ตอนที่ 6 ความสำคัญ
สวีจิ้งเหนียงอดไม่ไหวลูบท้องพึมพำเสียงเบา “ลูกสาวแม่ เ้ารีบออกมาเถอะ อย่าลีลา!”
แต่หน้าท้องของนางยังแค่เคลื่อนไหวเล็กน้อย เ้าเด็กด้านในเหมือนพลิกตัวแล้วก็นอนอีกไม่ขยับเขยื้อนแล้ว สวีจิ้งเหนียงยิ้มเจื่อน มองอวี๋ซูเจิน อวี๋ซูเจินมองหมอหญิงอย่างอับจนปัญญา หมอหญิงก็ได้แต่วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากหมอหลวง
หลังหมอหลวงเจิ้งได้ยินสถานการณ์ด้านใน จึงตัดสินใจเร่งคลอดให้ สวีจิ้งเหนียง ให้ยาเร่งคลอดชุดหนึ่งไป ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม สวีจิ้งเหนียงก็รู้สึกถึงความเ็ปเขม็งเกลียวขึ้นมาเฉียบพลัน ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งรุนแรงยากจะทานทน จนนางทนไม่ไหวร้องครวญครางออกมา
ม่อไท่เหวินที่เฝ้าหน้าประตูห้องคลอดได้ยินเสียงดังข้างในก็ยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นทุกขณะ เขาทนไม่ไหวแนบหูกับประตู ทว่ากลับได้ยินสวีจิ้งเหนียงร้องโหยหวนกะทันหัน เขาใจนขนตั้งชันทันที
เหมือนว่าสวีจิ้งเหนียงจะไม่เคยร้องโหยหวนขนาดนี้มาก่อน นอกจากตอนที่นางคลอดทารกครั้งแรก
นายท่านใหญ่กับฮูหยินผู้เฒ่าก็นั่งไม่ติดกันแล้ว ถามสถานการณ์ข้างในด้วยเสียงร้อนรนอย่างห้ามใจไม่อยู่ หญิงรับใช้ออกมารายงานว่าทารกตัวใหญ่เกินไป คลอดยาก หมอหญิงกับหมอตำแยกำลังบีบนวดช่วยทำคลอดอยู่
สีหน้าของทุกคนตึงเครียดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ม่อไท่เหวินกดกลั้นความกังวลรออีกครู่หนึ่ง ได้ยินแต่เสียงกรีดร้องของสวีจิ้งเหนียงที่น่าเวทนาขึ้นเรื่อยๆ ม่อไท่เหวินทนไม่ไหวแล้วอย่างแท้จริง เขาคิดจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องคลอดอย่างผลีผลาม
ม่อไท่อู่รีบขวางไว้ ม่อไท่เหวินดิ้นรนออกมาไม่ได้ เขาใช้มือทุบประตูอย่างร้อนรน ในเวลานี้เอง พลันมีเสียงร้องไห้ของทารกดังกังวานใสออกมาจากในห้องคลอด ทุกคนนิ่งงันในพริบตา
คลอดแล้วเหรอ คลอดแล้ว!
ม่อไท่เหวินกับม่อไท่อู่ เ้ามองข้า ข้ามองเ้า อดยิ้มเจื่อนขึ้นมาไม่ได้
ประตูเปิดแล้ว อวี๋ซูเจินเดินยิ้มออกมาจากข้างใน เมื่อเห็นสองพี่น้องหน้าประตู นางก็ไม่พอใจแหวกพวกเขาออก ก่อนตรงไปหานายท่านใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่าแล้วยิ้มเอ่ย “คลอดแล้ว แม่ลูกปลอดภัยดี เด็กหนักเจ็ดจินแปด เหลี่ยง[1]น่าดูน่าชมเชียว!”
ในพริบตานั้นทุกคนถอนหายใจโล่งอก นายท่านใหญ่บีบมือของฮูหยินผู้เฒ่าแน่น เบ้าตาแดงเล็กน้อย
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดทุกคนก็ได้ยลโฉมทารกที่ถูกห่ออยู่ในผ้า ทารกผิวขาวนวลกำลังหลับตาอ้าปากร้องไห้จ้า แขนขาอวบอ้วนราวกับรากบัว เส้นผมดำขลับ ผิวขาวดั่งหิมะ ดวงหน้าเล็กถึงแม้ยู่ยี่เป็วงกลม แต่ยังคงมองเห็นดวงตาเรียวยาว จุดที่สำคัญที่สุดคือดูไม่ยับย่นเหมือนทารกเพิ่งเกิดใหม่แม้แต่น้อย เป็ดั่งคำพูดของอวี๋ซูเจิน น่ารักน่าชังมากจริงๆ!
ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะเบิกบานใจ “พวกเราเก้าน้อยโตไปต้องเป็สาวงดงามตามแม่แน่นอน!”
ม่อไท่เหวินเอ่ยอย่างไม่ยอมน้อยหน้า “ผิวขาว ตาเรียว เหมือนข้าไม่มีผิดเลย!”
ม่อไท่อู่ไม่สนน้องชายโง่แม้แต่น้อย เขาลูบกระดูกของทารกเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “กระดูกหนูน้อยดีมาก เหมาะแก่การเรียนวิทยายุทธ์!”
นายท่านใหญ่ถลึงตามอง แย่งคำพูดของตนหมดเลยได้เยี่ยงไรกัน นายท่านใหญ่กระแอมสองที เอ่ยอย่างพึงพอใจ “เสียงของเก้าน้อยฟังๆ ดู มีพลัง จงชี่[2]มากพอได้ยินทั้งเมืองหลวง ได้ข้ามาจริงๆ!”
ทุกคน “...”
สวีจิ้งเหนียงที่เพิ่งจัดการตัวเองเสร็จถูกพยุงมาหาลูกน้อย ตะลึงงันกับคำชมไม่เหมือนใครนี้ของนายท่านใหญ่ อวี๋ซูเจินตบมือของนางเบาๆ เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “แค่ทำใจให้ชินก็พอแล้ว นี่เพิ่งจะเริ่มต้นนะ”
อวี๋ซูเจินดูแลเื่ในจวนตลอดทั้งปี นางย่อมรู้ว่าเมื่อคลอดเด็กแล้วไม่เพียงมีความสุข แต่ยังมีเื่อีกมากมายต้องจัดการ แจ้งครอบครัวฝ่ายพ่อแม่ รายงานวัง แจ้งบรรดาสหายญาติพี่น้อง อีกทั้งยังต้องเตรียมพิธีสี่ซาน[3] พิธีหม่านเย่ว์[4]เป็ต้น ยังต้องยุ่งอีกมาก
แหงนมองสีท้องฟ้า อวี๋ซูเจินรีบเอ่ยกับนายท่านใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่า “อยู่มาทั้งคืนแล้ว ท่านพ่อกับท่านแม่รีบกลับไปพักผ่อนเถิด ที่นี่มีข้าคอยดูอยู่ พวกท่านวางใจได้”
สวีจิ้งเหนียงกับม่อไท่เหวินมองนายท่านใหญ่กับฮูหยินผู้เฒ่าที่ชราก็รีบร้อนโน้มน้าวให้พวกเขากลับไปพักผ่อน ม่อไท่อู่ประครองฮูหยินผู้เฒ่ากำลังเตรียมส่งพวกเขากลับจวน แต่กลับได้ยินนายท่านใหญ่โพล่งขึ้นมาก่อน “สะใภ้รอง ให้คนจัดเรือนให้ข้ากับแม่เ้าด้วย ให้อยู่ใกล้กับเก้าน้อยหน่อยนะ”
ทุกคนอึ้งงันแล้ว ม่อไท่เหวินกับสวีจิ้งเหนียงยิ่งแทบไม่อยากเชื่อหู
ม่อไท่อู่เอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก “ท่านพ่อ ท่านหมายความว่า...”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มพลางเอ่ย “่เวลานี้ข้ากับพ่อเ้าจะอยู่ที่จวน เ้ารองที่นี่ พ่อเ้าน่ะนะ แทบอยากให้เก้าน้อยลืมตาเห็นเขาใจจะขาดแล้ว!”
นายท่านใหญ่ถูกแฉความคิดกลางสาธารณชน ก็อดถลึงตาใส่ฮูหยินผู้เฒ่าอย่างต่อว่าไม่ได้ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สนใจ เพียงแค่ยิ้มตบไหล่ม่อไท่เหวินที่เบ้าตาแดงเถือกเบาๆ สวีจิ้งเหนียงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนรีบเรียกคนมาจัดการ ์ นายท่านใหญ่กับฮูหยินผู้เฒ่าจะอยู่ที่บ้านของพวกเขาแล้ว!
ต้องพึงทราบว่า ปีนั้นที่ม่อไท่เหวินถูกนายท่านใหญ่ขับออกจากบรรดาศักดิ์กั๋ว ภายหลังถึงแม้ความสัมพันธ์เหมือนคลี่คลายแล้ว แต่นายท่านใหญ่ยังคงไม่ออกปากให้พวกเขากลับจวน หลังลูกชายคนโตเกิด พวกเขาจึงซื้อเรือนหลังใหญ่ข้างนอกนี้ ตกแต่งจัดวางตามความชอบของนายท่านใหญ่ แต่นายท่านใหญ่ยังไม่เคยอยู่ข้ามคืนที่นี่มาก่อน
แต่ตอนนี้ นายท่านใหญ่จะเข้ามาอยู่ ไม่ชัดเจนอีกหรือว่าเขาปล่อยวางเื่เมื่อปีนั้นแล้ว
สวีจิ้งเหนียงอดชำเลืองมองบุตรีที่หลับสนิทอยู่ข้างกายไม่ได้ นางทอดถอนใจไม่จบสิ้น เก้าน้อยหนอเก้าน้อย เ้าจะรู้หรือไม่ว่าเ้ามีความสำคัญมากเพียงไหน ถึงกับสามารถให้พ่อของพ่อเ้ายกโทษให้พ่อเ้าและเข้ามาอยู่ในบ้านของพวกเราเชียวนะ!
ทว่าเก้าน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกไม่รับรู้อะไรเลย เพียงแค่ขมุบขมิบริมฝีปาก กำฝ่ามือเล็กสองข้างเป็กำปั้นน้อยยกขึ้นเหนือหัวนอนหลับอย่างฝันหวานเท่านั้น
ฟ้าเพิ่งสว่าง เก้าน้อยตื่นแล้ว สิ่งแรกที่นางสังเกตเห็นคือแม่นมที่คอยเฝ้านางอยู่ตลอด เมื่อเห็นเก้าน้อยในผ้าห่อตัวที่ขยับมือเท้าน้อยๆ ฝืนลืมตาช้าๆ แม่นมก็อดประหลาดใจไม่ได้
นางดูแลเด็กทารกมามากมาย แต่ไม่เคยเห็นทารกไหนที่น่าดูน่าชมเหมือนคุณหนูเก้าสกุลม่อมาก่อน สภาพที่เส้นผมดำขนาดนั้น ผิวขาวผ่องอย่างนั้น ไร้ตำหนิแดงสักจุด แม้แต่ดวงตาก็ยังดำสุกสกาวเป็พิเศษ!
แม่นมรีบอุ้มเก้าน้อยขึ้นมา สวีจิ้งเหนียงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ตื่นขึ้นมา นางเอ่ยถามเสียงเบา “เก้าน้อยตื่นแล้วหรือ”
แม่นมยิ้มตอบว่าใช่ ก่อนพาทารกไปเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วให้นม ตอนที่กำลังเตรียมวางเก้าน้อย ฉับพลันก็ได้ยินเสียงดังขึ้นจากข้างนอก ฮูหยินผู้เฒ่าส่งเสียงอ่อนโยนเข้ามา “เก้าน้อยตื่นแล้วหรือ”
สวีจิ้งเหนียงรีบตอบ “ตื่นแล้ว เพิ่งตื่น”
แม่นมพาเก้าน้อยไปที่เตียงเล็กนอกห้อง นางเปิดประตู แล้วก็อดสะดุ้งใไม่ได้ เมื่อเห็นคนหลายคนยืนเบียดเสียดกันที่หน้าประตู
นายท่านใหญ่ไม่มองแม่นมที่ตะลึงงันแม้แต่น้อย เดินสามก้าวแล้วก็สองก้าวตรงเข้าไปที่หน้าเตียงของเก้าน้อย ม่อไท่เหวิน ฮูหยินผู้เฒ่า และ อวี๋ซูเจินเดินตามไปติดๆ ในทันทีทันใด
เห็นแค่เก้าน้อยที่อยู่บนเตียงขมุบขมิบปากหลายที มือน้อยปัดป่ายไปมาโดยรอบ เท้าน้อยก็ออกแรงเหยียบในผ้าห่อตัวไปมา นายท่านใหญ่มองจนยิ้มแก้มปริ ก้มหน้าร้องเรียกเสียงอบอุ่นอ่อนโยน “เก้าน้อยๆ ข้าคือปู่ของเ้า ลองดูปู่สิ!”
เสียงนั้นที่แต่ไหนแต่ไรมากระโชกโฮกฮากตอนนี้บีบเค้นจนเป็น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล ทำให้ม่อไท่เหวินที่ได้ยินถึงกับตะลึงงัน ขนลุกเกรียวอย่างอด ไม่ได้ นึกอย่างไรก็นึกไม่ถึงว่านายท่านใหญ่จะมี่เวลาที่พูดจาอ่อนโยนเช่นนี้ด้วย ช่างน่าสยองขวัญเกินไปแล้ว!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2
[1] ประมาณสามพันเก้าร้อยกรัม
[2] ลมปราณที่หล่อเลี้ยงร่างกาย ส่งผลต่อระดับความดังของเสียงที่เปล่งออกมา
[3] พิธีอาบน้ำให้ทารกเป็ครั้งแรกนับั้แ่คลอด เมื่อทารกเกิดครบสามวัน
[4] พิธีที่จัดขึ้นเมื่อทารกอายุครบหนึ่งเดือน ประกอบด้วยการโกนผมไฟ การจัดงานเลี้ยงในหมู่ญาติมิตร การจุดประทัดรื่นเริง เป็ต้น