
กลางความสงัด และอากาศเย็นๆ ของแอร์ ภายในห้องคอนโดชั้น ๑๔ ผมนอนอยู่บนโซฟา หัวมึนเล็กน้อย หลังจากกลับจากแฮงเอาต์ กับเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศ กลิ่นน้ำหอมจางๆ แตะจมูก ไม่รู้ยี่ห้อ แต่ผมพอใจความหอม ดูเหมือนเธอใช้น้ำหอมกลิ่นนี้มานาน เอียงหน้ามองใบหน้าของสาวที่หลับตาพริ้มอยู่บนหัวไหล่ นิ่งสงบราวเด็กน้อย ลมหายใจแ่ๆ หน้าท้องที่มือผมโอบเอวมาัั เคลื่อนไหวเชื่องช้า ดูเธอสุขสบาย ผมยาวนุ่มเป็เงา แผ่สยายระเรี่ยอยู่ตรงคอ
เธอยังสวมเสื้อกล้ามสีดำเนื้อผ้านิ่ม กางเกงยีนเข้ารูป ร่างอ้อนแอ้นเบียดกับตัวผมบนโซฟา
ไม่ใช่เื่แปลกที่ผมและพลอยมักนอนเบียดร่างหลับใหลอยู่ด้วยกันเช่นนี้ เป็มาแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เราพักอยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน ห้องติดกัน รู้จักกันแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา จึงได้รู้ว่าเรายังเรียนคณะและภาควิชาเดียวกันอีก จึงเป็เื่ดีสำหรับเด็กต่างจังหวัด ที่เพิ่งย้ายออกจากครอบครัว เพื่อมาพักระหว่างเรียน
ใน่สี่ปี หลายครั้งที่เรากลับมาห้องด้วยความเมามาย ประคองซึ่งกันและกัน และล้มตัวนอนบนเตียงเดียวกัน ก่อนหลับใหล
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นไปมากกว่านั้น
แน่นอน บางครั้ง หากเธอหลับใหลลงก่อน ผมก็แอบมีจุ๊บหน้าผากเธอบ้าง ไม่แน่ใจว่าเธอรู้ตัวหรือเปล่า แต่ผมก็ทำเพียงเท่านั้น
ทำไมกันนะ?
แล้ววันนี้ล่ะ ลมหายใจแ่เบาที่รดบนต้นคอผมตอนนี้ ไม่ต่างจากวันวาร แต่เวลานี้เราโตขึ้นกว่าวันนั้น เป็ผู้ใหญ่กว่าวันนั้น
ผมลูบเส้นผมนุ่มๆ บนศีรษะเธอ เส้นยาวตรงลื่นมือ ผมขยับใบหน้าจุมพิตลงบนหน้าผากเธอครั้งหนึ่ง เหมือนวันวาร เธอจะรู้ตัวไหม ตาเธอยังหลับพริ้ม
ผมออกแรงกอดพลอยมากขึ้น เหมือนอยากให้ร่างกายเราัักันแแ่ แสงอ่อนจากไฟเพดานเล็กๆ ไม่กี่ดวง และแสงจากภายนอกน้อยนิด เพียงพอให้เห็นโครงหน้าของเธอ ใบหน้าเรียวรีรูปไข่ คิ้วโก่งดำ ดวงตาที่หากแม้ลืมขึ้น คุณคงจะได้เห็นตากลมโตใสงาม ราวกับลูกแก้ว เธอสวมแว่นเป็บางครั้ง แต่ตอนนี้ไม่ จมูกเธอโด่งเรียวเป็สันกำลังพอดี ปากสีชมพูอ่อน ริมฝีปากบนงอนเล็กน้อย ดูมีเสน่ห์สำหรับผม แก้มยามเธอยิ้ม มักปรากฏรอยลักยิ้มจุดน้อยๆ ทั้งสองแก้ม ผมหลงใหลสิ่งนั้น หลายครั้งยากที่จะละสายตา ผิวของเธอออกขาว แม้ไม่มาก แต่ก็ดูนวลเนียนเหมาะกับเธอ รูปร่างโดยรวมปกติสามัญสตรีเมืองไทย
ผมยกมือปัดปอยผม ที่ตกมาปรกแก้มเนียนไปทัดหู ผมอยากเห็นใบหน้าเธอให้ชัด คนอื่นจะว่าไงไม่รู้ แต่ผมว่าเธอสวยนะ ถึงอย่างนั้นตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย ผมก็ไม่เคยคิดจีบเธอเลย อาจเพราะเราสนิทกันมาก เล่นหัวกันตลอด การจีบ เป็แฟน อาจไร้ความสำคัญ ตรงข้ามอาจยิ่งเป็การเพิ่มพันธะ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ตามธรรมชาติถูกทำให้บิดเบี้ยว
แต่หลังจากเรียนจบ มาทำงานที่เดียวกัน เหลือเพียงเราสอง ที่ต้องพบเจอเพื่อนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ ไม่ใช่เื่แย่ หรือเลวร้ายใดๆ แต่มันเหมือนเป็เครื่องบอกให้เราต้องคอยดูแลกันมากขึ้น
ผมไล้ปลายจมูกไปบนหน้าผากเธอ เคลื่อนช้าๆ มาหว่างคิ้ว ลงมาตามสันจมูก จนปลายจมูกของเราัักัน ผมนิ่งงันอยู่นาน มองตาเธอยังหลับพริ้ม จากนั้นจึงเริ่มขยับปลายจมูกไปมาน้อยๆ ราว้าให้สองปลายจมูกของเราัักันจนถ้วนทั่ว ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเธอ
นี่ผมกำลังจะทำอะไรต่อไปนะ
ผมตั้งคำถามกับตัวเอง ผมไม่เคยทำกับเธอถึงเพียงนี้ เส้นขอบเขตเหมือนบางลงทุกที พร้อมที่จะให้ผมก้าวผ่านไปโดยง่าย
สิ่งที่ผมจะทำต่อไป อาจเป็สิ่งใหม่ เป็เหมือนทางแยก เธออาจชมชอบ หรือโกรธเคือง หากเป็อย่างหลังคงเลวร้าย เป็ความสูญเสียใหญ่ ราวถูกทำลายส่วนหนึ่งของชีวิต แต่อาจเป็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ละมัง ทำให้ความรู้สึกมุ่งเดินหน้าต่อไป มีพลังเกินกว่าเสียงเรียกให้หยุดยั้ง
ผมเอียงหน้า เพื่อให้ริมฝีปากเคลื่อนเข้าประกบริมฝีปากสีชมพูของเธออย่างแ่เบาและนุ่มนวล ราวกับกลัวว่าจะแตกหักเสียหาย
เธอลืมตาขึ้น แววตาใสมองมา ยากจะอ่านความคิด เราสองจ้องมองกันและกัน นานเท่าอึดใจ ก่อนเธอพริ้มตาหลับลง
บางทีอาจเป็คำอนุญาตให้ผมสานต่อความปรารถนาอันเธอก็้าต่อไป
ใช่รึ หรือผมคิดเข้าข้างตัวเอง
ผมยังคงโอบร่างอ้อนแอ้นของเธอด้วยสองแขน ไล้ปลายจมูกบนปลายจมูกของเธอ ก่อนประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้ง ครั้งนี้ผมคงค้างััไว้เนิ่นนาน เม้มริมฝีปากบนของเธอเล็กน้อย แล้วขยับปรับเปลี่ยนตำแหน่งไปให้ถ้วนทั่วทุกอณูบนปากสีชมพูอ่อน
เธอมีปฏิกิริยาตอบกลับ รู้สึกว่าเธอเม้มปากผมกลับเช่นกัน แม้น้อยนิด แต่ก็รู้สึกได้
นี่เป็จูบแรกของผมและเธอ
ก่อนนี้ แม้มีเพียงเฉียดใกล้ แต่ก็ไม่ได้ก้าวข้ามไปถึงจุมพิต
ผมพาริมฝีปากของตัวเอง ไปทั่วริมฝีปากของเธอ เคลื่อนต่อไปยังแก้มนวล รับรู้ความรู้สึกนุ่ม กลิ่นหอมแม้เจือจาง แต่ก็ััได้ผ่านทางปลายจมูก เคลื่อนต่อไปถึงใบหู ซุกไซ้หลังหูของเธอ ถึงตอนนี้ ผมััได้ว่าลมหายใจของเธอแรงขึ้น
ผมเลื่อนใบหน้าตนเองลงมาตามผิวลำคอระหงของเธอ ซุกไซ้ต่อไปเนิ่นนาน ััแสนอบอุ่นจนรู้สึกไม่อยากถอนออกมา
ผมเลื่อนปากขึ้นจูบเธออีกครั้ง พร้อมกับใช้มือค่อยๆ เคลื่อนเข้าในเสื้อกล้ามตัวน้อย ขึ้นไปจนััเนื้อผ้านุ่มของบราเซีย ที่รองรับเต้านมขนาดกำลังพอดีมือ ผมไล้นิ้วไปตามเนินอกทั้งสองอย่างเชื่องช้า
ตาของเราประสานกันอีกครั้ง ดวงตาใสของเธอ หาใช่แววตาของคนงัวเงีย แต่สุกสว่างราวลูกแก้วที่มีแสงนวลในตัว ไร้คำพูดไม่ว่าผมหรือเธอ ราวกับความรู้สึกสามารถส่งผ่านถึงกันโดยไม่จำเป็ต้องเอ่ยคำใด ผมแนบหน้าผากลงบนหน้าผากเธอ ปลายจมูกััคลอเคลียกันราวนกน้อยซุกไซ้อิงไออุ่นของกันและกัน จากนั้นผมบรรจงประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้ง ดูเหมือนครั้งนี้ เธอเผยอปากรอคอยตั้งรับ ริมฝีปากเราทั้งคู่ขยับปรับ และค้นหาััที่้าซึ่งกันและกัน
ในเวลาเดียวกันนั้น ผมใช้โอกาสถกเสื้อของเธอขึ้นด้วยสองมือ เธอแอ่นหลังยอมรับ เสื้อกล้ามตัวน้อย ค่อยๆ ถูกถอด จนเลื่อนหลุดออกจากไหล่ และศีรษะ
บราเซียสีขาวดูเหมือนจะทอประกายกลางความสลัว โดยปกติผมหลงรักบราสีขาว ใช้นิ้วลูบเนื้อผ้านุ่มไปมา คิดว่าแม้หลงรัก แต่เวลานี้ผมอยากขจัดมันทิ้ง แววตาเธอดูเขินอายอยู่บ้าง สองแขนเธอยกขึ้นเหมือนอยากปกปิด แต่ผมคว้ามือเธอพรมจูบ แล้วพาดขึ้นไปบนคอของตน จากนั้นเริ่มต้นซุกไซ้ซอกคอเธออีกครั้ง
ผมเคลื่อนมือลงต่ำ ปลดตะขอของกางเกงยีนเข้ารูป เริ่มตระหนัก นี่มักเป็ปัญหา ที่ทำให้ผมจำต้องหลุดจากอิริยาบถที่อยู่ระหว่างการทำให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย เพื่อเคลื่อนตัวมาปลดเปลื้องกางเกงที่แสนถอดยาก
แม้ไม่แน่ใจ แต่ผมรู้สึกได้ว่าเธอแอบยิ้ม เมื่อผมพยายามดึงกางเกงยีนออกจากสะโพก และเรียวขาอย่างช้าๆ แต่ออกจะทุลักทุเล
กระนั้นเธอก็ไม่ขัดขืน
ไม่กี่อึดใจต่อมา ร่างอ้อนแอ้นของพลอยก็มีเพียงชุดชั้นในสีขาวปกคลุมร่างกายเท่านั้น ผมชอบมองภาพนี้ ผมตะแคงเบียดร่างเธอ จ้องมองใบหน้าเธอ ลูบไล้ด้วยสายตาไปตามทุกโครงร่างงาม ทุกส่วนสัด อกอวบอิ่ม เอวคอด และสะโพกกลม สะโพกของเธอช่างงดงามเสียจริง เช่นเดียวกับเรียวขา ผมยกมือไปลูบไล้ พร้อมกับก้มลงจูบปากเธออีกครั้ง เธอเผยรอยยิ้มเขินๆ ให้เห็นแวบหนึ่ง พร้อมเสียงกระซิบต่ำๆ และแ่เบา แต่ก็แอบแฝงอารมณ์หยอกเย้า
“จะทำอะไร...”
“ลองเดาดูสิ” ผมตอบแล้วซุกไซ้ต้นคอเธออีกครา เลื่อนริมฝีปากไปบนเนินอก พร้อมกันนั้น ก็เคลื่อนมือเข้าใต้แผ่นหลัง เธอแอ่นตัวอำนวยความสะดวก ให้ผมปลดเปลื้องบราเซียสีขาวที่ผมหลงใหล ผมช่วยเธอดึงสายออกจากไหล่ โยนไว้บนพื้น
แม้เธอใช้แขนปกปิดในคราแรก แต่เธอก็ไม่ขัดขืนเมื่อผมจับมือเธอวางข้างลำตัว
ผมเพิ่งเห็นหน้าอกของเธอเป็ครั้งแรก คงราวสามสิบสี่ สามสิบห้ากระมัง ผมไม่ใช่ผู้ชาญเื่ขนาดเต้านมสตรี แต่นั่นไม่สำคัญ ผมก้มลงจุมพิตเนินอกครั้งหนึ่ง ก่อนเคลื่อนััจากริมฝีปาก มาตรงปลายเต้านมที่ตั้งชูชันอวดร่างสีชมพูเข้ม ผมเม้มริมฝีปากบนล่าง โดยมีปลายปทุมถันของเธออยู่ตรงกลาง เหมือนกับการเริ่มต้นหยอกล้อเมื่อแรกรู้จัก ก่อนที่จะพาหัวนมของเธอทักทายเพื่อนใหม่ที่แลบออกจากปาก เข้ารุกเลียเบาๆ ลิ้นชุ่มชื้นลูบไล้รอบปลายเต้านมของเธอ จากนั้น ผมเป่าลมจากปาก ร่างเธอกระตุกนิดๆ พร้อมเสียงครางเล็กๆ
ผมปล่อยเวลาให้ปลายปทุมถันของเธอนิ่งสงบกลางความสงัดอยู่สักครู่ แล้วจึงเคลื่อนใบหน้า และลิ้นเปียกชุ่ม ไล้จากหว่างอกลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ ใช้เวลาเดียวกันนั้น จับสะโพกเธอ ดึงขอบกางเกงชั้นในสีขาวออก ช่างง่ายดายกว่ากางเกงยีนมากนัก จึงไม่นานเลย ที่ริมฝีปากและลิ้นจะเคลื่อนลงมา ถึงจุดอ่อนไหวที่สุดของร่างกายเธอ
แสงเรื่อสลัวไม่ได้เป็อุปสรรคให้ผมเดินทางก้าวเข้าสู่ทุ่งหญ้าสีดำที่อวดโฉมบนเนินเขาฉ่ำชื้น แม้แฝงปริศนา แต่ก็น่าหลงใหล ผมเริ่มต้นสำรวจไปทุกอณูถ้วนทั่ว ั้แ่เนินสูงและลงลึกสู่ถ้ำใต้ดิน
ราวกับมีสายธาราอยู่ภายใน คอยให้ความฉ่ำชื้นไม่เว้นวาง ผมสำรวจลึก ััไปทุกตารางนิ้ว เสียงครางผะแ่จากลำคอของเธอ ราวเสียงลำนำบรรเลงเป็ระยะ เพิ่มความน่าอภิรมย์ขณะเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ในทุ่งหญ้า
ผมดึงตัวเองออกมาจากปากถ้ำลึก เคลื่อนกลับขึ้นไป จ้องมองดวงตาคู่กลมบนใบหน้าเรียวงาม หน้าอกของเธอเคลื่อนไหวขึ้นลงเร็วกว่าปกติ ลมหายใจที่ออกมา ช่างให้ความอบอุ่นเมื่อััใบหน้าผม
พลอยจับหัวไหล่ผม กุมชายเสื้อแล้วดึง ผมปล่อยให้เธอทำตามปรารถนา กระทั่งเสื้อของผมหลุดพ้นจากศีรษะ จากนั้นผมซุกไซ้ใต้คอ และเนินอกของเธออีกครั้ง พร้อมกับปลดกางเกงสองชิ้นสุดท้ายของตัวเอง
ไม่นาน สองร่างไร้อาภรณ์ก็แนบชิดกันบนโซฟา ท่ามกลางแสงสลัวอันเงียบสงัด
To be continued