อเล็กแซนเดรีย-
อียิปต์-
กันยายน 1946
วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมาพื้นน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็ประกายสะท้อนอยู่ในแสงอาทิตย์ที่ฉายฉานเหนือหอยอดสูงเรียวและโดมหลังคาของสุเหร่าอเล็กแซนเดรียมลังเมลืองอยู่ในแสงตะวัน เกลียวคลื่นอันอ่อนโยนจากท้องทะเลสาดซัดระลอกบางเบาสายลมเย็นซึ่งพัดผ่านไปทั่วทุกซอกมุมช่วยให้ความร้อนคลายตัวลงได้อย่างมาก
พวกอียิปต์เรียกเมืองนี้ว่า “อิส-คาน-ดรี-อา” ภาษาอาหรับมักจะขึ้นต้นด้วยเสียงนุ่มนวลเน้นตรงที่เป็อักษร“ส” และจบลงอย่างไพเราะเพราะพริ้งเฉกเช่นเดียวกับสายลมที่รําเพยพัดมาจากท้องทะเลอยู่ทุกโมงยามในตอนบ่ายของวันหนึ่งโมนากับแม่ของเธอก็ปรากฏตัวขึ้นในเมืองนี้สองแม่ลูกพยายามตระเวนหาวิลล่า อัล-มาซรีกับถนนรือฟูอัดแต่ก็ยังไม่ประสบความสําเร็จ เมื่อคืนที่ผ่านมาอุมโมนากับลูกต้องนั่งมาในรถไฟด้วยความทรมานเป็เวลาถึงสิบแปดชั่วโมงเนื่องจากไม่เคยคุ้นกับสภาพของบ้านเมืองพอลงจากรถไฟก็เลี้ยวผิดทางไปโผล่เอาตรงท่าเรือที่เต็มไปด้วยเครนยกของตัวใหญ่จากเรือเดินสมุทรเมื่อถอยกลับออกมาก็ยังมาเจอเข้ากับกําแพงที่ปรักหักพังเนื่องจากถูกเยอรมันทิ้งะเิไว้เมื่อตอนาเมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ ก็พบกับสลัมถิ่นที่อยู่ของคนยากจน
ขณะที่เดินไปตามถนนโมนาพยายามสอดส่ายสายตามองหาใครสักคนหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายพ่อเมื่อฤดูหนาวปีที่ผ่านมาในตอนบ่ายของวันหนึ่งโมนาได้ยินเสียงย่าและพวกญาติของพ่อกรีดเสียงร้องไห้เอ็ดอึงเมื่อมีข่าวว่าพ่อหายไปในแม่น้ำท่ามกลางพายุร้ายเพียงแต่โมนาไม่เข้าใจเื่ที่ผู้ใหญ่พูดกันเท่าไหร่เมื่อมาถึงเมืองนี้เด็กหญิงก็บอกกับตัวเองว่าถ้าพยายามดูให้ดีเธออาจได้พบพ่อบางทีพ่ออาจนั่งจิบกาแฟอยู่บนถนนสายนี้แต่ผู้ชายบางคนก็อ้วนเกินไปบางคนก็ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกไม่เห็นมีใครเหมือนพ่อเลยสักคน
เมื่อเข้ามาถึงย่านธุรกิจของเมืองอเล็กแซนเดรียโมนาต้องจับมือแม่ไว้แน่นมองดูรถรางไฟฟ้าที่วิ่งผ่านไปอย่างตื่นใจ บนถนนสายนี้ผู้ชายในเครื่องแต่งกายแบบนักธุรกิจเดินมุ่งไปข้างหน้าอย่างรีบเร่งราวกับเวลาไม่เคยคอยท่าเขามาชั่วชีวิตป้ายบอกชื่อถนนมีทั้งภาษาอาหรับ กรีก ละตินและฮิบรูเมื่อยามราตรีมาถึงตรงทุกหัวมุมบนถนนสายนี้มีผีเสื้อราตรีออกมาโฉบปีกหลอกล่อผู้ชายทั้งหนุ่มและแก่ให้มาใช้บริการของตนมีการต่อรองราคากันอย่างดุเดือดกลิ่นอาหารโชยออกมาจากร้านที่ตั้งอยู่ริมทางเท้าและโมนาก็กล้ำกลืนน้ำลายลงไปส่วนอุม โมนานั้นสูดลมหายใจลึกบอกกับตัวเองว่า...ที่นี่ละพวกเขาอยู่กันที่นี่พวกเขาอยู่กันที่เมืองอเล็กแซนเดรียอันเจริญรุ่งเรืองแห่งนี้ เมืองอเล็กแซนเดรียต้องเป็เมืองที่ดีอย่างแน่นอนถ้าได้มาอยู่ในเมืองนี้จริงมันก็ยิ่งเสียกว่าพอเพียงด้วยซ้ำถ้าจะมองย้อนกลับไปยังชีวิตที่เคยอยู่ในหมู่บ้านคอมออมโบและชนบทใหญ่น้อยที่อยู่ตามลําน้ำไนล์แล้วผู้คนในแถบถิ่นนั้นล้วนแต่ฝันที่จะให้มีน้ำเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตของตนให้รอดส่วนพวกอียิปต์ในแถบอื่นที่ไกลออกไปล้วนต้องอยู่อย่างแห้งแล้งอาจเป็เพราะการขาดน้ำนี่เองที่ทำให้ชาวอียิปต์มองเห็นความสําคัญของแม่น้ำไนล์
แต่สำหรับที่นี่เมืองอเล็กแซนเดรียมีน้ำมากมายเหลือกินเหลือใช้และยังน้ำในทะเลลเมดิเตอร์เรเนียนอุม โมนาเชื่อว่าชีวิตในเมืองใหญ่แห่งนี้ไม่น่าจะโหดร้ายเช่นเมืองอื่นๆ ในอียิปต์อย่างน้อยก็น่าสบายพอที่จะรักษาชีวิตของโมนาไว้ได้
นางหวนนึกไปถึงหมู่บ้านของพวกนูเบียนที่นางแสนจะชิงชังรังเกียจที่นั่นเกือบจะทําให้นางต้องสูญเสียลูกน้อยที่มีค่าแก่ชีวิตไปด้วยซ้ำ ตอนแรกก็จากการขลิบแบบป่าเถื่อนต่อมาก็โรคไข้มาเลเรียและครั้งหลังสุดคือนิวมอเนีย อุมโมนาไม่ยอมทําตามคําแนะนําของเชคาซามีราที่ว่าให้โมนาสักเครื่องหมายดอกจันทร์สีน้ำเงินลงไว้เพื่อช่วยให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัยแต่นางกลับอุ้มโมนาไปยังโรงหมอที่ทางรัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อขอรับการรักษาแบบทันสมัยแต่กลับต้องได้รับฟังคําแนะนําที่ออกจะโหดร้ายต่อจิตใจของนางอย่างมากหมอบอกกับนางว่าโมนามีสุขภาพอ่อนแอเกินกว่าที่จะมีชีวิตในชนบทที่แห้งแล้งกันดารแบบนี้ได้ถ้าไม่ตายเพราะความร้อนของอากาศในฤดูร้อนก็คงต้องตายเพราะความหนาวเย็นอยู่ดี เขาแนะนําให้นางทิ้งลูกคนนี้เสียแล้วแต่งงานอีกครั้งเพื่อจะได้มีลูกใหม่ที่สุขภาพแข็งแรงกว่าคําแนะนําของหมอทําให้อุม โมนาโกรธมากแต่นางก็ปลอบใจตัวเองว่าการที่เป็แบบนี้เพราะหมอคนนั้นไม่เคยรู้ซึ้งถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวนางกับลูกนางกับโมนาเป็คนๆ เดียวกันไม่มีใครอื่นที่จะเข้ามาแทนที่ลูกสาวคนนี้ของนางได้อีกแล้วจุดหมายปลายทางในชีวิตไม่ว่าจะเป็ของโมนาหรือของตัวนางเองย่อมต้องเป็จุดหมายเดียวกันหมอผู้นั้นย่อมจะไม่มีวันเข้าใจถึงความผูกพันอันลึกซึ้งนี้อย่างแน่นอนแล้วหมอก็ยังแนะนําว่าโมนาอาจมีชีวิตรอดได้ถ้าโยกย้ายไปเสียจากหมู่บ้านแห่งนี้ได้กินอาหารอย่างถูกต้องเหมาะสมกับความ้าของร่างกายและได้อยู่ในเมืองที่มีอากาศดีอย่างอเล็กแซนเดรีย
อุมโมนาคิดขึ้นมาได้ว่านางมีญาติห่างๆสองคนที่ทํางานเป็คนรับใช้อยู่กับครอบครัวของชาวยิวผู้มั่งคั่งในเมืองอเล็กแซนเดรียไม่ใช่เื่ยากที่จะพาโมนาออกมาเสียจากคอมออมโบเพราะทางครอบครัวของฮัสซันเองก็ไม่ปรารถนาในตัวเด็กหญิงอยู่แล้วด้วยเชื่อว่าการตายของฮัสซันก็เพราะคำสาปแช่งที่โมนาได้รับเมื่อวันที่ทำพิธีขลิบและสังเวยเทพเ้าแห่งลําน้ำไนล์ด้วยเืพรหมจารีอุม โมนากอดลูกไว้แน่นเมื่อคิดว่านางประสบความสําเร็จที่พาโมนามาถึงเมืองนี้แล้วและโมนาก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้แม่อย่างไร้เดียงสา
ขณะที่หยิบตะกร้าใส่เสื้อผ้ากับอาหารที่เตรียมมาขึ้นเทินบนหัวอุม โมนาก็อดคิดอย่างหวาดหวั่นไม่ได้ถ้าคาดิกากับฟาติมะไม่ได้อยู่ในเมืองนี้อีกต่อไปแล้วเล่า? ถ้าไม่มีใครยอมจ้างนางให้ทํางานนางกับโมนาจะไม่ต้องอดตายอยู่กลางถนนท่ามกลางความหนาวเย็นของอากาศในฤดูหนาวที่กําลังจะมาถึงหรอกหรือ?เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ฝีเท้าที่รีบเร่งก็เริ่มชะลอความเร็วลงความหนักหน่วงในหัวใจยามนี้ราวกับอุม โมนากําลังแบกโลกไว้ทั้งโลกก็ไม่ปานในที่สุดนางก็พาโมนาเดินเลี้ยวไปทางด้านขวาของถนนเหนือศีรษะขึ้นไปทางด้านหลังของราวเฉลียงเหล็กดัดคือคฤหาสน์ใหญ่โตของผู้มีฐานะมั่งคั่งมีเสียงพูดคุยเป็ภาษาต่างประเทศดังแว่วออกมาจากภายใน
บนเฉลียงมีเด็กหนุ่มสองคนกําลังนั่งหัดสูบบุหรี่กันอยู่ยูซุฟ อัล-มาซรีผู้มีเรือนผมสีบลอนด์กับดวงตาสีน้ำตาลกําลังแสดงท่าให้ฮามิดเอล-ฮัสไซนี่ผู้มีเรือนผมสีดําดูว่าการสูบบุหรี่ไม่ใช่เื่ใหม่สําหรับเขาเขาคีบบุหรี่มวนยาวไว้ใช้ไล้ท์เตอร์ทองคําจุดสูบด้วยท่าทางเก๋ไก๋เท้าทั้งสองพาดอยู่กับราวเฉลียงใบหน้าแหงนหงายเมื่อระบายควันออกจากปาก
“เื่ง่ายไม่เห็นยากอะไรตรงไหนเลย”น้ำเสียงของยูซุฟอวดอ้างอยู่ “บุหรี่นี่มันจะอร่อยตอนสูบหลังอาหารแล้วด้วยนะ”เขาพ่นควันเป็วงกลมลอยหายไปในอากาศ
ฮามิดพยายามอําพรางความไม่พอใจไว้ปกติแล้วเขาชอบเอาชนะยูซุฟเสมอแต่ครั้งนี้อดหวั่นใจไม่ได้ว่าความอ่อนหัดของตนจะทําให้ยูซุฟหัวเราะเอาเขาดึงบุหรี่มวนหนึ่งออกมาจากซองจุดไล้ท์เตอร์ด้วยท่าทางเก้งก้างพออัดเข้าไปอึกแรกก็สําลักควันจนไอออกมาเสียหลายครั้ง
“มาเลช” ยูซุฟปลอบเพื่อนว่าไม่เป็ไรด้วยภาษาอาหรับ “ไอเสียสองสามทีเดี๋ยวก็ชินไปเอง”ด้วยท่าทางของเด็กหนุ่มที่เริ่มจะแตกพานเขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับดีดก้นบุหรี่ลงไปข้างล่างก้นบุหรี่ร่วงลงไปโดนจมูกของอุม โมนาพอดีนางยกมือขึ้นลูบจมูกพร้อมกับเหลือบตาขึ้นมองเด็กชายทั้งสองที่กำลังจ้องมองลงมาด้วยแววตาเหยียดหยามที่นางเป็คนละชั้นกับพวกเขาเมื่อเห็นสายตาเช่นนั้นเข้าความแค้นเก่าๆ ในใจของอุม โมนาก็พลุ่งขึ้นนางมักจะถูกคนที่ไม่รู้จักเหยียดหยามเสมอและต้องตกเป็เป้าของการติฉินนินทาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็ที่นี่หรือในซาอิดสภาพของนางก็ไม่ได้แตกต่างไปกว่ากันเลยด้วยความที่ยังไม่รู้ว่าวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้เด็กคนนี้จะต้องเป็เ้านายคนใหม่ของตนทําให้อุมโมนาชูกําปั้นใส่ยูซุฟเร่าๆ