หลายวันให้หลัง
หลิ่วเทียนฉีแบ่งยันต์วิเศษที่เขาสะสมไว้ก่อนหน้านี้หนึ่งพันหกร้อยกว่าแผ่นออกเป็นสิบกว่าส่วน ขายให้ร้านยันต์วิเศษน้อยใหญ่ในเมืองฝูเฉิง ตอนนี้เขาเรียนอักขระยันต์ขั้นสาม ดังนั้นยันต์ขั้นหนึ่งที่เคยวาดจึงไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ ศิลาทิพย์ที่เขาใช้ฝึกฝนมาตลอดล้วนเป็นของที่บิดามอบให้ เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกอับอายเล็กน้อย จึงคิดจะขายยันต์วิเศษขั้นหนึ่งในมือไปเสีย
วิ่งในเมืองครึ่งค่อนวันถึงขายยันต์วิเศษขั้นหนึ่งทั้งหมดสำเร็จ ได้ศิลาทิพย์หกหมื่นแปดพันก้อน
หลิ่วเทียนฉีลูบแหวนมิติของตน เขาลอบยิ้มในใจพลางคิด ‘เป็นผู้ใช้ยันต์นี่หาเงินง่ายจริงหนอ นี่เป็นแค่ยันต์วิเศษขั้นหนึ่งก็ขายจนได้ศิลาทิพย์มากปานนี้ หากเป็นขั้นสองหรือขั้นสาม ต้องขายได้มากศิลาทิพย์เป็นแน่ ดูท่าว่าคงต้องขยันเรียนให้มากเข้าถึงจะดี’
ได้ศิลาทิพย์มาหลิ่วเทียนฉีก็อารมณ์ดียิ่ง เขาไปหอหมื่นสมบัติ ใช้ศิลาทิพย์สองพันก้อนซื้อโอสถสร้างรากฐานเม็ดหนึ่ง โอสถสร้างรากฐานเม็ดนี้เขาซื้อให้เฉียวรุ่ย แม้เฉียวรุ่ยยังไม่ออกมา แต่เพราะเป็นตัวเบี้ยอันดับหนึ่งในหนังสือ สำหรับพรสวรรค์ในการฝึกฝน แม้สู้พระเอกไม่ได้แต่ก็ดีกว่าคนอื่นมากนัก เขาคิดว่าหลังออกมาไม่นานคงขึ้นระดับสร้างรากฐานได้ ฉะนั้นตนแค่จัดเตรียมโอสถให้เรียบร้อย ยามคนรักเลื่อนระดับจะได้ราบรื่น!
หลิ่วเทียนฉีซื้อโอสถเสร็จก็ดีอกดีใจ ตั้งใจจะเดินกลับบ้านก็พบกับหลิ่วไห่
“ท่านลุงรอง!” เห็นหลิ่วไห่ท่าทางดุร้าย ตาขวางมองตนอย่างโกรธเกรี้ยว แววตาประหนึ่งดาบคมอยากใช้สายตาฆ่าตนเสีย เขาคิดว่าท่าไม่ดีแล้ว รีบเอาป้ายหยกส่งสารถึงบิดาออกมา แอบบีบป้ายให้แตกข้างหลัง
“หลิ่วเทียนฉี ข้าขอถามสักหน่อย เจ้าสังหารพี่หกของเจ้าใช่หรือไม่?” หลิ่วไห่เอ่ยถามเสียงดัง
“ลุงรอง ท่านพูดอะไรหรือ? ข้าจะฆ่าพี่หกได้อย่างไรเล่า?” หลิ่วเทียนฉีส่ายศีรษะ ไม่มีทางยอมรับ
“ไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใครได้อีก? คนของลุงใหญ่ตามหาศพพี่หกของเจ้าพบแล้ว ป้ายหยกของเจ้าถูกกำอยู่ในมือศพ ต้องเป็นเจ้าแน่ เป็นเจ้าที่สังหารลูกชายของข้า!” หลิ่วไห่ด่าอย่างโกรธเกรี้ยว พูดด้วยสีหน้ามั่นใจ
ได้ยินเช่นนั้น หลิ่วเทียนฉีพลันตะลึง ศพ? จะเป็นไปได้อย่างไร ศพของหลิ่วเทียนลู่ถูกเผาเป็นขี้เถ้าไปนานแล้ว หลิ่วเจียงจะหาศพของอีกฝ่ายพบได้เช่นไร หรือว่าเขาจงใจใส่ร้ายข้ากับบิดากัน?
หากหลิ่วเทียนฉีจำไม่ผิด ในนิยายต้นฉบับ หลังหลิ่วเทียนฉีถูกหลิ่วเทียนลู่ทำร้ายจนตาย หลิ่วเจียงกับหลิ่วไห่ก็ปิดบังเรื่องนี้ บอกเจ้าของร่างเดิมกินโอสถร่างระเบิดตายไปเอง หลังเหตุการณ์นั้น หลิ่วเหอออกมากอดศพลูกชายอย่างโศกเศร้าแทบขาดใจ หลังสูญเสียบุตรชายจึงมอบความรักทั้งหมดให้นางเอก อบรมนางประหนึ่งเป็นบุตรสาวแท้ๆ แต่หลิ่วเจียงสารเลวนั่นกังวลว่าหลิ่วเหอจะแย่งตำแหน่งเจ้าตระกูล ภายหลังหลิ่วเหอสั่งสอนนางจนกลายเป็นผู้ใช้ยันต์ขั้นสี่สำเร็จ ก็วางยาเขาจนตาย
คิดถึงจิตใจอันเหี้ยมโหดของหลิ่วเจียง หลิ่วเทียนฉีรู้สึกถึงความเป็นไปได้ เพราะตนยังไม่ตาย หลิ่วเจียงจึงลงมือก่อนเวลา อาศัยเรื่องหลิ่วเทียนลู่เกือบจะฆ่าเขา จากนั้นค่อยให้บิดากับหลิ่วไห่เข่นฆ่ากันเอง ตัวเองเป็นเพียงชาวประมงคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ นั่งบนตำแหน่งเจ้าตระกูลได้อย่างราบรื่น
“ท่านลุงรอง ท่านเอาคำไหนมาพูด? พลังของพี่หกสูงกว่าข้ามาตลอด ข้าจะสังหารเขาได้อย่างไร? อีกอย่างเขาเป็นพี่ชายฝั่งพ่อของข้า ข้าจะไปฆ่าเขาได้อย่างไรเล่า?” หลิ่วเทียนฉีมองหลิ่วไห่แล้วโต้แย้งอย่างจนปัญญา จงใจถ่วงเวลา
“เฮอะ เจ้าต้องลอบจู่โจมแน่ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะทำสำเร็จได้อย่างไรกัน?” หลิ่วไห่พูดอย่างเต็มปากเต็มคำ เห็นได้ชัดว่ามีคนชักนำให้คิดไปในทางนี้ ไม่เช่นนั้นด้วยสติปัญญาของเขา คงไม่มีทางคิดถึงสิ่งเหล่านี้ได้
“ท่านลุงรอง ท่านใส่ร้ายข้าแล้ว เรื่องนี้ข้าไม่ได้ทำ มีคนกำลังใส่ร้ายข้าอยู่!” หลิ่วเทียนฉีเอ่ยปาก เรียกร้องความเป็นธรรม
“เจ้าคนอกตัญญู เลิกพูดไร้สาระเสีย ข้าจะเอาชีวิตเจ้า!” หลิ่วไห่ใช้หนึ่งฝ่ามือตบเข้าใส่หลิ่วเทียนฉี
“เฮ้ย...” หลิ่วเทียนฉีร้องตกใจทีหนึ่งก็รีบร้อนขว้างภูเขาทองน้อยของตนออกมาขวาง
หลิ่วไห่พลังระดับสร้างรากฐานช่วงปลายเชียวนะ! ไม่ใช่ระดับที่เขาจะต่อกรได้เลย
“ปึง...”
ภูเขาทองของหลิ่วเทียนฉีถูกโจมตีจนแหลกร่วงลงบนพื้น ร่างกายถูกระแทก ถอยหลังไปสามก้าวถึงหยุดยืนได้อย่างมั่นคง