ระหว่างเดินทางกลับบ้าน หนุ่มน้อยผู้ได้รับิญญาใหม่จากต่างโลกก็เกิดการสนทนาอยู่ในดวงจิตของตน แสงสว่างจากท้องฟ้าเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ กลายเป็ความมืดครึ้มเข้ามาแทรก กินบริเวณกว้างเหนือเต็มท้องฟ้า
"ท่านเทพ !! ท่านยังอยู่กับข้าหรือนี่ ท่านจะนิ่งเงียบ แอบดูข้าเกี้ยวสาวไปอีกนานแค่ไหน ถ้าไม่มีไอ้ลูกแก้วบ้าๆนี้ ท่านจะไม่สนทนากับข้าเลยใช่ไหม"
ชางอวิ๋น ทั้งใและแอบดีใจ ในเวลาเดียวกัน ที่เทพัฟ้ายังอยู่ในดวงจิตของเขา อย่างน้อยๆเด็กหนุ่มคนนี้ก็ยังมีที่พึงพิงในโลกต่างแดนใบนี้
"หึหึ เ้าโง่เง่า !! เ้ารู้ไหมว่าลูกแก้วิญญาระดับ 1 สีทอง 1 ลูก สามารถยกระดับเ้าได้ 1 ขั้นเลยนะ แต่นี้มัน !! ลูกแก้วิญญาระดับ 2 สีทอง เ้ารู้ไหมว่ามันมีค่ามากแค่ไหน"
ชางอวิ๋นทำท่าทางไร้อารมณ์ กางมือทั้ง 2 ออกแล้วหยักไหล่ขึ้น "ระดับของข้าก็เพิ่มขึ้นมาตั้ง 1 ระดับ ไม่ใช่ 1 ขั้นนะ !! นี้มัน 1 ระดับนะท่านเทพพพ ด้วยความง่ายดาย ก็ไม่เห็นจำเป็ต้องใช้ของพรรณ์นั้นเลย ........... ให้น้องดูม ดูม ของข้าเก็บไว้ใช้ประโยชน์หน่ะแหละดีแล้ว อ่า ฮ้าาา"
เปรี้ยง !!
"โอ๊ย!! ท่านทำอะไรในร่างกายของข้า......ข้า ชะ ชะ ชา ไปหมด ละ ละ เลยยยยยย" ด้วยความโมโหเทพัฟ้าจึงส่งพลังสายฟ้าไปกระตุ้นในความโง่เขลาเบาปัญญาของมนุษย์กระจ๋อยล๋อยผู้นี้
"หึหึ อย่าคิดว่าข้าเป็ดวงจิตแล้วจะทำอะไรเ้าไม่ได้นะ ดวงจิตของข้ากับเ้าเชื่อมต่อกันอยู่ เ้าเจ็บข้าไม่เจ็บ แต่ถ้าเ้าตาย ข้าก็จะตายไปด้วย จงจำข้อนี้ไว้ให้ขึ้นใจ และข้ามีเื่สำคัญจะบอกกับเ้าด้วย"
"เ้า !! ไม่สามารถใช้วิชาละลายดวงจิตของข้าไปอีก 10 วัน จงจำใส่กระโหลกของเ้าไว้ให้ดี เ้า กำ ลัง ละ ลาย ดวง จิต ของ ข้า"
ภายใน 1 วัน มีกฎเหล็ก เ้าสามารถใช้ไอ้วิชาที่เ้าเรียกว่า 'เทพัฟ้า' ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนความแรงและความกว้างอยู่ที่ปริมาณพลังลมปราณของเ้า"
"ความรุนแรงของท่านี้มันคือพลังของข้า ที่โดนพลังอันต่ำตมของเ้ากดทับ ไม่อย่างนั้นต่อให้มนุษย์ที่มีพลังห้วงมิติระดับตำนาน (พลังลมปราณระดับ 8) ก็ไม่อาจต้านทานพลังของข้าได้หรอก"
"ห๊ะ" ชางอวิ๋นแอบใเล็กน้อย "ไม่คิดว่าวิชาที่ข้าคิดขึ้นมาเองนี้มันจะมีเงื่อนไขอะไรแบบนี้"
'แบบนี้ข้าต้องคิดและคำนวณให้ดีก่อนที่จะใช้มันสินะ'
"ไอ้เ้าบ้า นี้ มัน พลังชีวิตของข้า ไม่ใช่สิ่งที่เ้าคิดค้นขึ้นมาเอง !!"
เทพัฟ้ากำลังจะบอกเป็ นัย นัย ว่าห้ามใช้พลังนี้อย่างส่งเดช ให้ใช้ในเวลายามขับขันจริงๆถึงสมควร ถ้าใช้บ่อยมากเกินไป ดวงจิตของเทพัฟ้าอาจหายไปจากโลกนี้เลยก็ว่าได้
เทพัฟ้ายังคงมีเื่ที่สงสัยอยู่ "ทำไม ระดับลมปราณของเ้า . . . เพิ่มขึ้นทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำการบ่มเพาะกลั่นลูกแก้วิญญาเข้ากับดวงจิตของเ้าเลย เป็เื่ที่แปลกมากข้าอยู่มาแสนปี เพิ่งมีเ้าคนแรกนี้หละ”
ชางอวิ๋นส่ายหัวไปมา แต่คิดว่าอาจจะเป็เพราะตัวเขาได้รับผลพิเศษจากโลกออนไลน์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้น
“ข้ารู้แต่ว่า ในโลกออนไลน์ของข้าเรียกมันว่า 'ค่าประสบการณ์' มีแสงสีต่างๆ ตามระดับของอสูรมันวิ่งเข้ามาในร่างของข้า แล้วข้าก็รู้สึกถึงขุมพลังอันยิ่งใหญ่มันปะทุออกมาจากร่างของข้า”
“แสงออร่าของอสูร??” เ้านี้มันลึกลับ ปริศนามากมายยิ่งนัก
“เอาหละ ข้าจะบอกเ้าเอาไว้เป็ข้อมูลอีกหนึ่งอย่าง เมื่อเ้าอยากรู้ระดับอะไรก็แล้วแต่ ให้รวบรวมลมปราณไว้ที่ตา เ้าจะรู้แจ้งถึงระดับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เ้าอยากจะรู้ แต่ถ้าหากระดับนั้นห่างจากเ้า 1 ระดับเต็ม หรือใช้ของวิเศษเพื่อปิดบังระดับ เ้าก็ไม่อาจที่จะรับรู้ความจริงของระดับนั้นได้เลย”
ยังไม่สุดเสียงของการสอนจากเทพัฟ้า ชางอวิ๋นได้รวบรวมพลังไว้ที่ตาแล้วมองไปที่ หลินหลิง ทันที
"พลังลมปราณของท่านหญิง ดูม ดูม . . . เท่าไรกันน่าาา . . ."
"ว้าววว ระดับ1ขั้น7 เ้าหญิงของข้าก็แข็งแกร่งเหมือนกันนะนี้"
หลังจากที่เดินมาจนเกือบจะถึงบ้านของชางอวิ๋นแล้ว เขาเพิ่งมีบทสนทนา ทำให้หลินหลิงใสะดุ้งขึ้น
“ข้าคิดว่าเ้าจะวางแผนชั่วร้ายอะไรไว้แน่ๆ เห็นเ้าบ่นงึมงำๆ มาตลอดทาง ไม่พูดกับข้าซักคำเดียว”
'ด้วยอายุเพียงเท่านั้น แม่หญิงคนนี้ถือว่าเป็อัจฉริยะระดับต้นๆ ของมนุษย์เลยก็ว่าได้ ถ้าไม่รวมไอ้พวกโชคดีที่ได้รับพลังิญญาจากข้า และร่างกายที่ผิดแปลกประหลาดอย่างเ้า'
เทพับรรยายให้ชางอวิ๋นฟังเกี่ยวกับระดับของแม่นางหลินหลิง ในระดับอายุ 15 ปี หลินหลิงถือว่าเป็สัตว์ประหลาดตนหนึ่ง ต้องมีทรัพยากรอย่างท่วมท้นและเื้ัที่ทรงอำนาจทำให้มีระดับพลังขนาดนี้ได้
ชางอวิ๋นหันไปทางหลินหลิงแล้วจ้องมอง สายตาเป็ประกาย มองไปที่เรือนร่างอันอวบอั๋นน่าฟัด
“ถ-ถ-ถ้าเ้ามองแบบนี้กับข้าอีกครั้งนะ . . . . !!”
เมื่อหยอกล้อกันหอมปากหอมคอ ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าบ้านก็ค่ำพอดี พวกเขาได้เข้าไปในบ้านก็พบเจอกับยายกิมฮวย
เมื่อพบกับยายกิมฮวยเห็นชางอวิ๋นฟังได้พูดได้ !! ก็ใและดีใจจนร้องไห้ฟูมฟาย น้ำตาไหลพราก
ทั้งชีวิตนี้ไม่คิดเลยว่าคนแก่อย่างข้าจะมีวาสนาได้เห็นคุณหนูมีโอกาสแบบนี้ ปาฏิหาริย์จริงๆ ชางอวิ๋นจึงเล่าเหตุการณ์ให้ยายกินฮวยฟัง
ตนเองแอบเข้าไปในเล่นในถ้ำ แล้วเกิดเป็ลมสลบอยู่ 3 ชั่วยาม พอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินและพูดได้ โดยข้ามเื่ราวของเทพัฟ้าไป !!
เมื่อหลินหลิง ได้ยินก็ใ !! ถ้ำนั้นมันคือถ้ำอะไร ยังไงซักวันข้าต้องเข้าไปหาความลับที่ชางอวิ๋นไปเจอมา อาจจะเป็ที่มาของความแข็งแกร่งแบบก้าวะโ โดยหารู้ไม่เลยว่าหนุ่มคนนี้คือคนละคนกันกับชางอวิ๋นคนเดิม
ชางอวิ๋นเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เข้าไปช่วยกลุ่มนักสู้ แล้วพบกับหลินหลิง จึงพามากันพักที่บ้านก่อนออกเดินทางอีกครั้ง
ยายก็มีท่าทีใเพราะก่อนตนเองจะถูกขับไล่ออกมา ก็ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของหัวหน้าตระกูลที่ยิ่งใหญ่ หลินหลิง ธิดาแรกเกิดของหัวหน้าใหญ่ต้นตระกูลหลิน
“ท่านยาย แล้วพี่ ชางเหมย ไปไหนั้แ่มาข้าไม่เห็นเลย”
ชางอวิ๋นเอ่ยขึ้นมาเพราะในความทรงจำ พี่ชางเหมย ถึงสีผิวจะไม่สว่างออร่าเหมือนเทพธิดา และเซ็กซี่เหมือนกันกับหลินหลิง แต่มาเติมเต็มด้วยความอ่อนหวานผมยาวดำสวย หน้าอกเต่งตึงไม่เป็สองรองใคร
คำถามของชางอวิ๋นทำให้ยายกิมฮวยลืมเื่ที่จะถามถึงระดับพลังลมปราณของนายน้อยตัวเองไปเลย
“คุณหนูชางเหมยปีนี้อายุ 17 ตามธรรมเนียมแล้ว นางต้องเข้าไปพบกับหัวหน้าตระกูลสาขา กะว่าจะรอไปพร้อมกับคุณหนูชางอวิ๋น แต่ว่าคุณหนูกลับมาค่ำเกินไปเลยฝากบอกกับยายว่า อีก 2 - 3 วันคุณหนูชางเหมยจะกลับมา ไม่ต้องเป็ห่วงนะ คุณหนูชางอวิ๋น”
คุยสารทุกข์สุกดิบกันเสร็จ ก็เกิดเสียงดังสนั่นลั่นทุ่ง 'โครกกกกกกกกกกกก' "เป็เสียงท้องร้องที่ไม่เกรงใจหนุ่มสาวเลยนะท่านหญิงหลินหลิง แต่ว่าโชคดีที่ยายของข้า นั้นเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว"
ถึงวัตถุดิบจะไม่ดีเลิศ แต่รสชาติก็แอบแปลกใจหลินหลิงเป็อย่างมาก เพราะว่ามันอร่อยกว่า อาหารที่ตระกูลหลินทำเสียอีก
เมื่อทั้งคู่กินอาหารมื้อค่ำเสร็จ ยายกิมฮวยก็ได้จัดเตรียมเสื้อผ้า ที่อาบน้ำ และที่นอนเรียบร้อย ทั้งคู่ก็ได้แยกย้ายกันพักผ่อน ชางอวิ๋นนอนกับยาย ส่วนหลินหลิงนอนคนเดียวในห้องของ พี่สาว'ชางเหมย'
เมื่อเข้ามาถึงห้องของนาง หลินหลิง รีบหยิบเอา ลูกแก้วิญญาทั้ง 8 อัน ออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากการวางท่าทางสง่างาม เป็คุณหนูตะกูลดัง เรียบร้อยแสนหวาน มาชั่วค่ำคืน
เสียงะโในใจที่ดังมากของหลินหลิง ‘กรี้ดดดดดด~~~ มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหม นี้มันคือความจริงใช่ไหม กรี้ดดดดดดดด"
"ข้าว่าคืนนี้พลังข้าจะเหยียบเข้าแดนสีเขียวแน่นอนเลย ไม่น่าเชื่อเลยยย ท่านพ่อข้ายังไม่เคยให้ลูกแก้วิญญาระดับนี้กับข้ามาก่อนเลยยยย"
ถึงหลินหลิงจะหยิบลูกแก้วมาทั้งหมด แต่ในใจของนางนั้นก็หวังว่าถ้ามีโอกาส ก็จะตอบแทนในสิ่งที่ชางอวิ๋นนั้นได้ช่วยเธอเอาไว้'
เมื่อได้ลูกแก้วมาแล้ว ขั้นตอนแรกต้องกลืนมันเข้าไป แล้วบ่มเพาะพลังปราณ ภายใน 6 ชั่วยาม จะต้องกลั่นให้หมดทั้งลูก ไม่ว่าลูกแก้วิญญานั้นจะมีระดับสูงแค่ไหนก็ใช้ระยะเวลากลั่นเท่ากันทั้งหมด เพียงแต่ว่า
ใครเป็ผู้ที่มีพร์สูง ก็จะสามารถบ่มเพาะและกลั่นมันออกมาในประสิทธิภาพได้ดีกว่ากัน ฉะนั้นแล้ว ใช่ว่าทรัพยากรเท่ากัน จะสามารถมีพลังปราณที่เท่าเทียมกันได้ !!
ทรัพยากรต้องมาพร้อมกับพร์เท่านั้น ถึงจะเป็ผู้ทรงอำนาจในโลกแห่งนี้ได้ (อย่างเช่น คน2คน กินลูกแก้วพลัง 100 เม็ดเหมือนกัน คนที่มีพร์สูง ระดับพลังลมปราณอาจจะขึ้น 5 ขั้น คนที่พร์ระดับกลางอาจจะขึ้นเพียง 3 ขั้นเท่านั้น)
ต่างจากชางอวิ๋น เมื่อเขาฆ่าอสูรตายด้วยตนเอง ิญญาของอสูรจะวิ่งเข้าหาในดวงจิตของเขาทันที ทำให้ได้รับพลังปราณแบบไม่ลดทอนประสิทธิภาพของพลังิญญาเลยแม้แต่นิดเดียว
ชางอวิ๋นแอบอยู่ข้างหน้าห้องของหลินหลิง แหงมประตูเล็กน้อย เขาเห็นภาพทั้งหมด หวังจะ . . .บางอย่าง
“ก๊อก ๆ ถ้าเ้าอยากแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เอาลูกแก้วอสูริญญา ใส่เข้ามาในโถนี้ แล้วข้าจะทำให้ลูกแก้วแสดงประสิทธิภาพสูงสุดโดยที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน”
ชางอวิ๋นกล่าวบอกกับหลินหลิง และเอามือยื่นของบางอย่างขึ้นให้หลินหลิงใส่ลูกแก้วิญญาลงไป
“โถสลักิญญา” “มันมีสีทอง ตำนานไม่ได้อยู่ในนิทาน !!!!”