คุณหนูอ้ายฉิงเป็คนคิดไวทำเร็ว เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็เริ่มดำเนินการทันที มือเรียวบางหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องเก่งออกมาจากกระเป๋าสะพายใบจิ๋วราคาไม่จิ๋วที่สะพายไว้ข้างตัว แล้วกดเบอร์ปลายสายที่้าทันที
ตู๊ดดดด. ตู๊ดดดด….. เสียงรอสายดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ถึงสามครั้ง ก็ได้รับการตอบรับจากปลายสายขึ้นทันที น้ำเสียงที่ตอบกลับมาแลดูสุภาพนุ่มนวลชวนฟัง
“ฮัลโหล ครับคุณหนู”
“ฮัลโหล ….สวัสดีคะ เลขาอู๋”
“คุณหนูอ้ายฉิงมีเื่อะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ คุณหนูบอกมาได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้"
“อ้ายฉิงมีเื่จะขอรบกวนให้เลขาอู๋ดำเนินการให้หน่อยคะ”
“พอดีอ้ายฉิงมาขัับรถเล่นแถวเมืองเหอผิงคะ แล้วอ้ายฉิงชอบบรรยากาศแถบชาญเมืองเหอผิงม๊ากกกก มากค่ะ จนอ้ายผิงคิดว่าอยากจะมีบ้านน้อยหลังเล็กๆ ซักหลังไว้พักผ่อนที่นี่ เลขาอู๋ช่วยดำเนินการซื้อที่ดินผืนเล็กๆ ตรงที่อ้ายฉิงต้องให้หน่อยคะ"
“อีกเื่นะคะ เลขาอู๋อย่าเพิ่งไปบอกป๊ากับพี่หนิงเฉิงนะคะ อ้ายฉิงจะเก็บไว้เป็เื่ เซอร์ไพรส์ๆๆๆ ให้ทั้งสองคนคะ”
“ได้ครับ คุณหนูอ้ายผิงอยากได้ที่ตรงส่วนไหนของเมืองเหอผิง ขนาดเท่าไหร่ คุณหนูอ้ายฉิงบอกมาได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้ทันที”
“อ้ายฉิงอยากได้ที่ดินไม่เยอะเท่าไหร่คะ นิดเดียวเท่านั้นเอง”
“เอาตรงที่มีูเา ที่ติดทะเลสาบชานเมืองคะ”
“ได้ครับ เอาแถวตีนเขาติดทะเลสาบชานเมืองนะครับ ซัก 100 ไร่ พอไหมครับคุณหนู”
“โน้โนๆๆๆ ไม่ใช่ตีนเขาคะ เลขาอู๋”
“ครับ?”
“อ้ายฉิงอยากได้ทั้งเขา ทั้งลูก เอาครบสามลูกเลยคะ และทะเลสาบด้วยนะคะ รวมๆ แล้วก็น่าจะนิดเดียว ไม่น่าจะเกินสามพันไร่หรอกคะ”
“เลขาอู๋ดำเนินการให้ด้วยนะคะ อ้ายฉิงขอพรุ่งนี้เลยนะคะ”
…….. เงียบ
คิ้วเรียวสวยขมวดเป็ปมนิดๆ เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากทางปลายสายที่เธอสนทนาอยู่
“เลขาอู๋คะ…..”
เงียบ…..
“เลขาอู๋คะ ได้ยินอ้ายฉิงหรือเปล่า”
“เลขาาาาาาาาาา”
“ครับๆๆๆ ได้ยินครับคุณหนูอ้ายฉิง” เลขาอู๋หลุดออกจากพะวังหลังจากได้ฟังคำสั่งของเ้านายตัวน้อยของเขา พร้อมทั้งยกมือขึ้นปาดเหงื่อออกจากหน้าผากทั้งที่ไม่มีอยู่จริง และรีบตอบกลับก่อนที่เ้านายจะต้องะโจนเจ็บคอ
“คุณหนูอ้ายฉิงครับ ไม่ใช่เมื่อซักครู่คุณหนูบอกว่าจะสร้างบ้านพักหลังเล็กๆ หรอครับ หรือผมฟังผิดไป”
“ก็ถูกไงคะ อ้ายฉิงจะสร้างบ้านพักหลังเล็กๆ คะ”
“แต่คุณหนูอ้ายฉิงให้ผมติดต่อซื้อที่ ูเาสามลูก รวมทะเลสาบ จำนวนสามพันไร่????”
“ใช่คะเลขาอู๋…..”
เธอได้ยินเลขาอู๋จากปลายสายทวนคำเสียงแ่ “สามพันไร่???”
“ใช่คะ…..”
…… เงียบ
“เอ… หรือว่าเลขาอู๋คิดว่ามันน้อยไป.. ความจริงอ้ายฉิงก็คิดว่ามันแลดูจะน้อยไปจริงๆ นั่นแหละคะ งั้นเอายังงี้ดีกว่า เลขาอู๋ซื้อรวมตรงแม่น้ำสายน้อยไปด้วยเลยก็ได้คะ รวมๆ แล้วจากที่อ้ายฉิงกะประมานอยู่ก็น่าจะซัก ห้าพันไร่คะ คิดว่ามันคงไม่น้อยไปนะคะ หรือเลขาอู๋คิดว่ายังไง"
…. เงียบ
“เลขาอู๋คะ????”
“เล …ขา…. อู๋……..”
“ครับๆๆๆ”
“วันนี้เลขาอู๋ไม่สบายหรือเปล่าคะ ไม่ค่อยตอบอ้ายฉิงเลย เลขาอู๋พักซักหน่อยก็ได้นะคะ แล้วไปโรงพยาบาลไปพบหมอ ให้หมอลองตรวจดูเสียหน่อยค่ะ อ้ายฉิงคิดว่าเลขาอู๋น่าจะหูไม่ค่อยได้ยินแล้วนะคะ น่าจะมีความผิดปกติเกี่ยวกับประสาทการได้ยิน วันนี้หยุดงานแล้วไปโรงพยาบาลเลยดีกว่าคะ เดี๋ยวอ้ายฉิงจะบอกป๊าให้เอง”
จากนั้นร่างบางก็พึมพำเบาๆ ว่า “เลขาอู๋ก็ยังไม่แก่นี่นา ทำไมประสาทหูถึงเสื่อมไวจัง” …..
“คุณหนูคร๊าบบบ ผมไม่ได้ประสาทหูเสื่อมครับ ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอกครับ”
“อุ้ย…. อ้ายฉิงพึมพำเบาๆ เองนะคะ แหม… เลขาอู๋ละก็ ประสาทหูดีเยี่ยมจริงๆๆ คะ …แหะแหะๆๆ"
(แหมมมม ทีอ้ายนินทางี้ ได้ยินอย่างไว)
“คุณหนูอ้ายฉิงบอกผมอีกซักครั้งได้ไหมครับว่า คุณหนูจะเอาที่ดินผืนเล็กๆ ของคุณหนูไปทำอะไรนะครับ”
“อ้ายฉิงจะสร้างบ้านพักหลังน้อย ค่าาาา”
“บ้านหลังน้อย??”
“ใช่ค่ะ”
“ที่ดินกี่ไร่นะครับ”
เสียงใสตอบอย่างกลับอย่างรวดเร็ว “ห้าพันไร่คร่าา… แต่อ้ายฉิงก็ยังคิดว่ามันอาจจะน้อยไปหน่อยๆ นะคะ”
เขาคิดว่า ……. คำว่าเล็กของคุณหนูอ้ายฉิงกับของเลขาอย่างเขาคงจะตีความไม่เหมือนกัน เลขาหนุ่มได้แต่ปลงตก และตอบกลับไปให้คุณหนูสบายใจว่า
“ได้ครับๆ ห้าพันไร่นะครับ ….. เดี๋ยวผมจะรีบดำเนินการให้ทันทีเลยครับ”
“ได้อีกนิดก็ดีนะคะ”
………… เงียบ (อ้ายฉิง : แหม….ที่ดินผืนเล็กๆ เอง เลขาอู๋ทำเป็เงียบ)
“เลขาอู๋คะ อ้ายฉิงอยากได้ทีมช่างของบริษัทเครือของเรามาสร้างบ้านให้อ้ายฉิงด้วยคะ”
“ได้ครับ ผมจะส่งทีมช่างมือดีของเราเข้าไป”
“เลขาอู๋ …. อ้ายฉิงอยากให้บ้านพักของอ้ายฉิงเสร็จไวๆ คะ เอาให้เสร็จในสามเดือนได้เลยยิ่งดีคะ”
“ครับๆ รับทราบครับคุณหนู แล้วเื่แบบบ้านที่คุณหนู้าละครับ คุณหนู้าแบบประมาณไหน”
“เื่แบบบ้านและรายละเอียด อ้ายฉิงขอเวลาคิดและตัดสินใจก่อนนะคะ เดี๋ยวถ้าได้ข้อสรุปแบบที่อ้ายฉิง้าแล้ว อ้ายฉิงจะส่งแบบไปให้เลขาอู๋อีกทีคะ”
“ได้ครับ”
“แค่นี้นะคะ เลขาอู๋ ….บายค่ะ” มือบางกดปุ่มเพื่อตัดการสนทนากับเลขาคนเก่งที่เป็ลูกหลานคนเก่าแก่ที่อยู่คู่กับตระกูลฟู่มาอย่างยาวนาน
ทำไมต้องเป็ที่เมืองเหอผิง นอกจากทำเลที่ตั้งและภูมิประเทศที่ดีแล้ว การติดต่อสื่อสารและการเดินทางก็เป็ส่วนที่ดียิ่งกว่า นอกจากนั้นส่วนสำคัญที่สุดนั่นก็เพราะเธอจำได้ว่าในข่าวที่ดู ่ที่เกิดแผ่นดินไหวทั้งสองระลอกใหญ่ เมืองเหอผิงเป็เมืองที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นอกจากนี้ ในแง่ของภูมิประเทศ เมื่อเกิดภัยอื่นๆ ที่ตามมา เมืองเหอผิงยังเป็เมืองที่อยู่รอดอย่างยาวนาน เนื่องจากไม่ได้ค่อนไปทางเหนือสุด หรือใต้สุด เลยได้รับผลกระทบทางด้านอุณหภูมิน้อย และในอนาคตเมืองเหอผิงจะมีค่ายที่ใหญ่ที่สุดเป็อันดับสองของประเทศเกิดขึ้นที่นี่
(อ้ายผิง : เย่ๆๆๆ บ้านและที่ดินน้อยๆ ของอ้ายฉิง)
(เลขาอู๋ : …… อะไร คือ ที่ดินน้อยๆ ของคุณหนูครับ)