บทที่ 7-1 ขึ้นบ้านใหม่และการมาของทาส
หลังจากวันหยุดพัก บ้านหลังใหม่ของครอบครัวหวังิเยว่ก็แล้วเสร็จหวังหลินข่ายเห็นว่าอีกสองวันเป็วันดี จึงถือเป็ฤกษ์ย้ายเข้าบ้านใหม่โดยในวันขึ้นบ้านใหม่หวังหลินข่ายได้เชิญให้เหอเจียหยุนและกัวฮุ่ยเหมยผู้เป็ท่านพ่อตาและท่านแม่ยายมาเป็ประธานในพิธี หวังหนิงเทียนยอมหยุดขายของหนึ่งวันตามคำสั่งของมารดา
หวังิเยว่บอกให้ท่านพ่อเอ่ยชวนเชิญผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในหมู่บ้านมาร่วมกินเลี้ยงด้วย ท่านป้าสะใภ้ใหญ่กับพี่เฟยเจินมาช่วยท่านแม่ของนางทำอาหารั้แ่เช้าตรู่ท่านแม่ยังได้จ้างท่านป้าจางข้างบ้านและหญิงสาวในหมู่บ้านอีกห้าคนมาช่วยทำอาหารส่วนท่านป้าสะใภ้รองและพี่เฟยจูไม่ได้มาช่วยงานแต่มาช่วยกินพร้อมส่งสายตาอิจฉาเมื่อได้เห็นบ้านใหม่ของพวกเรา
‘กินอย่างเดียวไม่ว่า ยังห่อกลับด้วยค่ะ!!!’
นางเห็นว่า น้องสี่และน้องเล็กชอบบ้านหลังใหม่มากเนื่องจากทั้งคู่ได้มีห้องนอนเป็ของตนเอง แต่หวังิเยว่คิดว่าคนที่น่าจะดีใจที่สุดคือท่านพ่อและท่านแม่เพราะจะได้นอนด้วยกันตามลำพังเมื่อบรรดาแเื่ทยอยกลับกันหมดแล้ว นางจึงเดินเข้าไปหาท่านแม่
“ท่านแม่เ้าคะ ลูกมีของขวัญขึ้นบ้านใหม่ให้ท่านแม่เ้าค่ะ”
“ของขวัญอะไรกัน ไม่ต้องหรอก ลูกเก็บไว้เองเถิด”
“ลูกเก็บไว้คงยังไม่ได้ใช้ ท่านแม่แบมือเ้าค่ะ”
เมื่อท่านแม่แบมือออกมา หวังิเยว่จึงมอบของขวัญวางบนมือมารดา
“ถั่งเช่าหนึ่งกำมือเ้าค่ะ”
ท่านแม่ “___”
หลังจากวันขึ้นบ้านใหม่ หวังิเยว่ชวนบิดาและพี่ชายคนโตไปซื้อลาเมื่อไปถึงตลาดขายสัตว์ หวังิเยว่เดินเข้าไปดูยังคอกลา แล้วได้ยินเสียงเบา ๆว่า
“ซื้อข้าด้วย”
‘เฮ้ย! โอ้แม่เ้านี่เรามีความสามารถพิเศษ สื่อสารกับสัตว์ได้ อเมซิ่ง ขอบคุณท่านเทพ ขอบคุณท่านเทพ’
“ซื้อข้าด้วย ช่วยซื้อข้าด้วย”
แล้วลาตัวไหนล่ะ ที่ส่งเสียงเรียกข้า หวังิเยว่พยายามส่องสายตามองหา
“ข้าอยู่ตรงนี้ ท่านหันมาด้านหลังเถิด”
เมื่อหวังิเยว่หันหลังไป จึงได้พบชายหนุ่มอายุประมาณสิบห้าปีรูปร่างผอมโซ เสื้อผ้ามีแต่รอยปะชุน สภาพแย่ยิ่งกว่าตอนที่นางเพิ่งข้ามภพมาเสียอีก
‘โธ่! ท่านเทพเ้าคะข้าก็นึกว่า...’
“ท่านช่วยซื้อข้า ข้าจะยอมเป็วัวเป็ควาย ทำงานให้ท่าน”ชายหนุ่มเอ่ยบอกหวังิเยว่
‘เป็ช้างเป็ม้าด้วยรึป่าวจ้ะพ่อหนุ่ม’
“ข้าไม่ชอบซื้อคนมาเป็ทาส” หวังิเยว่กล่าวบอกชายหนุ่ม
‘มันผิดหลักมนุษยชนจ้ะพ่อหนุ่มเดี๋ยวเอ็นจีโอจะมาต่อว่า และโดนกีดกันทางการค้า’
“ถ้าท่านไม่ซื้อข้า แม่ข้าจะต้องตาย” ชายหนุ่มกล่าวด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาเอ่อล้นอยู่ในดวงตา
“เ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ก่อน ประเดี๋ยวข้ากลับมา”หวังิเยว่เอ่ยบอกชายหนุ่ม แล้วเดินจากไป
ชายหนุ่มมองตามด้านหลังของเด็กหญิง เขาเดินตามเด็กหญิงผู้นี้มาจากถนนเพราะเขามีลางสังหรณ์ว่า เด็กหญิงจะยินยอมช่วยเหลือเขาจึงเลือกที่จะขายตัวเป็ทาสให้กับนาง
หวังิเยว่เดินไปกลับหาบิดาและพี่ใหญ่พวกเราเลือกซื้อลาหนึ่งตัว เกวียนหนึ่งเล่ม และวัวสองตัวเพื่อไปช่วยไถนาปลูกข้าวแต่ขอฝากไว้กับเ้าของร้านก่อน จากนั้นนางพาทั้งสองคนเดินไปหาชายหนุ่มที่้าขายตัวเป็ทาส
“เ้าพาข้าไปดูอาการท่านแม่ของเ้าเถิด”หวังิเยว่บอกกับชายหนุ่ม
“ได้ พวกท่านตามข้ามา”
หวังหลินข่ายและหวังหนิงเฉิงมองหน้ากันด้วยความงงงวยแต่ก็ยอมเดินตามหวังิเยว่ไป ทั้งสามคนเดินตามชายหนุ่มจนถึงบ้านซอมซ่อหลังหนึ่งซึ่งมีสภาพแย่มาก
‘ถ้าฝนตก น้ำคงท่วมบ้านแน่จะมีใครแจกถุงยังชีพมั้ยอะ’
เมื่อเดินเข้าไปในบ้าน หวังิเยว่เห็นหญิงวัยกลางคนนอนอยู่บนเตียงหน้าตาซีดอิดโรย ผอมแทบเห็นกระดูก ด้านข้างมีหญิงสาวและเด็กชายยืนอยู่จากนั้นนางได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่้าขายตัวกล่าวว่า
“ข้าชื่อหม่าชงไฉ่ ท่านแม่ของข้าป่วยหนักมากข้า้าเงินห้าสิบตำลึงเพื่อรักษาท่านแม่ และนำไปใช้หนี้เงินที่ยืมมาข้ารู้ว่าจำนวนเงินมากเกินกว่าที่จะซื้อทาสหนึ่งคน ดังนั้นพวกเราจะขายตัวเป็ทาสทั้งสี่คน”
หวังิเยว่สังเกตกิริยาท่าทางและคำพูดของชายหนุ่มทำให้คิดว่าชายหนุ่มน่าจะเคยได้รับการอบรมมาอย่างดี จึงได้เอ่ยถามว่า
“ครอบครัวพวกเ้ามีความเป็มาอย่างไร”
“ท่านพ่อของข้ารับจ้างทำงานเป็พ่อบ้านในตระกูลเศรษฐีท่านแม่ทำงานเป็แม่ครัวใหญ่ ตัวข้าเป็คนรับใช้คนสนิทของคุณชายเป็เพื่อนเรียนกับคุณชายั้แ่ยังเล็ก น้องสาวข้าเป็คนรับใช้ส่วนตัวของคุณหนูแต่ท่านพ่อโดนใส่ร้ายว่ายักยอกเงินเป็จำนวนมากจึงโดนลงโทษโบยจนขาหักและขับออกจากบ้าน”
‘เื่แบบนี้ คุ้นๆ นะ ตามนิยายเป๊ะอีกแล้ว’