ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 114 เค้นถาม

            หลังจากตัดสินใจได้เขาก็ไม่คิดจะให้หลิงชางไห่พักอยู่ที่นี่นานนัก ครั้นแล้วจึงให้คนส่งกลับไปที่อำเภอเฉา

            หลิงชางไห่ที่เพิ่งมาถึงและพักผ่อนได้แค่หนึ่งวันร่างกายปวดเมื่อยอย่างรุนแรง จะยอมทำตามได้อย่างไร

            “ข้าไม่ไปนี่เพิ่งจะพักได้วันเดียว แขนขาข้ายังไม่ฟื้นตัวเลยอย่างน้อยก็ต้องพักสักสามถึงห้าวัน พวกเจ้าไปบอกกับจ้าวจือชิงหากเขาอยากให้ชีเหนียงไม่มีพ่อ ก็ทรมานข้าเถอะ”

            เมื่อได้ยินรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาจ้าวจือชิงจึงได้แต่ทอดถอนใจกับความเจ้าเล่ห์ของหลิงชางไห่รู้ว่าชีเหนียงคือจุดอ่อนของเขา จึงชอบใช้ชีเหนียงมาข่มขู่ตนอยู่เรื่อย

            “ในเมื่อเขาไม่ยอมไปเช่นนั้นก็ทำให้เขาหมดสติและพาตัวไป!”

            หลิงชางไห่คิดเขาจะไม่มีปัญญาจัดการกับตนสินะที่จ้าวจือชิงไม่ทำรุนแรงกับหลิงชางไห่เป็นเพราะไม่อยากให้ชีเหนียงเสียใจแต่ระหว่างความเสียใจกับความเจ็บปวดแทบขาดใจของชีเหนียง เขาจึงเลือกทางที่ชีเหนียงจะถูกทำร้ายน้อยที่สุด

            ทางด้านหลิงชางไห่เมื่อพักผ่อนจนพอใจแล้วและกำลังคิดว่าจะไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองชิงหยางเสียหน่อยเนื่องจากตอนยังไม่เคยมา ผู้คุ้มกันในไร่รู้ว่าสถานะของเขาไม่ธรรมดาพอหลิงชางไห่แจ้งความประสงค์ว่าอยากออกไปเดินในเมือง ย่อมมีคนไปกับเขากระทั่งยินยอมควักเงินซื้อสุราและของกินให้

            ทางด้านผู้อารักขาลับเมื่อมาหาหลิงชางไห่ก็พบว่าไม่อยู่ในไร่แล้ว จึงได้แต่ไปตามหาทั่วสารทิศ งานที่นายน้อยสั่งมาพวกเขาจะทำผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด

            หลิงชางไห่ฝีเท้าว่องไวเขาเดินเล่นแวะที่แล้วที่เล่า โดยไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติแต่อย่างใด จากนั้นก็บังเอิญพบการชุมนุมของบัณฑิตในโรงเตี๊ยมทันใดนั้นจึงนึกได้ว่าลั่วจิ่งเฉินก็เข้าร่วมสอบ บางทีอาจจะได้เจอกันที่นี่ คิดไม่ถึงว่าขณะกำลังจะเดินเข้าไปกลับถูกผู้คุ้มกันลากตัวไปอีกทาง

            “ท่านผู้เฒ่าหลิงสถานที่แห่งนี้เราเข้าไปไม่ได้ โรงเตี๊ยมเติงอวิ๋นมีแต่บัณฑิตที่สอบติดจวี่เหรินเจ้าของโรงเตี๊ยมต้องรับรองเรื่องสภาพแวดล้อมของบัณฑิต นอกจากผู้ที่มีความรู้ ผู้อื่นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปขอรับ”

            หลิงชางไห่มองดูที่นั่งด้านในที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งต่างจากโรงเตี๊ยมทั่วไปจริงๆ ที่อื่นค่อนข้างอึกทึกครึกโครม แต่สถานที่แห่งนี้ทั้งมีคนไม่มากและสภาพแวดล้อมโดยรวมก็ไม่วุ่นวาย

            “ข้าจะเข้าไปหาคนไม่ได้เข้าไปกินข้าวสักหน่อย!” หลิงชางไห่ดื้อดึงจะเข้าไปให้ได้ขณะที่เขากำลังเจรจากับลูกจ้างในโรงเตี๊ยมอยู่นั้น ผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังก็ถูกคนลากออกไปผ่านไปพักนึงถึงกลับมายืนอยู่ข้างกายอีกครั้ง

            หลิงชางไห่ไม่แน่ใจว่าลั่วจิ่งเฉินอยู่ด้านในหรือไม่จึงไม่กล้าพูดจามั่นใจเกินไป จนทำให้เสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมคิดว่าเขามาก่อความวุ่นวาย

            “ท่านผู้เฒ่าหลิงท่านผู้เฒ่าหลิง!” ผู้ติดตามดึงเสื้อของเขาและส่งสัญญาณให้เดินตามไปที่ตรอกด้านหลัง “ทางนี้สามารถปีนเข้าไปได้ หากท่านอยากเข้าไป เราเข้าไปทางนี้กันเถอะขอรับ!”

            ผู้ติดตามพยายามให้หลิงชางไห่ตามไปตรอกด้านหลังอย่างร้อนรนแต่หลิงชางไห่ไม่คิดมาก จึงตามไป

            “เจ้าต้องหาที่ให้ข้าดีๆนะ เกิดทำเสียเรื่อง อย่าโทษข้าที่…” ยังไม่ทันสิ้นประโยคจังหวะที่เพิ่งเดินเข้าตรอก ก็ถูกคนทุบจนหมดสติจากทางด้านหลัง

            ……

            จ้าวจือชิงที่ได้ข่าวก็รีบออกมาตามหาหลิงชางไห่อีกทั้งลั่วจิ่งเฉินจะไปโรงเตี๊ยมวันนี้จ้าวจือชิงจึงหาข้ออ้างออกมาพร้อมกับพวกเขา ตั้งใจว่าพอถึงที่ก็จะหาข้ออ้างแยกตัวออกไปพอเพิ่งเดินมาถึงตรอกข้างโรงเตี๊ยมไม่นานก็เห็นเหตุการณ์ลักพาตัวเกิดขึ้น จ้าวจือชิงยังไม่ทันได้พูดอันใดลั่วจิ่งซีก็ตะโกนแล้ววิ่งขวางไว้

            “ใครกันช่างบังอาจลักพาตัวคนกลางวันแสกๆ!” เสียงของลั่วจิ่งซีดังลั่นจนทำให้ผู้อารักขาลับกับผู้ติดตามตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่มาคือใคร เขาก็รีบทิ้งตัวหลิงชางไห่ไว้และคว้าตัวผู้ติดตามคนนั้นหนีไป

            จ้าวจือชิงเลี่ยงไม่ได้ต้องแสร้งทำเป็นไล่พวกเขาลั่วจิ่งซีเห็นว่าคนหนีไปแล้ว จึงเลิกตามก่อนจะหันกลับมาดูผู้ที่หมดสติอยู่

            “เอ๊ะ! ท่านตาหลิง!”

            หลังจากลั่วจิ่งซีเห็นคนที่สลบอยู่ก็อุทานออกมาอย่างตกใจจากนั้นก็ช่วยกันพยุงหลิงชางไห่กลับไปที่บ้าน

            “พี่ใหญ่ท่านว่าเหตุใดท่านตาหลิงจึงมาอยู่ที่นี่แล้วยังเกือบถูกคนลักพาตัวอีก?”

            เวลานี้หลิงชางไห่ควรวิจัยอาหารทะเลอยู่ที่อำเภอเฉานี่นาเหตุใดจึงมาอยู่ที่เมืองชิงหยางได้

            ลั่วจิ่งเฉินส่ายหน้า “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้คงต้องรอให้ท่านตาตื่นแล้วค่อยหาคำตอบ”

            จ้าวจือชิงกลับมาที่ไร่ “ลุกขึ้นได้แล้วเรื่องนี้จะโทษพวกเจ้าก็ไม่ได้ เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่ว่าพวกเจ้าควรเลือกสถานที่ให้ดีกว่านี้ก่อนลงมือพวกเจ้าทำโทษตนเถอะ”

            “แล้วช่วงนี้อย่าเพิ่งปรากฏตัวต่อหน้าผู้อื่นเล่า”

            จ้าวจือชิงไม่ลืมที่จะกำชับอีกครั้งแม้ไม่แน่ใจว่าจิ่งซีจะเห็นหน้าของผู้อารักขาลับหรือไม่ แต่ก็ควรเพื่อป้องกันไว้ก่อนอีกอย่างลั่วจิ่งเฉินหลักแหลมนัก หากให้รู้ว่าตนมีเอี่ยวกับเรื่องนี้คงสามารถเชื่อมโยงจนรู้เรื่องราวมากมาย

            เมื่อเกิดปัญหากับหลิงชางไห่คงทำอะไรไม่ได้ชั่วคราว จากนี้ต้องเริ่มจากยายเฒ่าลั่วก่อน

            ……

            “หากเจ้าคิดจะมีชีวิตอยู่ต่อทางที่ดีคือสารภาพเรื่องที่ปกปิดมาให้หมด”

            ยายเฒ่าลั่วที่แกล้งสลบอยู่บนเตียงเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำก็เริ่มคิดว่าคนผู้นี้คือใคร

            “นี่คือลูกชายเจ้าสินะ?”

            ทันทีที่ถามคำถามออกมาเสียงร้องน่าอนาถของลั่วต้าเซิงก็ดังขึ้น

            “อ้าก! มือของข้า! มือของข้าจะขาดแล้ว!”

            ยายเฒ่าลั่วที่ได้ยินลูกชายกรีดร้องก็เผลอขยับตัวขึ้นมา เมื่อเห็นนางยังแกล้งสลบอยู่จ้าวจือชิงก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องเพิ่มแรงมากขึ้น

            “เจ็บ! เจ็บเหลือเกิน...”

            “ท่านแม่ท่านแม่ช่วยข้าด้วย…”

            “ข้าจะตายแล้วเจ็บจนจะตายแล้ว…ท่านแม่!”

            หลังจากร้องเรียกท่านแม่ดังขึ้นด้วยความทรมานจู่ๆ เสียงของลั่วต้าเซิงก็เงียบหายไป

            “นายน้อย หมดสติไปแล้วขอรับ”

            “หมดสติ? ไร้ประโยชน์เช่นนี้เลยรึ! แส้อยู่ไหน?” เสียงแหบแก่ชราดังขึ้นอีกครั้งเสียงนั้นปะปนด้วยความเยือกเย็นที่ไม่สิ้นสุด “จุ่มน้ำเกลือสักหน่อยแบบนี้ถึงจะสาแก่ใจ!”

            ยายเฒ่าลั่วรู้ดีว่าคำพูดนี้กำลังบีบบังคับนางนางรู้ว่าขืนตนเองยังแกล้งต่อไป คนผู้นี้คงฟาดต้าเซิงให้ตายแน่

            “หยุด! หยุด!” นางตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากเตียงมองดูลูกชายที่นอนอยู่กับพื้นเต็มไปด้วยเลือด ทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดอย่างยิ่ง เมื่อหันไปมองชายที่สวมหน้ากากปีศาจฝั่งตรงข้ามยายเฒ่าลั่วก็รู้สึกเนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมา

            “เจ้าเป็นใคร?” ยายเฒ่าลั่วถามด้วยเสียงสั่นเครือคนผู้นี้น่ากลัวเหลือเกิน แค่นั่งอยู่ตรงนั้น นางก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายจากตัวเขาสายตาของเขามองนางเหมือนเป็นแค่มดตัวหนึ่ง ประหนึ่งว่าเพียงแค่ขยับนิ้วก็สามารถฆ่านางได้ทันที

            “ข้าคือใครเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ สิ่งที่เจ้าต้องรู้คือ หากอยากมีชีวิตรอด ก็ต้องทำตัวให้มีค่าสำหรับข้า”

            เสียงชั่วร้ายที่เปล่งออกมาทำให้ยายเฒ่าลั่วรู้ว่าตนเองไม่มีทางต่อรองกับคนผู้นี้ได้ขณะเดียวกันนางก็รู้ดีว่าไม่สามารถบอกทุกสิ่งออกไปได้มิเช่นนั้นนางจะไม่มีไพ่ใบสุดท้ายเหลืออยู่อีก

            “เจ้ามีเวลาคิดแค่ครึ่งก้านธูป”

            หลังจากชายสวมหน้ากากพูดจบก็พาคนออกจากห้องห้องที่กว้างใหญ่เพียงนี้เหลือเพียงยายเฒ่าลั่วกับลั่วต้าเซิง เมื่อไร้เงาคนยายเฒ่าลั่วถึงได้กุลีกุจอปีนลงจากเตียงและคลานเข้าไปหาลูกชายนางคุกเข่าข้างกายลั่วต้าเซิงก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663