหน้า ซึ่งลอร่าก็หุบปีกเวทมนต์ และลงมายืนเคียงข้างของผม
เธอเองก็ระวังตัวเอาไว้เช่นกัน ต่างจากในตอนแรกๆ ที่เจอผิดกันลิบลับ ที่ร้องห่มร้องไห้ โวยวายไม่น้อย นับว่าการฝึกฝนและขัดเกลาจิตใจของเธอเป็ไปตามที่ผม้า
ก็นะ เพราะออกเดินทางด้วยกันมาโดยตลอด ทำให้สั่งสมประสบการณ์มากมาย ไม่น้อย
ผมและลอร่าค่อยๆ เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ผมไม่คิดจะประมาท ที่มันใกล้จะตายแหล่มิแหล่
เพราะมันใกล้จะตายนี่แหละ จึงห้ามประมาท เนื่องจากดันเจี้ยนที่ผมเคยสู้ด้วยนั้น เวลาจอมมารใกล้ตายนั้น จะมีลูกฮึด ตามปกติที่เป็คอนเซ้บป์อารมณ์ของบอส
เมื่อผมเดินได้ถึงระยะหนึ่งแล้ว พลันร่างของลอร่าก็ชักกระตุกขึ้นมา พร้อมกับกระอักเืออกมาคำโต หอกเวทมนต์อันทรงพลังพุ่งแทงทะลุหลังของเธอไป จนครึ่งด้าม
เ้าจอมมารแห่งัซ่อนการโจมตีของหอกเวทมนต์ด้วย ซากปรักหักพัง นั่นเป็สิ่งที่เหนือความคาดหมายของผมเป็อย่างมาก
ผมแสดงสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมาเป็ครั้งแรก เก็บอาการไม่อยู่ เนื่องจากว่า เธอเป็ npc ทำให้ไม่สามารถตายแล้วฟื้นชีวิตขึ้นมาได้เหมือนผมที่เป็ผู้เล่น ดังนั้น เมื่อเธอตายจะหมายถึงตายจริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
ผมมือไม้สั่น คว้าหยิบ อิลิเซอร์ระดับสูงออกมาจากไอเทมบ๊อกซ์ ก่อนจะเทกรอกใส่ปากของเธอ พยุงร่างของเธอให้นอนลงกับพื้น ทว่าเธอกลับไม่ดื่มมันลงไป
ไม่ใช่... เธอดื่มมันไม่ได้ตั้งหาก ผมจึงตัดสินใจเด็ดขาดด้วยการอมอิลิเซอร์และจูบเธอ เพื่อป้อนอิลิเซอร์เข้าไปในปากอย่างบ้าคลั่ง พยายามสอดลิ้นเข้าไป และปล่อยให้อิลิเซอร์ไหลสู่ลำคอของเธอ
ผมไม่เลือกที่จะดึงหอกที่แทงร่างของเธอออก ถ้าทำแบบนั้น หมายความว่า เืมันจะไหลทะลักออกมามาก จนทำให้เธอตายในที่สุด
มือของผมเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเืของลอร่า ชโลมไปด้วยสีแดงฉาน ผมร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาที่มาจากจิตใจที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเธอ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ชีวิตของแมลงตัวจ้อยนี้ ช่างน่าสงสารยิ่งนัก” เสียงนั้นเอ่ยออกมา มันเป็เสียงของจอมมารแห่งัที่เอ่ยโทรจิตส่งตรงมายังสมองของผม
ผมขบฟันแน่น ก่อนจะวางลอร่าลง ความโกรธของผมค่อยๆ ปะทุขึ้นมาจนยากแก่การอธิบาย
“ฉันจะฆ่าแก”
ผมกล่าวอย่างมุ่นมั่น ก่อนจะพุ่งเข้ามา เ้าลาสบอสของเกมนี้ อย่างไม่กลัวตาย
ขอแสดงความยินดีกับ เซียร์ ผู้เล่นเพียงหนึ่งเดียวที่ล้มลาสบอส จอมมารแห่งั นาม อามาเดอุสได้ค่ะ
[อามาเดอุสถูกกำจัดแล้ว]
[คุณได้รับกิฟท์ [ผู้ก้าวสู่มาสเตอร์] [ผู้เป็หนึ่งเดียว] [ผู้ปกครองั] [เนตรั] ]
[คุณได้รับสกิล [ลมหายใจั] [ออร่าั] [ลำแสงัทำลายล้าง] ]
[คุณได้รับไอเทม [หัวใจแห่งั] [โลหิตั] [เขี้ยวั] [ปีกั] ]
ขณะที่ได้ยินเสียงประกาศของเกมนั้น ผมไม่ได้รู้สึกดีใจสักนิดเดียว เนื่องจากว่าผมได้สูญเสียคนสำคัญของผมไปแล้ว นั่นก็คือ ลอร่า...
ใน่เวลาที่ผมจดจ่ออยู่กับห้วงความคิดเ่าั้ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา เป็ความคิดที่เสี่ยงและไม่ปลอดภัย
ผมใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะปราบมันได้ ซึ่งตามตัวของผมก็มีาแหลายแห่งปรากฏขึ้นมา จึงทำให้ผมเอาอิลิเซอร์ขึ้นมาดื่ม
าแต่างๆ รวมถึงพละกำลังฟื้นฟูขึ้นมาจนเต็มเปี่ยมอีกครั้งหนึ่ง
ผมเดินไปที่ร่างของลอร่า ก่อนจะดึงหอกเวทมนต์ขนาดใหญ่ออกมาจากร่างของเธอ ผมเรียกหัวใจแห่งัออกมา มันเป็ไอเทมที่ผมพึ่งมาได้จากการฆ่าอามาเดอุส
[แปรสภาพ] [บีบอัด] [ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง] ผมเรียกใช้ทักษะที่ผมมี เปลี่ยนหัวใจัให้ใกล้เคียงกับหัวใจของมนุษย์ ก่อนจะทำการบีบอัดให้มันเล็กลง ปรับโครงสร้างเส้นเืต่างๆ ให้เป็เหมือนของมนุษย์ และนำไปใส่แทนที่หัวใจของลอร่าที่ถูกหอกเวทมนต์ทำลายไป
จากนั้นผมก็เรียกโลหิตั และรินใส่ปากของเธอ แม้รู้ว่าวิธีนี้จะเสี่ยงมาก จนผมตระหนักได้ถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามมา แต่มันก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยเหลือเธออีกเช่นกัน
เนื่องจากว่าหัวใจักับร่างกายมนุษย์ มันอาจจะมีการต่อต้านกันเกิดขึ้น เพราะเป็สิ่งมีชีวิตต่างกัน มันอาจจะไม่รองรับความเข้ากันได้
ขนาดการบริจาคแขนขาที่เป็มนุษย์เหมือนกัน ยังต้องหาความเข้ากันได้เลย ไม่ต้องพูดถึงสิ่งมีชีวิตอันยิ่งใหญ่ที่เกือบเทียบเท่าเทพธิดาอย่าง ั
มันมีอัตราการสำเร็จต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียอีก
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงหวัง หวังว่าเธอจะลืมตาตื่นขึ้นมา...
เมื่อรอนานไปหลายนาที กลับไม่มีวี่แววของสัญญาณชีพจากตัวของเธอ ผมรู้สึกถึงความสูญเสียและโศกเศร้าเข้ามากุมจิตใจของผม
ผมจ้องมองซากจอมมารแห่งัที่ผมพึ่งจะได้สังหารไป ผมไม่โทษอีกฝ่ายที่ได้ฆ่าลอร่า มันเป็กฎของโลกใบนี้อยู่แล้ว
ผู้อ่อนแอก็ได้แค่ตาย ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นล้วนอยู่รอด
นั่นก็คือความเป็จริง แม้ว่ามันจะเป็แค่เกมก็ตาม
ถึงจะไม่โทษ แต่ก็ไม่อาจให้อภัยได้ แต่ถึงอย่างนั้น ไปโกรธแค้น คนที่ตายไปแล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา จิตใจของผมในตอนนี้มันว่างเปล่าราวกับกระดาษสีขาวไร้การแต่งแต้มใดๆ
ผมสลัดความคิดนั้นออกไป ก่อนจะจ้องมองประตูบานใหญ่ที่มีลวดลายสีทองประดับเอาไว้อยู่ แม้ว่าผมต่อสู้กันรุนแรงขนาดไหน เ้าประตูตรงหน้านั้นก็ไม่มีทีท่าเกิดร่องรอยความเสียหายจากการโดนลูกหลงเลยแม้แต่น้อย
ผมคิดได้อย่างเดียวมันคือห้องที่เก็บรักษาคอร์ ไม่ก็อะไรที่เหนือกว่านั้นแน่
ครืน ครืน...
เสียงของหอคอยดันเจี้ยนสั่นไหว มันเริ่มส่งเสียงร้องลั่น ะเืไปทั่ว บอกว่าหอคอยแห่งนี้ใกล้จะถล่มลงมาในทุกขณะ ผมมองร่างของลอร่าอย่างอาลัยอาวรณ์และคะนึงหา
พลางออกวิ่งไปยังประตูบานนั้น ทันทีเมื่อผมเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับแสงสีทองอร่ามอาบไปทั่วร่างของผม
แล้วสติสัมปชัญญะของผมก็ถูกพรากไปจากตรงนั้น...