เจ็บตัว
เขียนฟ้าจับมือบุตรชายแน่น เธอพยายามที่จะเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อไม่ให้บุคคลที่เธอไม่อยากพบเจอตอนนี้ได้สังเกตเห็น แต่กลับไม่ทันเสียแล้วเมื่อบุคคลคนนั้นได้ฉีกยิ้มหวานเดินตรงเข้ามาหาเธอแทน
ร่างกายของหญิงสาวสั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว มันเป็ปฏิกิริยาหวาดกลัวที่ติดตามเธอมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันแม้มันจะผ่านไปแล้วกว่าสามปีก็ตาม
“ไง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีไหม?”น้ำเสียงที่ดูคล้ายเป็มิตรพูดขึ้น แต่สายตาที่ใช้มองตรงมาที่เธอกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
มันแฝงแววเยาะเย้ยถากถางอยู่ในที
เขียนฟ้าก้าวเท้าถอยหลังในขณะที่เอาร่างกายของตนบดบังลูกชายไว้ แต่มีหรือที่หญิงสาวตรงหน้าจะไม่เห็น เธอมองเด็กชายที่มีดวงตากลมมนใบหน้าคล้ายกับคนที่ตนรู้จักนั้นก่อนจะแสยะยิ้มมุมปาก
“ดูแล้วแกก็คงสบายไม่น้อยเลยนะ ไม่งั้นลูกแกคงไม่โตมาขนาดนี้”
“แก้าอะไร?”
“ฉันจะ้าอะไรล่ะ มันก็แค่บังเอิญเท่านั้นไม่ใช่เหรอ? เห็นเพื่อนเก่าทั้งทีจะไม่แวะทักทายดูเหมือนฉันจะเป็คนที่แล้งน้ำใจไปหน่อยนะ”
เด็กชายััได้ถึงมือที่สั่นเทาของผู้เป็แม่และแววตาที่มองมาที่เขาของหญิงสาวตรงหน้าก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาในทันที มืออีกข้างกำชายกางเกงเขียนฟ้าแน่น หลบแววตานั้นของคนที่จ้องมาอย่างหวาดกลัว
“ไม่จำเป็นี่ แกไม่ต้องทักทายฉันก็ได้ เราไม่ควรจะต้องรู้จักกันแล้ว”เขียนฟ้าเอ่ยบอกเสียงสั่น
“เหอะ ดูเหมือนแกจะลืมไปว่าใครเป็คนตัดสินใจว่าจะทำอะไรไม่ทำอะไรนะ”
หญิงสาวพูดพร้อมกับยกมือถือในมือขึ้นโยกไปมาตรงหน้าเขียนฟ้าด้วยรอยยิ้มของผู้ที่มีชัยเหนือกว่า ทำให้เขียนฟ้าต้องปิดปากเงียบ
หญิงสาวตรงหน้าแสยะยิ้มเมื่อเห็นว่าเขียนฟ้าเลือกจะไม่ตอบโต้ตนอีก เธอหันไปสนใจเด็กน้อยที่หลบอยู่ด้านหลังแม่ทันที
“ว่าไงจ้ะเด็กน้อย เธอเองก็กลัวฉันงั้นเหรอ?”
สายหมอกโผล่หน้าออกมาจากหลังมารดา จ้องมองหญิงสาวที่เรียกตนเองตรงหน้าดวยดวงตาใสแป๋ว
“ไม่ต้องกลัวนะ เพราะถ้าฉันอยากจะทำร้ายเธอ เธอคงไม่มีโอกาสได้เกิดมาลืมตาดูโลกหรอก”
“นี่...”เขียนฟ้าพูดอะไรไม่ออก เธอได้แต่พยายามใช้ตัวเองบังตัวลูกชายเอาไว้เช่นเดิม
“ทำไม หรือว่าไม่จริง อย่าลืมสันดานเน่าๆของตัวเองล่ะ ส่วนมันก็เกิดมาจากสันดานเน่าๆของแก่นั่นแหละเขียนฟ้า”หญิงสาวคนนั้นยักไหล่
“วันนี้ฉันจะถือว่าไม่เจอแกก็แล้วกัน ถือว่าแกโชคดีไปที่ฉันมีธุระต้องไปจัดการ”
“...”
เขียนฟ้าไม่ได้ตอบกลับคำพูดนั้น เธอเพียงแค่ยืนนิ่งด้วยความหวาดกลัวอยู่ที่เดิม ทำให้หญิงสาวผู้นั้นหัวเราะชอบใจ เธอยกมือถือขึ้นมาทำทีคล้ายโบกมือลาอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้เขียนฟ้าต้องยืนเม้มปากแน่นปิดบังความหวาดกลัวภายในใจอยู่ที่เดิม
“แม่จ๋า ใครเหรอครับ”เด็กน้อยรีบเอ่ยถาม
“แค่คนรู้จักนะครับ”
“เขาน่ากลัวจังครับ”สายหมอกเอ่ยตามประสาเด็ก มือยังคงขยุ้มกางเกงมารดาแน่น
“หมอกไม่ต้องกลัวนะครับ เห็นไหมเขาไปแล้ว เราไปซื้อของกันดีกว่าครับ ไหนหมอกอยากจะทำอะไรให้พ่อจ๋าทานครับ”
เสียงของเขียนฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้งเพื่อปกปิดความจริงและความหวาดกลัวภายในใจของเธอ
“แกงจืดสาหร่ายครับ พ่อจ๋าชอบกินสาหร่าย”เด็กชายเอ่ยขึ้นอย่างไม่ต้องคิด น้ำเสียงร่าเริงกลับมาอีกครั้งเกือบจะทันทีเมื่อพูดถึงพ่อจ๋า
“งั้นเรามาทำแกงจืดสาหร่ายกัน”เขียนฟ้าเอ่ยบอกกับบุตรชาย
เื่บางเื่มันอาจจะเป็เพียงแค่ความบังเอิญเท่านั้น บางทีคงต้องรอให้ผ่านพ้นไปอีกหลายปีเื่ราวต่างๆคงจบไปจริงๆ
...
ชายหนุ่มเดินออกมาจากตัวอาคารเรียนพร้อมกับหนังสือที่ยังคงถือไว้ในมือ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะก้าวเท้าผิดออกมาจากบ้าน เมื่อสังเกตได้ถึงกลุ่มชายหนุ่มที่เป็คู่กรณีกับเขามาั้แ่ปีหนึ่งมองดูเขาจากที่ไกลๆ
สายตาของคนกลุ่มนั้นบ่งบอกชัดว่าตั้งใจหาเื่อย่างไม่ต้องสงสัย เขาเดินตามกลุ่มเพื่อนโดยไม่สนใจสายตากลุ่มคนพวกนั้นเพื่อไปเรียนวิชาของอาจารย์แม่ที่อีกห้องหนึ่งทันที
แต่เมื่อหลังเลิกเรียน บรรดากลุ่มเพื่อนต่างแยกย้ายกันจากไปเร็วเกินกว่าเขาจะร้องเรียกได้ทัน พบเพียงความว่างเปล่าข้างกายเท่านั้น
หายหัวไปเร็วจริงๆ
เขียนฝันเดินเตร็ดเตร่เพื่อรอรถรางที่รับส่งระหว่างตึกคณะและหน้ามหา’ลัยอยู่พักหนึ่ง สายตาชำเลืองไปมองคู่กรณีที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้เขาทุกทีก่อนจะขมวดคิ้วนึกหวั่นใจ ดูแล้ววันนี้เขาคงไม่พ้นต้องเจ็บตัวอีกแน่ๆ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนี่ หวังว่ามึงจะจำพวกกูได้นะ”ผู้ชายที่ดูเป็หัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น
เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับประชันหน้ากับเขียนฝันตรงๆ เพื่อนในกลุ่มต่างเดินล้อมชายหนุ่มเอาไว้ตรงกลางอย่างรู้งาน
สายตาเขียนฝันยังคงมองตรงไปยังชายคนนั้นเงียบๆ แต่เขาก็ต้องสะดุ้งกับมือหยาบกร้านที่ยกขึ้นมาลูบไล้โครงหน้าของเขานั้น ทำให้ชายหนุ่มต้องเป็ฝ่ายสะบัดหน้าหนี
“พวกมึง้าอะไร?”เขาแข็งใจถามกลับทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้มาดีแน่นอน
“ฮ่าๆ กลัวพวกกูว่างั้น ที่ตอนนั้นมึงยังยกพวกมากระทืบพวกกูอยู่เลย ไหนตอนนี้มากลัวซะแล้วล่ะ”ชายคนนั้นพูดต่อพลางหักนิ้วมือไปด้วยจนเกิดเสียงดังกร็อกเเกรก
เขียนฝันกัดฟันก้าวถอยหลังแต่กลับไปชนคนในกลุ่มที่ดักอยู่ด้านหลัง ชายคนนั้นหัวเราะก่อนจะผลักเขียนฝันไปข้างหน้า
วินาทีนั้นหมักของหัวหน้ากลุ่มคนนั้นถูกส่งมากระทบกับใบหน้าของเขาอย่างเเรงจนร่างกายของเขาเซถลาแต่ก็มีคนในกลุ่มมาจับตึงเอาไว้ได้ทัน
ผัวะ ผัวะ!
แรงต่อยหน้าตามมาติดๆก่อนที่ชายหนุ่มจะถูกปล่อยให้ลงไปนอนที่พื้นแล้วถูกเท้าเ่าั้กระทืบอย่างแรงโดยที่เขาไม่มีโอกาสจะได้ตอบโต้ ใช้เพียงแค่แขนบดบังศีรษะของตนเองเอาไว้เท่านั้น
มีนักศึกษาหลายคนที่เห็นเหตุการณ์แต่ไม่มีใครเลยจะเข้าไปห้ามปรามคนกลุ่มนี้ บางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาไลฟ์สดด้วยซ้ำ
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยและคำพูดถากถางยังคงดังต่อไปแต่เขาไม่สามารถได้ยินได้เพราะเสียงเ่าั้มันอื้ออึ้งจนฟังไม่ได้ศัพท์
“นี่พวกเธอทำอะไรกันนะ!”
มันคือเสียงของอาจารย์ที่เขาคุ้นเคยนั่นเอง
“นี่มันในมหา’ลัย พวกเธอยังกล้าทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าต่อตาฉัน ถ้าเกิดกล้ามากก็รอทัณฑ์บนจากมหา’ลัยได้เลย”อาจารย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งทำให้นักศึกษากลุ่มนั้นต้องเดินไปยืนเรียงกันอย่างพร้อมเพรียง
“อาจารย์แม่ คือว่าเป็มันที่หาเื่พวกเราก่อน”
“พวกเธอคิดว่าฉันโง่งั้นสิ”
“ไม่ครับ คือ..”
“ไม่ต้องมาแก้ตัว นักศึกษาคนนั้นนำจดรายชื่อพวกนี้เอาไว้ให้หมด เื่นี้ฉันไม่ปล่อยไปแน่”
ในระหว่างที่มีการโต้เถียงกันขึ้นระหว่างอาจารย์และกลุ่มคนพวกนั้น เขียนฝันที่นอนเจ็บอยู่ที่เดิมเพียงแค่ได้ยินแต่ไม่มีแรงจะพูดอะไรออกมา ผ่านไปสักพักเขาก็รู้สึกว่าตัวเองลอยขึ้นจากพื้นโดยที่เขาไม่ได้ลืมตาดูด้วยซ้ำว่าใครที่เป็คนยกร่างเขาขึ้นมา
ศีรษะนั้นเอนซบบนอกแกร่งอย่างอ่อนล้า จมูกสูดดมกลิ่นกายของคนๆนั้นเข้าปอดอย่างแรง รู้สึกได้ถึงความปลอดภัยและอบอุ่นที่แฝงเอาไว้ทันที
“น้องเป็ไงบ้าง?”คำถามจากเ้าของกลิ่นกายนั้นดังขึ้นหนหนึ่งแต่มันก็คล้ายกับล่องลอยไปไกล
เขาไม่มีความรู้สึกอย่างจะตอบโต้กลับไปเลยสักนิด
“อาจารย์แม่ครับ เดี๋ยวผมพาคนเจ็บไปที่ห้องพยาบาลก่อนดีกว่าครับ”
“อืม ไปเถอะ”อาจารย์แม่เอ่ยอนุญาต ก่อนจะหันไปชี้หน้ากลุ่มนักศึกษาทั้งหมดด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่น
ให้ตายสิ!
นักศึกษาพวกนี้เห็นคนถูกทำร้ายแต่ไม่คิดจะมีใครเอ่ยช่วยเหลือ ช่างเห็นแก่ตัวกันเกินไปแล้ว
“จะถ่ายกันอีกนานไหม? ถ้าไม่มีเรียนก็กลับบ้านกลับหอไปสิ!”
สิ้นเสียงของอาจารย์แม่ก็มีหลายคนที่ตัดสินใจปิดไลฟ์สด ปิดวิดีโอแล้วก็สลายตัวไป เหลือเพียงกลุ่มนักศึกษาเ่าั้ที่ถูกอาจารย์แม่ให้เกียรติปรับทัศนคติต่อ
เขียนฝันลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นเพียงปลายคางของคนที่กำลังอุ้มเขาวิ่งอยู่ ภายในใจอยากจะบอกให้ปล่อยเขาเดินเอง แต่พอคิดว่าขนาดแรงจะพูดยังไม่มีเขาจะเอาแรงที่ไหนไปเดินเองได้ล่ะ สุดท้ายก็ได้แต่มึนงงต่อไป
พอรู้ตัวอีกที เขาก็ถูกมือนั้นวางลงบนที่นอนที่มีกลิ่นของแอลกอฮอล์อ่อนๆลอยคลุ้งไปหมด จนพอจะเดาได้ว่าสถานที่แห่งนี้คงเป็ห้องพยาบาลของคณะนั่นเอง
“ซี๊ด”
เขียนฝันร้องออกมาด้วยความแสบที่ได้รับจากเเอลกอฮอล์ทันทีที่มันถูกเเตะลงบนเเผล มุมปากกระตุกอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับมือที่มีแรงพอจะยกขึ้นมาจับมือของคนที่กำลังทำแผลให้เขาต้องหยุดก่อน
ถ้าเกิดโดนแอลกอฮอล์ต่อไปเขาต้องมีน้ำตาไหลออกมาอย่างแน่นอน
“เจ็บหรอ”เสียงทุ้มที่เอ่ยถามดังอยู่ข้างหู
มือที่ยกขึ้นมาจับมือของเขา ถูกมืออีกข้างรวบเก็บไว้ในทันที ก่อนจะเริ่มทำแผลต่ออย่างเบามือ
“อืม”เขาครางตอบออกไปโดยที่ไม่ยอมลืมตาดูคนตรงหน้าที่กำลังมองใบหน้าที่บวมช้ำของเขาด้วยความเป็ห่วงที่ปิดเอาไว้ไม่มิด
“ทนหน่อย เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”
“อืม”เขียนฝันตอบกลับแต่ยังคงไม่ลืมตาขึ้นมามองคนพูดสักนิด
หลังจากที่สิ้นสุดประโยคนั้นคนฟังก็ได้แต่ทำแผลด้วยน้ำหนักมือที่เบาหวิวจนเขียนฝันไม่รู้สึกเจ็บบริเวณนั้นอีกเลยสักนิด
เมื่อทำแผลเสร็จ ร่างสูงของคนดูแลก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงก่อนจะกลับมาพร้อมกับผ้าและน้ำสำหรับเช็ดตัว เมื่อชายหนุ่มรับรู้ถึงความเย็นจากน้ำที่โดนร่างกายนอกจากจะเจ็บบ้างเป็ครั้งคราวจากรอยฟกช้ำแต่เหนืออื่นใดเขากลับรู้สึกสบายตัวเสียด้วยซ้ำ
“ขอบคุณนะ”
เขียนฝันเอ่ยขอบคุณออกไปทั้งๆที่ไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อมองดูใบหน้าของคนที่ช่วยดูแลเขาในตอนนี้
เขารู้สึกสบายจนััได้ว่าความเจ็บเ่าั้ได้จางหายไปแล้ว เปลือกตาที่หลับอยู่นั้นเริ่มหยุดการเคลื่อนไหว เขาเคลิ้มหลับเข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่ทันได้รู้เลยว่าบุคคลที่เขาเอ่ยปากขอบคุณนั้นเป็บุคคลเดียวกับที่เขาเกลียดมากที่สุดในตอนนี้นั่นเอง!