เช้านี้เยี่ยนหรูหยิบหมั่นโถลูกใหญ่ออกมาจากแหวนมิติของตนสามลูกส่งให้เด็กสาวกับสัตว์อสูรของนางคนละลูกเขาไม่อยากเป็นผู้รับแต่เพียงฝ่ายเดียวจึงหวังว่านางจะไม่รังเกียจอาหารเรียบง่ายอย่างเด็กสาวคนอื่นที่เขาพบเจอหยางเถาอวี้ไม่ขัดศรัทธาหรือเรื่องมาก นางรับมากินเป็นอาหารเช้าเงียบๆส่วนเจ้าตัวเล็กเหมือนจะไม่เคยกินหมั่นโถมาก่อน มันตั้งใจกินท่าทางเอร็ดอร่อยแถมยังกินไวไม่สมกับปากเล็กๆ ของมันเช่นเคยพอหมดก้อนยังหันไปทำตาละห้อยใส่เยี่ยนหรูพร้อมเลียสองมือไปมา
“ฮ่าๆท้องเล็กๆ ของเจ้าเหตุใดถึงจุปานนี้ ขนาดข้าเป็นลูกผู้ชายตัวโตกินหมั่นโถขนาดพิเศษอย่างนี้ลูกเดียวก็อิ่มแล้ว”แม้ปากจะบ่นแต่มือกลับหยิบหมั่นโถออกมาส่งให้มันอีกลูกก่อนจะหันไปเก็บกระโจมที่พักของตนจนเรียบร้อยส่วนหยางเถาอวี้ไม่ต้องเก็บอะไรมาก แค่ผ้าห่มกับผ้าปูนอนสองผืนเท่านั้น
“อิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะข้าเป็นห่วงพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องยิ่งนัก” เยี่ยนหรูชักชวน“หากเดินเท้าธรรมดาคงต้องใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายนี้ แต่ถ้าใช้ลมปราณคาดว่าราวหนึ่งชั่วยามเศษก็คงถึง ข้ารู้สึกว่าตอนนี้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีแล้วพวกเราใช้ลมปราณกันดีหรือไม่”
“ไม่มีปัญหาท่านนำทางได้เลย” หยางเถาอวี้ย่อมพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อม
ได้ยินเช่นนั้นเยี่ยนหรูจึงทะยานตัวนำออกไปเขาไม่กล้าใช้ฝีเท้าเต็มที่เพราะนึกห่วงเด็กสาวว่ามีพลังปราณเพียงขั้นปฐมตอนต้นเท่านั้นหากตามความเร็วเต็มที่ของเขาจะเป็นภาระแก่นางมากเกินไป
ส่วนหยางเถาอวี้ใช้พลังเพียงแค่ส่วนเดียวระเบิดฝีเท้าตามหลังเยี่ยนหรูไปโดยมีข่าเอ๋อเกาะอยู่บนบ่าของนางเวลานี้หยางเถาอวี้ยังไม่อยากเปิดเผยขั้นพลังที่แท้จริงของตนฟังว่ายุทธภพเต็มไปด้วยภัยพาล โบราณว่าอย่าทำตัวเด่นจะเป็นภัยดังนั้นนางควรยึดหลักปฏิบัติข้อนี้ไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท
หนทางตลอดด่านเส้นนี้ไม่พบผู้ใดเด็กสาวรู้สึกฉงนใจพอสมควรจึงเอ่ยถามและได้รับคำตอบจากเยี่ยนหรูว่าเป็นเพราะถนนเส้นนี้ไม่ใช่ทางหลักจึงไม่ค่อยมีผู้คนสัญจร
ใช้เวลาเพียงชั่วยามเศษปากทางเข้าหมู่บ้านนักล่าสัตว์อสูรเริ่มปรากฏสู่สายตาหยางเถาอวี้เห็นผู้คนเดินเข้าเดินออกกันขวักไขว่ดูคึกคักหนาตาอย่างที่อำเภอตงอวิ๋นเทียบไม่ติดเลยทีเดียว
เยี่ยนหรูเร่งฝีเท้าขึ้นตามความร้อนใจเขานำทางนางเข้าไปในหมู่บ้านอย่างชำนาญทางไม่กี่ชั่วอึดใจต่อมาก็พาหยางเถาอวี้ไปหยุดยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
“นี่คือโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านนักล่าสัตว์อสูรโรงเตี๊ยมฟู่เฉิง ศิษย์สถานศึกษาของเราพักกันอยู่ที่นี่”เยี่ยนหรูบอกกล่าวขณะพาเด็กสาวเดินขึ้นบันไดโรงเตี๊ยมไปยังชั้นสองและหยุดอยู่หน้าประตูห้องๆหนึ่ง
“ก๊อกๆๆอาจารย์ขอรับ ข้าเยี่ยนหรูขอรับ”เขาเคาะประตูอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้อง
“เข้ามาได้”เสียงตอบรับของคนในห้องดังขึ้น
เยี่ยนหรูผลักเปิดประตูนำหน้าพาหยางเถาอวี้เดินเข้าไป “คารวะท่านอาจารย์หลิน” เด็กสาวมิได้เอ่ยคำแต่ยอบกายลงทำความเคารพผู้อาวุโสกว่าด้วยท่วงท่างดงามสุภาพ
“เยี่ยนหรูหรือแล้วแม่นางน้อยผู้นี้เป็นใครกัน”หลินชิงเหลือบตามองเด็กสาวรูปโฉมงดงามที่ยืนอยู่ด้านข้างศิษย์ของตนเขาจำศิษย์ที่ร่วมคณะเดินทางมาได้ทุกคน นางมิใช่หนึ่งในคณะศิษย์แน่นอน
“แม่นางน้อยผู้นี้นามว่าหยางเถาอวี้”เยี่ยนหรูแนะนำ “อวี้เอ๋อ ท่านผู้อาวุโสคืออาจารย์หัวหน้าแผนกศิลปยุทธ์ท่านอาจารย์หลินชิง”
“คารวะท่านผู้อาวุโสหลินเจ้าค่ะ”หยางเถาอวี้กล่าวทักทายพร้อมยอบกายลงคารวะอีกหน
“อืม”หลินชิงพยักหน้ารับแล้วจึงหันไปถามเยี่ยนหรู “เหตุใดเจ้าจึงกลับมาเร็วนักมีเหตุอะไรหรือไม่”
“อาจารย์ท่านถามอย่างนี้แปลว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของข้ายังไม่มีผู้ใดกลับมาเลยใช่หรือไม่”เยี่ยนหรูเริ่มมีสีหน้าวิตกกังวลมากขึ้น
“นี่เพิ่งจะวันที่สามหลังจากพวกเจ้าออกไปทำภารกิจ แล้วจะกลับมากันเร็วปานนั้นได้อย่างไรหรือมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้น รีบบอกมา” หลินชิงเห็นท่าทางของเยี่ยนหรูจึงเริ่มสังหรณ์ใจ
สะสามวัน? เดี๋ยวนะเพิ่งผ่านไปสามวันหรือ...แปลว่าเขาบาดเจ็บเมื่อวานนี้และหลบหนีออกมาจนเจอหยางเถาอวี้จากนั้นวันนี้ก็กลับมาถึงโรงเตี๊ยม...
เยี่ยนหรูหันขวับไปมองเด็กสาวที่ยืนทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆนี่แปลว่านางรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของเขาจนหายดีได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วยามเหรอ???เมื่อแรกที่ฟื้นสติคืนมาเขาคิดว่าเวลาคงผ่านพ้นไปหลายวันแล้วจึงไม่ได้เอ่ยถามรายละเอียดหรือวันเวลาเพียงร้อนใจอยากกลับมาที่หมู่บ้านนักล่าสัตวอสูรเพื่อติดตามข่าวคราวของพี่น้องเท่านั้น
หยางเถาอวี้เห็นท่าทางของเด็กหนุ่มข้างกายก็อดที่จะคิดไม่ได้‘พี่ชาย ท่านมาตกอกตกใจอะไรเอาป่านนี้ ความรู้สึกใช่ช้าเกินไปหรือไม่’
หลินชิงเห็นท่าทางของคนทั้งสองจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ว่าไง มีอะไรเกิดขึ้นกันแน่”
“เอ่อ”เยี่ยนหรูตั้งสติครู่หนึ่งจึงเรียบเรียงความคิดและเอ่ยปาก
“เรียนอาจารย์หลินพวกข้าเพิ่งเดินทางเข้าไปยังป่าหมื่นอสูรได้เพียงชั้นนอกเท่านั้นในเช้าวันที่สอง... คือเมื่อวาน... พวกเราโดนดักซุ่มโจมตีโดยคนกลุ่มหนึ่งพวกมันแต่งชุดรัดกุมปกปิดใบหน้ากันทุกคน ใช้วิธีโปรยผงพิษสลายลมปราณใส่พวกเราจากนั้นก็เข้าโอบล้อมรุมทำร้าย พวกเราตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบหลายคนไม่ระวังจนสูดดมผงพิษสลายลมปราณนั่นเข้าไป ทำให้อ่อนเปรี้ยเพลียแรงไม่สามารถโคจรลมปราณได้สุดท้ายจึงตัดสินใจแยกย้ายกันหลบหนีเพื่อเพิ่มโอกาสรอดขอรับ”เยี่ยนหรูเล่ามาถึงตรงนี้จึงหยุดชะงักไปครู่หนึ่งลังเลใจว่าจะเล่าสภาพบาดเจ็บสาหัสของตนดีหรือไม่
“ตัวข้าถูกคนร้ายสองคนรุมโจมตีจนบาดเจ็บโชคดีอาศัยจังหวะหลบหนีออกมาทางด่านย่อยได้สำเร็จและพบเข้ากับหยางเถาอวี้นางช่วยรักษาข้าจนหายดี วันนี้จึงเร่งเดินทางกลับมาหวังใจว่าจะได้พบเหล่าพี่น้องที่นี่”
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือน้อยนักที่จะมีคนกล้าทำร้ายคนของสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยน”หลินชิงขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิด
“ศิษย์สงสัยว่าจะเป็นคนของสำนักเทียนอีหนึ่งในคนที่โจมตีพวกเราเผลอใช้เคล็ดวิชาของที่นั่น ข้าจำได้ขอรับแต่นอกเหนือจากนี้แล้วข้าไม่มีหลักฐานอย่างอื่นอีกเลย”
“หึข้าจะต้องตรวจสอบหาความจริงในเรื่องนี้ให้ได้”
“แล้วคนพวกนั้นมีพลังยุทธ์อยู่ที่ระดับใดบ้าง”
“พวกมันส่วนใหญ่มีพลังยุทธ์ขั้นมัชฌิมตอนปลาย”
“ฟังดูแล้วคล้ายพวกมันล่วงรู้ถึงเรื่องราวของทางฝั่งเราเป็นอย่างดีรู้ว่าพวกศิษย์ที่มาในครั้งนี้ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นปฐมตอนปลายจนถึงขั้นมัชฌิมตอนต้นเท่านั้น”หลินชิงกล่าวอย่างขุ่นเคืองใจ ครู่หนึ่งจึงหันไปทางหยางเถาอวี้
“แม่นางน้อยขอบคุณที่ช่วยเยี่ยนหรูไว้ เรื่องนี้ทางสถานศึกษาจะต้องตอบแทนเจ้าแน่นอนเพียงแต่ว่าเวลานี้คงไม่สะดวกนักเนื่องจากต้องมุ่งเน้นเรื่องการช่วยเหลือศิษย์ที่ยังไม่รู้ชะตากรรมอีกสิบสี่คนก่อน”
“ท่านผู้อาวุโสมิต้องใส่ใจช่วยคนถือว่าได้กุศลยิ่งกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น” หยางเถาอวี้เอ่ยตอบจริงใจ นางไม่ได้คาดหวังกับผลตอบแทนอยู่แล้ว(แต่ถ้าให้มาก็ไม่ขัดนะเจ้าคะ โฮะๆๆ)
หลินชิงได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าคราหนึ่งก่อนจะหันกลับไปทางเยี่ยนหรู“เช่นนั้นเจ้าจงพาข้ากลับไปยังจุดเกิดเหตุ ตามหาศิษย์คนอื่นๆ ให้พบ”
“รับทราบขอรับอาจารย์”
“ง่าไม่ทราบว่าข้าจะขอตามไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ” หยางเถาอวี้รีบเอ่ยถามขึ้นนี่มันโอกาสในการสั่งสมประสบการณ์อันดีชัดๆ
“หืมหนทางข้างหน้าคงไม่ปลอดภัยนัก ...” หลินชิงเตรียมปฏิเสธในใจไม่อยากพานางไปด้วยให้เป็นภาระ อีกทั้งนางยังเป็นคนแปลกหน้าไม่แน่ว่าจะไว้วางใจได้
“อาจารย์ขอรับอวี้เอ๋อมีความสามารถทางการแพทย์สูงนัก พานางไปด้วยต้องเป็นประโยชน์แน่นอน”
ได้ฟังเช่นนี้หลินชิงจึงตัดสินใจ“เอางั้นก็ได้ แต่หวังว่าเจ้าจะสามารถดูแลตัวเองได้”
พูดเช่นนี้หมายความว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นพ่อหนุ่มหน้านิ่งคนนี้คงไม่คิดจะใส่ใจนางล่ะสิ ฮึ ใครเขาง้อกัน
“ผู้อาวุโสโปรดวางใจข้าเพียงหวังเก็บเกี่ยวประสบการณ์เท่านั้นจะไม่เป็นตัวถ่วงพวกท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”นางบอกถึงวัตถุประสงค์ของตนอย่างตรงไปตรงมา
หลินชิงได้ยินเช่นนั้นจึงเพียงพยักหน้าเล็กน้อยเขาไม่รอช้า จัดการเก็บเอกสารกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะกับของใช้ส่วนตัวเข้าสู่แหวนมิติของตนพร้อมกับเดินนำออกไปจากห้องทันที
“เอ่ออาจารย์ขอรับ ท่านจะไปคนเดียวหรือขอรับ แล้วผู้อาวุโสท่านอื่นๆ...”เมื่อออกมานอกห้องพัก หลินชิงสาวเท้ามุ่งหน้าสู่บันไดทางลงเห็นดังนั้นเยี่ยนหรูจึงรีบทักท้วง
“ผู้อาวุโสท่านอื่นแยกย้ายกันไปทำภารกิจของสำนักตัวข้ารั้งอยู่ที่นี่เพื่อทำหน้าที่ประสานงาน อย่ามัวแต่ถามให้มากความรีบออกเดินทางกันเถอะ”หลินชิงประเมินดูแล้วว่าลำพังเขาคนเดียวก็น่าจะสามารถรับมือกับคนกลุ่มนั้นได้โดยไม่ตึงมือจะอย่างไรขั้นพลังกำเนิดเซียนตอนต้นของเขาก็สูงกว่าศัตรูมากนัก
คนทั้งสามออกจากหมู่บ้านนักล่าสัตว์อสูรทันทีหลิงชิงแจกจ่ายยาเม็ดฟื้นฟูพลังปราณระดับสองให้ผู้เยาว์ทั้งคู่เนื่องเพราะพวกเขามาถึงก็ต้องออกเดินทางต่อทันทีโดยมิได้พักผ่อน เหตุการณ์คับขันเขาย่อมไม่คิดตระหนี่ถี่เหนียวมอบยาเม็ดฟื้นฟูพลังปราณที่พกติดตัวอยู่ให้เด็กทั้งสองคนคนละสามเม็ด
หยางเถาอวี้ยังคงเป็นเด็กดีเสมอต้นเสมอปลายผู้ใหญ่ให้อะไรไม่ควรปฏิเสธ นางรับมาเก็บเข้าคลังทรัพย์สินของตนอย่างว่าง่ายยิ่งส่วนเยี่ยนหรูก็ไม่ได้คิดมากเวลานี้เขาลืมนึกถึงยาเม็ดฟื้นฟูพลังระดับสูงที่เด็กสาวมอบให้เขากินเมื่อวานไปเสียสนิทจิตใจบินลอยไปถึงที่หมายเสียแล้ว นี่ถ้าหลินชิงรู้เข้าจะรู้สึกเสียหน้าไหมหนอยาเม็ดของหยางเถาอวี้มีคุณภาพสูงกว่าของเขาไม่น้อยเลยทีเดียว