บทที่ 10 ดอกไม้ปีศาจผลิบาน
สุ่ยเซียนมองส่งหนานลี่ที่นั่งบนพรมวิเศษของเป่ยิอิน บินไปยังป่าปีศาจด้วยแววตาที่อาลัยอาวรณ์
กลางอากาศลมพัดแรง หนานลี่หันกลับไปมองวิหารเทพเซียน ร่างในชุดแดงของนางค่อยๆเลือนหายไปในหมู่เมฆ
เป่ยิอินควบคุมทิศทางของพรมวิเศษ ลมพัดผมยาวของเขาปลิวไสว เสื้อคลุมสีขาวพลิ้วไหวไปตามแรงลม เสื้อหลวมตัวใหญ่ของเขาก็ถูกลมตี เผยให้เห็นรูปร่างอันองอาจสง่างามท้าสายลม
หนานลี่หันกลับมามองแผ่นหลังของเป่ยิอินแล้วเลิกคิ้วขึ้น "ท่านเซียน ท่านกำลังหาสมุนไพรอะไรอยู่หรือเ้าคะ"
นางเป็คนจากโลกาวินาศ ไม่รู้เื่สมุนไพรของคนโบราณเลย เมื่อคืนนางรีบหาตำราแพทย์มาอ่าน แต่ก็มึนงงกับตัวอักษรอันซับซ้อน โชคดีที่มีรูปภาพประกอบ
เป่ยิอินมองไปข้างหน้า ตอบด้วยน้ำเสียงใสปานน้ำแข็งว่า "ไปดูที่ป่าปีศาจก่อนเถอะ"
หลายวันมานี้ เขาค้นตำราแพทย์ทุกเล่ม แต่ก็หาวิธีแก้พิษไม่พบ จึงถามสุ่ยเซียนว่าเกิดอะไรขึ้นที่ป่าปีศาจ เพราะเกิดความคิดว่าสรรพสิ่งล้วนมีคู่ของมัน หากพิษเกิดจากป่าปีศาจ เช่นนั้นยาแก้พิษต้องอยู่ที่ป่าปีศาจเป็แน่
หนานลี่มองูเาและแม่น้ำเบื้องล่าง ตอนนี้ราวกับว่านางกำลังนั่งเครื่องบินอยู่ เพียงแต่ลมที่พัดสวนมาทำให้นางลืมตาไม่ขึ้น
"อ๊ะ ท่านเซียน นั่นอะไรหรือเ้าคะ"
เป่ยิอินมองตาม ทิศทางที่หนานลี่ชี้ไป คือหมอกสีดำหนาปกคลุมอยู่เหนือป่าที่เขียวขจี เขาจึงหรี่ตาลงแล้วควบคุมพรมวิเศษให้ลอยเข้าไปหน้ากลุ่มก้อนหมอกหนาแล้วร่อนลง
พวกเขาอยู่ที่ชายขอบของป่าปีศาจ ไม่คิดว่าไอปีศาจจะรุนแรงขนาดนี้ ในป่าต้องมีอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ แต่หนานลี่เป็แค่ปีศาจน้อยที่พลังบ่มเพาะ ยังอ่อนแอ เขากลัวว่านางจะวิ่งเล่นในป่าปีศาจแล้วพลาดเจออันตรายเข้า เป่ยิอินจึงกำชับว่าห้ามเถลไถลด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
หนานลี่พยักหน้ารับรู้ ใช้ปลายนิ้วชี้จีบปลายนิ้วโป้ง แล้วอีกสามนิ้วชูขึ้นเหนือหัวแสดงท่าทีว่านางเข้าใจ
"โฮ่ง...!"
ระหว่างเดินอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยหมอก สามารถได้ยินเสียงหมาป่าปีศาจเห่าหอนเป็ระยะๆ หนานลี่เคยสู้กับซอมบี้มาแล้วในยุคโลกาวินาศจึงไม่กลัวหมาป่าแค่ตัวสองตัว
ในตอนนั้นเอง เป่ยิอินหยุดเดินอย่างกะทันหัน หนานลี่ที่กำลังมองซ้ายมองขวาอยู่ข้างหลังก็ชนเข้ากับแผ่นหลังเขา
ร่างกายของเป่ยิอินแข็งทื่อ ความรู้สึกที่ััได้จากด้านหลังทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกแปลกๆนี้เหมือนกับตอนที่เดินไปเหยียบก้อนหินแหลมคม ทำให้เท้าชาและคันคะเยอในหัวใจ
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ซึมซับกับความรู้สึกแปลกๆนี้ ก็ได้ยินเสียงร้องของหนานลี่ "โอ๊ยท่านเซียน เหตุใดท่านถึงหยุดเดินกะทันหันเช่นนี้" นางเงยหน้าขึ้นเืไหลออกจากจมูก
เป่ยิอินหันไปมองหนานลี่ และพบว่าเืกำเดาไหล เขายื่นมือออกไป ผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา "เช็ดเถิด"
น้ำเสียงของเขาดูไม่เป็ธรรมชาติเล็กน้อย ในใจคิดตำหนิตัวเอง เขาเป็ถึงเทพเซียนผู้สูงส่ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดปีศาจถึงได้อ่อนแอขนาดนี้ แค่ชนก็เืกำเดาไหล
หนานลี่มัวแต่เงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้เืกำเดาย้อยลงมามากไปกว่านี้ แล้วเอื้อมมือไปข้างหน้าโดยไม่มอง เผลอจับโดนข้อมือของเป่ยิอินเข้า พริบตานั้นร่างกายของเป่ยิอินพลันแข็งทื่ออีกครั้ง
ปกติแล้วเขาไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้ เขาเป็เทพเซียนผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้า ผู้คนต่างก็เคารพนับถือเขา ไม่กล้าเข้าใกล้ แม้แต่ศิษย์น้องหญิงที่สนิทสนมกับเขาเขาก็ยังรักษาระยะห่าง
และทุกครั้งที่ศิษย์น้องหญิงจงใจเข้าใกล้ เขารู้ว่านางคิดอย่างไร แต่...พอนางเข้าใกล้ และเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างกายของนาง เขากลับรู้สึกต่อต้านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะแตกต่างออกไป มือของปีศาจน้อยเย็นเฉียบ ตอนที่นางััเขา เขารู้สึกเหมือนกับตอนที่หิมะตกบนกิ่งดอกเหมยในวิหารแล้วลมพัดหิมะมาตกบนหลังมือตัวเอง
"ขออภัยเ้าค่ะ" หนานลี่ดึงผ้าเช็ดหน้าในมือของเป่ยิอินมาอุดจมูก ไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เป่ยิอินเบือนหน้าหนีอย่างอึดอัด สายตาเหลือบไปเห็นพืชชนิดหนึ่งที่ถูกล้อมรอบไปด้วยหมาป่าฝูงใหญ่ ดวงตาของเขาเป็ประกาย นั่นคือดอกไม้ปีศาจชั้นยอดที่กำลังจะผลิบาน ไม่แปลกใจที่ดึงดูดหมาป่ามามากมายขนาดนี้
หมาป่าปีศาจหลายร้อยตัวนั่งยองๆอยู่ไม่ไกล ดวงตาสีเขียวจ้องมองพืชสีดำที่กำลังจะผลิบานอยู่บนพื้น พวกมันรู้ว่าหนานลี่กับเป่ยิอินเข้ามาใกล้ แต่เห็นว่าทั้งสองคนอยู่ห่างๆ ไม่ได้เป็ภัยคุกคาม จึงเพ่งความสนใจไปยังดอกไม้ต่อ
พืชทุกชนิดในป่าปีศาจล้วนมีพิษ มีเพียงดอกไม้ของพืชปีศาจเท่านั้นที่สามารถแก้พิษได้ นี่คือยาแก้พิษที่ดีที่สุดและเป็อาหารโปรดของเหล่าหมาป่าปีศาจ
เป่ยิอินหันไปบอกหนานลี่ที่กำลังอุดจมูกอยู่ว่า "เ้ารอข้าอยู่ที่นี่"
หนานลี่มองฝูงหมาป่าที่มีดวงตาสีเขียวอยู่ไม่ไกลแล้วพยักหน้ารับรู้ "ไม่ล่ะท่านเซียน ท่านล่อหมาป่าออกไป ประเดี๋ยวข้าจะไปเก็บดอกไม้ให้เอง"
เป่ยิอินมองนางอย่างประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าตกลง "เช่นนั้นเ้าระวังตัวด้วย" พูดจบก็ทะยานออกไป หมาป่าปีศาจต่างก็แยกเขี้ยวใส่ และทิ้งพรรคพวกสองตัวไว้เฝ้าดอกไม้ ที่เหลือก็พุ่งเข้าโจมตีเป่ยิอิน
เป่ยิอินรีบล่อหมาป่าออกไป ถึงแม้ว่าเขายังไม่หายจากอาการาเ็ภายใน แต่ยังพอรับมือกับฝูงหมาป่าได้ กระนั้น การต้องรับมือกับพวกมันนับร้อยแล้วเผด็จศึกในทันที ยังไม่อาจทำได้
หนานลี่ซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินไม่ไกลออกไป มองดอกไม้ปีศาจที่กำลังจะผลิบาน นางรวบรวมพลัง ควบแน่นน้ำในอากาศให้กลายเป็ลูกธนูสองดอก พุ่งตรงไปที่หัวของหมาป่าสองตัวที่กำลังเฝ้าดอกไม้อยู่
หมาป่าปีศาจกำลังสนใจเป่ยิอินที่แข็งแกร่งจึงไม่ทันมองลูกธนูน้ำที่พุ่งเข้ามา
จนกระทั่งลูกธนูทะลุหัวของพวกมัน พวกมันถึงได้รู้ตัว แต่ก็สายเกินไปแล้ว ร่างกายของพวกมันแข็งทื่อ ไม่สามารถขยับเขยื้อนใดๆ ได้แต่มองหนานลี่เดินเข้าไปใกล้ดอกไม้ปีศาจที่พวกมันเฝ้าอยู่ ตอนนี้ดอกไม้ปีศาจกำลังผลิบาน รูปทรงของมันดูเหมือนดอกโบตั๋นสีดำมีหนามแหลมอยู่ที่ปลายกลีบ งดงามแต่ก็แปลกประหลาด
หนานลี่คิดในใจ : ระบบดอกไม้นี่คือดอกอะไรหรือ สวยแปลกตาจัง
ระบบ "โฮสต์ นี่คือดอกปี่เซ่อดำกลายพันธุ์ เป็ส่วนผสมสำคัญในยาแก้พิษของนางเอก"
หนานลี่คิดในใจ :อ้อ เช่นนั้นเ้าว่าข้าที่เป็นางร้ายใจดำคนนี้ควรจะใส่อะไรลงไปในยาแก้พิษดี
ระบบ "โฮสต์ ท่านนี่เหมาะกับบทนางร้ายจริงๆ เพิ่งจะเจอนางเอกก็คิดจะกลั่นแกล้งนางแล้วหรือ"
หนานลี่คิดในใจ : ก็มือของข้ายังเจ็บอยู่เลย แล้วจะปล่อยให้นางดีขึ้นทันทีได้อย่างไร ข้าไม่ใช่แม่พระ ไม่สามารถตอบแทนความชั่วร้ายด้วยความเมตตาได้
ระบบ "ไม่ใช่ว่าพระเอกทายาดีๆให้ท่านแล้วหรือ ทั้งยังใช้พลังรักษาให้ท่านอีก าแของท่านน่าจะหายดีแล้ว เหตุใดยังเจ็บอยู่อีกเล่า"
หนานลี่คิดในใจ : ระบบเ้าพูดมากไปแล้ว!
ระบบ "โฮสต์ก่อนที่ข้าจะหุบปาก ข้ามีเื่จะบอกท่าน"
หนานลี่คิดในใจ : เื่อะไรหรือ
ระบบ "พระเอกกำลังหายาแก้พิษให้นางเอก เหลืออีกอย่างเดียวก็คือเืของท่าน ถ้าพระเอกเอาเืของท่านไปทำยาแก้พิษ ท่านจะไม่สามารถอยู่ในร่างมนุษย์ได้ ต้องกลับไปเป็ดอกไม้ดังเดิม"
หนานลี่คิดในใจ : นั่นบ้าไปแล้ว! นางเอกก็เกลียดข้าอยู่แล้ว เหตุใดข้าต้องให้เืนางไปแก้พิษด้วย
"หนานลี่ เ้าเป็อย่างไรบ้าง" เสียงใสปานน้ำแข็งของเป่ยิอินดังขึ้นข้างหลัง ขัดความคิดของหนานลี่
หนานลี่รู้สึกตัว หันไปมองเป่ยิอิน "ท่านเซียน ข้าเก็บดอกไม้มาแล้วเ้าค่ะ!" พูดจบก็ยื่นดอกปี่เซ่อให้เป่ยิอิน
"ขอบ ...ขอบใจ" เป่ยิอินรับดอกปี่เซ่อมาอย่างระมัดระวังแล้วเก็บใส่กล่องไม้แดงที่หยิบออกมาจากแหวนมิติ
หนานลี่ก้มลงมองซากหมาป่าปีศาจสองตัวที่นอนตายอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย นางไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานแล้ว อยากกินเนื้อสัตว์จัง ไม่รู้ว่าเนื้อหมาป่ารสชาติจะเป็อย่างไร
เป่ยิอินรู้ทันความคิดของหนานลี่จึงพูดว่า "เนื้อหมาป่าปีศาจเหนียว ไม่อร่อยหรอก"
หนานลี่ที่กำลังน้ำลายไหล เงยหน้าขึ้นมองเป่ยิอินด้วยดวงตาที่ลุกเป็ไฟ "ท่านเซียน ข้าว่าข้าชักจะหิวขึ้นมาแล้วเ้าค่ะ"