………………………….
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น สังเกตได้จากเสียงนกกระจิบร้องนอกหน้าต่าง และแสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านมุ้งลวด ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างอวบที่เปลือยเปล่าของคุณนายสาวเริ่มสั่นไหวบนเตียง
“ อื้อ……” ดวงตางอนขยับถี่รัว ก่อนจะเผยอเปิดาๆ และพอกระจกแห่งหัวใจจับโฟกัสภาพโดยสมบูรณ์ เธอก็พบว่าสถานที่ที่สิงสถิตในตอนนี้ก็คือ……ห้องนอนของตนเอง
“ ฮ้า…..นี่ชั้นมาอยู่ที่นี่ได้ไง ” ศรีสมรพยายามทบทวนความจำ เธอรู้สึกคอแห้งผากเป็นที่สุด คล้ายเพิ่งผ่านการเดินทางจากทะเลทรายมาหมาดๆ และพอเริ่มยันกายลุกขึ้นนั่ง ความเมื่อยขบก็แพร่กระจายไปทั่วกาย
“ ว่าแต่ชั้นไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้ปวดร้าวไปทั้งตัวแบบนี้ อย่างกับเพิ่งถูกฝูงหมาในขย้ำมาทั้งคืนเลย ”
แน่นอนว่าเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะศรีสมรกำลังช็อก ซึ่งก็ควรจะเป็นแบบนั้น เนื่องจากเธอต้องเผชิญศึกรักที่โคตรจะหนักมาทั้งคืน จึงใช้เวลาอยู่นานพอดูกว่าที่เจ้าหล่อนจะจดจำเรื่องราวได้
“ ใช่แล้ว ที่เราง่อยรับประทานแบบนี้ เพราะโดนนพจัดหนักเมื่อคืน ว่าแต่ตอนนี้ เขาไปไหนซะล่ะ ” ศรีสมรมองหาชู้รัก แต่ไม่ว่าหันหน้าไปทางใด ก็พบแต่ความเปลี่ยวเหงาของห้องกว้าง และเครื่องเรือนราคาแพง
“ อืม…..นพน่าจะออกไปก่อนที่เราตื่น ” และนี่คือคำตอบที่คุณนายสาวให้กับตนเอง ก่อนจะพยายามยันกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เพื่อเดินไปหาน้ำดื่มในตู้เย็น และพอมีของเหลวไหลผ่านลำคอ ก็ช่วยให้สลายความแห้งผากได้บางส่วน หัวสมองพลันแจ่มใสขึ้นเป็นกอง เลยตรึกตรองได้มากกว่าเดิม
“ ดีขึ้นมานิดนึง ว่าแต่อาการแบบนี้ดูคล้ายตอนที่เราแฮงค์เหล้าเลย ท่าทางศึกรักเมื่อวานคงจะหนักกว่าที่คิด วันนี้ต้องนอนพักให้หายเมื่อยล้า แต่ก่อนอื่น ไปอาบน้ำดีกว่า ”
………………………..
ศรีสมรใช้เวลาชำระล้างร่างกายอยู่นานพอดู เพราะรู้สึกเหนียวตัวสะสมมาตั้งแต่วานซืน ปิดท้ายด้วยการแช่น้ำจนหลับคาอ่างอีกเกือบชั่วโมง หลังจากเสร็จสิ้นทุกกระบวนการ คุณนายสาวก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
“ อืม…..แช่น้ำนานซะจนหลับ เล่นเอาตาสว่างเลย ” คุณนายสาวบิดกายโชว์หน้ากระจกบานใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาคลุมร่างเปลือยที่อวบอัด ส่วนผืนเล็กก็เอามาเช็ดเส้นผมยาวสลวยที่เปียกชื้น และในจังหวะที่เจ้าหล่อนก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ โสตประสาทก็แว่วเสียงประหลาด
“ แอ๊ด…ปัง…..”
ไม่ต้องเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้า ก็ควรทราบว่านั่นคือ…เสียงเปิดปิดประตู ดังนั้นคำถามที่เข้าสู่สมองของคุณนายสาวในลำดับถัดไปก็คือ…….คนที่เข้ามาในห้องนั้นเป็นใคร
“ เอ……ใครเข้ามานะ หรือจะเป็นนพ เขาลืมของเหรอ ถึงได้ย้อนกลับมา ”
สาวสวยเตรียมออกไปต้อนรับ แต่ความรอบคอบก็เตือนให้คำนึงถึงประเด็นอื่นที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า
“ แล้วถ้าคนที่เข้ามาไม่ใช่นพ แต่เป็นคนอื่นล่ะ ดีไม่ดี อาจเป็นพวกขโมย ”
เมื่อคิดได้ดังนี้ สองเท้าของสาวสวยก็แปรเปลี่ยนเป็นย่องเงียบ ชนิดที่ไม่ยอมให้มีเสียงเล็ดลอดออกมาซักเดซิเบล โสตประสาทและจักษุคอยจับกระแสของบุคคลผู้มาเยือนอยู่ตลอด มือขวาคว้ากล่องโฟมล้างหน้าที่วางอยู่ใกล้ๆ
“ ไม่ได้การ เห็นทีต้องย่องออกไปดู เผื่อความปลอดภัย ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือไปด้วย จะได้ใช้ขว้างมันตอนที่โจรร้ายโผล่เข้ามา ”
หลังจากได้อาวุธลับที่น่าสมเพช คุณนายสาวก็ก้าวมาถึงห้องโถง ทันใดนั้น เสียงหอบกระเส่าของบุรุษหนุ่มก็ดังขึ้น
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ฟู้ด….ทำไมถึงหอมปานนี้ ถ้าได้เลียแบบจังๆ รสชาติจะหวานตามที่คาดหรือเปล่านะ ”
ทั้งถ้อยวาจาและเสียงที่ได้ยิน ล้วนทำให้คุณนายสาวคิดดีไม่ได้เลย แล้วนั่นย่อมไม่ใช่นพ คู่ขาหนุ่มของเธออย่างแน่นอน เพราะกระแสดังกล่าวดูห้าวใหญ่และทุ้มกว่า
“ นะ….นั่นใครกันน่ะ แถมเสียงยังฟังดูโรคจิตอีกต่างหาก ไม่ได้การ แค่ขวดโฟมอาจไม่พอรับมือ ต้องรีบโทรหาตำรวจ ” ความหวาดกลัววิ่งแล่นไปทั่วหัวใจ และอารมณ์นี้ก็ทำให้กายอวบอัดของคุณนายสาวสั่นเทา ดวงตาคมพยายามมองหาเครื่องมือสื่อสาร ในที่สุด ก็พบว่ามือถือเจ้ากรรมถูกวางอยู่บนหัวเตียง ซึ่งห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่ประมาณ 10 ก้าว
“ ใช่แล้ว เราต้องรีบไปหยิบมัน แล้วโทร 191 ทันที แต่จากที่สังเกตทิศทางของเสียง ไอ้โรคจิตนั่นน่าจะอยู่แถวราวตากผ้า ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างเราและโทรศัพท์เครื่องนั้น ” และนี่คือปมปัญหาที่ทำให้ศรีสมรหนักอก จะทำยังไงให้เข้าถึงเครื่องมือสื่อสาร โดยที่ไอ้โรคจิตไม่รู้ตัว เธอจึงค่อยๆย่องไปหลบหลังโต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นก็ชะโงกหน้าออกไปครึ่งหนึ่ง เพื่อสำรวจพื้นที่ เลยทำให้คุณนายสาวตกใจสุดขีด
“ ว้าย..…ตายแล้ว ทุเรศชะมัด ” คุณนายสาวเกือบจะกรี๊ดออกมา โชคดีที่ยกมือขึ้นปิดปากทัน ส่วนสาเหตุที่ทำให้สติแตก เพราะประสบกับบุรุษผู้หนึ่ง เขาเป็นชายฉกรรจ์ผิวดำแดง ท่อนบนอุดมไปด้วยมัดกล้าม ส่วนช่วงล่างสวมกางเกงผ้ายืดขาสั้น ที่บัดนี้ถูกร่นลงไปกองแถวหัวเข่า เผยให้เห็นปลีน่องปูดโปน และก้นโด่งงอนตามสไตค์นักกีฬา ทว่าสิ่งที่ชวนแหวะขั้นสุด หาใช่ร่างกึ่งเปลือยที่งดงามราวกับรูปปั้น แต่เป็นหอคอยสูงตระหง่านบนกึ่งกลางกายต่างหาก
“ อู้ว…..อ้า…..ทำไมยกทรงและกางเกงในของคุณหมอนถึงได้หอมปานนี้ ” ชายโรคจิตครวญเบาๆ ก่อนที่จะยกเศษผ้าสีแดงขึ้นสูดดม พอศรีสมรเพ่งมองดูอีกที จึงรู้ว่าสิ่งนั้นคืออันเดอร์แวร์ราคาแพงที่เธอทิ้งลงตะกร้า
ศรีสมรนิ่งงันอยู่หลายวินาที ก่อนที่หัวใจจะคลายอาการตื่นตระหนก เพราะรู้ชัดว่าไอ้หื่นนายนั้นน่าจะยังไม่เห็น ด้วยมันกำลังหันข้างให้ แต่ด้วยระยะที่ห่างไม่เกินสิบก้าว ทำให้หมอนั่นเพียงหันมาแค่นิดเดียว ก็เห็นเธออย่างแน่นอน คุณนายสาวจึงรีบปลุกปลอบตัวเอง
“ เอาล่ะ ทำใจร่มๆไว้ นังหมอน เพราะถ้ามัวแต่กลัวจนยืนขาตายอยู่แบบนี้ ไม่นานต้องโดนเจอ แล้วคงถูกมันปู้ยี่ปู้ยำ ดังนั้นต้องฉวยโอกาส รุกคืบไปหยิบมือถือบนหัวเตียง ”
ศรีสมรรู้ชัดว่านี่คือสิ่งที่เธอควรทำที่สุด แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็ดลบันดาลให้สองขาของเจ้าหล่อนหยุดชะงัก
“ แต่ก่อนไป ดูให้ชัดว่าไอ้โรคจิตคนนี้เป็นใคร ”
เมื่อเป็นเช่นนี้ ดวงตาคมจึงเลื่อนไปจับที่ใบหน้า เลยทำให้หัวใจบนอกตูมๆของเจ้าหล่อนเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมอีกเท่าตัว ด้วยไอ้โรคจิตคนนี้คือ……กรรมกรหนุ่มร่างล่ำที่สาวสวยเผลอไปสบตาตอนเดินเข้าบ้านเมื่อวาน
“ ว้าย……ตายแล้ว เขาคือผู้ชายคนนั้นนี่นา…..” ศรีสมรเกือบจะเผลอกรีดร้องอีกแล้ว สองแก้มแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ในใจเกิดความสับสนขึ้นมาทันที เพราะไม่คิดว่าไอ้โรคจิตที่กำลังเผชิญคือ….หนุ่มใช้แรงงานสุดฮอตคนนั้น
“ ใช่แน่ ยิ่งดูยิ่งใช่ ทั้งเส้นผมยาวสลวยที่ดูเซอร์ๆ ดวงตาเรียว ใบหน้าคมขำที่ออกแนวแบดบอย ว้าย…ตายแล้ว เราจะทำยังไงดีนะ ”
ศรีสมรพยายามต่อสู้กับตัวเองอย่างจริงจัง สมองสั่งให้สองขาก้าวเดิน แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับ แถมยังจ้องมองการกระทำของหนุ่มฮอตอยู่ตลอด ประมาณว่าอยากรู้ทุกการกระทำเสื่อมๆของคนผู้นี้
“ แต่จะว่าไป ซุ่มอยู่นิ่งๆตรงนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้ากระโตกกระตากมากเกินไป เดี๋ยวเขาก็หันมาเห็นเราพอดี ”
และนั่นคือเหตุที่ทำให้ภารกิจชิงโทรศัพท์ต้องกลายเป็นกระบวนการถ้ำมองผู้ชายไปโดยปริยาย ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณนายสาวแอบเคลิ้มมิใช่น้อย
“ อู้ว…แต่จะว่าไป เครื่องเคราของนายคนนั้นก็อวบใหญ่ไม่เลว เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว ”
พอดูผู้ชายหล่อล่ำไปได้ซักพัก หัวใจของสาวม่ายวัยกำดัดก็เกิดดีดขึ้นมาอีกคำรบ แต่ครั้นจะแสดงตัวเพื่อให้อีกฝ่ายเสพสมตามอารมณ์ มันก็ดูน่าเกลียดเกินไป เธอจึงเลือกที่จะซุ่มส่องตรงจุดเดิม พร้อมเลื่อนมือซ้ายขวาลูบไล้เรือนร่างของตนเอง
“ อ้า….ได้อารมณ์ดีเหลือเกิน เริ่มทนไม่ไหวอีกแล้ว ”
ศรีสมรแอบมองอีกซักพัก เธอก็รู้สึกว่าการสำเร็จโทษของกรรมกรหนุ่มสุดฮอตเริ่มทวีความเร็วแรง แถมหมอนั่นยังแลบลิ้นออกมาโลมเลียชั้นใน ปากก็ร้องกระเส่า
“ โอ้ว…..นี่ขนาดแค่คราบบนกางเกงในยังหวานขนาดนี้ แล้วของจริงจะตราตรึงใจขนาดไหน ”
ตามปกติ คุณนายสาวควรนึกรังเกียจ เพราะการกระทำแบบนี้มันฟ้องว่าโรคจิตขั้นสุด(ในสายตาของศรีสมร) ทว่าเจ้าหล่อนกลับแอบหวิวในใจ ด้วยบุรุษผู้นี้มีรูปโฉมที่เร้าอารมณ์ ชวนให้สตรีเพศเกิดความหวั่นไหว มือขวาที่ป้วนเปี้ยนแถวโคนขาอ่อน จึงล้วงลึกเข้าไปในชายผ้าขนหนูกระโจมอก
“ อ้า…..ชั้นเองก็เริ่มเสียวอีกแล้ว ”
ในวินาทีดับจิตนั้นเอง หนุ่มหล่อล่ำก็ปลดปล่อยอารมณ์ออกมาสุดขีด ซึ่งกระแสของมันก็รุนแรงเหลือประมาณจนกระทบกับกำแพงที่ห่างออกไปสามฝ่ามือ ปากก็กู่ก้องร้องตะโกนไปตามประสา เพื่อระบายไฟราคะที่สุมอยู่ในหัวใจ
“ โอ้ว……ผมทนไม่ไหวแล้ว คุณนายศรีสมร ขอเสร็จสมข้างในเลยนะครับ ”
เพียงแค่ฟังเสียงพล่ามเพ้อ คุณนายสาวก็รู้แล้วว่าตัวเองจะต้องโดนอะไร ถ้านายคนนี้เจอตัว แต่แทนที่จะโกรธ เจ้าหล่อนกลับเสียวซ่านถึงกระดูก ขนลุกชูชันไปทั่วทั้งกาย
“ อู้ว……ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่นายคนนี้หาเราไม่เจอ เพราะถ้าประกันจังๆ คงโดนแทงยับจนอ้วนกลางแน่ๆ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
