บทที่ 7: ผู้มาเยือนและอสูรระดับสูง
เสียงคำรามนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันคือเสียงแห่งอำนาจที่แท้จริง... เป็เสียงที่สามารถปลุกความหวาดกลัวในสายเืของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำกว่าได้ในทันที
แรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านไปทั่วผืนป่า ทำให้สัตว์เล็กสัตว์น้อยพากันวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน
หน้าจอโฮโลแกรมของระบบกะพริบเป็สีแดงฉานไม่หยุด ข้อความเตือนภัยฉุกเฉินปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คำเตือน! ตรวจพบคลื่นพลังงานของสัตว์อสูรระดับสูงในระยะ 5 กิโลเมตร!
ระดับความอันตราย: สูงมาก!
แนะนำให้โฮสต์ล่าถอยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด!
แนะนำให้โฮสต์ล่าถอยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด!
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกขัดเกลามาทั้งชีวิตของหลี่เฟยกำลังกรีดร้องบอกให้เขาหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่...
สมองส่วนที่เยือกเย็นและผ่านการคำนวณมานับครั้งไม่ถ้วนของเขากลับกำลังทำงานสวนกระแส
ความเสี่ยงสูง... ย่อมมาพร้อมกับผลตอบแทนที่สูงยิ่งกว่า
การจะเก็บแต้มสังหารให้ครบ 500 แต้มจากการไล่ฆ่าหมูป่าหรืออสรพิษระดับ 1 นั้นต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน? และในระหว่างนั้น ตระกูลหลี่ก็คงพลิกแผ่นดินตามล่าเขาจนเจอ
เขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น
เขา้าทางลัด...
"สัตว์อสูรระดับสูง..." เขาพึมพำกับตัวเอง
"มันจะมีค่าหัวเท่าไหร่กันนะ?"
เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาที... การเผชิญหน้าโดยตรงคือความโง่เขลา แต่การล่าถอยโดยไม่ประเมินสถานการณ์ให้ดีเสียก่อน ก็คือความขี้ขลาด
เขาจะเข้าไปดู...
เขาจะเข้าไปสังเกตการณ์...
และถ้าหากมีโอกาสแม้เพียงเศษเสี้ยว... เขาก็พร้อมที่จะฉวยมันมา!
หลี่เฟยเมินคำเตือนของระบบโดยสิ้นเชิง เขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม... เขาเริ่มเคลื่อนที่ไปยังทิศทางของเสียงคำรามนั้น
แต่คราวนี้ การเคลื่อนไหวของเขาแตกต่างไปจากเดิม
มันไม่ใช่การเคลื่อนที่ของ 'ผู้ล่า' แต่เป็การเคลื่อนที่ของ 'สายลับ'
เขาระมัดระวังทุกฝีก้าว ซ่อนเร้นตัวตนไปกับสภาพแวดล้อมอย่างสมบูรณ์แบบ ประสาทััทั้งหมดถูกใช้งานจนถึงขีดสุดเพื่อจับสังเกตความผิดปกติทุกอย่าง
ยิ่งเขาเข้าใกล้ใจกลางของแรงกดดันมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเห็นร่องรอยแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น
ต้นไม้ใหญ่หลายต้นมีรอยเล็บขนาดั์ข่วนลึกเข้าไปในเนื้อไม้ราวกับเป็เพียงเต้าหู้ก้อนหนึ่ง พื้นดินปรากฏรอยเท้าขนาดใหญ่ที่ลึกจนกลายเป็หลุมเล็กๆ บ่งบอกถึงน้ำหนักตัวอันมหาศาลของเ้าของรอยเท้า
ในที่สุด... เขาก็มาถึงบริเวณไหล่เขาแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเขาสามารถมองลงไปเห็นลานกว้างริมทะเลสาบเบื้องล่างได้
และภาพที่เขาเห็น... ก็ทำให้เขาต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ณ ใจกลางลานกว้างนั้น... มีอสูรร้ายร่างมหึมาตัวหนึ่งกำลังยืนตระหง่านอยู่ มันคือหมี! หมีที่ตัวใหญ่ั์ราวกับบ้านหลังเล็กๆ ขนสีน้ำตาลเข้มของมันตั้งชัน และมีประกายไฟฟ้าสีฟ้าสายเล็กๆ วิ่งแปลบปลาบอยู่ทั่วทั้งตัวเป็ครั้งคราว กรงเล็บทั้งสิบของมันยาวและแหลมคมราวกับดาบสั้น ทอประกายสีดำสนิทน่าขนลุก มันอ้าปากคำรามอีกครั้ง เผยให้เห็นเขี้ยวสีดำทมิฬ และคลื่นกระแทกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็แผ่ออกมาจากปากของมัน ทำให้ผิวน้ำในทะเลสาบเกิดเป็ระลอกคลื่น!
คำเตือน! ระดับพลังของเป้าหมายสูงเกินกว่าที่ระบบจะวิเคราะห์ได้อย่างสมบูรณ์!
ตรวจพบ: หมีอัสนีเขี้ยวทมิฬ (คาดว่าเป็ระดับ 3 หรือสูงกว่า)
พลังชีวิต (HP) :???
จุดแข็ง:??? (ตรวจพบพลังงานธาตุสายฟ้าและพลังทำลายล้างกายภาพมหาศาล)
จุดอ่อน:???
แต้มสังหารที่คาดว่าจะได้รับ: 250 -???
ตัวอักษร '???' ที่ปรากฏขึ้นมานั้นบ่งบอกถึงความแตกต่างของระดับพลังที่มากเกินไป มันคือสัญญาณอันตรายขั้นสูงสุด
การต่อสู้กับอสูรกายตัวนี้โดยตรง... ไม่ต่างอะไรกับการเอากระดาษไปสู้กับไฟ
แต่แล้ว... หลี่เฟยก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า
เ้าหมีอัสนีเขี้ยวทมิฬไม่ได้อยู่ตามลำพัง... มันกำลังต่อสู้อยู่!
คู่ต่อสู้ของมันคือกลุ่มมนุษย์ประมาณห้าคน!
พวกเขาไม่ใช่คนจากตระกูลหลี่อย่างแน่นอน... การแต่งกายและอาวุธของพวกเขาดูดีและเป็ระเบียบกว่ามาก ทุกคนสวมชุดเกราะหนังเสริมโลหะแบบเดียวกัน และต่อสู้กันอย่างมีแบบแผนและประสานงานกันอย่างดีเยี่ยม
ชายร่างใหญ่ที่อยู่หน้าสุดถือโล่เหล็กขนาดใหญ่คอยรับการโจมตีโดยตรง
ชายหนุ่มสองคนที่ด้านข้างใช้วิชาตัวเบาที่รวดเร็วคอยเข้าโจมตีจากด้านข้างด้วยดาบยาวที่ส่องประกายวาววับ
ส่วนที่ด้านหลัง มีหญิงสาวในชุดรัดกุมคนหนึ่งกำลังใช้ธนูยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ลูกธนูของเธอดูเหมือนจะอาบไว้ด้วยพลังงานบางอย่าง เพราะทุกครั้งที่มันปะทะกับร่างของเ้าหมี มันจะเกิดการะเิของพลังปราณเล็กๆ ขึ้น
พวกเขาคือกลุ่มนักล่าอสูรมืออาชีพ... อย่างไม่ต้องสงสัย
"กรรรซ์!"
หมีอัสนีคำรามลั่น มันตบกรงเล็บที่อาบไล้ไปด้วยสายฟ้าเข้าใส่ชายที่ถือโล่
เปรี้ยง!
ชายคนนั้นถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดกระเด็นไปไกลหลายเมตร โล่เหล็กของเขาบุบเบี้ยวและมีรอยไหม้เกรียม แม้จะไม่ตายแต่ก็าเ็สาหัสอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านหัวหน้า!" หญิงสาวนักธนูร้องออกมาด้วยความใ
"อย่าเสียสมาธิ! โจมตีต่อไป!" ชายหนุ่มคนหนึ่งะโขึ้น ก่อนจะฉวยโอกาสที่เ้าหมีกำลังสนใจหัวหน้าของพวกเขา พุ่งเข้าไปฟันที่ขาหลังของมัน
ฉัวะ!
ดาบของเขาฟันเข้าที่ขาหลังของมันได้สำเร็จ แต่กลับทำได้แค่สร้างาแตื้นๆ เท่านั้น หนังของมันแข็งแกร่งเกินไป!
เ้าหมีหันกลับมาด้วยความโกรธเกรี้ยว มันอ้าปากรวบรวมพลังงานสายฟ้าเอาไว้พร้อมจะยิงลำแสงออกมา
หลี่เฟยที่เฝ้ามองอยู่จากบนที่สูงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือเอาใจช่วยฝ่ายไหนเลย... เขากำลังวิเคราะห์...
เขากำลังรวบรวมข้อมูล...
เขาเห็นรูปแบบการโจมตีของเ้าหมี... มันทรงพลังแต่ก็มีช่องว่างขนาดใหญ่หลังการโจมตีแต่ละครั้ง
เขาเห็นยุทธวิธีของกลุ่มนักล่า... พวกเขามีฝีมือ แต่ก็กำลังจะถึงขีดจำกัดแล้ว
สถานการณ์ในตอนนี้... ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างเขากับอสูรกายอีกต่อไป
มันได้กลายเป็การต่อสู้สามเส้า...
กลุ่มนักล่า... อสูรระดับสูง... และ 'ภูตผี' ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
แผนการบทใหม่ได้ก่อตัวขึ้นในสมองของหลี่เฟยอย่างรวดเร็ว... แผนการของ 'ตาอยู่'
เขาไม่จำเป็ต้องลงมือเอง... ไม่จำเป็ต้องเสี่ยงชีวิต...
เขาแค่ต้องรอ...
รอให้ทั้งสองฝ่ายสู้กันจนาเ็ล้มตาย... รอให้พวกเขาบดขยี้กันจนอ่อนแรงถึงขีดสุด...
จากนั้น... เขาก็จะเป็ผู้ที่ออกมา 'เก็บกวาด' ทุกอย่าง
หลี่เฟยซ่อนตัวให้ลึกลงไปในเงาไม้อีกครั้งหนึ่ง มือของเขากำด้ามหอกไม้อัคคีเหล็กเอาไว้แน่น ดวงตาจับจ้องไปยังสมรภูมินองเืเบื้องล่างอย่างไม่กะพริบ
"สู้กันเข้าไป..."
เสียงกระซิบอันเย็นเยียบของเขาแ่เบาราวกับเสียงลม
"ฆ่ากันให้มากกว่านี้..."
"...แล้วทุกอย่าง... ก็จะกลายเป็ของข้า"