
ยามไฮ่ (๒๑.๐๐ - ๒๓.๐๐ น.)
...ณ ห้องรับรองพิเศษ ตรอกบุปผาทะเลทราย
เสียงกลอง "ทับลา" (Tabla) รัวกระหน่ำเป็จังหวะเร้าใจ ผสานกับเสียงปี่ที่หวีดหวิวบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ กลิ่นกำยานกุหลาบและมัสก์ เข้มข้นลอยฟุ้งจนบรรยากาศในห้องสลัวนั้นดูเหมือนภาพฝันที่บิดเบี้ยวด้วยแรงปรารถนา
บนพรมเปอร์เซียสีแดงสด ยาสะ มิได้นั่งดูเฉยๆ อีกต่อไป...
สัญชาตญาณสัตว์ป่าของนางถูกปลุกเร้าด้วยเสียงดนตรีจากบ้านเกิด นางผลักนางรำคนเดิมออกไป แล้วก้าวขึ้นมาครองฟลอร์ด้วยตัวเอง
นางถอดเสื้อคลุมตัวนอกทิ้งไป เหลือเพียงบราตัวจิ๋วและกางเกงผ้าโปร่งเอวต่ำที่เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่มีลอนกล้ามเนื้อสวยงามชัดเจน ผิวสีน้ำผึ้งของนางชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจนเป็มันวาวสะท้อนแสงเทียน
"ดูให้ดี นายน้อย..." ยาสะกัดริมฝีปาก สายตายั่วยวนจ้องมองเฉินมู่ที่นั่งจิบเหล้าอยู่บนโซฟา "นี่คือระบำ 'ยั่วยวนอสรพิษ' ของแท้"
นางเริ่มขยับสะโพกหมุนวนอย่างเชื่องช้า แต่หนักแน่นในทุกจังหวะ กล้ามเนื้อหน้าท้องของนางเกร็งและคลายตัวสลับกันเป็คลื่น ราวกับมีงูเลื้อยอยู่ภายใต้ิั
เฉินมู่มองภาพตรงหน้าด้วยลมหายใจที่ติดขัด เืในกายสูบฉีดพล่าน เขาเห็นแม่เสือสาวของเขากำลังกลายร่างเป็ปีศาจราคะที่งดงามที่สุด
...
...โกดังลับใต้ดินของใต้เท้าหวัง
ในขณะที่เสียงกลองในหอเริงรมย์ดังสนั่น... ที่นี่กลับมีเพียงเสียงสายฝนที่ตกกระทบหลังคาดัง เปาะแปะ และเสียงฝีเท้าที่แ่เบาดุจิญญาร้าย
องค์หญิงไป๋หลิง ในชุดปฏิบัติการสีดำรัดรูป สวมหน้ากากครึ่งหน้า ยืนตระหง่านอยู่บนคานไม้เหนือโกดัง เบื้องล่างคือทหารรับจ้างนับสิบคนที่กำลังเฝ้าหีบสมบัติและบัญชีลับของใต้เท้าหวัง
นางยกมือขวาขึ้น... สัญญาณมรณะถูกส่งออกไป
"ฆ่า... อย่าให้เหลือ"
สิ้นคำสั่ง เงาพรายของหน่วย "วิหคเพลิง" ก็ทิ้งตัวลงมาจากความมืด คมดาบวาววับสะท้อนแสงตะเกียง
ฉัวะ!
เืสาดกระเซ็นย้อมกระสอบข้าวสารให้กลายเป็สีแดงฉาน การกวาดล้างเริ่มต้นขึ้น!
...
...ตรอกบุปผาทะเลทราย
ยาสะขยับกายเข้ามาใกล้เฉินมู่เรื่อยๆ ทุกจังหวะย่างก้าว นางสะบัดสะโพกกระแทกกระทั้นเข้ากับจังหวะกลองที่เร็วขึ้น
ตึง! ตึง! ตึง!
นางคร่อมร่างของเฉินมู่ไว้ทั้งที่ยังยืนอยู่ หันหลังให้เขา แล้วบดเบียดบั้นท้ายกลมกลึงลงมาเสียดสีกับเป้ากางเกงของนายน้อย ความร้อนผ่าวและนุ่มหยุ่นััได้แม้ผ่านเนื้อผ้า
"อืมมม..." เฉินมู่ครางต่ำ ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเอื้อมมือไปคว้าเอวคอดกิ่วของนาง บีบขยำด้วยความมันเขี้ยว แล้วกระชากนางลงมานั่งตัก
"เ้ามันนางมารร้าย..." เฉินมู่กระซิบเสียงพร่า ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ รสเค็มปร่าของเหงื่อผสมกับกลิ่นกายสาวปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นเพริด
มือหนาเลื่อนลงไปปลดกางเกงผ้าโปร่งของนางออก เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอูมที่ชื้นแฉะพร้อมรับการรุกล้ำ เขาควักความเป็ชายที่แข็งขึงออกมา แล้วสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่ร้อนระอุในรวดเดียว
"อ๊าาา!"
ยาสะหวีดร้องเงยหน้าแอ่นอก ความเสียวซ่านแล่นปราดจากจุดกึ่งกลางกายไปทั่วร่าง นางจิกเล็บลงบนไหล่ของเฉินมู่จนเืซิบ
...
...โกดังลับใต้ดิน
เคร้ง!
เสียงดาบปะทะกันดังสนั่น!
หัวหน้าทหารรับจ้างเหวี่ยงดาบั์เข้าใส่ไป๋หลิง แต่นางเบี่ยงตัวหลบด้วยความพลิ้วไหวราวกับภูตพราย ชายผ้าคลุมสีดำสะบัดวูบ
นางตวัดกระบี่อ่อนในมือ รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
ฉับ!
ข้อมือของหัวหน้าทหารขาดกระเด็น ดาบั์ร่วงลงพื้น
ไป๋หลิงไม่หยุดแค่นั้น นางหมุนตัวเตะก้านคอศัตรูอีกคนจนคอหมุนกลับไปด้านหลัง แล้วพุ่งตัวไปคว้าสมุดบัญชีลับที่วางอยู่บนโต๊ะ
"จบเกมแล้ว... ใต้เท้าหวัง" นางพึมพำเสียงเย็น ขณะมองดูความพินาศของศัตรูเบื้องล่าง
...
...ตรอกบุปผาทะเลทราย
จังหวะรักในห้องสลัวดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ แข่งกับจังหวะกลองที่รัวเร็วปานพายุ
ยาสะเป็ฝ่ายคุมเกม นางขยับสะโพกขึ้นลงบดขยี้ตัวตนของเฉินมู่ด้วยความชำนาญจากการฝึกฝนกล้ามเนื้อหน้าท้องและเชิงกราน ภายในโพรงเนื้อนุ่มของนางตอดรัดเขาถี่รัวราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ
พั่บ... พั่บ... พั่บ...
"นายน้อย... เฉินมู่... ข้า... ข้าจะ..." ยาสะครางเสียงหลง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ั์ตาสีอำพันลอยคว้างด้วยแรงราคะ
เฉินมู่สวนสะโพกขึ้นรับแรงกระแทก มือบีบเค้นหน้าอกอวบอัดของนางจนล้นมือ ยอดถันสีเข้มเสียดสีกับฝ่ามือสร้างความวาบหวามจนแทบขาดใจ
"พร้อมกัน... ยาสะ... ไปพร้อมกัน!"
เฉินมู่คำราม เขาจับเอวนางตรึงไว้ แล้วกระแทกกระทั้นเข้าใส่ระลอกสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง
...
...โกดังลับใต้ดิน
ตูม!
ไป๋หลิงซัดะเิควันลูกสุดท้ายใส่กลุ่มทหารที่เหลือรอด ก่อนจะะโพุ่งตัวออกทางหน้าต่างระบายอากาศ พร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญในมือ
เื้ันาง เปลวไฟเริ่มลุกไหม้กองเสบียงเถื่อน แสงไฟสีส้มสว่างวาบไล่หลังนางมาดุจปีกของวิหคเพลิงที่กำลังโผบิน
นางร่อนลงสู่พื้นดินเปียกแฉะด้านนอก ยืนมองดูเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญความชั่วร้ายด้วยสายตาที่สงบนิ่งและเด็ดขาด
"ภารกิจสำเร็จ"
...
...ตรอกบุปผาทะเลทราย
"อ๊าาาาา!"
ยาสะเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ปลดปล่อยธารอารมณ์ออกมาจนเปรอะเปื้อนหน้าขา เฉินมู่เองก็คำรามลั่น ปลดปล่อยลาวาร้อนระอุเข้าสู่กายหญิงสาวจนหมดสิ้น
ทั้งสองร่างกอดรัดกันแน่น หอบหายใจหนักหน่วงราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ เหงื่อกาฬไหลรวมกันหยดลงบนพรมแดง
เสียงดนตรีเงียบลงแล้ว... เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน
เฉินมู่ซบหน้าลงกับซอกคอของยาสะ จูบเบาๆ ที่ชีพจรที่ยังเต้นแรง
"สุดยอด..." เขาพึมพำ
ในขณะเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่งของเมือง องค์หญิงไป๋หลิงยืนอยู่บนยอดตึกสูง มองดูควันไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
นางไม่รู้เลยว่า ชายหนุ่มที่นางเพิ่งช่วยกำจัดศัตรูให้ กำลังเสพสุขอยู่อย่างาาบนความสำเร็จของนาง
แต่กงล้อแห่งชะตากรรมได้เริ่มหมุนแล้ว... เส้นทางของ "ราคะ" และ "อำนาจ" กำลังจะมากันในไม่ช้า