บทที่ 22 ความคิดของเขา
ในตอนนั้น ฟู่อวิ่นซางก็ได้สั่งเยี่ยเจียเสียงเข้ม “ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมเข้านอนได้แล้ว”
“ค่ะ” เยี่ยเจียรีบตอบรับด้วยสีหน้าสับสน ก่อนจะรีบเข้าห้องน้ำเพื่อทำตามที่สามีสั่ง
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเธอก็อาบน้ำเสร็จ
เมื่อเห็นฟู่อวิ่นซางนอนอยู่บนเตียง เธอก็ปีนขึ้นไปอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายโกรธอีกครั้ง
“คุณควรนอนพักได้แล้ว” เสียงของฟู่อวิ่นซางดังออกมาทำเธอแทบสะดุ้งตัวโยน
“...อื้ม โอเคค่ะ”
หลังจากเธอนอนลง เขาก็เอื้อมมือไปปิดไฟ
เยี่ยเจียหลับตาลง แต่กลับนอนไม่หลับ
เช้าวันรุ่งขึ้น เยี่ยเจียตื่นขึ้นมาเวลาเจ็ดโมง เธอมองฟู่อวิ่นซางที่นอนอยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตาสับสน
ในเวลานั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังแทรกความคิดขึ้นมา
ฟู่อวิ่นซางที่ถูกรบกวนจากเสียงสายเข้าก็เอื้อมมือไปหยิบมันมาจ่อที่หู “ว่าไง”
เยี่ยเจียเห็นหน้าจอมือถือก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็สวีเสี้ยนหย่า
‘สวีเสี้ยนหย่า…’ ชื่อนี้เสมือนรอยแผลเป็ที่หัวใจของเธอ ไม่ว่าจะลบล้างมันออกไปแค่ไหนก็ยังไม่หายอยู่ดี
“อย่ารับสายเธอนะ…” นี่เป็ครั้งแรกที่เยี่ยเจียกล้าพูดออกมา หรืออาจเป็เพราะสมองยังมึนเบลอเพราะตื่นเช้า หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ริมฝีปากของฟู่อวิ่นซาง ก่อนจะจูบเขาด้วยความเร่าร้อน
เธอคิดว่าการกระทำแบบนี้ จะสามารถแสดงความเป็เ้าของชายหนุ่มต่อสวีเสี้ยนหย่าที่อยู่ปลายสายได้
เพื่อจะได้ห้ามไม่ให้เขารับสาย เธอจึงรีบประกอบริมฝีปากกับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ฟู่อวิ่นซางเลิกคิ้วมองเธออย่างตื่นตะลึงก่อนจะส่งเสียงในลำคอ “อื้ม”
เธอไล่จูบเขา ั้แ่คิ้ว จมูก และริมฝีปาก ราวกับกำลังเล่นสนุกอย่างไม่รู้จักพอ
เมื่อถูกภรรยาเชื้อเชิญด้วยการกระทำนั้น เขาก็รู้สึกมวนท้องน้อยไปหมด
“พี่อวิ่นซาง?”
“พี่อวิ่นซางฟังอยู่ไหมคะ”
เยี่ยเจียได้ยินเสียงสวีเสี้ยนหย่าเรียกขึ้นมา จากนั้นท้ายทอยของเธอก็ถูกมือหนาของเขากุมไว้แน่น ริมฝีปากของเธอถูกปล้นจูบจนหายใจหายคอไม่ออก
เมื่อความกระสันอยากเริ่มก่อตัว จึงเป็เื่ยากที่จะจบลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว เขาจูบซับลงมาตามคางของเธอ...
อาจเป็เพราะปลายสายรอคำตอบนานจนเกินไป และยังมีเสียงแปลกประหลาดเล็ดลอดออกไปอีกด้วย สวีเสี้ยนหย่าคงเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เธอจึงเริ่มรู้สึกร้อนรนและเปล่งเสียงดังขึ้นแทรกอีก “พี่อวิ่นซาง! จริง ๆ แล้วมีเื่หนึ่งที่ฉันไม่เคยบอกพี่ เกี่ยวกับ…”
ฟู่อวิ่นซางที่มีท่าทีกำลังจะรุกล้ำมากขึ้นไปอีกกลับต้องหยุดชะงักลง แต่เมื่อถูกความ้าเข้าควบคุมจิตใต้สำนึก เขาก็ค่อย ๆ ััเรือนร่างอันบอบบางอย่างเบามือ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
แต่ขณะเดียวกันนั้น กลับมีเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก ตามด้วยเสียงของสาวใช้แทรกเข้ามา “คุณชาย คุณหนู อาหารเช้าเสร็จแล้วค่ะ”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น เยี่ยเจียจึงค่อย ๆ รู้สึกตัว เธอวางมือลงบนแผ่นอกกำยำของฟู่อวิ่นซาง และเอ่ยถามทางสายตา
ฟู่อวิ่นซางมีความสามารถในการควบคุมตัวเองดีอยู่แล้ว รวมทั้งประโยคสุดท้ายของสวีเสี้ยนหย่าเมื่อครู่ก็พอจะดึงสติของเขากลับมาได้ ชายหนุ่มกอดภรรยาไว้พักหนึ่งเพื่อให้คลายอารมณ์ จากนั้นจึงค่อย ๆ ผละออก
“สายแล้ว คุณรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ” ฟู่อวิ่นซางลงจากเตียง เมื่อเห็นว่าเยี่ยเจียยังนอนอยู่บนเตียงไม่ขยับเขยื้อน เขาจึงเร่งเร้าให้เธอลุกขึ้น หลังจากสั่งเยี่ยเจียเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อพูดสายต่อ
แต่เมื่อจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง กลับเห็นสายตาเว้าวอนของเยี่ยเจียแทรกผ่านเข้ามา
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจตัดสายทิ้ง แล้วหันกลับไปหยิบชุดจากตู้เสื้อผ้ามาใส่
เยี่ยเจียกระชากแขนเขาไว้ในทันใด เสียงของเธอแ่เบาราวกับกำลังอ้อนวอน “...คุณคะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย วันนี้คุณอยู่บ้านเป็เพื่อนฉันได้ไหม”
‘ไม่สบาย’ เป็เพียงข้ออ้าง สิ่งที่เธอ้าคือให้เขาอยู่กับเธอต่างหาก
หากเป็เพราะสายโทรศัพท์จากสวีเสี้ยนหย่าทำให้เขาทิ้งเธอไป ชีวิตหลังแต่งงานของเธอคงไม่ต่างจากการตกนรกทั้งเป็
“มีอะไรหรือเปล่า ไม่สบายตรงไหน เมื่อกี้ผมเผลอทับคุณงั้นเหรอ” ฟู่อวิ่นซางวางมือถือลง แล้วรีบประคองเยี่ยเจีย ให้เธอนอนราบลงไป
จากนั้นชายหนุ่มก็รีบไปรื้อหายาในกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอ “ยาของคุณอยู่ไหน”
เยี่ยเจียเห็นเขายังคงค้นหาอยู่ จึงรีบกระชากแขนเขาไว้ “...ฉันไม่เป็ไร… ไม่เจ็บแล้ว”
“จะหายเจ็บเร็วขนาดนั้นได้ยังไง” ฟู่อวิ่นซางมองเยี่ยเจียด้วยสายตาสงสัย
ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็ฉายแววของความเคร่งขรึมออกมา “เยี่ยเจีย อย่าเอาเื่หัวใจมาพูดเล่น”
เขาคิดเพียงว่าเธอหลอกเขาเื่หัวใจ และโกรธเธอ แต่เขาเคยใส่ใจเธอจริง ๆ บ้างไหม!