ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 บทที่ 100 เรื่องดี

            หลินหวั่นชิวอาศัยช่วงที่คนจากร้านเครื่องเรือนยังอยู่มาขอให้พวกเขาช่วยยกเข้าห้องนางวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนซื้อแล้วว่าห้องไหนจะวางสิ่งใด

            ห้องที่ประตูใหญ่ใส่เตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัวกล่องไม้สองใบ นี่คือของสำหรับยายสวี

            ส่วนเรือนข้างซ้ายขวาใส่เตียงหนึ่งหลังโต๊ะหนังสือหนึ่งตัว เก้าอี้หนึ่งตัว ตู้เสื้อผ้า ชั้นหนังสือและกล่องสองใบ

            ห้องของนางเองเช่นกัน แต่แค่ไม่มีชั้นหนังสือ เช่นเดียวกับห้องของเจียงหงหย่วน

            เรือนประธานมีสามห้อง ตรงกลางเป็นห้องโถงตามแผนที่หลินหวั่นชิววางไว้ห้องที่ขนาบห้องโถงซ้ายขวาคือห้องของนางกับเจียงหงหย่วนคนละห้อง

            เครื่องเรือนด้านในเหมือนกันหมดแต่ห้องของนางกับเจียงหงหย่วนขาดชั้นหนังสือและกล่องไม้เท่านั้น

            นั่นเพราะหลินหวั่นชิวรู้สึกว่าเจียงหงหนิงกับเจียงหงป๋อน่าจะอยู่ที่นี่อีกนานหลังจากบ้านในหมู่บ้านสร้างเสร็จเกรงว่านางกับเจียงหงหย่วนจะอยู่ที่หมู่บ้านมากกว่า สิ่งใดที่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มในบ้านเช่าก็ไม่เพิ่ม

            ของที่หลินหวั่นชิวซื้อทยอยกันมาส่ง ของจากร้านผ้าถูกห่อด้วยผ้าฝ้ายหยาบเป็นห่อผ้าขนาดใหญ่หลายใบ หากไม่เปิดออกก็ไม่มีทางรู้เลยว่าด้านในมีสิ่งใด

            หลินหวั่นชิวให้คนส่งของยกของเข้าไปในห้องนางเลยวางแผนว่าเจียงหงหย่วนไปบ่อนแล้วนางจะทำของที่จำเป็นต้องใช้ด้วยห้องหัตถการบนเสียนอวี๋จากนั้นค่อยบอกว่าซื้อมาแบบสำเร็จรูป

            หลังเสร็จงานหลินหวั่นชิวให้เจียงหงหย่วนออกไปซื้ออาหารกลับมา วิ่งวุ่นมาทั้งครึ่งเช้านางเองก็เหนื่อยแล้ว อีกอย่าง กระทะใบใหม่ต้องใช้มันหมูมาเคลือบก่อนจึงจะใช้ได้และตอนนี้นางก็ไม่มีแรงมาทำเช่นกัน

            “คืนนี้ท่านจะกลับมากินข้าวที่บ้านหรือไม่? หรือจะกินที่บ่อน?” กินข้าวเที่ยงเสร็จหลินหวั่นชิวถามเจียงหงหย่วนก่อนเขาออกจากบ้าน

            “ตอนบ่ายเจ้าต้องเก็บบ้านไม่ต้องทำมื้อเย็น เดี๋ยวข้าซื้อกลับมา” เจียงหงหย่วนพูด

            หลินหวั่นชิวรู้สึกว่าคำพูดเขาฟังดูแปลกๆเจียงหงหย่วนเดินจากไปไกลแล้วถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อครู่เขาแทนตัวเองว่า ‘ข้า’ ไม่ใช่คำว่า ‘เหล่าจือ’[1]

            เหอะ บุรุษบึกบึนผู้นี้คงลืมวางมาดล่ะสิ

            “ยายสวี ท่านช่วยทำความสะอาดเรือนข้างซ้ายขวาข้าจะกลับห้องไปจัดการผ้าก่อน อีกประเดี๋ยวจะได้ปู”

            “เจ้าค่ะ ไท่ไท่” ยายสวีรีบตอบด้วยความเคารพ ตอนเที่ยงนางได้กินซาลาเปาไส้เนื้อหลายลูกครอบครัวเจ้านายคนก่อนไม่ได้ใจกว้างเช่นนี้พวกนางทำงานเหน็ดเหนื่อยทั้งวันแต่ก็ได้กินแค่สองมื้อไม่มีทางได้เห็นเนื้อสัตว์หรือน้ำมัน

            นางเห็นคุณค่าในโอกาสที่ได้มาแบบไม่ง่ายครั้งนี้มากตั้งมั่นว่าจะทำให้ดี ไม่ให้ครอบครัวเจ้านายรังเกียจและนำไปขายอีก

            แม้หลินหวั่นชิวจะเป็นคนยุคปัจจุบันมีความคิดแบบยุคปัจจุบัน แต่นางรู้จักคำว่าเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามการวิจารณ์ว่าสังคมศักดินาไม่ดีในยุคที่เป็นสังคมศักดินาเช่นนี้ หากไม่มีอำนาจไม่เป็นคนบ้าก็คงอยากตายเร็ว

            ดังนั้นนางจึงมองว่าการซื้อคนเป็นการช่วยเหลือผู้คนไม่ได้รู้สึกแย่กระไร

            อีกอย่าง นางดีกับบ่าวใช้ในบางความหมายก็ถือว่าเป็นการทำความดี

            หลินหวั่นชิวปิดประตูห้องโยนปุยฝ้ายกับเส้นด้ายเข้าไปในห้องหัตถการบนเสียนอวี๋ เพียงพริบตาก็ทำไส้ในฝ้ายออกมาสิบห้าผืน

            นางโยนผ้าสีต่างๆ เข้าไปต่อ แค่ครู่เดียวผ้าปูที่นอนสิบผืนก็เสร็จสิ้น

            ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ผ้าผืนใหญ่อย่างผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียงไปจนถึงของชิ้นเล็กอย่างเสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้าผ้าปูโต๊ะและผ้าม่านก็เสร็จเรียบร้อยหมด!

            หลินหวั่นชิวปูห้องตัวเองให้เรียบร้อยก่อนนางเลือกเศษผ้าสีชมพูมาทำของตัวเอง ปูบนเตียงแล้วช่างอบอุ่นสวยงามปูโต๊ะหนังสือริมหน้าต่างกับตู้ที่หัวเตียงด้วยผ้าปูโต๊ะที่ย้อมเป็นสีฟ้า

            นางวางชุดน้ำชาลายครามชุดหนึ่งไว้บนตู้หัวเตียงบนโต๊ะวางนิยายหนึ่งชุดกับสี่ตำราห้าคัมภีร์

            ให้บรรยากาศสงบเหมือนชนบท นางชื่นชอบมาก

            จัดห้องตัวเองเสร็จเรียบร้อยหลินหวั่นชิวเรียกให้ยายสวีมารับส่วนของนางไป สอนยายสวีว่าต้องใส่ไส้ผ้านวมอย่างไรเสร็จก็มอบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนซักสองชุดให้บอกให้นางไปอาบน้ำแล้วใส่ชุดใหม่ โยนชุดเก่าทิ้งไป

            ยายสวีซาบซึ้งจนน้ำตาไหล บอกว่านายหญิงเป็นคนดีคนดีต้องได้ดีเป็นแน่

            หลินหวั่นชิวฟังแล้วก็ยิ้ม ไม่ได้คุยกระไร

            นางปูในห้องเจียงหงหย่วนให้ด้วยตัวเองให้ยายสวีช่วยปูให้ห้องสองพี่น้องหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ

            หลังเสร็จงานหลินหวั่นชิวนอนหลับบนเตียงไปงีบหนึ่ง ผ้านวมใหม่ ที่นอนใหม่ซุกตัวแล้วทั้งนุ่มทั้งอุ่น สบายจนหลินหวั่นชิวฮัมเพลงเบาๆ

            หลังตื่นนอนหลินหวั่นชิวบอกให้ยายสวีใช้มันหมูเคลือบกระทะที่ซื้อมาใหม่ส่วนตัวเองออกจากบ้านไปสถานศึกษาชิงซง คนเฝ้าประตูเห็นนางมาก็ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “สะใภ้น้อยมาหาน้องชายอีกแล้วหรือ?”

            นางมอบห่านย่างหนึ่งตัวที่ซื้อระหว่างทางให้คนเฝ้าประตูถามด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่แล้วข้ามีเรื่องอยากถามท่านพอดี ครอบครัวพวกเรามีที่อยู่ในอำเภอแล้วอยากรับเขากลับมาอยู่บ้าน ไม่ทราบว่าต้องไปติดต่อผู้ใด?”

            คนเฝ้าประตูรับห่านย่าง ยิ้มกว้างจนหน้าบานตอบอย่างประจบว่า “โอ้นี่เป็นเรื่องดี ท่านรอประเดี๋ยว ข้าจะพาไปดำเนินการ!”

            ด้วยความช่วยเหลือจากคนเฝ้าประตูที่กระตือรือร้น ช่วยหลินหวั่นชิวดำเนินการให้เจียงหงหนิงเป็นนักเรียนไปกลับเสร็จเรียบร้อยด้วยความรวดเร็ว

            เจียงหงหนิงเลิกเรียนออกมาเห็นหลินหวั่นชิวรออยู่ด้านนอกก็ดีใจจนเกือบกระโดดโลดเต้น

            “พี่สะใภ้!” พี่สะใภ้มาหาเขาอีกแล้ว ความรู้สึกที่ถูกคิดถึงช่างมีความสุขเหลือเกิน

            “หงหนิง ไป พวกเรากลับบ้านกัน” หลินหวั่นชิวยิ้มให้เขาขณะเดียวกันก็รับเครื่องนอนที่ห่อเรียบร้อยแล้วจากคนเฝ้าประตูนี่คือของที่คนเฝ้าประตูพาหลินหวั่นชิวไปเก็บจากหอพัก

            เจียงหงหนิงเห็นชุดเครื่องนอนในมือหลินหวั่นชิวก็ตกใจรีบถามว่า “พี่สะใภ้ไหนท่านว่าจะมารับข้าในวันที่เก้าล่ะขอรับ เกิดกระไรขึ้นที่บ้านหรือไม่?” ไม่เช่นนั้น เหตุใดเพิ่งจ่ายค่าเล่าเรียนไปก็จะไม่ให้เขาเรียนหนังสือเสียแล้ว

            หรือว่าเอ้อร์เกอป่วยหนัก?

            เจียงหงหนิงไม่มีความคิดว่าหลินหวั่นชิวเสียดายเงินผ่านเข้ามาในหัวแม้แต่เสี้ยวเดียว

            “ใช่ เกิดเรื่องที่บ้านแล้วแต่เป็นเรื่องดี ถือของไว้ พวกเราค่อยคุยกันระหว่างทาง” หลินหวั่นชิวยัดของในมือให้เจียงหงหนิง พาเขาเดินกลับไปทางบ้าน

            “เรื่องดีกระไรหรือขอรับ?” ได้ยินหลินหวั่นชิวบอกว่าเป็นเรื่องดี ความกังวลบนหน้าเจียงหงหนิงก็จางลงเปลี่ยนเป็นความสนใจ

            “พวกเราเช่าบ้านในอำเภอแล้วพี่สะใภ้เก็บกวาดเรียบร้อย ต่อไปนี้เจ้าเรียนหนังสือเสร็จจะได้กลับมานอนที่บ้านไม่ต้องนอนเบียดกับผู้อื่นในสถานศึกษา ผู้อื่นจะได้ไม่รบกวนเจ้าหากต้าเกอเจ้าเลิกงานดึกก็ไม่ต้องตากน้ำค้างกลับไปที่หมู่บ้านเช่นกันนอนที่อำเภอไปเสีย”

                         

            เชิงอรรถ

            [1] เหล่าจือ(老子) คำเรียกแทนตัวเองด้วยความภาคภูมิ

             

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405