ทองเดินทางกลับบ้านในยามค่ำคืน แต่คราวนี้ทองนั้นไม่ได้เดินทางกลับเพียงคนเดียว มันถูกแมงดาคุมซ่องและเกสรมาส่งเป็เพื่อน ครั้นเมื่อเดินไปสักพัก มันก็หันไปบอกแมงดาคุมซ่องและเกสร
“พี่ท่านทั้งสองส่งข้าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงบ้านของข้าแล้ว”
เกสรสรขยี้หัวของมันด้วยความเอ็นดู “ไม่ได้ ข้าจะต้องไปส่งเ้าถึงที่บ้านอย่างปลอดภัย”
ทองเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็เบะปาก “แต่ข้าก็ใกล้ถึงบ้านแล้ว ท่านไม่จำเป็ต้องไปหรอก ที่ทางตรงนี้ข้ารู้จักเป็อย่างดี ไม่ต้องกังวล บ้านข้าอยู่ในหมู่บ้านข้างหน้านี่แหละ” เมื่อกล่าวจบทองก็วิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
“บ้านข้ายากจนข้าไม่อยากให้ท่านเห็นบ้านข้าหรอก ข้าอายนะขอรับ เชิญท่านกลับได้แล้ว ไม่ต้องเป็ห่วง”
ว่าแล้วทองก็วิ่งหายลับไป ในซอยมืดแห่งหนึ่ง เกสรเห็นท่าทางของทองเป็เช่นนั้นก็ไม่ถือสา ส่ายศีรษะยิ้มอย่างอ่อนโยน “เ้าหมูน้อยนี่ก็จริงๆ”
ว่าแล้วเกสรและชายอีกคนหนึ่งก็เดินกลับไป
ขณะที่ทั้งสองคนเดินกลับไปนั้น สายตาทองก็จับจ้องรอพวกเขาหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อเห็นเช่นนั้นทองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าเป็ไปได้ มันไม่อยากให้คนแปลกหน้ามาบ้านมันหรอก ถึงแม้ว่ามันและเกสรจะมีความปรารถนาดีต่อกัน แต่ว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ มันไม่ได้มีความไว้ใจพอให้เกสรมาถึงบ้านมันหรอก
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนก็ไปแล้ว ทองก็เดินไปยังทิศตรงข้ามของซอยมืดที่มันเข้าไปเมื่อครู่นี้
ไม่นาน บ้านที่ทำด้วยไม้ไผ่ก็ปรากฏขึ้นมาอยู่ในสายตามัน บ้านนี้ถูกล้อมรั้วดัวยไม้อย่างลวกๆ คบเพลิงหน้าบ้านยังถูกจุดไว้อยู่ราวกับว่า ค่ำคืนนี้มันจะไม่มีวันดับ
บ้านของทองนั้นจะว่าแคบก็ไม่แคบกว้างก็ไม่กว้าง ขนาดเรียกได้พอดีสำหรับผู้อยู่อาศัย
บ้านของทองแบ่งออกเป็สามเรือน หนึ่งอยู่อาศัย สองครัว สามห้องส้วม และบริเวณหน้าห้องครัวยังมีแปลงผักขนาดเล็กด้วย หน้าบ้านหลังบ้านล้อมรอบด้วยป่า
ในตอนนี้ทอง พ่อ และแม่ของมัน ต่างอยู่อาศัยภายใต้ที่ดินของยายมัน ยายมันนั้นมีพี่น้องเป็ผู้ใหญ่บ้าน เศรษฐี หมอความ สัปเหร่อ และอื่นๆ พูดง่ายคือหมู่บ้านแห่งนี้เป็หมู่บ้านของตระกูลยายมันทั้งสิ้น แต่ว่ายายมันกลับเป็เพียงชาวป่าชาวไร่ธรรมดา ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตแต่อย่างไร จากที่มันรู้ยายมันมีลูกห้าคน คนแรกคือแม่ของมัน คนที่สองฆ่าตัวตายไปแล้ว เนื่องจากทนความดุร้ายของยายเมื่อยังสาวไม่ไหว คนที่สามเป็ผู้หญิง นางแต่งงานและไปอยู่บ้านสามีแล้ว แต่เห็นว่าสามีของนางการงานไม่ทำเกาะแต่แม่และเมียกินอย่างเดียว
ส่วนคนที่สี่นั้นเป็ชายอายุยี่สิบกว่าแล้ว ไม่มีการงานทำเป็หลักแหล่ง ตอนนี้ไปฝากตัวเป็ศิษย์สำนักสงฆ์ ที่พึ่งตั้งขึ้นมาใหม่แล้ว เห็นว่ารายได้นี่มากกว่าห้าสิบตำลึงต่อเดือนเลยทีเดียว และยังเป็ลูกรักของยายด้วย ทั้งที่ไม่ได้เป็ลูกชายคนเล็กแท้ๆ
ส่วนคนที่ห้า ตอนนี้กำลังเป็ผู้ช่วยนายอำเภอหลังจากจบบัณฑิตอยู่ ไม่ได้กลับมานานมากแล้ว แต่เห็นว่าส่งเงินมาสองตำลึงทุกๆเดือน ก็สมแล้วล่ะนะ เห็นว่าท่านยายขายวัวเป็คอกเพื่อส่งเรียนเลยนี่นา กว่าจะจบมาได้
แต่ว่าถ้าหากเทียบกับลูกชายคนที่สี่แล้วล่ะก็ ดีกว่าเยอะเลย เพราะลูกชายคนที่สี่เห็นว่า มักจะไปหว่านคารม กับลูกสาวบ้านอื่นเข้าหลายครั้ง จนยอมพลีกายให้แท้ๆ แต่ว่าดันไม่ยอมเอาเข้าบ้าน จนเกิดเื่ใหญ่โตเสียยกใหญ่เลยล่ะ ต้องขายวัวหนึ่งคอก และเป็ดเป็ฝูงเลยล่ะ ถึงเื่จะจบ
แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ เห็นว่า ไปล่อลวงเด็กสาวคนงานของหมู่บ้านข้างๆมากระทำชำเรา เื่ดันแดงไปถึงในอำเภอ และผู้ว่าการจังหวัด จึงไม่สามารถที่จะใช้เส้นช่วยได้จึงต้องรับเด็กสาวคนนั้นมาเป็ภรรยา เห็นว่าพึ่งอายุสิบเอ็ดปีเอง แต่ว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้นมีหวังถูกจับไปเป็ทาสแน่ เพราะก่อคดีมาหลายครั้ง จนพี่น้องของท่านยายเองก็ไม่รู้จะช่วยแก้ต่างยังไง
“กลับมาแล้วเหรอเ้าหมู” เสียงของชายอายุสามสิบดังขึ้นมาจากในบ้าน เสียไม้ไผ่สีกันจากการเดินดังขึ้นอย่างเนืองๆ
“กลับมาแล้วขอรับ พ่อ วันนี้ข้าเอาไก่มาด้วย ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้กินไก่มานานแล้วหลังจากปีใหม่ แล้วก็ยังมียาและผลไม้อีกหลายห่อมาฝากท่านพ่อด้วย” ขณะที่กล่าวทองจึงเดินไปหยิบของในห้องครัวมาจัดโต๊ะกินข้าที่หน้าบ้าน
“ท่านพ่อวันนี้ข้าได้เงินมาห้าตำลึง ข้าอยากจะมอบมันให้ท่าน ไว้ข้าจะเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ท่านฟังทีหลังนะขอรับ”
เมื่อจัดโต๊ะเสร็จแล้วก็เอ่ยปากถามขึ้นมา “ท่านแม่ล่ะขอรับ หลับแล้วหรอ ข้าต้องไปปลุกนางมากินด้วยกันซะแล้วสิ”
ว่าแล้วทองก็ทำท่าเดินเข้าไปในบ้านจะไปเรียกมารดาของตนออกมา แต่บิดาของตนกลับห้ามไว้ “ไม่ต้องหรอกเ้าหมู แม่เ้าเฝ้ารอเ้ากลับมาทั้งคืน นางพึ่งหลับไป อย่าไปรบกวนนางเลย พ่อพึ่งตื่นมาจิบน้ำเมื่อครู่พ่อจะอยู่เป็เพื่อนเ้าเอง”
เมื่อบิดานั่งลง ทองก็อดกล่าวอย่างเป็ห่วงมิได้ “ท่านพ่อ ท่านจะไม่เป็อะไร จริงๆอย่างนั้นรึ ่นี้มักมีลมหนาวพัดมาบ่อยๆ อาการของท่านจะแย่เอานา”
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร อาการปวดแข้งปวดขา เป็ๆ หายๆ บ้างก็ดี ถือว่าเป็รสชาติของชีวิต เอาอย่างนี้ เ้านะ ลองบอกพ่อมาสิว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง”
ว่าแล้วเด็กชายก็เล่าั้แ่ตนถูกไกรหลอก มีเื่มีราวจนไปถึงแม่เล้า และได้พบกับท่านใต้เท้าท่านหนึ่ง
“ท่านพ่อรู้รึไม่ว่า ใต้เท้าท่านนั้นคิดจะรับข้าเป็บุตรบุญธรรมด้วยนา” เมื่อทองพูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มของบิดามัน ที่ยิ้มให้อย่างเนืองๆ หุบก่อนครู่หนึ่งค่อยกลับมาเป็ปกติ เอ่ยถามอย่างใจเย็น
“เ้าตอบเขาไปว่าอย่างไรล่ะ”
ทองเอ่ยขณะที่น่องไก่ยังคาอยู่ในปาก “ก็แน่นอนสิท่านพ่อ ข้าก็ต้องปฏิเสธไปอยู่แล้ว”
บิดามันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “เหตุใดเ้าต้องปฏิเสธ การรับเขาผู้นั้นเป็พ่อบุญธรรมเล่า”
“ก็แน่นอนสิขอรับ คนเราในชีวิตมีพ่อแม่ได้เพียงสองคู่ หนึ่งพ่อแม่ที่แท้จริง สองพ่อแม่ภรรยา ถ้าหากเขาอยากได้ข้าเป็ลูกเขาก็ต้องยกลูกสาวเขา ให้เป็เมียข้าก่อน”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ชาญก็ขยี้หัวทองอย่างเอ็นดู “ยังเด็กยังเล็กแต่ปากร้ายนะเรา”
เมื่อถูกพ่อของตนขยี้หัวเล่นอย่างหนำใจแล้ว ทองก็รีบเอามือมาจัดทรงผม พลางบ่นอุบ “ทำไมพวกผู้ใหญ่ต้องชอบขยี้หัวข้าด้วย”
ผ่านไปสักพัก ก็ไร้ซึ่งเสียงทั้งสองคนคุยกัน ขณะที่ทองกำลังจะเอ่ยปากขอตัวไปนอน มันก็ถูกพ่อของมันเอ่ยขัดเสียก่อน
“อาทิตย์ที่แล้ว พ่อได้รับจดหมายมาจากบ้านปู่ของเ้า เนื้อความในจดหมายบอกว่าปู่ของเ้าป่วยหนัก ให้พ่อไปเยี่ยมโดยด่วน ตัวพ่อและแม่ต่างมีอาการไม่สู้ดีเช่นกัน ตัวเ้าเองก็ยังเล็ก คราแรกพ่อก็จะไม่ไป แต่ว่าเมื่อพ่อได้ฟังที่เ้าพูดในวันนี้แล้ว พ่อก็รู้ว่าตัวเ้าก็โตมากกว่าที่ตาเห็นแล้ว พ่อจึงคิดว่าพ่อจะส่งเ้าเป็ตัวแทนพ่อไปเยี่ยมท่านปู่ของเ้าเสียหน่อย”
เมื่อกล่าวจบชาญก็เดินเข้าไปไปหยิบของในบ้าน มันเป็จดหมายฉบับหนึ่งพร้อมกลับตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึง เมื่อทองเปิดอ่านดูถึงแม้มันจะไม่เข้าใจทุกคำ แต่ก็ได้ใจความว่า ท่านพ่อของท่านพ่อกำลังป่วยหนัก จึงใช้จดหมายนี้เชิญท่านพ่อกลับไปดูใจ พร้อมกับแนบค่าเดินทางมาด้วยหนึ่งร้อยตำลึง
ทองถึงกลับตาโต เพราะในชีวิตมันไม่เคยเห็นเงินมากขนาดนี้มาก่อน และนี่ยังเป็แค่เพียงค่าเดินทางเท่านั้น ยังมีเงินใช้ส่วนตัวมาด้วยอีกสองร้อยตำลึง
ร-รวย
“ท-ท่านพ่อ ข้าไม่เคยได้ยินว่าท่านมีพี่น้องเลยนะขอรับ เหตุใดท่านไม่ไปเยี่ยมพี่น้องของท่านบ้าง”
ทองเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อตระกูลของพ่อเขาถึงกลับยอมมอบเงินค่าเดินทางมาให้มากขนาดนี้ แสดงว่าพี่น้องของพ่อเขาต้องไม่ยากจนเช่นกัน แล้วทำไมท่านพ่อของมันถึง ไม่กลับไปเยี่ยมท่านปู่ ไม่แน่ว่าถึงจะไม่ร่ำรวยแต่ก็ไม่อดอยาก
“ทอง เ้ายังเด็ก เ้ายังไม่เข้าใจ ถึงแม้ว่าพ่อจะกลับไปและได้ต้อนรับขับสู้เป็อย่างดี แต่พ่อก็ไม่สามารถไปสร้างลำบากใจให้กับพี่น้องของพ่อได้หรอก และนั่นก็เป็สาเหตุที่พ่อไม่ไปเยี่ยมปู่เ้าด้วย พ่อไม่อยากให้ปู่เ้าเป็กังวลเื่พ่อ”
ทองพยักหน้าอย่างเข้าใจ ชาญเอ่ยเสริมต่อ“ตอนนี้ท่านปู่เ้ากำลังป่วยหนัก เ้าต้องไปเยี่ยมเขาและบอกท่านว่าพ่อใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดี แต่ตอนนี้พ่อไม่ว่าง จึงส่งเ้าไปแทนก่อน เข้าใจรึไม่ บอกท่านว่าข้าจะไปหาอย่างโดยเร็วที่สุด”
ทองพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ก็อดเป็ห่วงพ่อของตนมิได้ “ท่านพ่อ ท่านเก็บเงินสองร้อยตำลึงนี่ไว้เถิดขอรับ ท่านเอาเงินจำนวนนี้ไปรักษาตัว เมื่อหายแล้วก็รีบเดินทางไปหาข้าด้วยนะขอรับ”
เมื่อกล่าวจบทองก็กอดพ่อของมันอย่างแแ่ มันตัดสินใจแล้วว่า สามวันต่อจากนี้มันจะเดินทางไปเยี่ยมปู่ของมันที่เมืองคีรีย์