ตอนที่ 29 มิอาจใช้ถ้อยคำเดียวมาบรรยายได้ว่าเป็สุขเพียงใด บรรพชนได้กลับมาแล้ว
หลังจากกู้ฉางเกอได้ยืนยันความคิดของตนเอง เขาก็ไม่ได้สนใจอันใดมากนัก
เมื่อมีระบบคอยหนุนหลัง อีกทั้งตนก็หาใช่ผู้โง่เขลา ไม่ว่าจะพบเจอกับผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตแบบใด ก็ย่อมมีหนทางจัดการได้เสมอ
เย่เฉินนั้น แม้จะมีเจตจำนงแห่ง์คอยช่วยเหลือ แต่บัดนี้กลับถูกตนเล่นงานจนดิ้นไม่หลุด
แม้กระทั่งเทพธิดาในดวงใจของเขาอย่างซูชิงเกอก็ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ กลายเป็สตรีของตนไปแล้ว
ส่วนที่พึ่งพิงสุดท้ายของเขาอย่างอาจารย์ผู้มีนามว่าเยี่ยนจีก็คงตกเป็สมบัติของเขาในไม่ช้า
ความรู้สึกที่ทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมเช่นนี้ มิอาจใช้ถ้อยคำเดียวมาบรรยายได้ว่าเป็สุขเพียงใด
ครั้นคิดเช่นนั้น กู้ฉางเกอก็เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ขณะก้าวลงสู่ชั้นล่างของเรือเหินเวหา
ที่นี่ดูจะครึกครื้นกว่าชั้นบนมาก
บรรดายอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งดินแดนตงฮวงต่างกำลังสนทนากัน บ้างก็ประลองฝีมือประชันวิชาเพื่อเปรียบเทียบและขัดเกลาวิถีแห่งมรรคา
“วันนี้ดูเหมือนคุณชายจะอารมณ์ดีเป็พิเศษ”
ซูชิงเกอเอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงข้างกู้ฉางเกอลงมาด้วยกัน
ดวงตาประดุจอัญมณีไร้ตำหนิกะพริบเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับรอยยิ้มของกู้ฉางเกอ
ในสายตาของนางนั้น กู้ฉางเกอแทบมิเคยเผยรอยยิ้มที่ดูเป็ธรรมชาติถึงเพียงนี้มาก่อน
โดยปกติแล้ว เขามักมีจิตใจลึกล้ำ ยากจะคาดเดา แถมยังมีนิสัยแปลกประหลาด
ชอบหยอกเย้าแกล้งนางเป็ประจำ
บุรุษผู้นี้ ช่างร้ายกาจยิ่งนัก
“ก็ไม่เลวเท่าไร”
กู้ฉางเกอเอ่ยตอบกลับอย่างราบเรียบ
"เล่าเื่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับดินแดนจงโจวให้ข้าฟังหน่อยเถิด ว่ามีขุมกำลังอำนาจใดควรค่าแก่การให้ความสนใจบ้าง"
่เวลานี้กู้ฉางเกอพบว่าแต้มวาสนาของซูชิงเกอเพิ่มขึ้นไม่น้อย จนเกือบถึง 400 แต้มแล้ว
นั่นจึงส่งผลให้ค่าวาสนาของเขาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
หรือว่าจะมีบางสิ่งช่วยเกื้อหนุนโชคชะตาให้เขาด้วย
การค้นพบนี้ทำให้กู้ฉางเกอครุ่นคิดอยู่นาน
สุดท้าย เขาก็ค้นพบว่าความลับน่าจะอยู่ที่ตัวของซูชิงเกอนั่นเอง
ดูท่าว่าซูชิงเกอคงมีความลับบางอย่างที่ยังปิดบังเขาอยู่
ใครบ้างเล่าที่แต้มวาสนาจะเพิ่มขึ้นมาได้โดยไร้สาเหตุ
แต่กู้ฉางเกอก็มิได้ใส่ใจถามไถ่อะไรมาก เพราะอย่างไรแล้วเื่นี้ก็หาได้ส่งผลกระทบใดต่อเขาไม่
ทุกคนย่อมมีความลับเป็ของตนเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูชิงเกอก็พยักหน้า นางได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนจงโจวไว้มากมาย เผื่อเตรียมไว้เมื่อคุณชายเอ่ยถาม
“จงโจวนั้นแบ่งออกเป็แปดเขตภูมิภาคใหญ่ โดยเฉพาะเขตศูนย์กลางเทวาซึ่งนับว่าเป็เขตที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด งานประชุมประลองวิถีแห่งมรรคาที่จัดขึ้นโดยองค์ชายสามแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยก็จะจัดขึ้นที่เขตศูนย์กลางเทวานี้…”
“แต่ถึงอย่างไร งานประลองระดับนี้ก็ไม่เหมาะสมกับสถานะของคุณชาย เพียงชมเล่นเป็เื่สนุกก็เพียงพอแล้วขอรับ” ฉู่เสวียนที่เข้ามาคารวะกล่าวเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
บรรดายอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่อยู่ไม่ไกลนักก็ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาเมื่อได้ยินถ้อยคำดังกล่าว
สำหรับพวกเขาแล้ว งานประลองวิถีแห่งมรรคานี้คืองานที่พวกเขาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน หวังจะใช้เป็เวทีสร้างชื่อก้องไปทั่วหล้า
“งานประลองเช่นนี้ ข้าก็หาได้มีความสนใจไม่”
กู้ฉางเกอเองก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับเื่นี้โดยแท้
การมาที่นี่ของเขาก็เพียงเพื่อมารับสมบัติของตนกลับคืน อีกทั้งยังตั้งใจจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากบรรดาตัวเอกแห่งชะตาฟ้าลิขิตอีกสักคราเท่านั้น
ไปดูบรรดายอดฝีมือโลกเบื้องล่างประลองวิถีแห่งมรรคาน่ะหรือ
คงจะน่าเบื่อสิ้นดี
การสร้างภาพลักษณ์ที่ไร้รสนิยมเช่นนี้ ย่อมทำให้เสื่อมเสียเกียรติโดยแท้
…
ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่เรือเหินเวหาของกู้ฉางเกอกำลังมุ่งหน้าสู่ดินแดนจงโจว
ณ เขตศูนย์กลางเทวา ดินแดนจงโจว
สถานที่ตั้งของตระกูลหลินอันเก่าแก่
ในฐานะหนึ่งในตระกูลโบราณแห่งดินแดนจงโจวนั้น ตระกูลหลินได้ยืนหยัดอยู่ในเขตศูนย์กลางเทวามานานนับหมื่นปีโดยมิเคยล่มสลาย
เมื่อสามหมื่นปีก่อน บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งตระกูลหลินได้ทำลายมิติม่านฟ้า และทะลวงขอบเขตเข้าสู่แดน์ได้สำเร็จ จนกลายเป็ตำนานที่เล่าขานกันมา
ด้วยเหตุนี้เอง ตระกูลหลินจึงได้รับการยกย่องให้เป็ตระกูลโบราณที่ทรงอำนาจที่สุดในบรรดาตระกูลแห่งดินแดนจงโจว
แม้แต่ราชวงศ์และสำนักศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ก็ยังต้องให้ความยำเกรงตระกูลหลิน
และในขณะนี้ ภายในศาลบรรพชนที่อยู่ภายในส่วนลึกที่สุดของตระกูลหลิน เปลวเทียนพลิ้วไหว แสงรอบบริเวณครึ้มสลัว แต่กลับแฝงไว้ด้วยบรรยากาศที่ไม่สงบนัก
"เกิดอันใดขึ้น"
"เหตุใดท่านผู้าุโใหญ่จึงเรียกพวกเรามารวมตัวกันอย่างกะทันหันที่นี่"
บรรดาผู้าุโผู้เฒ่าทั้งหลายต่างปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ใบหน้าต่างเคร่งขรึมและฉายแววสงสัยออกมา
รวมถึงผู้นำตระกูลหลินคนปัจจุบันเองก็อยู่ในที่แห่งนี้ด้วย
บรรดาผู้ที่มานี้ล้วนเป็ระดับผู้นำสูงสุดของตระกูลหลิน มีพลังแข็งแกร่งและตำแหน่งสูงส่ง แค่เพียงขยับตัวก็สามารถก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายนอกได้
ทว่าตอนนี้ แม้แต่พวกเขาเองก็ยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น ที่ทำให้ท่านผู้าุโใหญ่ซึ่งเก็บตัวฝึกบำเพ็ญเพียรอยู่ต้องเรียกทุกคนมารวมตัวกันเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้นท่านผู้าุโใหญ่ผู้นี้ ก็มิได้ปรากฏตัวมานานนับหมื่นปีแล้ว พลังบำเพ็ญนั้นลึกล้ำเกินหยั่งถึง
แม้กระทั่งคนในตระกูลเองหลายคนถึงกับเคยเข้าใจว่าท่านผู้าุโผู้นี้ได้ล่วงลับไปแล้ว
บัดนี้ท่านผู้าุโใหญ่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง เช่นนี้คงต้องเกิดเื่ร้ายแรงอันใดขึ้นเป็แน่
ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัย จับจ้องไปยังท่านผู้าุโใหญ่ผู้สูงวัยแต่ยังคงซึ่งความสง่างาม และมีพลังชีวิตเปี่ยมล้นราวกับบุรุษหนุ่มเบื้องหน้า
เขาคือท่านผู้าุโใหญ่แห่งตระกูลหลินคนปัจจุบัน
“ข้าน้อยขอคารวะท่านผู้าุโใหญ่"
“มิทราบว่าท่านผู้าุโใหญ่เรียกพวกเรามาในครั้งนี้ด้วยเหตุอันใดหรือ”
ทุกคนต่างเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หากมิใช่เื่สำคัญอย่างยิ่ง คงมิมีทางเรียกทุกคนมารวมตัวกันเช่นนี้
หรือว่าเป็เพราะท่านผู้าุโใหญ่ทะลวงขั้นบำเพ็ญ และมีหวังจะทะยานขึ้นสู่แดน์แล้ว
เมื่อเห็นว่าทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้ว ท่านผู้าุโใหญ่จึงเอ่ยปากขึ้น ในใบหน้าแฝงไว้ด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
เป็ความตื่นเต้นปนสั่นไหว
ไม่นานนัก เขาก็พยายามระงับอารมณ์ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ
“วันนี้... ข้าได้ััถึงพลังของบรรพชน...”
“บรรพชนของพวกเราอาจจะหวนคืนมาแล้ว!”
ทันทีที่เอ่ยจบ ภายในศาลบรรพชนพลันเงียบสงัด
อะไรนะ?!
เมื่อทุกคนได้สติ ต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง สีหน้าสะท้อนความเหลือเชื่อออกมา
พวกเขามิได้ยินผิดไปใช่หรือไม่
บรรพชนผู้ทะยานขึ้นสู่แดน์เมื่อสามหมื่นปีก่อน กำลังจะกลับมาเช่นนั้นหรือ
จะเป็ไปได้อย่างไรกัน
การทะยานขึ้นสู่แดน์นั้นนับว่ายากลำบากยิ่งแล้ว ยิ่งมิต้องพูดถึงการกลับสู่โลกเบื้องล่าง นั่นนับว่ายิ่งยากขึ้นอีกนับหมื่นเท่า ถึงขนาดที่แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
หรือว่าบรรพชนได้บรรลุถึงขอบเขตอันลี้ลับเหนือกฎแห่งมิติ สามารถทำลายอาณาเขตได้ตามใจชอบ และเตรียมจะนำพาผู้คนทั้งตระกูลขึ้นสู่แดน์เบื้องบน
เพียงคิดถึงสิ่งนี้ ทุกคนก็อดตื่นเต้นจนใบหน้าต่างขึ้นสีแดงระเรื่อมิได้
บรรพชนผู้นั้น นับเป็บุคคลในตำนานเมื่อสามหมื่นปีก่อนเลยทีเดียว!
ตระกูลหลินเจริญรุ่งเรืองและทรงอำนาจได้ถึงเพียงนี้ ก็ล้วนเป็เพราะคุณูปการของบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่!
เมื่อถ้อยคำนี้เอ่ยจากปากท่านผู้าุโใหญ่ด้วยตนเองแล้ว ผู้ใดเล่าจะกล้าสงสัย
ยามนี้ทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและปลาบปลื้ม
“วิเศษจริง! บรรพชนกลับมาแล้ว เช่นนี้ตระกูลหลินของเราจะต้องยิ่งใหญ่รุ่งเรืองกว่าที่เป็…”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เราจะต้องเผยแพร่ข่าวนี้ไปทั่ว ให้ทุกผู้ทุกนามในดินแดนจงโจวได้รู้ว่าบรรพชนตระกูลหลินได้กลับมาแล้ว!”
“เมื่อถึงเวลานั้น ราชวงศ์ต้าเซี่ยและสำนักศักดิ์สิทธิ์เจียโหลวจะต้องมาคารวะพวกเราโดยถ้วนหน้า! ตระกูลหลินของเราจะต้องมีอำนาจบารมีะเืไปทั่วทั้งดินแดนจงโจวอย่างไร้ผู้ใดเทียบเคียง!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ท่านผู้าุโใหญ่ก็พึงพอใจยิ่งนัก พยักหน้าเล็กน้อยพลางลูบเครายิ้มเอ่ยขึ้นว่า “เช่นนี้ก็ดี พวกเ้าจงประกาศให้ทุกคนในตระกูลรับทราบ ให้ทุกคนเตรียมต้อนรับการกลับมาของบรรพชน”
“ตระกูลหลินของเราจะต้องหวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง!”