"ต่อไปก็เป็คำถามที่เ้าถามค้างเอาไว้ เื่ความแตกต่างของขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ กับขั้นเซียน" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคกล่าวเพิ่มเติม
"ข้าจะยกตัวอย่างของขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ง่ายๆที่พวกเ้ารู้จักกันทั่วไปก็คือ ปรมาจารย์ตั๊กม้อแห่งเส้าหลินและปรมาจารย์จางซานฟงแห่งบู๊ตึ้ง"
"พวกเขาทั้ง 2 คนจะมีทักษะยุทธ์ที่ล้ำลึกเเกร่งกล้าจนสามารถที่จะใช้พลังปราณโจมตีออกจากร่างกายและใช้พลังปราณในการสร้างเป็เกราะป้องกันร่างกายได้ ตลอดจนมีทักษะวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเหาะเหินเดินอากาศได้เหมือนกับขั้นเซียน"
"ส่วนขั้นเซียนทีพวกเ้ารู้จักก็อย่างเช่น *โป๊ยเซียน* เซียนทั้ง 8 แห่ง์ หรือ *เทพสามตาเอ้อหลางเสิน* หรือ *นาจา* หรือ *ซุนหงอคง* ก็ถือได้ว่าเป็เซียน เพียงแต่ว่าชุนหงอคงเป็เซียนอสูรที่ทำความดี หรือแม้กระทั่ง *หานลี่* ที่ฝึกบำเพ็ญเพียรจากมนุษย์ธรรมดาจนกลายเป็เซียนได้ในนิยายเื่คัมภีร์วิถีเซียน"
"อ้อ..ดีเลยครับลุงเฉิน ถ้าผมกลายเป็เซียนแล้วผมก็จะเหาะไปไหนมาไหนได้เหมือนกับซุปเปอร์แมนสินะครับ ดีจัง..ดีจัง..ฮ่าๆๆๆ.." เด็กชายจูหงเฟยพูดแล้วหัวเราะออกมาอย่างคาดหวัง
"อืม..ใช่แล้ว แต่การที่จะบรรลุเป็ขั้นเซียนได้นั้นมันก็ยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ใช่ว่าเ้ามีกายาปราณแห่งมิติ ซึ่งเป็กายาปราณที่ทรงพลังและหาพบได้ยากแล้วมันจะทำให้เ้าสามารถมั่นใจได้ว่าเ้าจะบรรลุเป็ขั้นเซียนได้ 100 % เต็ม" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคบอกกับจูหงเฟยอย่างตรงไปตรงมา
"ไม่เป็ไรครับลุงเฉิน ผมยังเด็ก ผมยังมีเวลาอีกมากในการฝึกฝนพลังปราณได้อีกยาวครับ แล้วเพื่อที่จะเหาะได้ ผมจะพยายามอย่างสุดใจขาดดิ้นเลยครับ" จูหงเฟยตอบกลับลุงเฉินของเขาอย่างมุ่งหวังในอนาคต
จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจึงกล่าวเน้นย้ำกับจูหงเฟยอีกว่า "ขั้นพลังปราณั้แ่ขั้นกายาพื้นฐาน
,ขั้นกายารวมปราณ,ขั้นนักยุทธ์,ขั้นจอมยุทธ์ ไปจนถึงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ นั่นคือการฝึก *ปราณยุทธ์* ที่เน้นไปในการนำเอาพลังปราณเข้าไปพัฒนาร่างกาย"
"ส่วนขั้นเซียน,ขั้นาาเซียนและขั้นจักรพรรดิเซียนนั้นก็คือการฝึก *ปราณเซียน* ที่เน้นไปในทางนำเอาพลังปราณไปพัฒนาจิตใจ หรือที่เรียกพวกเ้าเรียกกันว่าพลังจิต"
"ั้แ่ขั้นเซียนไปจนถึงขั้นจักรพรรดิเซียนจะสามารถใช้พลังจิตให้สำแดงออกมาเป็ปราณเซียนตามสภาพกายาปราณแต่ละชนิดของคนนั้นๆ"
"เช่น..ตัวข้ามีกายาปราณแห่งมิติ ข้าก็จะสามารถสำแดงปราณเซียนในการเปิดประตูมิติไปยังมิติอื่นๆได้ แล้วยังใช้ปราณเซียนแห่งมิติในการโจมตีและป้องกันตัวเองได้อีกด้วย"
"ส่วนคนที่เป็ขั้นเซียนขึ้นไปและมีกายาปราณชนิดอื่นๆนั้นก็สามารถสำแดงปราณเซียนออกมาได้ตามแต่ละกายาปราณของแต่ละคน เช่นปราณเซียนแห่งอัคคี,ปราณเซียนแห่งวารี,ปราณเซียนแห่งปฐี,ปราณเซียนแห่งแสงสว่าง,ปราณเซียนแห่งความมืดและที่หาพบได้ยากที่สุดเป็อันดับที่ 1 ก็คือปราณเซียนแห่งกาลเวลา ส่วนปราณเซียนแห่งมิติของเ้ากับข้านั้นหาพบได้ยากเป็อันดับที่ 2 "
"ก่อนที่ข้าจะมาเจอกับเ้า ข้าได้เจอผู้ที่มีกายาปราณแห่งมิติมาแล้วถึง 2 คน ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบนโลกสีน้ำเงินของเ้าถึงได้มีผู้ที่มีกายาปราณแห่งมิติเยอะขนาดนี้ ทั้งๆที่บนโลกวิถีปราณของข้าซึ่งมีประชากรมากกว่าประชากรมนุษย์บนโลกสีน้ำเงินของเ้าถึง 3 เท่า แต่ใน่เวลา 100 - 500 ปี ถึงจะมีผู้ที่มีกายาปราณแห่งมิติปรากฏตัวออกมาบนโลกวิถีปราณสักคนหนึ่ง" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคเองก็ยังคงสงสัยในประเด็นนี้เป็อย่างมาก หรือจะเป็เพราะว่าโลกสีน้ำเงินใบนี้คือโลกต้นกำเนิดของทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อสูรของโลกวิถีปราณ
"เอาล่ะ..หมดเวลาแล้ว ข้าจะต้องปิดปราณจิตเพื่อ
ฟื้นฟูสภาพปราณจิตของข้าให้กลับมาสมบูรณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะรับมือกับการบุกของพวกเผ่าพันธุ์อสูร"
"และเ้าหนูจู..เ้าต้องห้ามตายเป็อันขาด เพราะถึงแม้ว่าเ้าจะพิการ เ้าก็ยังพอที่จะฝึกปราณยุทธ์และปราณเซียนต่อไปได้ แต่ถ้าหากว่าเ้าตายไป ข้าก็ไม่สามารถที่จะหาผู้มีกายาปราณแห่งมิติมาทดแทนเ้าได้ทันอีกแล้ว เ้าจึงเป็เพียงความหวังเดียวของข้าที่จะทำให้ข้าได้กลับไปยังโลกวิถีปราณ แล้วกลับไปเข้าร่างต้นของข้า....า....า..."
แว็บ..!!! ยังไม่ทันที่จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจะได้พูดต่อจนจบประโยค ร่างปราณจิตของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคก็หายแว็บไปจากจิตสำนึกของจูหงเฟย
คือ..หายไปดื้อๆ หายไปเฉยๆ เหมือนกับภาพใน TV ที่พอไฟฟ้าดับแล้วภาพก็หายจอมืดไปเฉยๆ
แกร๊ง....!!!!! แกร๊ง....!!!!! แกร๊ง....!!!!! แกร๊ง....!!!!!
เสียงระฆังั์ดังขึ้นมาปิดท้ายการหายไปของปราณจิตของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไค
"อ้อ..ลุงเฉิน้าให้เราช่วยเขากลับไปที่โลกวิถีปราณนี่เอง ถึงได้มาสอนเราฝึกปราณยุทธ์กับปราณเซียน"
"แต่ยังไงก็เถอะ..เราจะต้องเหาะเหมือนกับซุปเปอร์แมนให้ได้ ฮื่มๆๆๆๆ..." จูหงเฟยคิดในใจอย่างตั้งใจชนิดที่เรียกได้ว่า *อภิมหามุ่งมั่น*
*เหาะ* ให้ได้ก่อน แล้วเื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง....