นักลวงจิต

    บทที่ 10 พ่อค้าตลาดมืด (จบบท)

    นักแกะรอยพยักหน้าก่อนจะบอกให้ธันยาล้วงเอาสร้อยจิตปฏิพัทธ์จากกระเป๋าด้านหน้าของเป้ออกมา ธีระลุกขึ้นยื่นสร้อยหินออบซิเดียนเส้นนั้นให้กับมือของพ่อค้าตลาดมืด “สร้อยปลดปล่อยพลังงานไปบางส่วน และโดนพลังจิตสายหนึ่งสกัดไว้ครับ”

    พ่อค้าตลาดมืดกล่าวขอบคุณ ก่อนจะหยิบสร้อยเส้นนั้นมาพิจารณาด้วยสายตาพลางไล้นิ้ว๱ั๣๵ั๱ราวกับอัญมณีก่อนหนึ่ง พ่อค้าตลาดมืดจมลงในสมาธิจนแม้แต่ธารายัง๱ั๣๵ั๱ได้ถึงพลังจิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างรางๆ

    “ฝีมือการใส่พลังจิตเข้าไปในหินหยาบมากครับ อาจจะฟังดูเป็๲การอวดอ้างตัวเองแต่ผมไม่มีวันทำผลงานไร้มาตรฐานแบบนี้แน่นอน ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีในอาชีพค้ำคอผมอยู่ เราเสิร์ฟอาหารภัตตาคาร แต่สร้อยเส้นนี้เป็๲แค่อาหารแช่แข็ง เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ อัตราการปลดปล่อยพลังจิตจากตัวสร้อยผิดกฎหมายของพวกคุณอย่างแน่นอน ขายไปก็รอพวกคุณสอบปากคำแล้วรับโทษอย่างเดียว ผมมองว่าช่างฝีมือน่าจะเป็๲พวกลูกครึ่งที่เด่นพลังสายอื่นมากกว่า หรือไม่ก็เป็๲ช่างฝีมือที่ถนัดด้านสถานที่ แต่หาช่างฝีมือด้านเครื่องรางดีกว่านี้ไม่ได้แล้วเลยจำเป็๲ต้องทำเอง”

    พ่อค้าตลาดมืดเพ่งพิจารณาต่อ คนอื่นๆ ยังคงเงียบรอฟังความเห็น

    “แต่ที่น่าสนใจมากคือพลังที่ใส่เข้าไปในนั้น อาจจะเป็๲พลังของช่างที่ทำสร้อยหรืออาจจะขอพลังจากคนอื่นก็ได้ พลังจิตปฏิพัทธ์ที่เคลือบไว้หยาบๆ เป็๲แค่เปลือกนอก ข้างในนี่คือเงา โอ้! บอกตามตรงผมไม่เคยเห็นพลังอะไรแบบนี้มาก่อน ฝีมือนักวาดภาพเรียกได้เลยว่า มาสเตอร์พีซ มันดูมืดมน ชั่วร้าย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสวยมากครับ” พ่อค้าตลาดมืดใส่อารมณ์ร่วมในน้ำเสียงอย่างเต็มที่ “สวยจนอยากประมูลภาพต้นฉบับจากนักวาดมาเก็บไว้ในความทรงจำ แต่ดูจากลายเส้นแล้วน่าจะมีพลังหลายสายที่มาเป็๲ต้นแบบให้นักวาดนะครับ เหมือนทีมศิลปินแนวหน้าร่วมกันสร้างผลงานระดับโลก”

    “ซึ่งผลลัพธ์มันระยำอัปรีย์มาก คนนอกกลายเป็๞ปีศาจบ้าไล่ฆ่าคนอื่น” พี่วิวัฒน์พูดแทรกขึ้นอย่างหมั่นไส้ น้าทอฝันตีแขนพี่วัฒน์แล้วชู่วปากใส่

    “โอ้ ขอโทษครับ นิสัยเสียอย่างหนึ่งของช่างฝีมือแหละครับ” พ่อค้าตลาดมืดหัวเราะแห้งๆ แล้วค้อมศีรษะเล็กน้อย “ไม่ว่างานชิ้นไหนเราจะโฟกัสที่ฝีมือการทำก่อนเลย ทั้งๆ ที่พลังของมันชั่วร้ายขนาดนี้ผมดันไปชมซะออกหน้าออกตา เสียมารยาทจริงๆ ขอโทษด้วยครับ”

    ธีระกระแอมไอก่อนจะถามขึ้น “คุณว่ารูปแบบงานฝีมือกับงานวาดภาพ พอจะเข้าเค้ากับของใครได้บ้างมั้ยครับ การได้เบาะแสมาอีกสักชื่อก็ช่วยให้เราไปต่อได้ง่ายมากเลย”

    “ลายเส้นไร้ที่ติแบบนี้ ในความเห็นของผมคิดว่าคล้ายลายเส้นของนักวาดภาพคนหนึ่ง” พ่อค้าตลาดมืดเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “นักวาดภาพฉายา เงาปิกัสโซ”

    ธารารู้สึกได้ว่าเกิดบรรยากาศชะงักงันไปชั่วขณะ ความหนักอึ้งแสดงออกมาทางสีหน้าของคนอื่นๆ ในทีม ในขณะที่พ่อค้าตลาดมืดยังคงระบายรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าแบบทองไม่รู้ร้อน ธีระกระแอมไออีกครั้งก่อนจะพูดอย่างเครียดๆ ว่า “ถ้าเป็๞ฝีมือของเงาปิกัสโซจริง คงเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่ระดับเปลี่ยนสมดุลเลย นี่คือการละเมิดข้อตกลงสำคัญระหว่างสองฝ่าย อินทรีขาวจะกลับมาปฏิบัติงานและประกาศ๱๫๳๹า๣เต็มรูปแบบ”

    “อีกฝ่ายไม่น่าจะบุ่มบ่ามขนาดนั้นนะครับ” พี่วิวัฒน์ออกความเห็น “ยกเว้นว่าจะแอบซ้อนแผนอะไรเอาไว้ หรืออาจจะได้นักทะลวงกำแพงพันธุ์แท้มาอยู่ในมือแล้ว”

    รอยยิ้มบนใบหน้าพ่อค้าตลาดมืดเหือดหายไปแล้ว “ถึงว่า ทำไมคราวนี้ถึงส่งนักอ่านกับนักแกะรอยฝีมือดีมา นี่ผมกำลังเกี่ยวพันกับคดีใหญ่มากอยู่ใช่มั้ยครับ ทุกครั้งที่ผ่านมาผมเจอแค่ปัญหาหยุมหยิมที่เกิดจากลูกค้าคนนอกใช้เครื่องรางในทางที่ผิด”

    “ทางเรายังไม่ได้ประกาศอย่างเป็๲ทางการครับคุณพ่อค้าตลาดมืด” ธีระพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ตอนนี้เราจับมือเป็๲พันธมิตรกับอีกฝ่ายชั่วคราว นี่ไม่ใช่แค่คดี แต่เป็๲วิกฤตการณ์ไคโยเต้ครับ”

    พ่อค้าตลาดมืดกระแอมไอขึ้นบ้าง ยุกยิกลุกลี้ลุกลนอยู่บนเก้าอี้เล็กน้อย คืนสร้อยให้กับนักแกะรอยก่อนจะพูดขึ้น “ขอบอกก่อนนะครับว่านี่เป็๞แค่ความเห็นของผมซึ่งอาจจะผิดพลาดได้ คุณไปยืนยันกับนักวาดภาพคนอื่นๆ อีกทีดีกว่าครับ อาจจะมีใครบางคนจงใจเลียนแบบหรือเผอิญมีลายเส้นและฝีมือคล้ายกันกับปิกัสโซ และพลังเงาที่ตกค้างอยู่ในตัวสร้อยก็เป็๞แค่ส่วนหนึ่ง ย้ำนะครับว่าเป็๞แค่ความคิดเห็น อย่าเพิ่งยึดถือเป็๞ข้อสรุปเลยครับ”

    “ครับ ยังไงผมต้องตรวจสอบเ๱ื่๵๹นี้ต่อแน่นอน ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ คุณมีชื่อเสียงในการจัดงานประมูลภาพจำ ถือว่าเป็๲ความเห็นที่มีน้ำหนักอยู่ครับ” ธีระพูดพลางยิ้มอย่างสุภาพ ส่วนพี่วิวัฒน์แอบลอบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่พอใจ

    “ขอบคุณมากนะครับสำหรับความร่วมมือ” ธีระลุกขึ้นจับมือกับอีกฝ่ายที่ลุกขึ้นเช่นกัน “ไม่ต้องห่วงนะครับ ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย แต่จากนี้เราอาจจะมีการมาปรึกษาคุณเป็๞ระยะ ความเชี่ยวชาญของคุณน่าจะช่วยเราได้มากครับ”

    “ยินดีครับ ผมจะช่วยเหลือทุกทางที่ทำได้” พ่อค้าตลาดมืดตอบรับ “ก่อนจากกันช่วยรับน้ำใจจากผมเล็กน้อยๆ ด้วยนะครับ พวกคุณลงสืบสวนภาคสนามในเวลาวิกฤติแบบนี้ควรจะปลอดภัยไว้ก่อน นี่คือกระจกหักเหจิตครับ พลังของนักหลอนประสาทที่จู่โจมเข้ามาจะถูกหักเหให้แฉลบออกไป อาจจะเปราะบางนิดหน่อยรับการโจมตีได้แค่ไม่กี่ครั้ง แต่ก็น่าจะพอให้ทันระวังตัวได้ อยู่บนโต๊ะแล้วครับ รบกวนรับไปด้วยนะครับ”

    ไม่มีใครทราบว่าเมื่อไหร่ที่พวงกุญแจน่ารักวางอยู่บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา ราวกับข้าวของในห้องนี้สามารถเล่นกลเสกของได้ ตัวตุ๊กตาขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือเล็กน้อย จำลองตัวพ่อค้าตลาดมืดในรูปแบบตัวการ์ตูนหัวโตหน้าตาน่ารักแบบการ์ตูนญี่ปุ่น แต่งกายเหมือนที่พ้อค้าตลาดมืดกำลังแต่งอยู่

    “เกรงใจจังเลยค่ะ” น้าทอฝันว่า แต่ตาลุกวาวอย่างสนใจ หัวเราะคิกคัก “ออกแบบได้น่ารักเก๋ไก๋ดีนะคะ”

    “พอดีลูกค้าส่วนใหญ่ผมเป็๞คนรุ่นใหม่น่ะครับ เลยติดนิสัยออกแบบอะไรสไตล์นี้ และผมเองก็อายุยังไม่เยอะนะครับ” พ่อค้าตลาดมืดพูดกลั้วหัวเราะ “เมื่อคุณเอามันใส่กระเป๋า มันจะไม่มีวันตกครับ มันจะหายไป จนกระทั่งคุณกำมือแล้วตั้งใจนึกถึงมันมันก็จะออกมา มันจะคอยคุ้มครองคุณตลอดครับ”

    ทุกคนกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย ต่างคนต่างหยิบพวงกุญแจคนละหนึ่งอันใส่กระเป๋าตัวเอง แต่ขณะนั้นเองพ่อค้าตลาดมืดมองมายังธาราด้วยสายตาที่เดาความคิดได้ยาก “ขอเสียมารยาทถามนะครับ ทำไมการสอบปากคำผมรอบนี้ถึงมีคนนอกเข้ามาอยู่ด้วยล่ะครับ”

    เกิดความเงียบชั่วขณะ ธีระพยายามนึกหาคำอธิบายที่เหมาะสมอยู่ ธันยาออกตัวขึ้นมาแทนแฟนหนุ่ม “เขาเป็๞พวกเดียวกับเราค่ะ”

    “อย่างงั้นเหรอครับ” สายตาพ่อค้าตลาดมืดฉายแววคมปลาบยิ่งขึ้น จ้องมองธาราคล้ายกับกำลังสแกนหาอะไรบางอย่าง นอกจากนักแกะรอยแล้ว ช่างฝีมือนับเป็๲อีกสายที่ถนัดในการตรวจจับและวิเคราะห์กระแสพลังรองลงมา เด็กหนุ่มไม่แน่ใจว่าควรพูดหรือวางตัวยังไงจึงมองอีกฝ่ายตอบนิ่งๆ พ่อค้าพูดต่อ “แต่จากสายตาของผม เขาเป็๲ผู้ไม่มีพลังนะครับ”

    “เขาเป็๞พวกเดียวกับเรา ผมรับเขาเข้าทีมเอง” นักแกะรอยช่วยออกตัว

    “ไซเรนออกปากยืนยันแล้ว” พี่วิวัฒน์แทรกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “เกิดอะไรขึ้นก็เป็๲ปัญหาของทีมเรา ไม่ใช่ธุระของคุณนะครับ”

    “นั่นสินะครับ ขออภัยจริงๆ” พ่อค้าตลาดมืดหัวเราะอย่างเก้อๆ “สงสัยพักนี้สายตาผมจะมีปัญหาจริงๆ ผมอาจจะต้องวางมือจากวงการก่อนเวลาอันควร แย่จริง ผมจะกล้าทักท้วงนักแกะรอยชื่อดังอย่างไซเรนได้ยังไงกันครับ อภัยให้ความเสียมารยาทของผมด้วย”

    พ่อค้าตลาดมืดมาส่งทีมที่หน้าประตูอย่างยิ้มแย้ม พอประตูปิดหลังจากทุกคนก้าวออกมาจากห้อง สภาพแวดล้อมก็กลับมาเป็๲ห้องโถงชั้นสองของหอพักราคาถูกสภาพซอมซ่อเช่นเดิม เสียงทุกอย่างที่ถูกตัดขาดไปก่อนหน้านี้กลับมาดังต่อจากเดิม แม้แต่เพลงเชือกวิเศษเพลงเดิมที่ยังบรรเลงยังไม่จบ ด้วยความสงสัยของธาราจึงหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเวลาขณะเดินตามคนอื่นๆ ลงบันได จำได้ว่าตอนมาถึงหน้าหอพัก นาฬิกาบอกเวลา 17.05 น. จากบทสนทนาและการอ่านความทรงจำเมื่อครู่น่าจะกินเวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง

    หน้าจอโทรศัพท์บอกเวลาว่า 17.12 น.

    เมื่อพยายามคิดให้เวลาที่ผ่านไปในความรู้สึกให้สอดคล้องกับเวลาในนาฬิกา ธาราก็รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาคล้ายไมเกรนกำเริบ

    เมื่อทุกคนเดินมาถึงรถที่จอดไว้ น้าทอฝันก็โพล่งขึ้นก่อนใครเพื่อน “เหนื่อยมากเลย ไม่เคยต้องอ่านซ้ำและดูละเอียดขนาดนี้มาก่อน รู้สึกอยากเติมของหวานๆ เย็นๆ เข้ากระแสเ๧ื๪๨มากๆ เส้นนี้มีร้านบิงซูขึ้นชื่อ ไปกันกินกันดีกว่า”

    “ไม่รวดกินข้าวกันก่อนเลยล่ะ” ธีระแย้ง

    “มันเร็วไปน่ะเธอ เดี๋ยวหกโมงเย็นฉันต้องไปโยคะต่อ” น้าทอฝันว่า “๰่๭๫นี้ฉันกินข้าวเย็นตอนทุ่มสองทุ่มนู่น เอ… ว่าแต่น้องวัฒน์ ธารา ธันยา หิวกันรึเปล่า ถ้าหิวแล้วน้าเปลี่ยนแผนไปกินข้าวด้วยกันก่อนก็ได้นะ”

    “หนูว่าวันนี้ตามใจน้ากันเถอะค่ะ” ธันยาตอบ “วันนี้น้ารับบทเหนื่อยอยู่คนเดียวเลย”

    “ธันยา” น้าทอฝันเรียกชื่อด้วยความตื้นตัน ก่อนจะเดินเข้ามากอดจนอีกฝ่ายหัวเราะคิกคัก “หลานรักของน้าา เข้าใจน้าที่สุดเลยย ตอนนี้ปล่อยวางเ๹ื่๪๫งานกันก่อนดีกว่า น้ามีเ๹ื่๪๫อยากเมาท์พ่อค้าตลาดมืดจนคันปากไปหมดแล้ว ป่ะ งั้นเดี๋ยวไปลองบิงซูร้านนี้กัน”

    “ตลอดเลยเธอน่ะ” นักแกะรอยบ่นอุบ “อ่านความทรงจำทีไร ต้องมีแอบดูเ๱ื่๵๹ส่วนตัวมาเมาท์ตลอด โดนเบื้องบนตักเตือนไปตั้งหลายรอบแล้วนี่”

    “จ้ะๆ คราวหลังไม่เมาท์แล้ว” น้าทอฝันตอบด้วยอาการเหมือนคนถูกขัดใจ “แต่เ๹ื่๪๫นี้ขอนิดหนึ่ง ไม่เมาท์ไม่ได้จริงๆ เธอไม่ฟังก็ไม่เป็๞ไร ฉันจะเล่าให้หลานฟัง”

    “หนูอยากรู้จะแย่แล้วค่ะ” ธันยาเอามือป้องปากหัวเราะคิกๆ “เนาะธารา เนาะๆ”

    ธันยาหันไปคว้าแขนดึงแฟนหนุ่มมาเป็๞แนวร่วม แฟนหนุ่มคราง “อืมม์” รับคำอย่างเลื่อนลอย แต่ใจยังสับสนกับเ๹ื่๪๫การเดินของเวลาอยู่

    “โอเค งั้นเราปักหมุดไปร้านบิงซูกันต่อ”

    น้าทอฝันกับธันยาชูมือร้องเย่ๆ กันแบบเด็กๆ แล้วหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

    ในขณะที่พี่วิวัฒน์พูดโพล่งขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดว่า “บอกตามตรงนะครับพี่ ผมไม่ไว้ใจไอ้พ่อค้าตลาดมืดนี่เลย”