บทที่ 1
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นด้วยมือเล็กของเด็กวัยสิบสองหนาวที่ยืนเอามืออังไวที่ปากด้วยอากาศที่หนาวเย็น
แอ๊ดดเสียงเปิดประตูที่ถูกเปิดด้วยเด็กชายที่มีร่างกายสูงกว่านักใบหน้าที่พึ่งตื่นจากนิทรา ดูบึ้งตึง เด็กชายร่างเล็กที่เห็นเช่นนั้น ก็ก้มลงหยิบห่อผ้าใบเล็กอ้าปากถุงออกจนสุดแล้วยื่นให้คนตรงหน้าดูของที่ตนนั้นตื่นแต่เช้าเพื่อหามาให้คนตรงหน้า
สัตว์สีน้ำตาลตัวยาวดิ้นยั่วเยียเต็มถุง
“ซิงเอ๋อร์นี้พึงจะยามเหม่า[1]”เด็กชายที่อายุมากกว่าบอกเด็กชายตรงหน้า ปากก็อ้ากว้าง หาวอย่างไม่สงวนท่าที
“คุณชายเมื่อวันก่อนคุณชายสัญญากับบ่าวว่าจะพาบ่าวไปตกปลาที่ทะเลสาบฮูหยินใหญ่ก็อนุญาตแล้ว คุณชายจะไม่รักษาสัญญากับบ่าวอย่างนั้นหรือ” เด็กชายวัยสิบสองหนาวเตือนความจำแก่ผู้ที่มีฐานะกว่าตน
“ซิงเอ๋อร์เมื่อคืนข้าอ่านตำราอย่างหนักพึ่งได้นอนเมื่อยามอิ๋น[2]”
เด็กชายเมื่อได้ยินก็ยังมิได้ตอบกลับอะไรทำเพียงหุบถุงที่มีไส้เดือนน้อยใหญ่แล้วก้มตัวทำความเคารพก่อนจะเดินจากไปโดยมิสนใจคำทักทานใดที่ไล่หลังมา
“เข่อซิงเ้าโกรธข้างั้นรึเข่อซิง” คุณชายใหญ่จวนสวีร้องถามบ่าวน้อยที่เดินจ้ำอ้าวหนีตนอย่างอาจหาญ จนบ่าวที่ทำงานอยู่สวนใกล้เรือนเหลียวมองอย่างใครรู้
“เอาอีกแล้วรึ”บ่าวชายที่ตัดกิ่งไม้เอ่ยขึ้นถามสหายที่ยืนอยู่ด้านล่างด้วยความสงสัย
“ก็เื่เดิม ๆเ้าหนูเข่อซิงงอนคุณชายใหญ่เดินหนีไปเสียแล้ว”บ่าวชายที่เงยหน้าตอบสหายที่กำลังตัดกิ่งอยู่บนต้นไม้
“เฮ้อ เ้าหนูเข่อซิงนี้ก็เอาแต่ใจนักเห็นคุณชายใหญ่ ตามใจหน่อยไม่ได้ คงมิได้ลืมไปแล้วกระมังว่าตนเองเป็เพียงแค่ลูกของบ่าวรับใช้ฮูหยินใหญ่เพียงเท่านั้น”
“เ้าก็อย่าพูดดังไป”บ่าวชายที่ยืนด้านล่างปามมิให้สหายพูดจาเหลวไหลไปมากกว่านี้แต่มีหรือเมื่อไฟลามแล้วจะดับได้ง่าย
“หึคงมิคิดว่าตนเองเป็เกอแล้วภายภาคหน้าคิดจะปีนเตียงคุณชายใหญ่หรอกรึแม่ของมันคงเป่าหูมันเสียทุกค่ำเช้า เป็เพียงแค่เด็กเกอฐานะต่ำต้อย”บ่าวชายยังคงไม่หยุดพูดในสิ่งที่คิดก่อนจะมีสายลมวืดใหญ่พัดซัดเข้าใส่จนร่วงตกจากต้นใม้
“เ้าก็เป็เพียงแค่บ่าวชั้นต่ำช่างกล้ายื่นปากเน่า ๆ ของเ้ามาแสเื่เ้านายหรือเ้ามิอยากมีชีวิตอยู่แล้ว”เสียงแตกหนุ่มที่ยืนถือปลายดาบกระบี่จอเข้าที่คอของชายปากมาก
“ค คุณชายใหญ่บ่าวมิกล้าอีกแล้ว มิกล้า” บ่าวปากมากมิกล้าขยับแม้แต่นิดปากก็ขอร้องผู้เป็เ้านายด้วยกายที่สั่นเทา
“หากมีหนหน้าคอเ้าคงมิอยู่บนบ่าต่ำ ๆอีกแน่”กระบี่ที่จออยู่ที่คอลดต่ำลงก่อนจะใช้สายตาไล่บ่าวชายทั้งสอง
ช่างกล้าเอาปากเน่า ๆของเ้ามาว่ากล่าวซิงเอ๋อร์ของข้า พวกบ่าวชั้นต่ำ
สวี่ หลี่ิเมื่ออาบน้ำชำระกายเสร็จก็เดินหาผู้ที่งอนตนเมื่อเช้าเมื่อเดินถึงเรือนเล็กท้ายจวนก็ะโเรียก
“เข่อซิง!” หรือว่ามิอยู่งั้นหรือ ปลายเท้าที่กำลังหันกลับ กับมีผู้เอ่ยทักเสียก่อนใบหน้าหล่อเหลาก็หันมาพบเข้ากับบิดาของเข่อซิง
“คุณชายตามหาซิงเอ๋อร์หรือขอรับ”
“ใช่”
“ยามนี้ซิงเอ๋อร์คงจักทำความสะอาดที่เรือนเหลียนฮวาอยู่ขอรับ”โม๋ฉือบอกสถานที่ของลูกชาย ด้วยท่าทางนอบน้อม
“ขอบใจเ้ามากปีนี้หนาวนักเ้าก็หาเสื้อผ้าอุ่น ๆ ใส่เสีย เดี๋ยวจักป่วยไข้เอาได้” หลี่ิพูดจบก็เดินจากมาหากบิดาป่วยผู้เป็บุตรย่อมต้องห่วงใย หากเป็เช่นนั้นซิงเอ๋อร์ก็ต้องมาคอยเฝ้าไข้เช่นนั้นซิงเอ๋อร์จะมีเวลาอยู่กับข้าได้อย่างไรเล่า เื่เช่นนี้จะเกิดขึ้นมิได้และห้ามเกิด
เรือนเหลียนฮวา[3]
หลี่ิเมื่อย่างก้าวเข้ามาภายในเรือนก็เห็นคนที่ตามหากำลังก้มๆ เงย ๆ เช็ดถูแจกันอย่างขะมักเขม้น เมื่อมองไปซ้ายมือก็เห็นเด็กน้อยวัยแบเบาะที่อยู่ในอ้อมอกของอู๋เหม่ยมารดาของซิงเอ๋อร์บ่าวรับใช้คนสนิทของมารดามองเลยไปอีกนิดก็เห็นฮูหยินใหญ่ที่กำลังปักผ้าเช็ดหน้า
ฮูหยินของจวนสวี่ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาก็เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะก้มหน้าลงปักผ้าของตนเองต่อปากก็เอ่ยบอกลูกชายคนโต
“หากมาแล้วก็เข้ามานั่งดีๆ”เสียงนุ่มพูดขึ้นไม่ดังเกรงว่าเสียงจะรบกวนทารกน้อยที่บ่าวคนสนิทกล่อมนอน
“ขอรับ” คุณชายใหญ่หลี่ิเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมารดาด้วยท่าทีสงบนิ่ง
สายตาก็จับจ้องหลังเล็กที่ยังคงเช็ดถูแจกันใบเดิม
“เป็ชายชาตรีเมื่อเอ่ยปากพูดคำใดไปแล้วก็จงต้องทำตามคำพูดให้ได้ หากมิแน่ใจก็อย่าสัญญากับใครไปทั่ว”น้ำเสียงของฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างเรียบนิ่ง
“ท่านแม่ข้า”
“ข้ออ้างใดข้ามิอยากฟังเ้าเป็ผู้ที่เอ่ยสัญญาก่อนแล้วจะกลับคำพูดอย่างนั้นหรือแม้เ้าจะนอนดึกเพราะอ่านตำราจริง แต่ในเมื่อพูดไปแล้วเ้าก็ต้องทำตามคำพูดปล่อยให้ผู้อื่นเสียเวลาเพราะสัจจะที่ทำตามไม่ได้ ช่างเป็คนที่เชื่อถือไม่ได้นัก”น้ำเสียงที่ยามปกติหวานหยดแต่ยามนี้ช่างเย็นะเืเสียจนเสียวสันหลัง
“ข้าผิดไปแล้วขอรับท่านแม่”คุณชายใหญ่ที่ก้มหน้ายอมรับผิดโดยไร้ข้อแก้ตัว
“หากมีอีกข้าจะโบยเ้า”
“ฮูหยินเ้าคะ”
“เ้ามิต้องพูดให้ท้ายเขาอู๋เหม่ยหากข้าสั่งสอนบุตรชายไม่ได้ ข้าก็ทำหน้าที่มารดาบกพร่องอย่างถึงที่สุด” น้ำเสียงที่เข้มขึ้นสายตาที่ดุบุตรชายอย่างจริงจัง หน้าที่มารดานั้นก็ควรสั่งสอนบุตรให้เติบโตอย่างดีรู้จักดีชั่ว
“เ้ารู้หรือไม่ว่าเข่อซิงตั้งตารอมากเพียงใดตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สางเพื่อที่จะไปหาไส้เดือนอย่างที่เ้าบอกเ้าให้เด็กที่อายุพึ่งสิบสองหนาวตากหิมะมาหาไส้เดือนให้ครบห้าสิบตัวหากหาได้เ้าจะยอมพาเข่อซิงไปตกปลาที่ทะสาบ เ้าเป็คนกล่าวเองใช่หรือไม่...ตอบ!”
“ขอรับ”
“เ้าช่าง!”ฮูหยินใหญ่ที่หมดคำพูดกับลูกชายคนโตจนอกแทบจะแตกเด็กคนนี้เกินเยียวยาเสียจริง แม้กระทั้งเด็กตัวเล็ก ๆ ยังทำได้ลงคอ หรือข้าควรจะโบยเขาเสียั้แ่ตอนนี้ดีจะได้หลาบจำช่างน่าโมโหนัก!
“ท่านแม่ข้าผิดไปแล้วขอรับ”จะให้ทำอย่างไรได้เล่าก็ซิงเอ๋อร์น่าแกล้งขนาดนี้ ข้าจะอดใจไหวได้อย่างไรยามเห็นใบหน้านั้นง้ำงอบึ้งตึงใส่ยิ่งทำให้จิตใจของข้าเบิกบานเสียยิ่งกว่าดอกไม้ในสวน
“หากเ้าสำนึกด้วยใจจริงก็ดีคนที่เ้าควรขอโทษก็คือเข่อซิง”สายตาผู้เป็มารดาชี้นำทางแก่บุตรให้หันไปหาเด็กชายที่ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ข้างตนเอง
ร่างสูงลุกขึ้นยื่นก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเด็กชายตัวเล็กยกมือขึ้นสะกิดที่ไหลเบาๆ
“เข่อซิง ข้าขอโทษเ้าให้อภัยข้าเถิด” ร่างสูงก้มลงพูดข้างหูของเข่อซิงพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เข่อชิงจะไม่มีทางได้เห็นอื้มกลิ่นหอมจากตัวยิ่งทำให้จิตใจของข้าสั่นสะทานเสียจนเกือบควบคุ้มร่างกายไม่ไหว
“คคุณชายท่านสัญญาแล้ว” บ่าวตัวน้อยหันมาหาคุณชายใหญ่ ใบหน้ายังคงก้มต่ำไม่กล้าสบตากลัวว่าคุณชายจะคิดว่าตนนั้นมาฟ้องฮูหยินใหญ่
“ข้าก็มิได้บอกว่าจะไม่พาเ้าไปเสียหน่อย”หลี่ิว่ายิ้ม ๆ พลางก้มลงหยิบถุงที่มีเ้าสัตว์ตัวยาวที่ใช้ล่อปลาเทลงบนมือขาว
“ตัวอวบอ้วนยิ่งนักเ้าปลาก็คงอิ่มอร่อยเป็แน่เ้าเก่งมาก” มือขวายกมือขึ้นลูบผมสีดำสนิท
เด็กน้อยเมื่อได้ยินคำชมจากปากคุณชายใหญ่ก็อมยิ้มไม่หยุดพร้อมขยับตัวขอบคุณฮูหยินที่ช่วยเหลือ
มือขาวคว้าข้อมือเล็กมากำพร้อมออกแรงดึง
“ไปกันเถิด”กายเล็กที่ถูกดึงไปตามแรงก็หยุดฝีเท้าออกแรงยั้งคุณชายใหญ่
“คุณชายจริง ๆแล้ววันนี้เป็วันเกิดของอันฉี ให้อันฉีไปด้วยได้หรือไม่ขอรับ”เด็กน้อยพูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
แท้จริงแล้วที่ดึงดันถึงเพียงนี้เพราะอยากพาสหายไปเปิดหูเปิดตานอกเรือน
“...”เ้าเด็กนี้ที่แท้ก็มีแผนสินะถึงว่าเหตุใดถึงได้ทำตัวน่ารัก
“คุณชายได้ไหมขอรับ”ตาใส่ที่มองมาอย่างอ้อนวอน
“ก็ได้ เ้าไปตามมันมาข้าจะไปรออยู่ที่หน้าจวน เร็ว ๆ เข้าละ หากช้าข้าจะทิ้งไว้ทั้งสอง”ว่าจบก็เดินจากไปเข่อซิงเมื่อเห็นคุณชายใหญ่ของจวนตกปากรับคำก็รีบวิ่งมาที่เรือนพ่อบ้านสวี่ถามหาสหายรัก
“อันฉีวันนี้ข้าจะพาเ้าไปตกปลาฉลองวันเกิดของเ้า”
“ข้าไปได้รึเข่อซิง”เด็กน้อยวัยเท่ากันจับมือเพื่อนอย่างดีใจ
“ได้สิข้าขอคุณชายแล้ว หากไม่รีบไปคุณชายจะไม่รอนะ” เข่อซิงที่จับมือสหายแกว่งไปมาว่าอย่างดีใจ
“ไป ๆงั้นพวกเราไปกันเถิด” อันฉีรีบฉุดมือสหายเดินนำหน้า
[1]ยามเหม่าเป็การแบ่งเวลาของจีน เท่ากับ 05.00 –07.00 น.
[2]ยามอิ๋น 03.00– 05.00 น.
[3]เหลียวฮวา คือดอกบัว