ตอนที่ 11 : กราบอาจารย์
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังการทดสอบ ลานตำหนักโอสถถูกจัดให้เงียบสงบ ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงนั่งอยู่เบื้องหน้าบนแท่นศิลา กลิ่นหอมของสมุนไพรโบราณลอยอ้อยอิ่งทั่วห้องหลอม
หวังเมิ่งหลงคุกเข่าลงตรงหน้า เขาสวมชุดศิษย์เอกสีขาวปักลายเปลวไฟสีทองที่แขนเสื้อ — เครื่องหมายแห่งศิษย์โอสถอย่างแท้จริง
“ศิษย์หวังเมิ่งหลง ขอกราบท่านผู้าุโเป็อาจารย์ขอรับ”
เสียงของเขาหนักแน่นและสั่นเล็กน้อยด้วยความตื้นตัน
ไป๋เจี้ยนหรงมองลงมาด้วยสายตาอ่อนโยนแต่ทรงอำนาจ
“เ้ามีจิตมั่นคง มีพื้นฐานห้าธาตุสมบูรณ์ เป็รากฐานที่หาได้ยากในรอบร้อยปี ข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์อย่างเป็ทางการ นับแต่นี้เรียกข้าว่า ‘อาจารย์’ ได้แล้ว”
เมิ่งหลงก้มกราบสามครั้ง
ศิษย์พี่ถังหยินที่ยืนอยู่ด้านข้างยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“เ้าหนูนี่ ในที่สุดก็ได้ขึ้นมาถึงจุดนี้แล้วสินะ”
ไป๋เจี้ยนหรงหัวเราะเบา ๆ “มู่หลงเ้าเป็ศิษย์คนที่ 5 เป็น้องเล็ก อาจารย์จะแนะนำเ้าทำความรู้จักกับเหล่าศิษพี่ทั้ง 4 ของเ้า"
คนแรกเป็ชายร่างสูง ผมสีดำขลับรวบไว้เรียบตึง ใบหน้าเยือกเย็นและสายตาคมดั่งมีด — ศิษย์พี่ใหญ่ หลิวเหยียนฉี ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมไฟหลอมระดับสูง เขาเดินเข้ามา ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเมิ่งหลง
“นี่หรือศิษย์ใหม่ที่อาจารย์รับ?” น้ำเสียงของหลิวเหยียนฉีฟังดูราบเรียบแต่แฝงแรงกดดัน
“ได้ยินว่าเ้าเคยอยู่โรงรับใช้มาก่อน?”
เมิ่งหลงพนมมือ
“ขอรับ ข้าเคยเป็ศิษย์โรงรับใช้ แต่บัดนี้ได้รับเมตตาจากอาจารย์ให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”
หลิวเหยียนฉีมองนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
“ดี หากเ้าไม่ยอมแพ้ ต่อให้มาจากที่ใดก็สามารถเป็เซียนโอสถได้”
คำพูดนั้นทำให้เมิ่งหลงยิ้มบาง ๆ ในใจอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
คนที่สองเป็หญิงสาวรูปร่างสง่างาม ผิวขาวราวหยก ใบหน้าหวานแต่แฝงความเฉียบคม — ศิษย์พี่หญิงอวิ๋นซูเหยา นางถือพัดทองบางในมือ มองเมิ่งหลงด้วยรอยยิ้มพลิ้ว
“เ้าคือเมิ่งหลงสินะ ข้าได้ยินข่าวเ้ามาว่าเ้าสามรถเอาชนะศิษย์ตำหนักกระบี่ได้... ดูท่าเ้าคงไม่ธรรมดา”
เมิ่งหลงหน้าแดงเล็กน้อย “ขอรับ ข้าเพียงทำเต็มที่เท่านั้น”
ซูเหยาอมยิ้ม “ถ่อมตัวดี ข้าชอบ”
ศิษย์พี่คนที่สามเป็ชายหนุ่มหน้าตารื่นเริง ผมยุ่งเล็กน้อย มือยังถือหม้อโอสถเล็ก ๆ ที่ส่งกลิ่นหอม — ศิษย์พี่ถังหยิน เมิ่งหลงยิ้มออกทันทีเมื่อเห็นคนคุ้นเคย
“ฮ่า ๆ เมิ่งหลง! ในที่สุดเ้าก็ได้เป็ศิษย์เอกเสียที! เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าเ้ามีแวว!” ถังหยินพูดพร้อมกับตบบ่าของเมิ่งหลงแรง ๆ
“ขอบคุณศิษย์พี่ถังหยิน ที่คอยช่วยเหลือข้ามาตลอด” เมิ่งหลงตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ
ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงยิ้มบาง ๆ “ถังหยิน เ้าจะเป็ผู้ดูแลเมิ่งหลงใน่แรก ให้เขาคุ้นเคยกับตำหนักโอสถ”
“ขอรับ อาจารย์!” ถังหยินตอบทันทีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ศิษย์คนสุดท้ายเดินออกมาอย่างเงียบ ๆ — ศิษย์พี่เยี่ยนโหมว เขามีแววตาลึกล้ำเ็า สวมชุดสีดำเรียบ มีออร่ากดดันแตกต่างจากคนอื่น
เยี่ยนโหมวปรายตามองเมิ่งหลงครู่หนึ่ง “เ้ามีพลังห้าธาตุใช่หรือไม่?”
“ขอรับ”
“พลังที่วุ่นวายเช่นนั้น มักทำให้ผู้ฝึกฝนหลงทาง... แต่หากเ้าควบคุมได้ เ้าจะเป็ภัยต่อศัตรูทุกฝ่าย” น้ำเสียงของเยี่ยนโหมวหนักแน่นดั่งคำทำนาย
เมิ่งหลงประสานมือ “ขอบคุณศิษย์พี่ที่เตือน ข้าจะไม่ปล่อยให้พลังนี้กลืนกินจิตใจของตน”
ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงพยักหน้าอย่างพอใจ
“ดีมาก เมิ่งหลง จากนี้เ้าจะได้เริ่มฝึกหลอมโอสถขั้นพื้นฐาน ข้าจะมอบตำรา เปลวเพลิงห้าธาตุ ให้ศึกษา ให้เ้าใช้พลังของตนให้กลมกลืนกับไฟหลอม”
ไป๋เจี้ยนหรงหยิบขวดหยกสีเขียวออกมาวางบนโต๊ะ
“นี่คือยาเพิ่มพลังลมปราณ ‘จิงหลิงตัน’ หนึ่งเม็ดสามารถชำระเส้นชีพจรและขยายตันเถียน เ้าเพิ่งเปิดตันเถียนทั้งห้า การเสริมพลังครั้งนี้จะช่วยให้ร่างรับพลังได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
เมิ่งหลงคารวะ “ขอบพระคุณอาจารย์ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
เมื่อรับเม็ดยาเข้าปาก พลังภายในร่างพลันเดือดพล่าน ลมปราณห้าธาตุหมุนวนอย่างรุนแรงแต่สงบในคราเดียว เขากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อทั่วร่างเปล่งแสงจาง ๆ ออกมา
ถังหยินยืนมองอยู่ข้าง ๆ พลางกล่าวเสียงทุ้ม “จงปล่อยให้พลังไหลไปตามทาง อย่าฝืน ให้ลมปราณเคลื่อนช้าแต่มั่นคง”
ครู่ใหญ่ผ่านไป เมิ่งหลงค่อย ๆ ลืมตา ลมหายใจนิ่งสงบ พลังรอบตัวดูมั่นคงและหนาแน่นกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า