บทที่ 38 เงินและคูปองของเธอเป็นสิ่งที่ฉันให้!
ตำรวจหวังกระแอมไอ “กระเป๋าสตางค์ที่หายไปเป็นของใคร?”
ข่งมี่เสวี่ยเดินออกมา “เป็นของฉันค่ะ”
“ตอนนั้นสถานการณ์เป็นอย่างไร?”
“เมื่อวานฉันไปซื้อของที่ชุมชน...”
“เธอเห็นกับตาไหม ว่าสหายถงฮั่วเอาเงินจากกระเป๋าสตางค์ของเธอไป?”
“ฉันไม่เห็นค่ะ แต่...พี่รองถงเห็นค่ะ”
ข่งมี่เสวี่ยมองถงชุนจิ้งด้วยสายตาสั่นระริก “พี่รอง คุณบอกว่าตัวเองเห็น ใช่ไหมคะ?”
ถงชุนจิ้งมองไปทางถงฮั่ว
ถงฮั่วพิงกำแพง มองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ถงชุนจิ้งมองเธออย่างลึกซึ้ง
ถงชุนชู่สะกิดพี่ชายคนรอง “พี่รอง ตำรวจหวังกำลังถามอยู่นะ”
“ใช่ ผมเห็น” ถงชุนจิ้งละสายตามา
กระนั้นถงฮั่วก็ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่รู้สึกประหลาดใจหรือโกรธเคืองแม้แต่น้อย ราวกับว่าเธอคาดการณ์เอาไว้แล้ว
ตำรวจหวังถามว่า “นายเห็นกับตาจริง ๆ ว่าถงฮั่วเอากระเป๋าสตางค์ของสหายข่งไปเองกับมือเลยหรือ?”
ถงชุนจิ้งพยักหน้า
กู้จินเยว่มองถงฮั่วที่ยังใจเย็นแบบนี้ ในใจก็เกิดความไม่สบายใจขึ้นมา “ฮั่วฮั่ว เธอเก็บเงินไว้ก็ได้ คูปองก็เก็บไว้ส่วนหนึ่งได้ พวกเราไม่เอาเรื่องแล้ว”
ปกติกู้จินเยว่จะเรียกชื่อของถงฮั่ว น้อยครั้งที่จะเรียกว่าฮั่วฮั่ว
ทุกครั้งที่กู้จินเยว่เรียกชื่อเล่นของเธอ ถงฮั่วจะดีใจเป็นพิเศษ คำขอของกู้จินเยว่ เธอก็มักจะยอมตกลง
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม
ถงฮั่วไม่สนใจกู้จินเยว่ แต่หันไปพูดกับตำรวจหวังว่า “ถงชุนจิ้งกับข่งมี่เสวี่ยเป็นพวกเดียวกัน แล้วพวกเขาก็มีประวัติใส่ร้ายคนอื่นมาก่อน คำพูดของถงชุนจิ้งไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าฉันขโมยของได้ค่ะ”
ถงชุนชู่พูดอย่างโกรธเคือง “ผมก็เห็น! ไปค้นบ้านของเธอดูสิ! ต้องเจอกระเป๋าสตางค์แน่!”
ถงฮั่วพูดต่อ “คนพวกนี้ต้องการแก้แค้นที่ครั้งก่อนฉันไม่ได้ขอความเห็นใจให้พวกเขา จึงกุเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายฉัน หวังว่าตำรวจหวังจะสืบสวนความจริง แล้วคืนความบริสุทธิ์ให้ฉันด้วย”
กู้จินเยว่ขมวดคิ้ว “ฮั่วฮั่ว! แค่เธอยอมเอาเงินออกมาส่วนหนึ่ง ฉันก็ไม่เอาเรื่องแล้ว”
ข่งมี่เสวี่ยพูดตาม “ฮั่วฮั่ว เธอเอากระเป๋าสตางค์ออกมาเถอะ ฉันรู้ว่าตอนที่เธอมา เธอไม่ได้เอาเงินมามาก ฉันกับพี่กู้จะช่วยเธอเอง”
ถงฮั่วพูดด้วยความเบื่อหน่าย “ฉันไม่ได้สนิทสนมกับพวกเธอ ฉันไม่อยากได้ยินพวกเธอเรียกชื่อเล่นของฉัน มันทำให้ชื่อของฉันสกปรกไปด้วย”
กู้จินเยว่โกรธเล็กน้อย ทำไมเธอถึงดื้อรั้นแบบนี้!
ข่งมี่เสวี่ยทำสีหน้าเศร้าสลดพลางมองเธอ
ถงชุนชู่โกรธมาก ตะโกนว่า “ตำรวจหวัง! ไปค้นบ้านเธอเลย ในกระเป๋าสตางค์มีเงินมากมาย เธอต้องยังใช้ไม่หมดแน่! ขอแค่มีเงินอยู่กับตัว ก็แสดงว่าเธอขโมยกระเป๋าสตางค์ไป!”
กู้ซือพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “แล้วเธอจะมีเงินติดตัวเองไม่ได้หรือไง?”
ถงชุนชู่ทำสีหน้าเยาะเย้ย “ตอนที่เธอมาอยู่ที่ชนบท ครอบครัวก็มีปัญหา เงินของเธอก็หายไปหมดแล้ว พ่อกับแม่ก็ไม่ได้เตรียมของหรือเงินทองอะไรให้เธอเลย ต่อให้มีเงินติดตัวบ้างก็คงใช้ไปจนหมดแล้ว”
หัวหน้าหน่วยเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกแปลกใจ ความจริงตอนที่ถงฮั่วเพิ่งมาใหม่ เธอก็มีบุหรี่เฟยเนี่ยวสามห่อ ไม่เหมือนที่เด็กหนุ่มคนนี้บอกว่าเธอไม่มีอะไรเตรียมมาเลย
หากไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ของถงฮั่วเตรียมให้ แล้วใครเป็นคนเตรียมให้เธอกัน?
หัวหน้าหน่วยเฉิงเหลือบมองกู้ซือที่อยู่ข้าง ๆ หรือว่าจะเป็นสิ่งที่หัวหน้ากู้เตรียมไว้ให้?
ตำรวจหวังเสนอให้ไปยังที่พักของถงฮั่ว
ถงฮั่วเหลือบมองกู้ซือ ดวงตาสดใสราวกับมีน้ำไหลซึม แวววาวและเปียกชื้น เหมือนกับกำลังบอกเขาว่า ดูเสียสิ นี่คือผลของการที่เขาพากู้จินเยว่มาที่นี่ มีคนมารังแกเธอเพิ่มมากขึ้นแล้ว
อารมณ์ของกู้ซือเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับโดนผึ้งต่อยเบา ๆ ความจริงมันก็เป็นความผิดของเขาเอง
ถงฮั่วไม่ได้แสดงท่าทีก้าวร้าวต่อหน้ากู้ซือ ตกลงที่จะพาตำรวจหวังไปตรวจค้นบ้าน
สีหน้าของกู้ซือมืดลง เมื่อออกจากสำนักงานใหญ่ก็มองกู้จินเยว่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “ตอนนี้นายเก่งขึ้นมากแล้วนะ”
กู้จินเยว่หน้าแดงก่ำ “คุณอา! เรื่องนี้...”
กู้จินเยว่ต้องการจะอธิบาย แต่กู้ซือไม่ให้โอกาสเขา เดินจากไปเสียแล้ว
กู้จินเยว่ขมวดคิ้ว “หรือว่าอาคิดว่าพวกเราช่วยกันใส่ร้ายถงฮั่ว?”
ข่งมี่เสวี่ยพูดว่า “รอให้เจอเงินในกระเป๋าแล้ว อากู้จะรู้เองว่าเรื่องราวเป็นยังไง”
สีหน้าของกู้จินเยว่ไม่ค่อยดีนัก เขาเริ่มรู้สึกเสียใจแล้ว เขาไม่ควรทำให้ถงฮั่วลำบากต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ เขาแค่ไปขอคืนมาเองก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?
“พี่กู้ พวกเรารีบตามไปกันเถอะค่ะ!” ข่งมี่เสวี่ยเร่ง
แต่รู้สึกเสียใจเอาป่านนี้ก็สายไปแล้ว กู้จินเยว่จึงทำได้แค่รีบก้าวตามไป
เมื่อถึงบ้านของถงฮั่ว เธอก็ไม่ให้กู้จินเยว่กับพวกเข้าไปด้วย
“เธอทำผิดจริง ๆ ถึงได้กลัวใช่ไหม?” ถงชุนชู่พูดด้วยความสะใจ
เขาต้องไปปรับปรุงทิศนคติที่ไร่ ถงฮั่วก็ต้องไปเหมือนกัน!
กู้ซือให้เธอเข้าไปก่อน ส่วนเขาอยู่ที่หน้าประตู “พวกเธอคอยอยู่ข้างนอก”
ข่งมี่เสวี่ยอ้ำอึ้ง แล้วเอื้อมมือไปดึงกู้จินเยว่ เธอกลัวว่าตำรวจหวังจะเห็นแก่กู้ซือแล้วจงใจช่วยเหลือถงฮั่ว
กู้จินเยว่ไม่ได้พูดอะไร
ข่งมี่เสวี่ยกัดฟัน ในใจเกลียดชังมากขึ้น แต่ก็ทำสีหน้าหวาดกลัวและกังวล แล้วถามว่า “อากู้คะ เพื่อความบริสุทธิ์ใจของฮั่วฮั่ว พวกเราอยู่ด้วยกันจะดีกว่าไหมคะ?”
กู้ซือเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาลึกลับ “เธอสงสัยว่าตำรวจหวังกับหัวหน้าหน่วยเฉิงจะใช้อำนาจในทางที่ผิดงั้นเหรอ? มีหลักฐานหรือเปล่า?”
ตำรวจหวังกับหัวหน้าหน่วยเฉิงที่อยู่ในบ้านหันกลับมามองข่งมี่เสวี่ยพร้อมกัน
ข่งมี่เสวี่ยรีบพูดว่า “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ ฉันแค่จะบอกว่าพวกเราสามารถช่วยกันหาได้”
ถงฮั่วมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ฉันไม่ให้สิ่งสกปรกเข้ามาในบ้านของฉัน”
คนที่ห้ามเข้าไปไม่ใช่แค่ข่งมี่เสวี่ยเท่านั้น แต่ยังมีพี่น้องตระกูลถงกับกู้จินเยว่ด้วย เท่ากับว่าถงฮั่วด่าพวกเขาว่าเป็นสิ่งสกปรก
กู้จินเยว่ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่ต่อหน้าอาของเขา เขาไม่กล้าพูดอะไร ทำได้แค่จ้องมองเธอด้วยสายตาดุดัน
บ้านของถงฮั่วสะอาดเรียบร้อย ผนังบ้านติดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ตำรวจหวังกำลังค้นหาตรงตู้ข้างเตียงอยู่
เสื้อผ้าและผ้าห่มข้างในตู้ก็ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ
ผ่านไปสักพัก ตำรวจหวังกับหัวหน้าหน่วยเฉิงก็ยังหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ แต่ไปเจอเงินเจ็ดสิบแปดสิบหยวนกับคูปองอีกจำนวนหนึ่งในลิ้นชัก
ข่งมี่เสวี่ยพูดอย่างตื่นเต้น “เงินพวกนี้คือเงินที่พวกเราทำหายไปค่ะ!”
กู้จินเยว่มองถงฮั่วด้วยสายตาผิดหวัง ถึงแม้ว่าเขาจะคาดการณ์ว่าเธอเป็นคนเอาไป แต่เมื่อได้รู้จริง ๆ ว่าเธอเป็นคนขโมย ในใจก็ยังผิดหวังอยู่ดี ทำไมเธอถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้?
ถงฮั่วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “รบกวนตำรวจหวังกับหัวหน้าหน่วยเฉิงช่วยดูหน่อยว่าเงินพวกนี้มีชื่อของคนพวกนี้เขียนไว้ไหม อาจจะมีชื่อของใครก็ได้ค่ะ”
ตำรวจหวังตรวจดูแล้ว ไม่มีร่องรอยอะไรเลย “ไม่มี”
ถงฮั่วพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนว่า “ถ้าอย่างนั้นให้สหายข่งลองเรียกดูสิคะว่าพวกมันจะยอมไหม? ถ้ามันยอม มันก็เป็นของเธอ”
ข่งมี่เสวี่ยอับอายจนแทบจะทนไม่ไหว ดวงตาแดงเรื่อ น้ำตาเหมือนจะไหลลงมาได้ทุกเมื่อ
ถงชุนชู่เห็นว่าเธอมีท่าทีที่แย่ขนาดนี้ก็โกรธมาก พูดว่า “เงินพวกนี้คือเงินที่พวกเราทำหาย! เป็นสิ่งที่เธอขโมยไป เธอไม่มีเงินติดตัว! แถมยังไม่มีคูปองมากขนาดนี้ด้วยซ้ำ!”
ในดวงตาของกู้ซือมีความดุร้ายวูบวาบคล้ายกับคลื่นที่ซัดสาด “เงินของเธอ ฉันเป็นคนให้ คูปองก็ฉันเป็นคนให้ พวกนายจะบอกว่าเงินกับคูปองพวกนี้ ฉันขโมยมาจากพวกนายด้วยงั้นเหรอ?”