ตอนที่ 17
ความจริงประการหนึ่ง
ูเาสูงชันต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรียงราย ต้นไผ่เอนกิ่งลู่ลม เหล่าทิวทัศน์งดงามจับตาธารน้ำไหลเชี่ยวกราก หมอกชั้นเบาบางเริ่มลอยละล่องอ้อยอิ่งทุกสิ่งล้วนก่อให้เกิดทัศนียภาพแปลกประหลาด
ที่แห่งนี้คือป่าเร้นลับ
เพื่อให้การค้นหารวดเร็วสองพี่น้องสกุลเฉิน และชวี่ฮุ่ยิกับเฉินชิงเหลียน จึงแยกออกไปติดตามกันเป็สองทางมาตรด้วยทั้งสองกลุ่ม มีทั้งผู้เชี่ยวชาญในการเดินป่า และมีผู้ที่มีวิชายุทธ์สามารถปกป้องคุ้มครองสตรีได้ทั้งสองฝั่ง
เฉินชิงเหลียนรู้สึกไม่คุ้นชินกับชุดหรูหราที่สวมอยู่นักแต่เดิมนางแค่สวมชุดสีขาวเรียบง่ายที่พอให้ขยันเขยื้อนร่างกายได้สะดวกก็เพียงพอแล้ว
พอบิดาที่แท้จริงส่งอาภรณ์มาให้สวมใหม่มอบคนรับใช้มาติดตาม เริ่มจับนางแต่งตัวเฉกเช่นคุณหนูผู้สูงศักดิ์เฉินชิงเหลียนกลับรู้สึกไม่คุ้นชิน อาภรณ์นั้นช่างงดงามยิ่งเมื่อนางถูกจับแต่งตัวอย่างยิ่งใหญ่ ความงามล้ำก็เบ่งบานออกมาให้ประจักษ์
ตอนนี้นางกลับคิดถึงชุดสีขาวเรียบง่ายของตนเอง เพราะยามเมื่อนางย่างก้าวเท้า เสื้อผ้าอาภรณ์รุ่ยร่ายพวกนี้ช่างขยันติดกิ่งไม้ข้างทางดีเสียเหลือเกิน
“อ๊ะ!” จวบจนนางเหยียบชายผ้าตนเองล้มคะมำไปข้างหน้า
“ระวัง” ยังดีที่ชวี่ซื่อจื่อติดตามมาอยู่ที่ด้านหลังคอยระวังอันตรายให้ระหว่างทาง เขาที่เห็นนางหน้าไถลไปข้างหน้าก็รีบยื่นมือออกมารั้งร่างของนางเอาไว้ ไม่ให้ล้มไป
มือแข็งแรงรวบตัวของเฉินชิงเหลียนเอาไว้มาแนบอกแกร่งนางรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยยามเมื่อได้อยู่ภายใต้อกแกร่งนี้ เป็ความรู้สึกเฉกเช่นตอนที่ยืนอยู่เื้ัของซ่งหลิวหยาง
เหตุใดอาจารย์จึงไม่เคยบอกกล่าวแก่นางว่าบุรุษจากเมืองหลวง พวกเขาช่างดูแตกต่างจริงๆ
ชวี่ฮุ่ยิดันร่างเล็กบอบบางออกจากร่างกายของตนเมื่อรู้ตัวว่าในตอนนี้ สภาพพวกเขาคล้ายจะใกล้ชิดกันจนเกินไป
“ท่านไม่เป็อันใดใช่หรือไม่?”
เฉินชิงเหลียนส่ายหัวเบาๆ“ไม่เ้าค่ะ ท่านชวี่ฮุ่ยิ เราเดินทางกันต่อเถิด”
ชวี่ฮุ่ยิ
ร่างสูงสีดำเมื่อได้ฟังชื่อตนเองกลับรู้สึกให้ความรู้สึกผิดแปลกไม่คุ้นชิน อาจเพราะแต่เดิมชื่อนี้ไม่ค่อยจะมีใครใช้เรียกเขามากนักนอกจากคนในสกุล ฉะนั้นพอมันออกมาจากปากของผู้อื่นยิ่งคนคนนั้นยังเป็เด็กสาวที่โดดเด่น ชวี่ฮุ่ย
ิกลับยิ่งรู้สึกประหลาด
ทว่าเนื่องจากเขาไม่ใช่ผู้ที่มาสนใจเื่ราวเล็กน้อยหากนาง้าที่จะเรียก เขาก็ไม่ได้คิดที่จะเอ่ยขัดอันใดไม่ใช่ว่าเด็กสาวคนนี้ยังเอ่ยนามของชินอ๋องโดยตรงเพื่อกล่าวเรียกด้วยเช่นกันหรอกหรือ
ชวี่ฮุ่ยิหัวเราะแ่เบาเป็เด็กสาวที่พิเศษจริงๆ
กลับกันคนที่เรียกได้ว่าพบเจอกันได้อย่างคุ้นเคยแล้วกลับไม่เคยเรียกเขาอย่างสนิทสนมเช่นนี้มาก่อนและดูมีความ้าอยากจะไม่ยุ่งเกี่ยวอันใดกับเขามากกว่านี้อีกด้วย
ทำไมกันเล่า?
“พวกพี่สาวและพี่ชายที่แยกไปตามหาอีกทางไม่รู้จะเป็อย่างไรกันบ้างนะเ้าคะ”
เฉินชิงเหลียนเดินตามหลังชวี่ฮุ่ยิภายนอกนางดูบอบบางไม่น่าจะสามารถอดทนต่อความลำบากในการเดินในป่าเขาได้ แต่เกินความขาดหมายนางสามารถเดินทางระยะทางไกลๆ ได้อย่างสบายๆ สมกับที่เติบใหญ่มาบนป่าบนเขา
ยิ่งเดินลึกป่าทึบยิ่งรกชัน หมอกเริ่มหนาปกปิดทัศนียภาพในการมองเห็น ชวี่ฮุ่ยิใช้มีดสั้นเล่มเล็กตัดกิ่งไม้รกชันเบื้องหน้าออกพยายามถางป่าให้สามารถเดินได้ราบรื่น
เสียงสัตว์ใหญ่มีคำรามออกมาให้ได้ยินเป็ระยะทว่าถือว่าโชคดีที่ยังไม่มีตัวอันตรายโผล่มาเฉินชิงเหลียนเริ่มโรยผงกลิ่นฉุนรอบตัวนางและชวี่ฮุ่ยิ เอ่ยว่าเป็กลิ่นที่ฉุนรบกวนการดมของสัตว์ป่าสามารถใช้ไล่แมลงและสัตว์อันตรายได้เล็กน้อย
การมากับคุณหนูคนรองตระกูลเฉินก็คล้ายราบรื่นการมีนางอยู่เรียกได้ว่าสามารถทำให้การเดินในป่ารกทึบแห่งนี้ง่ายขึ้นไม่น้อย เพราะนางมีของสารพัดสิ่งที่จำเป็ต่อการเดินป่าผลไม้ใดที่สามารถทานได้ สมุนไพรใดที่สมควรเก็บติดตัวนางล้วนแนะนำให้อย่างกระตือรือร้น
อีกทั้งนางก็หาได้ทำตัวเป็ภาระอย่างที่ตัวนางเคยะโกล่าวออกมา
ชวี่ฮุ่ยิมองเฉินชิงเหลียนใหม่อีกครั้งพอรับรู้แล้ว ว่าเหตุใดชินอ๋องที่ไม่เคยเปิดใจต้อนรับผู้ใดและไม่ตอบรับคำขอของผู้ใดง่ายๆ จึงยินดีติดตามป้องกันคุณหนูคนรองตระกูลเฉินจนมาถึงจวนแม่ทัพ
ก่อนที่เขาจะหวนนึกไปถึงอีกฝั่งที่กำลังตามหาชินอ๋องอยู่เช่นกัน
เฉินโจวฉีคือรองแม่ทัพบูรพาตัวตนของชายผู้นี้คล้ายจะเป็เฉินซื่อจื่อไปแล้วกลายๆทว่าก็ไม่ได้มีการมอบกล่าวตำแหน่งนี้ให้อย่างเป็ทางการ กระนั้นผู้คนกลับรับรู้ได้ว่าเขานี่แหละคือผู้สือทอดคนต่อไปของจวนแม่ทัพ
เฉินโจวฉีวิชายุทธ์แกร่งกล้าเขาย่อมต้องปกป้องน้องสาวของตนเองยิ่งกว่าชีวิตแน่นอนหากมีอันตรายใดเกิดขึ้นกับเฉินอวี้เยี่ยน
คิดแล้วคิดอีกไม่ใช่เฉินอวี้เยี่ยนควรรออยู่ที่กระโจมหรอกหรือ ถึงแม้ชวี่ฮุ่ยิจะสังเกตได้ถึงความผิดแปลกและความไม่คุ้นชินที่เฉินอวี้เยี่ยนพกกระบี่ติดตัวอย่างไรนางก็คงหาได้มีวิชายุทธ์ที่มากพอจะสามารถป้องกันตนเองได้
แต่เขาอาจจะกังวลไม่เข้าท่าเฉินโจวฉีคงไม่ปล่อยให้ภยันตรายใดๆ เข้ามากร้ำกรายน้องสาวของตนเองได้โดยง่าย
ชวี่ฮุ่ยิขมวดคิ้วอีกครั้งความรู้สึกเจ็บบนต้นแขนเริ่มกลับมาอีกครั้ง นับั้แ่ที่เขาฟื้นตัวมาจากอาการหมดสติใน่วันที่โดนลอบทำร้ายจวบจนถึงตอนนี้ แผลบนต้นแขนของเขาก็หาได้หายขาดอาจเพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้ร่างกายหนักหน่วง จึงไม่กระทบาแร้ายแรง
มาตอนนี้เขาทั้งออกล่าสัตว์ ทั้งเข้ามาตามคนในป่าลึก าแที่แต่เดิมยังไม่หายดีจึงปริแตกออกมา
คราแรกยังพอทนได้ทว่าเมื่อปล่อยไว้นานเข้า กลับยิ่งรับรู้ได้ถึงความเ็ปบนาแ ชวี่ฮุ่ยิกัดฟันอดกลั้นต่อความเ็ปจนกรามขึ้นและแล้วเฉินชิงเหลียนก็สังเกตเห็น ใบหน้าสวยหวานเบิกตากว้างใ
“ท่านาเ็!?” เสียงหวานเอ่ยอย่างร้อนรน
“ไม่มีอะไรให้กังวลเดินทางต่อ” เสียงทุ้มเคร่งขรึมกล่าวตอบพลางเริ่มหอบหายใจ
“ไม่ได้เ้าค่ะ”ร่างเล็กบอบบางเร่งวิ่งไปขวางทางไม่ให้ชวี่ฮุ่ยิเดินทางต่อ นางกางแขนทั้งสองข้างออกกว้างดวงหน้าขาวนวลเชิดหน้าขึ้นมองร่างคนที่สูงกว่า ริมฝีปากเรียวบางเคลือบไปด้วยสีชมพูนวลเอ่ยออกมาอย่างไม่ยินยอม
“จนกว่าท่านจะให้ข้าดูอาการเราจะไม่เดินทางไปที่ใดทั้งนั้น!”พร้อมเอ่ยอย่างดื้อดึง
ชวี่ฮุ่ยิหยุดเดินแล้วเขาจ้องเขม็งไปที่ร่างของคนที่เตี้ยกว่า ยามเมื่อสบตาเข้ากับดวงตาที่เปล่งประกายสดใสก็คล้ายกับมีคำสั่งที่ทำให้ร่างกายหยุดเดิน
ซื่อจื่อแห่งจวนเสนาบดีหัวเราะแ่เบาร่างสูงแข็งแกร่งค่อยๆ เคลื่อนย้ายตัวเองไปที่ต้นไม้ใหญ่ เขานั่งลง ก่อนที่จะถกแขนเสื้อหรูหราขึ้นเฉินชิงเหลียนเบิกตากว้างตื่นตะลึง เมื่อพบว่าบนแขนกำยำ ปรากฏผ้าพันแผลขนาดใหญ่บนต้นแขนและาแใหญ่นั่นก็กำลังปริแตกออกมา เืเริ่มไหลซึมผ่านผ้าพันแผลสีขาวดูน่ากลัวไม่น้อย
คุณหนูคนรองแห่งตระกูลเฉินแต่เดิมล้วนมีนิสัยชมชอบในการพกสมุนไพรหลากชนิดไว้ติดตัวอุปกรณ์ที่นางพกติดมา ดูเป็ของที่กระจุกกระจิก ดูไม่สมประกอบ ไม่สามารถคาดหวังได้เลยเมื่อเห็นมันทว่าพอเอามาใช้รวมกัน กลับสร้างอุปกรณ์ทำแผลได้อย่างดีเยี่ยม
อย่างเช่นในตอนนี้นางคล้ายจะพกห่อผ้าสีเขียวเข้มเอาไว้ผืนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา มองผ่านปกติ คล้ายเป็ผ้าไม่สะอาดทว่าพอมือเรียวบางสะบัดมันครานึง จับตบมันอีกเล็กน้อย ก็ปรากฏเป็พาชนะเอาไว้ใช้สำหรับบดสมุนไพร
นางกล่าวแนะนำอย่างกระตือรือร้นว่านี่คือโถบดสมุนไพรที่ทำให้มาจากเปลือกไม้อัดแน่นสภาพปกติยามไม่ใช้งานจะดูเหมือนผ้าสกปรกผืนหนึ่ง แต่เมื่อจัดตั้งตัวมันดีๆจะเป็ได้หลากพาชนะจำเป็
นางกล่างเอื่อยแจ้วพลางบดสมุนไพร เมื่อเห็นว่าได้ที่ดีแล้ว ก็นำผ้าสะอาดมาชุบน้ำที่บดมาอย่างยาวนานก่อนจะค่อยๆ นำมาทารอบๆ แผลใหญ่บนต้นแขนกำยำอย่างคนฝึกยุทธ์
เฉินชิงเหลียนมองดูพลางรู้สึกฉงนสงสัยท่านชวี่ฮุ่ยิเป็บัณฑิตที่ไม่เหมือนใครจริงๆ เขามีวิทยายุทธด้วย
จดจ้องไปมาเฉินชิงเหลียนยิ่งรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาของตำแหน่งาแบนต้นแขนของซื่อจื่อแห่งจวนเสนาบดี
เมื่อเห็นสาวน้อยหยุดชโลมยาและใช้สายตาจ้องเขม็งมาที่าแอย่างตั้งอกตั้งใจ คล้ายคนเหม่อลอย เสมือนกำลังนึกคิดอย่างอื่นอยู่เขาก็รู้สึกสงสัยในบัดดล
“คุณหนูรองเฉินมีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับาแของข้าหรือ?” ชวี่ฮุ่ยิสงสัยไม่น้อย
“แผลนี่…” เฉินชิงเหลียนลังเลไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยออกมา “ไม่ทราบว่า…ท่านได้รับาเ็เพราะโจรูเาใช่หรือไม่เ้าคะ?”
ชวี่ฮุ่ยิที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป เขาเงียบไปชั่วขณะ ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะมีความสับสน “คุณหนูรองเฉินทราบได้อย่างไร?”
“ข้า…” เฉินชิงเหลียนก้มหน้า มีความกังวลใจไม่น้อยว่าจะถูกกล่าวหาว่านางเอ่ยโป้ปด“…คิดว่าเคยรักษาาแตรงนี้ให้ท่านชวี่ฮุ่ยิมาก่อนเ้าค่ะ”
ชวี่ฮุ่ยิชะงักไป“คุณหนูรองเฉินจะกล่าวว่า ท่านและข้าเคยเจอกันมาก่อนเช่นนั้นหรือ?”
เด็กสาวตรงหน้าไม่ตอบกลับมานางเพียงก้มหน้าให้เห็นลำคอขาวผ่อง เส้นผมดกดำเงางามปลิวสยายไปตามสายลมช่อผมบางส่วนปลิวมาโดนกระทบใบหน้าของชวี่ฮุ่ยิ ก่อให้รู้สึกถึงพิศวงแก่ความงามของเด็กสาวตรงหน้า
“หากคุณหนูรองเฉินเคยช่วยข้าเหตุใดจึงไม่สามารถรถจดจำข้าได้แต่แรกกัน” ชวี่ฮุ่ยิเอ่ยเสียงเรียบนิ่งขรึม
ในคราแรกเขาถึงกับมีความเข้าใจผิด คิดว่าเฉินอวี้เยี่ยนเป็ผู้ช่วยทำแผลให้เขาแต่แรกความเป็จริงกลับเป็คุณหนูจากสกุลเฉินอีกคน
จากที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกันกับสกุลเฉินในตอนนี้คุณหนูทั้งสองกลับมีส่วนช่วยชีวิตเขาทั้งสองคนเลยเช่นนั้นหรือ
“โจรูเาแท้จริงแล้วน่ากลัวมากเ้าค่ะในคืนที่เกิดเหตุ มันมืดค่ำมากแล้ว ข้ากำลังกลับจากการหาสมุนไพรก่อนที่จะได้ยินเสียงของคนาเ็จึงเข้าไปดูอาการ ในตอนนั้นข้ามีเพียงตะเกียงดวงเดียว เมื่อส่องคนแล้วพบาแใหญ่ก็ทำได้เพียงเร่งรีบทำแผลและทาสมุนไพรให้ชั่วคราว ก่อนจะเริ่มได้ยินเสียงของโจรกลุ่มใหญ่ที่เริ่มทยอยเดินเข้ามา”
เฉินชิงเหลียนพูดเสียงแ่เบาลบเลี่ยงการสบตากับซื่อจื่อแห่งจวนเสนาบดี ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างรู้สึกผิด
“ข้าอาจพูดได้เพียงแค่ว่าข้าไม่มีแรงที่จะช่วยเหลือหรือช่วยซ่อนท่านได้เลยกลับเห็นเพียงธารน้ำอยู่เบื้องหน้า จึงต้องจำใจผลักร่างท่านลงไปเพื่อซ่อนท่านจากโจรูเาพวกนั้นส่วนตัวข้าก็เร่งเลาะกลับตามทางลัดที่อาจารย์สร้างขึ้นมา ซึ่งเป็เส้นทางที่ใช้สำหรับหลบหนีได้เพียงคนเดียวหนีออกมาเช่นกันเ้าค่ะ ไม่นึกเลยว่าจะทำให้ท่านาเ็หนักเช่นนี้ขอท่านชวี่ฮุ่ยิอภัยให้ข้า…”
“ไม่มีอะไรต้องให้กล่าวโทษคุณหนูรองเฉินแม้แต่น้อย”ชวี่ฮุ่ยิจดจ้องดวงหน้างดงามของเด็กสาวที่ก้มหน้าต่ำลงเรื่อยๆ เพราะความรู้สึกผิด
เขาเอ่ยต่ออย่างจริงจัง“ท่านช่วยชีวิตของข้าไว้ต่างหาก นั่นคือเื่ที่ข้ารู้สึกจดจำไม่ลืม”
ไม่ทราบว่าเพราะคำพูดจริงจังที่ผสมไปด้วยคำอ่อนโยนปลอบประโลมหรือเสียงทุ้มลึกทรงพลังของซื่อจื่อแห่งจวนเสนาบดีกันแน่ ใจดวงน้อยของเฉินชิงเหลียนจึงเต้นระรัวอย่างซาบซึ้งที่เขาไม่คิดกล่าวโทษนาง
ทว่าในคราเดียวกันนอกจากความซาบซึ้งแล้ว กลับรู้สึกได้ถึงความคาดหวังบางอย่างที่เฉินชิงเหลียนก็คล้ายจะยังไม่เข้าใจในตัวเองเท่าใดนัก
--------------
เฉินอวี้เยี่ยน: บทของข้าเล่า คนเปย์ข้าย้ายฝั่งกันหมดแล้วเป็แน่ช่างน่าเศร้าใจนัก
เฉินโจวฉี: เงินพี่ชายหมดรอเบี้ยเลี้ยงเดือนนี้ก่อนนะ ช่างหัวคนอื่นมัน พี่ชายจะเลี้ยงเ้าเอง!
ชวี่ฮุ่ยิ: … //จู่ๆก็รู้สึกว่าไม่สามารถเถียงอะไรได้
ซ่งหลิวหยาง: หากบทเ้าไม่มี แล้วบทของข้าเล่า… //บ่นพึมพำๆ
เฉินชิงเหลียน: //บทตัวนางเยอะเสียจริงใครจ่ายค่าตัวให้นางกันนะ?
แม่ทัพบูรพา: //กระแอมคอ