ในสถานการณ์ที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็ความตายแบบนี้ยังสามารถทำตัวให้เป็ธรรมชาติได้แถมยังคอยเฝ้ามองและระวังหลังให้คนอื่นอีกต่างหากยูโตะได้แต่ทึ่งกับความพิเศษนี้ของเธอ ซึ่งเป็สิ่งที่เขาไม่สามารถเทียบได้เลยแม้แต่น้อย
“อืม...ดูเหมือนจะมาจากทางนั้นสินะคะ”
เฟลิเซียจ้องมองไปยังทิศทางที่ลูกธนูเ่าั้พุ่งมาก็เห็นเงาของชายถือธนูคนหนึ่งยืนอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ทางด้านนั้น
ทันทีที่ถูกจ้องมองเหมือนว่าพลธนูคนนั้นจะรู้ตัวว่าตนเองถูกพบเข้าแล้ว จึงวิ่งลงมาจากเนินเขา และหายลับเข้าไปในกองทัพฝั่งศัตรูอย่างรวดเร็ว
ยูโตะบ่นพึมพำขณะจ้องมองพลธนูคนนั้นหายลับไปจากเนินเขา
“ดูยังไงก็น่าจะห่างกว่าร้อยเมตรรัวมาเยอะขนาดนี้ นาสุ โนะ โยอิจิยังผวาเลยนะ” (นาสุ โนะ โยอิจิ ซามูไรผู้เชี่ยวชาญเื่การยิงธนูต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับตระกูลมินะโมะโตะ ในาเก็มเปย์)
“คนที่ทำอะไรแบบนี้ได้ในพวกตระกูล ‘สัตว์เขา’ นอกจาก ‘ภูตสีขาว’ ฮอว์คสปอร์ คงไม่มีใครอื่นอีกแล้ว ร้ายกาจอย่างที่เขาลือกันเลยนะคะ”
“เฟลิเซียที่ปัดลูกธนูได้หมดอย่างไร้ที่ติแบบนั้นก็ร้ายกาจไม่ต่างกันหรอกนะ ให้ตายเถอะ...พวกนักรบ ‘อินเฮรญ่า’ นี่จะเหนืุ์เกินไปแล้ว”
ยูโตะยิ้มแห้งๆ
อีกสิ่งหนึ่งที่โลกของยูโตะและโลกนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยก็คือจะมีมนุษย์ที่ถูกพระเ้าคัดสรรหรือที่เรียกกันในชื่อ “อินเฮรญ่า”
ที่ไหนสักแห่งบนร่างกายของเหล่า “อินเฮรญ่า” นี้จะมีลวดลายแปลกประหลาดที่เรียกว่า “รูน” อยู่ พวกเขาจะได้รับพรต่างๆตามรูปแบบของรูนแต่ละชนิด ซึ่งพรของ “ภูตสีขาว” เมื่อครู่ก็คงจะเป็ความสามารถในการอ่านสายลมและศาสตร์แห่งธนู
เพราะความสามารถอันเยี่ยมยอดและหาตัวจับยาก ขนาดที่ว่าในหมื่นคนจะมีสักหนึ่งคนจึงทำให้แต่ละตระกูลมอบตำแหน่งและหน้าที่สำคัญให้แก่ “อินเฮรญ่า”
เฟลิเซียที่อยู่ข้างกายยูโตะก็เช่นกันเธอเองก็เป็ “อินเฮรญ่า” และมีรูนที่ชื่อว่า “สามัญชนไร้หน้า” ใน ทั้งที่เป็ผู้หญิงและยังเยาว์วัย แต่ก็ได้เป็ถึงนักรบชั้นยอดที่มีเพียงหยิบมือของตระกูลซึ่งก็เป็เพราะความสามารถของพลังลึกลับนี้นั่นเอง
“ลูเน่...จะปลอดภัยดีรหรือเปล่านะ?”
ภาพของ “อินเฮรญ่า” อีกคนหนึ่งที่ตระกูล “หมาป่า”ภาคภูมิใจฉายเข้ามาในความคิด ยูโตะหันสายตาไปยังแนวหน้าของสนามรบด้วยสีหน้าตึงเครียด
การต่อสู้ที่แนวหน้าดุเดือดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้รับคำสั่งโจมตีเห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอกำลังต่อสู้อยู่
จริงอยู่ว่าฝ่ายที่กำลังได้เปรียบคือตระกูล “หมาป่า”ซึ่งมียูโตะเป็ผู้บัญชาการ ไล่ต้อนแนวหน้าและลดกำลังทหารของฝั่งศัตรูได้อย่างต่อเนื่องแต่อย่างไรซะที่นี่คือสนามรบ มันไม่มีอะไรแน่นอนไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถึงแม้จะชนะาก็ตามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครตาย
ใช่แล้วเช่นเดียวกับทหารไม่ทราบชื่อที่นอนเป็ศพอยู่เมื่อครู่นี้
“หุหุ อย่ากังวลไปสิคะ เด็กคนนั้นคือ “เขี้ยวสีเงิน” นะคะ อีกเดี๋ยวก็คงได้เวลาแล้ว...”
ถึงเฟลิเซียจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ…
“จีคลูเน่แห่งตระกูล ‘หมาป่า’จับตัวผู้นำทัพของตระกูล ‘สัตว์เขา’ ได้แล้ว!!!”
เสียงะโดังมาจากแนวหน้าของสนามรบ
ทหารโดยรอบแสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ผ่านทางใบหน้าพร้อมกับชูกำปั้นขึ้นสู่ฟากฟ้าขณะที่เสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะจากแนวหน้ายังคงดังอย่างต่อเนื่อง
จากที่เห็นไกลๆ ดูเหมือนว่าเหล่าทหารของตระกูล “สัตว์เขา”จะหนีกระเจิงกันราวกับเขื่อนแตกเหมือนว่าทหารบางคนจะทิ้งทั้งอาวุธและแรงฮึดสู้ไปเรียบร้อยแล้ว
เฟลิเซียหัวเราะเบาๆ พร้อมขยิบตาให้
“อย่างที่คิดเลย ลูเน่ทำได้จริงๆ ด้วยนะคะ”
“หลีกทางหน่อย! ท่านพ่อคะ! ท่านพ่อ!”
เสียงที่ใสสว่างเหมือนกระดิ่ง แต่ก็ฟังดูองอาจผึ่งผายในขณะเดียวกันดังขึ้นจากทางแนวหน้า หางม้าสีเงินสั่นไหวไปมากองทหารม้าทยอยวิ่งผ่านขบวนทหารเบื้องหน้าตรงมายังที่ที่ยูโตะอยู่
“โอ นั่นท่านพี่หญิงจีคลูเน่นี่!”
“ยังงดงามเช่นเดิมจริงๆ!”
เสียงที่แสดงความหลงใหลดังมาจากเหล่าทหารรอบๆ
ซึ่งยูโตะก็เข้าใจดีถึงความรู้สึกเหมือนโดนต้องมนตร์สะกดนี้
ถึงจะมองจากที่ไกลๆก็ยังดูรู้ว่าเป็หญิงสาวผู้มีรูปร่างหน้าตางดงาม ทั้งแขนและขาเรียวยาวเข้ารูปผมยาวสีเงินปลิวไสวไปตามแรงควบม้าราวกับเป็หนึ่งในตัวละครที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย
“ได้ยินมาว่าครั้งนี้ท่านพี่หญิงจีคลูเน่ก็เป็ถึงเสาหลักในการรบอีกแล้วสินะครับ!”
“สมกับเป็ ‘เขี้ยวสีเงิน’ จริงๆ พวก ‘สัตว์เขา’ เทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย”
“เกะกะจริง! ถอยไปสิ!”
จีคลูเน่โพล่งออกมาตรงๆและมองลงมาจากหลังม้าด้วยสายตาเ็า ไปยังเหล่าทหารที่ประจบประแจงสรรเสริญยกย่องตน
ด้วยสายตาอันคมกริบที่มองมาทำให้ทหารเ่าั้ถึงกับสะอึกและรู้สึกขนลุกวูบ
ความงามที่เย็นะเืราวกับน้ำแข็งยังคงส่งบรรยากาศที่หนาวเหน็บออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ใน่สองปีที่ผ่านมานี้เป็บรรยากาศที่คมกริบ ราวกับจะฟาดฟันทุกอย่างที่กล้าย่างกรายเข้าไปแตะต้อง
แม้ว่าความงดงามนั้นจะไม่ค่อยเข้ากันกับดาบที่พกอยู่เท่าไรนักแต่เธอก็เป็ถึงผู้ที่ได้รับฉายา “เขี้ยวสีเงิน” และเป็นักรบระดับหัวกะทิของตระกูลหมาป่าที่ไม่มีใครเทียบได้หากมองเข้าไปในตาดวงน้อยๆ ของเหล่าทหารโดยรอบแล้วเราจะเห็นถึงความเคารพเลื่อมใสพร้อมๆ กับความรู้สึกหวาดกลัวที่ปะปนอยู่ด้วยกัน
“อ๊ะ!”
หลังจากเหลือบไปเห็นยูโตะสีหน้าของเธอก็พลันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือในทันที
เธอค่อยๆ ควบม้าไปทางรถม้าศึกที่ยูโตะอยู่ พร้อมปรับฝีเท้าของม้าให้เดินไปหยุดอยู่ข้างๆ
“ท่านพ่อ ปลอดภัยดีหรือเปล่าคะ! ไม่าเ็ใช่มั้ยคะ?”
“ไม่ได้ออกไปรบที่แนวหน้าจะาเ็ได้ยังไงล่ะลูเน่นั่นแหละาเ็ตรงไหนหรือเปล่า?”
“สบายใจได้ค่ะ ข้าได้รับการคุ้มครองจาก ‘อังก์บอด้า’ อยู่แล้ว ปลอดภัยยิ่งกว่าปลอดภัยซะอีก ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนค่ะ”
“ดีแล้วล่ะ แล้วก็ที่จับกุมผู้นำของตระกูล ‘สัตว์เขา’ ได้เนี่ยทำได้ดีมากเลยนะ ขอบใจมาก”
“หามิได้ค่ะ กล่าวชมเกินไปแล้วข้า...ยินดีเป็อย่างยิ่ง”
ถึงจะเป็วิธีพูดขอบคุณที่สุภาพนอบน้อมเอามากๆแต่ความยินดีที่แสดงออกทางสีหน้าของจีคลูเน่ ดูจะเยอะตรงกันข้ามกับวิธีพูดเกินไปหน่อย
และหลังจากรู้สึกตัวสีหน้าของจีคลูเน่จึงกลับมาถมึงทึงเหมือนเดิมแทบจะในทันทีแต่เพราะถูกยูโตะชมขนาดนั้น ไม่ว่าจะทำหน้าตึงแค่ไหน ก็แทบจะหุบยิ้มไว้ไม่หมด
“ฮุๆ ลูเน่เนี่ยเหมือนหมาน้อยผู้ซื่อสัตย์จริงๆเลยนะ”
“อุ...ฮุบ!!”
ยูโตะเกือบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หลังจากเฟลิเซียพูดออกมาทั้งที่ก็รู้ว่าออกจะโหดร้ายไปหน่อย แต่ถ้าใครได้มาเห็นจีคลูเน่ตอนนี้ ก็คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพตอนสั่งลูกหมาว่า“นั่งลง” เหมือนกันทั้งนั้น
“ท่านพ่อ? มีอะไรแปลกงั้นหรือคะ”
จีคลูเน่เอียงคอสงสัยท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้เหมือนหมาน้อยน่ารักเข้าไปอีก เมื่อได้สติอีกครั้ง ยูโตะจึงสะบัดภาพนั้นทิ้งไป
“ปะ...เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก อย่าใส่ใจเลย”
ถึงจะหยุดปากไว้ทันแล้วหันหน้าหนีก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอหายสงสัย แต่จะให้พูดความจริงออกมาก็ไม่ได้อีก
ยิ่งกว่านั้นถึงพูดเื่นี้ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมายูโตะจึงรีบลากกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก
“สำคัญกว่านั้น ต้องให้รางวัลสินะ มีอะไรอยากได้หรือเปล่า? อะไรก็ได้ขอมาได้เลย”
“อะไรก็ได้...เหรอคะ?”
“อื้ม! ถ้าเป็อะไรที่ฉันให้ได้น่ะนะ”
“ถะ...ถ้างั้น! ชะ...ช่วยลูบหัวข้าหน่อยได้มั้ย...คะ?”
จีคลูเน่จ้องเขม็งมาที่ยูโตะสายตาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความหวัง พร้อมกับพูดขอสิ่งที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยเหลือเกินออกมา
ไปหมดแล้วบรรยากาศเย็นะเืที่สูงส่ง และองอาจก่อนหน้านี้สิ่งที่ยูโตะเห็นในตอนนี้กลับกลายเป็หมาน้อยที่เงยหน้ามองเ้าของ ซึ่งกำลังถืออาหารมาให้อย่างมีความหวัง
“ด...เดี๋ยวก่อนสิ ขอแค่นี้มันออกจะ...”
ยูโตะทำหน้าลำบากใจพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาเกาแก้ม
การมอบรางวัลและบทลงโทษ ถือเป็หนึ่งในงานที่สำคัญอีกงานหนึ่งของผู้นำตระกูลแล้วการมอบรางวัลให้กับผู้ที่จับตัวผู้นำทัพของศัตรูได้ด้วยการลูบหัวแค่นี้เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมโดยสิ้นเชิง
ถ้ามีข่าวลือแปลกๆออกไปว่าให้รางวัลแก่นักรบผู้เป็เสาหลักด้วยการลูบหัวคงจะไม่มีใครอยากมาทำงานอยู่ใต้คำสั่งของยูโตะแน่ๆ
“สะ...สำหรับข้าแล้วมันเป็รางวัลที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใดค่ะ!”
จีคลูเน่ยืนยันอย่างหนักแน่นถึงแม้ยูโตะจะแสดงออกมาว่าไม่เห็นด้วยแล้วก็ตาม แล้วก็ไม่ใช่ว่าการเงินของตระกูล“หมาป่า” จะขัดสนลง หากให้รางวัลเป็เงินทองแต่ดูเหมือนว่าเ้าตัวอยากจะให้ลูบหัวให้จริงๆ