ณ ยามตะวันลับขอบฟ้า
อิกนิสกระชากหัวของหมีป่าสามเขาออกมาอย่างไม่ยากเย็นและกัดกินมันอย่างหิวโหย
ไม่มั่นใจว่าเพราะตอนนี้อิกนิสนั้นมีเชื้อของออร์คอยู่ในตัวเลยทำให้..กระด้างขึ้นรึเปล่า
เสียงเนื้อถูกบดโดยฟันกรามของออร์คนั้นแม้จะไม่น่าฟังแต่ต้องยอมรับว่ามันนั้นสุดยอดมากเพราะสามารถฉีกเนื้อของสิ่งที่แม้แต่คมดาบยังยากที่จะฟันเข้าได้อย่างง่ายดาย
‘..ถึงว่าทำไมพวกออร์ค..ถึงเก่งกันนัก’
หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นมาก็ร่วมสองอาทิตย์เมื่ออิกนิสได้ออกมาเจอโลกภายนอกอิกนิสนั้นได้รู้ในทันทีว่าตนนั้นไม่ต่างจากกบในกะลา
เมื่อก่อนนั้นอิกนิสทำได้เพียงรับฟังคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเท่านั้นไม่ว่าจะเป็เื่ที่มีป่าแห่งหนึ่งในทวีปที่เป็ที่อยู่อาศัยของเหฃ่าสัตว์โบราณ
ซึ่งตอนนี้ถูกเรียกว่า มานาซอร์
ซึ่งแต่เดิมนั้นเคยชื่อว่าไดโนซอร์แต่ด้วยร่างกายที่ดูดซับพลังมานาจึงถูกเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและชีวภาพ
ด้วยความที่อายุมากแล้วและเป็พวกแรกๆที่ดูดซับมานาจึงเป็เหล่าผู้ที่แข็งแกร่งในบรรดาเหล่ามอนสเตอร์
และเหล่าสัตว์น้ำเองก็เช่นกันพวกมันถูกพลังมานาเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและขีวภาพจนเริ่มมีแขนและขาจนในที่สุดบางสายพันธุ์นั้นก็สามารถอาศัยอยู่บนบกได้
‘….’
เมื่ออิกนิสคิดถึงเื่เหล่านี้แล้วนั้นเนื้อหมีมันก็เริ่มไม่อร่อยแล้ว
***
ณ ยามรุ่งสาง
ถึงจะผ่านมาร่วมสองสัปดาห์แล้วก็ตามแต่อิกนิสก็ไม่ได้รู้ถึงเื่อะไรที่เกี่ยวกับสิ่งที่มอบพลังให้ตนเลยแม้แต่น้อย
ไม่รู้ว่าจะคุยยังไงหรือเป็ใครแต่ครั้งนึงอิกนิสนั้นเคยคิดว่าวิธีที่จะสามารถสื่อสารกับอีกฝ่ายได้นั่นคือ..ความตายของตนเอง
แต่อิกนิสก็ต้องปัดความคิดนั้นตกไปเพราะมันเป็อะไรที่ไร้สาระและอีกอย่างอิกนิสก็ไม่ชอบความรู้สึกตอนที่ตายเสียด้วย
“หืม?”
ประสาทการรับกลิ่นของออร์คนั้นยอดเยี่ยมมากชนิดที่ว่าหาตัวจับได้ยากและเมื่ออิกนิสนั้นมีเชื้อของออร์คอยู่ในตัวการที่พร์นี้จะได้มาด้วยก็ไม่ใช่เื่แปลก
‘กลิ่น..เหล็ก’
แต่อิกนิสก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเพราะกลิ่มอีกอย่างที่ตามมา..คือกลิ่นออร์ค
‘…เวร'
อิกนิสรีบหันหลังเตรียมหนีในทันทีแต่เมื่อหันไปแล้วนั้นภาพที่ปรากฏคือผิวกายสีเขียวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่คุ้นเคย
“อุก!!!!”
***
สองเดือนถัดมา ณ ยามตะวันลับขอบฟ้า
เสียงเฮฮาสุขสันต์ของเหล่านักดื่มดังขึ้นภายในร้านอาหารใหญ่
“ฉลอง!”
““เฮ!!””
“เน่!เพิ่งโดนซัดเละมาก็มาเมากันแล้วหรอเนี่ย?”
ผู้หญิงผมน้ำตาลอ่อนวัยราว20ต้นๆกล่าวถามด้วยน่ำเสียงหยอกล้อ
“แหม!แน่นอนสิยิ่งเพิ่งเฉียดตายก็ต้องยิ่งฉลองถ้ารอดมาได้!!”
ชายผมดำหน้าตาคล้ายคนอายุยี่สิบกลางๆกล่าวก่อนจะยกแก้วและะโลั่น
“ดื่ม!!!!”
แอ๊ด~
เสียงประตูไม้ที่ไม่ค่อยจะใส่น้ำมันดังขึ้นเรียกความสนใจและสายตาจากแทบทุกคนในร้านเพราะเวลาตี2แล้วนั้นคงยากที่ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำจะเข้ามา
และใช่..ใบหน้าที่ดูแข็งกระด่างแต่ดูดีสีผมที่แดงเด่นสะดุดตาและดวงตาสีทองอร่ามบวกกับคมเขี้ยวที่แง้มออกมาจากริมฝีปากล่างรวมถึงสิ่งที่เด่นที่สุด..ใบหูที่ราวกับสัตว์ป่า
““……””
ทุกคนต่างเงียบสงัดได้แต่คอยจ้องมองร่างกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของชายผู้มาใหม่อย่างไม่วางสายตา
“..นั่น.. พวก ฮาร์ฟลิ่ง ใช่ไหม?”
ทหารรับจ้างชายคนนึงกล่าวถามผู้เป็ดั่งผู้นำในการทำงานในครั้งนี้ด้วยน้ำเสียงสงสัย
“….ไม่..รู้สิ”
ชายผมดำร่างกำยำกล่าวก่อนจะพูดเสริม
“…กล้ามเนื้อเยอะเกินกว่าจะเป็พวก..มนุษย์หมาป่า..ผมยาวรุงรังไปด้วย”
อิกนิสถึงผมยาวถึงกลางหลังและเสื้อผ้าทรุดโทรมก็จริง..แต่ยังไม่ใช่ขอทานนะ!
“…”
“มันมองมาแล้ว”
อิกนิสได้แต่ชายตามองอีกฝ่ายที่ทำหน้าราวกับว่าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ก่อนจะเดินไปสั่งมือดึกมากิน
‘…ครั้งแรก..ในรอบสองเดือน…อาหารแบบปกติ!’
พอคิดได้ดังนั้นอิกนิสก็หลุดขำออกมานิดหน่อยก่อนจะสั่งอาหาร
“เอ่อ..ข้าขอไข่ดาวกับ..ขนมปังย่างเนยที่นึงและขอโกโก้หนึ่งแก้ว”
แต่พอสั่งไปแล้วนั้นพนักงานต้อนรับก็ได้แต่มองหน้า
“นั่นเป็อาหารที่เสริฟเฉพาะตอนเช้าค่ะ”
นางกล่าวก่อนจะยื่นเมนูให้
‘…ข้ารู้จัก..อะไรบ้างเนี่ย’
“ข้าเอาอันนี้..อันนี้..อันนี้”
เมื่อไม่รู้จักสักอย่างอิกนิสจึงทำได้เพียงกล่าวว่า..อันนี้และชี้ไปที่ชื่อเมนูโดยหวังว่าเมื่อมันมาถึงโต๊ะแล้วนั้นจะดูน่าอร่อย
“ค่ะ”
ผู้หญิงหุ่นบางผมน้ำตาลอ่อนใบหน้าสวยงามสวมเสื้อลำลองก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับชายอีกคน
“..เ้าเพิ่งเคยเข้าเมืองหรอ?”
นางกล่าวถามด้วยน้ำเสียงชวนหลงไหลก่อนจะขอร่วมโต๊ะ
“พวกข้าขอนั่งด้วยได้ไหม?”
นางดูเป็มิตรซึ่งแตกต่างจากชายที่มาด้วยกัน
“ข้าไม่ว่าหรอกพวกท่านจะนั่งตรงไหนก็ได้”
นางยิ้มรับก่อนจะหันไปหาผู้ชายที่มาด้วยกันและเรียกให้นั่ง
“งั้น..ข้าขอถามหน่อยสิ…เอ่อ…เ้าเป็ตัวอะไร?”