หลังจากถูกตัดสินชะตา จิ้นเหอก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายตอนนี้เก็บข้าวของอันน้อยนิดเพื่อไปวังบูรพาที่พำนักขององค์ชายสามเขาไม่ได้ดีใจอย่างที่แสดงออกการรับใช้เหล่าองค์ชายเป็อะไรที่น่ากลัวในความคิดของเขา
หากผิดพลาดเพียงนิดเดียว นั่นหมายถึงความตายและเขาไม่เคยรู้ว่าองค์ชายสามเป็คนเช่นไร แม้กระทั่งข่าวลือก็ยังไม่เคยได้ยิน!
ระหว่างทางจิ้นเหอไม่ลืมที่จะสำรวจวังบูรพาซึ่งถือว่าใหญ่โตมาก ทว่าดอกไม้ใบหญ้าร่วงหล่นตามเส้นทางเหมือนไม่ได้รับการดูแลรอบบริเวณร้างไร้ผู้คนมีทหารแค่ไม่กี่จุดเท่านั้น บรรยากาศเงียบสงบจนวังเวงเขาเดินตามหลังเซี่ยกงกงมาอย่างสงบ แม้สายตาจะสอดส่องไปทั่วแต่ก็ไม่มีใครจับได้
“องค์ชายหยางจิน ข้าบาทเซี่ยกงกงนำขันทีใหม่มาถวายพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นเหอยืนอยู่ข้างหลังเซี่ยกงกงอย่างสำรวมเวลานี้พวกเขาอยู่หน้าประตูบานหนึ่งคาดว่าองค์ชายสามคงอยู่ในห้องเพียงไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออกมา ทว่าเป็เพียงองครักษ์เท่านั้น
“ท่านองครักษ์อวิ้นหลาง นี่ขันทีตามที่องค์ชาย้าขอรับ”
“ขอบคุณมากเซี่ยกงกง ลำบากท่านแล้ว” อวิ้นหลางเอ่ยบอกพร้อมยื่นเงินถุงใหญ่ให้อีกฝ่าย
“เื่เล็กน้อยท่านองครักษ์อย่าได้เกรงใจมีสิ่งใดให้บ่าวรับใช้บอกกล่าวได้"
เซี่ยอวี้รับเงินมาพร้อมบอกด้วยรอยยิ้มยินดีอวิ้นหลางพยักหน้ารับ มองสำรวจร่างขันทีใหม่อย่างพิจารณา
“ตั้งใจทำงานอย่าได้สร้างปัญหาและอย่าลืมที่ข้าสอนเ้า”
“ขอรับ”
จิ้นเหอตอบรับอย่างนอบน้อมก้มหน้าต่ำยิ่งกว่าเดิมเมื่อกำลังถูกสำรวจราวกับสินค้า
“เ้าเรียกว่าอะไร”
“บ่าวเรียกว่าจิ้นเหอขอรับท่านองครักษ์”
อวิ้นหลางพยักหน้ารับก่อนจะเปิดประตูให้เข้ามาพร้อมอธิบายหน้าที่ให้ขันทีน้อยฟังอย่างช้า ๆ
“หน้าที่ของเ้าช่วยเหลือองค์ชายทุกอย่างตามที่ฝ่าา้าที่สำคัญห้ามพูดเื่วังบูรพาออกไปมิฉะนั้นเ้าอาจเป็ศพคนต่อไปที่นี่ไม่มีนางกำนัล ไม่มีขันทีคนอื่นนอกจากข้าและอวี้เหินองครักษ์อีกคนหนึ่งเท่านั้นเข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ”
จิ้นเหอรับคำแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ปริปากเอ่ยถามบางเื่รู้มากก็ไม่ดีเดี๋ยวอยู่นานไปก็รู้เื่เอง เขาเดินตามองครักษ์หนุ่มไปจนกระทั่งเข้ามาถึงห้องโถงด้านในบนเก้าอี้ริมหน้าต่างมีร่างของชายหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดปีนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นใบหน้าปกปิดด้วยหน้ากากสีทองถักทอดิ้นสีเงินงดงามลงตัวกับอาภรณ์สีเหลืองลายกิเลนน่าเกรงขาม
“ฝ่าานี่จิ้นเหอขันทีคนใหม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าบาทจิ้นเหอถวายบังคมองค์ชายสาม ขอให้องค์ชายมีพระชนพรรษาหมื่นปี ๆ ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นเหอหมอบกรานคำนับอย่างนอบน้อมทว่าผ่านไปหนึ่งถ้วยชา[1]ก็ไร้เสียงตอบรับจึงเหลือบมองเ้านายเล็กน้อยแต่ร่างนั้นยังนั่งนิ่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างด้วยท่าเดิมไม่เปลี่ยน เมื่อไม่มีเสียงตอบรับเขาจึงได้แต่หมอบกรานท่าเดิมไม่กล้าขยับเช่นกันองครักษ์หนุ่มซึ่งพาเขามากลับไปยืนสงบอยู่ข้างหลังอย่างเงียบงัน
กิริยาของทั้งคู่ทำให้จิ้นเหอแปลกใจภายในตำหนักดูวังเวงและเงียบเหงาทันทีที่ไร้สิ้นเสียงของสิ่งมีชีวิตแม้กระทั่งลมหายใจยังถูกควบคุมให้สงบเฉกเช่นจอมยุทธ์ ร่างสง่างามขององค์ชายยังคงนิ่งงันไม่เปลี่ยนแปลง
่เวลานี้เขารู้สึกตึงเครียดและหวั่นเกรงกลัวว่าจะถูกลงทัณฑ์ั้แ่ยังไม่ได้เริ่มงานรอบกายเงียบสงบแต่เขากลับรู้สึกกดดันจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับกายก้มกราบกรานท่าเดิมจนแทบเป็ตะคริว
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม[2]ที่คนทั้งสามยังคงอยู่ท่าเดิมไม่เปลี่ยนนั่นทำให้จิ้นเหอเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีหากไม่ได้ผ่านการฝึกอย่างหนักขาทั้งสองข้างคงไม่พ้นเป็ตะคริวแน่ ๆ
“เงยหน้าขึ้นมา”
เสียงนุ่มทุ้มจากร่างที่นั่งนิ่งมานานกว่าหนึ่งชั่วยามทำให้จิ้นเหอเงยหน้าขึ้นมองอย่างตื่นเต้น ดวงตาหงส์คู่สวยภายใต้หน้ากากสีทองมองมาที่เขาอย่างสำรวจเขารู้สึกตื่นกลัวเล็กน้อย เพราะดวงตาคู่นั้นเหมือนจะมองให้ทะลุถึงจิตใจ จนกลัวว่าจะปกปิดความลับตนเองเอาไว้ไม่ได้
“พาเขาไปห้องพัก”
องค์ชายเอ่ยบอกองครักษ์เสียงเรียบ ก่อนจะหันกลับไปมองเหม่อนอกหน้าต่างอีกครั้งทว่าครั้งนี้จิ้นเหอเพิ่งสังเกตเห็นว่า องค์ชายสามนั่งอยู่บนรถเข็นหาใช่เก้าอี้ธรรมดาไม่ท่อนร่างถูกคลุมด้วยผ้าสีเดียวกันกับชุด
จิ้นเหอได้แต่หลุบตาลงต่ำไม่กล้ามองนานมากกว่านี้ได้แต่คิดในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายสามกันแน่ และเหตุใดวังบูรพาจึงร้างไร้ผู้คนเงียบยิ่งกว่าป่าช้าเสียอีก
“ขอบพระทัยฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นเหอกล่าวขอบคุณและลุกขึ้นอย่างระวังเพราะนั่งนานเกินไปจนทำรู้สึกชาไปทั้งขา ก่อนจะเดินตามองครักษ์อวิ้นหลางไปอย่างสงบทั้งคู่เดินออกมาจากห้องใหญ่ องครักษ์หนุ่มพาเขาเดินสำรวจรอบตำหนักและบอกกล่าวเล็กน้อยก่อนจะมาหยุดที่เรือนหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนองค์ชายมากนัก
“ที่นี่เป็ห้องของเ้าส่วนพวกข้าก็อยู่ห้องข้าง ๆ หากมีอะไรสงสัยเอ่ยถามได้ แต่การที่ไม่รู้อะไรเลยจะทำให้เ้ารักษาชีวิตได้นานมากกว่า”
“ขอบคุณท่านองครักษ์บ่าวจะจดจำไว้ขอรับ” จิ้นเหอเข้าใจคำข่มขู่จึงได้ตอบรับอย่างนอบน้อม
“หน้าที่ของเ้าคือการอยู่รับใช้ฝ่าาและดูแลอาหารสามมื้อเ้าต้องชิมอาหารเ่าั้ก่อนที่จะให้ฝ่าาเสวยเข้าใจใช่ไหม”
คำสั่งทำให้จิ้นเหอใใบหน้าซีดเผือดเพราะร่างกายเขาต้านพิษได้กว่าร้อยชนิดแล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งใดมีพิษแม้จะแยกกลิ่นยาได้แต่หากเจอพิษไม่มีสีไม่มีกลิ่นเขาจะไม่แย่หรอกหรือ
“ขอรับบ่าวจะจดจำไว้”
จิ้นเหอรับคำเสียงเบาเพียงแค่เริ่มงานวันแรกก็รู้สึกยืนอยู่บนขอบเหวเสียแล้ว อวิ้นหลางพยักหน้ารับก่อนจะผละจากไปเขาเดินเข้าห้องที่ไม่ได้ใหญ่โตหรือเล็กเกินไปอย่างพอใจ ก่อนจะเก็บข้าวของไว้อย่างเป็ระเบียบซึ่งไม่มีอะไรมากแค่ชุดขันทีขั้นต่ำที่ใส่ประจำสามชุดเท่านั้น
หลังจากจัดของเรียบร้อยจึงไปนั่งบนเตียงขนาดเล็กแล้วเริ่มเดินลมปราณอีกครั้ง่นี้ยามซื่อสองเค่อ[3]ยังมีเวลาเหลืออีกหนึ่งชั่วยามที่จะไปนำเครื่องเสวยให้องค์ชายสามผู้มีความลับมากมายของแคว้นฉิน...
[1]หนึ่งถ้วยชา เป็คำระบุเวลาประมาณ10-15นาที
[2]หนึ่งชั่วยาม เป็คำระบุเวลา 1 ชั่วยามเท่ากับ 2 ชั่วโมง
[3]ยาม ซื่อ เท่ากับเวลา 09.00 น. จนถึง 10.59 น. สองเค่อ เป็คำระบุเวลาประมาณ30นาที ยามซื่อสองเค่อจึงเท่ากับ 9.30 น.