นครจินหวง เมืองหลวงของต้าเหยียน
ในขณะที่ดินแดนทางใต้ยังสงบสุขดีส่วนเขตเมืองหลวงกำลังมีความวุ่นวายอีกครั้ง เมื่อฮ่องเต้หย่งิหาตัวนักบวชผู้ทำนายแม่นยำราวกับตาเห็นผู้นั้นไม่พบ แต่ก็ไปได้ศิษย์ของอีกฝ่ายที่ทำหน้าที่นั้นได้มาแทน และก็ได้ทำนายดวงชะตาของมู่เฉิงชางอีกครั้ง
“บุรุษผู้นี้เส้นทางยาวไกล หากมีชะตาคู่ที่เหมาะสมจะดุจดั่งัที่มีหงส์เคียงคู่ เหมือนเสือติดปีก”
“ท่านหมายความว่าเช่นไร”
“หากเขาได้ภรรยาที่งดงาม กริยาอ่อนช้อย มีความรู้รอบ จะส่งเสริมให้บารมีของเขาแผ่ไกลยิ่งขึ้นพะยะค่ะ” ั์ตาเรียวยาวมีรอยครุ่นคิดก่อนจะรีบหาทางแก้ไข อย่างไรเสียก็เป็โอรสคนหนึ่งเขาไม่มีความผิดใดเลยจะฆ่าทิ้งเสียก็น่าเสียใจ
“มีทางแก้ไขหรือไม่ท่านอาจารย์”
“เนื้อคู่ขององค์ชายสิบเอ็ดคือหญิงที่จุติมาเกิดในฤกษ์ดาวกะเรียนแดง หากมีลักษณะดี รูปร่างงดงาม เกิดในตระกูลสูงจะส่งเสริมบารมีเป็อย่างมากพะยะค่ะ”
“แล้วถ้าหากได้ไม่ตรงตามนี้ล่ะ”
“จะเป็การขัดแย้งกันเองของตัวบุคคล ทำให้เกิดความวุ่นวายในครัวเรือน”
“เป็เช่นนี้ก็ดีแล้ว ขอบคุณท่านมาก” จากนั้นก็ให้ขันทีส่งท่านนักบวชกลับวัดส่วนพระองค์เองก็ครุ่นคิดบางสิ่งไปมาก่อนจะแย้มพระโอษฐ์สรวลด้วยความยินดี
“เขียนราชโองการลงไป เราจะพระราชทานสมรสให้แก่องค์ชายสิบเอ็ดเซิ่งหนานอ๋อง ส่วนพวกเ้าจงไปหาสตรีที่มีลักษณะเช่นนี้มาให้เรา เราจะเป็ผู้คัดเลือกเอง”
++++++++
แคว้นเหยียนในตอนนี้ต่างก็ตื่นเต้นเป็อย่างมาก เพราะในเมืองมีคำเล่าลือกันมาว่าจะหาสตรีที่จะไปเป็ชายาองค์ชายสิบเอ็ดที่ดำรงตำแหน่งเซิ่งหนานอ๋องที่มณฑลทางใต้ของแคว้น แต่ต้องมีลักษณะตามคำทำนายเท่านั้นดังนั้นทุกคนได้แต่ลุ้นว่าจะมีใครบ้างที่มีการเกิดตรงกับที่วังหลวง้า
ค้นหากันอยู่ราวเจ็ดวันได้ในที่สุดพวกเขาก็พบเจอสตรีคนหนึ่งที่ตรงตามที่้า แต่นางเป็ธิดาของเ้ากรมทหารผู้หนึ่งซึ่งพอฮ่องเต้ทรงทราบก็ให้หาคนใหม่มาแทน เพราะเกรงว่าจะทำให้อานุภาพทางทหารของเซิ่งหนานแข็งแกร่งเกินไป
“ไม่มีอีกแล้วหรือคนที่เกิดตามคำทำนาย”
“มีอีกคนพะยะค่ะ แต่...”
“แต่อะไร”
“บ้านของนางเป็ชาวนา ยากจนข้นแค้น ทำไร่ทำนา ผิวก็ด่างดำ กระหม่อมเห็นเช่นนั้นก็เลย...” โอ้ มีสตรีเกิดในฤกษ์ที่ต้องพระประสงค์แถมยังตรงข้ามคำทำนายอีกหรือ วิเศษมาก
“นางอยู่ที่ไหน เ้าไปพานางมาพบเราได้เลย”
“ฝ่าา”
“เร็วๆ สิ เราอยากเจอนาง”
“น้อมรับพระบัญชา” ขุนนางผู้นั้นออกไปแล้วเหลือแต่พระองค์ที่ทรงสรวลอย่างพึงพระทัย บิดามิได้อยากทำร้ายผู้ใด เช่นนั้นมู่เฉิงชางก็รับนางไปเป็ชายาเสียเถิด บิดาจะได้เลิกหวาดระแวงเ้าสักที และจะได้เป็การดีต่อทุกฝ่ายเช่นกัน
ด้านนอกเมืองดรุณีน้อยนางหนึ่งถูกจับตัวขึ้นรถม้ามาพร้อมบิดา พวกเขาจับนางโยนใส่รถม้าได้ยินคำสั่งจากท่านเ้าเมืองบอกว่าจะส่งนางไปที่วังหลวง ลู่เหม่ยจิงกำลังสติเหือดหายหวาดวิตกไปหมด นางไม่ทราบเหตุผลที่พวกเขาไปพาตนเองมาแล้วก็จัดส่งไปยังเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย นี่มันเกิดสิ่งใดกับชีวิตนางกันแน่
“ท่านพ่อได้ยินหรือไม่ พวกเขากำลังจะพาเราเข้าวัง” น้ำเสียงนี้ไม่ได้ดีใจแต่นางกำลังหวาดกลัว
“คงไม่มีอะไรหรอก เขาอาจจะ้าข้ารับใช้เพิ่ม” แม้ว่าจะไม่เคยได้ยินเื่มาก่อนบิดานางก็ยังกล่าวปลอบใจผู้เป็ธิดา เขาเองก็หวาดกลัวไม่น้อยเช่นกัน เล่าลือมาว่าในวังหลวงนั้นเต็มไปด้วยความอันตรายใครพูดจาไม่ดีหรือกระทำผิดเพียงเล็กน้อยก็สามารถหมดลมหายใจได้ทันที นานมากแล้วที่ไปจากพื้นที่แห่งนี้และเขาก็ไม่เคยคิดพาบุตรสาวเข้ามาเฉียดใกล้อาณาเขตเมืองหลวงเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่คาดฝันว่าอยู่ดีๆ จะเดินทางมาที่นี่จนได้
นี่ก็ผ่านมานานหลายปีแล้วคงไม่มีใครจดจำเขาได้แล้วกระมัง
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก เ้าพวกนั้นก็สอนมาไม่น้อยแล้วนี่นา”
“ลูกทำไม่เป็หรอก ไอ้ที่พวกเขาสั่งสอนมาน่ะ”