เบนซ์เดินนำริวตรงไปยังกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันด้วยท่าทีร่าเริงแจ่มใสทว่าเมื่อขยับเข้าไปใกล้... สายตาของริวกลับเหลือบไปสังเกตเห็นว่าในกลุ่มคนเหล่านั้นมีนักเรียนรุ่นพี่มีคนที่เป็นสภานักเรียนนั่งปะปนอยู่ด้วย
ชั่วพริบตานั้นภาพเหตุการณ์ลึกลับใต้อาคารเรียนในครั้งก่อนๆก็ลอยวาบเข้ามาในหัวทันทีก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกรัวด้วยความระแวง ริวเริ่มชะลอฝีเท้าลง จากสัญชาตญาณร้องเตือนว่าเขาไม่เข้าไปใกล้กับคนกลุ่มนี้
ทางฝั่งของเบนซ์ที่เดินนำอยู่เมื่อรู้สึกว่ารุ่นน้องก้าวขาช้าผิดปกติจึงหันกลับมามอง และยิ่งเห็นว่าริวมีท่าทีหลบลี้สายตาอีกทั้งยังก้มหน้าลงต่ำ ทำให้เบนซ์คิดว่ารุ่นน้องที่เขารู้จักคนนี้น่าจะเป็นคนไม่ชอบเข้าสังคมเท่าไหร่ จึงเดินไปกลับไปหา
“เอ็งเป็นอะไรไปริวอินโทรเวิร์ตเหรอเรา”เบนซ์พูดแซวพลางวาดแขนขึ้นเกี่ยวลำคอของรุ่นน้องเข้ามาใกล้ “มาเถอะน่า!เพื่อนๆพี่มีแต่คนกันเองทั้งนั้น”
พูดจบเบนซ์ก็กอดคอลากริวให้เดินตามไปหากลุ่มเพื่อนทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มได้อ้าปากปฏิเสธหรือตั้งตัวแม้แต่น้อยเขาพาริวมาหยุดอยู่ตรงหน้าวงล้อมของกลุ่มนักเรียนรุ่นเดียวกันก่อนจะตะโกนขึ้นเสียงดัง
“กลับมาแล้วโว้ย! แถมได้คนมาช่วยงานเพิ่มด้วยคนนึง!”
ในขณะที่พูดแขนของเบนซ์ก็ยังคงเกี่ยวแน่นอยู่บนคอของริวไม่ยอมปล่อย เหล่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่นั่งอยู่รอบๆก็หันมองตามเสียงเป็นตาเดียวกันสายตานับสิบคู่จับจ้องตรงมายังผู้มาใหม่ โดยเฉพาะสายตาของพวกสภานักเรียนที่นั่งปะปนอยู่ด้วย
เด็กหนุ่มเริ่มเหงื่อซึมตามไรผมลำตัวเหยียดเกร็งทื่อราวกับหิน และไม่กล้าอ้าปากทักทายใครออกไป...ทว่าในความเงียบอันน่าอึดอัดนั้นเสียงทุ้มเรียบของนักเรียนชายคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านข้าง
“อ่า... มาซะทีนะไอ้เบนซ์”
น้ำเสียงนั้นดึงสติอันลอยเตลิดของริวให้กลับคืนมาทั้งริวและเบนซ์หันไปมองตามเสียงพร้อมกันและทันทีที่เห็นร่างของนักเรียนชายรูปร่างสูงโปร่ง สวมแว่นสายตาเลนส์หนาเตอะและที่สำคัญ... บนแขนเสื้อของเขาถูกประดับด้วยปลอกแขนสภานักเรียนอย่างเด่นชัด
ซึ่งมันก็ทำให้รูม่านตาของริวขยายกว้างขึ้นด้วยความตระหนกลึกๆเพราะจำได้ว่า เขาคือ เอิร์ธ คนที่เห็นตอนที่แอบเข้าไปในห้องทะเบียน
เอิร์ธก้าวเท้าเดินเข้ามาหาทั้งสอง ด้วยท่าทีสุภาพและเรียบง่ายเหมือนนักเรียนธรรมดาทั่วไปขัดกับตราสัญลักษณ์สภานักเรียนที่สวมอยู่ ก่อนที่เขาจะขยับแว่นเล็กลงแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง
“อ้าว...แล้วไปพาใครมาช่วยงานอีกเนี่ย”
“นี่ริวรุ่นน้องที่กูรู้จักมาสักพักล่ะ” เบนซ์ตอบพลางตบอกตัวเอง
เอิร์ธหันมาสบตากับรุ่นน้องที่ยืนตัวแข็งอยู่ตรงหน้าโดยตรง“ไงริว พี่ชื่อเอิร์ธนะ”
“ครับ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ...”ริวตอบกลับด้วยเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบในลำคอมากกว่าตั้งใจจะให้รุ่นพี่ตรงหน้าได้ยินจริงๆ
ท่าทางนิ่งสนิทและสุ้มเสียงแผ่วเบานั้นทำให้เอิร์ธถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสีหน้าฉายแววงุนงงคล้ายเข้าใจไปว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคงไม่ได้อยากทำความรู้จักกับเขาสักเท่าไหร่
เบนซ์ที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบหัวเราะร่าแก้เขินพลางยกมือขึ้นตบไหล่ริวเบาๆ สองสามทีเพื่อเป็นการปลอบใจก่อนจะยอมปล่อยแขนออกจากคอรุ่นน้องแล้วช่วยอธิบายแทน
“ฮ่ะๆๆ โทษทีๆไอ้ริวมันเป็นอินโทรเวิร์ตนิดหน่อยน่ะ... ไม่สิ น่าจะเข้าขั้นวิกฤตเลยล่ะ”เบนซ์แซวปนหัวเราะ
“ไม่ต้องห่วงหรอกอยู่ทำงานด้วยกันนานๆไป เดี๋ยวสมองก็ไหลใส่กันจนสนิทกันเองแหละ” เพื่อนม.6 อีกคนตะโกนไล่หลังมาขำๆ
เอิร์ธหันกลับมองริวอีกครั้งนัยน์ตาใต้กรอบแว่นอ่อนแสงลงก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อทำลายความอึดอัด
“โอ้ว... งั้นสินะพี่ลืมนึกถึงเรื่องนั้นไปเลย ขอโทษทีนะที่ทำให้เกร็งนะริว”
เมื่อเห็นรุ่นพี่สภานักเรียนพูดขอโทษริวก็รีบละล่ำละลักตอบกลับทันที “มะ... ไม่หรอกครับ!พี่ไม่ได้ต้องขอโทษผมเลยครับ ผม... ผมไม่ได้เจ็บปวดหรือเป็นอะไรเลยครับ” น้ำเสียงของเขาสั่นเครือและปนไปด้วยความลนลานอย่างปิดไม่มิด
เอิร์ธพยักหน้ารับรู้พลางคลี่ยิ้ม “อึ้ม...ถ้าอย่างนั้น ถ้าไม่ว่าอะไรมาช่วยพี่ยกกระถางดอกไม้ตรงโน้นมาจัดวางเรียงตรงนี้หน่อยได้ไหม”
“ครับ”ริวรับคำทันที
“เฮ้อ... อะไรของมึงวะไอ้เอิร์ธ!มาถึงก็เรียกใช้งานน้องมันเร็วจัง นี่กูกับน้องเพิ่งเดินมาถึงหน้าซุ้มนะจะให้นั่งพักขาให้หายเหนื่อยก่อนไม่ได้หรือไง ดูรอบๆดิ...” เบนซ์บ่นอุบอิบพลางบุ้ยปากไปทางเพื่อนคนอื่น“คนอื่นนั่งอู้อยู่ตั้งเยอะตั้งแยะ”
“มาเถอะน่า อยู่ตั้ง ม.6แก่จนจะเข้าโลงอยู่แล้ว หันขยับแข้งขยับขาซะบ้างดิเบนซ์ มัวแต่นอนเล่นเกมอยู่นั่นแหละมึงน่ะเดี๋ยวเส้นยึดเป็นง่อยขึ้นมาจะลำบากอีก”
“ชิ! ไปก็ได้วะบ่นเป็นคนแก่เลยมึง” เบนซ์เบ้ปากขัดใจ
สิ้นสุดบทสนทนาอันพ่อแง่แม่งอนของทั้งสองเอิร์ธก็หันหลังเดินนำไปยังกองกระถางต้นไม้ทันที โดยมีเบนซ์เดินตามไปติดๆส่วนริวทำได้เพียงสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วก้าวเท้าเดินตามหลังรุ่นพี่ทั้งสองไปเงียบๆแม้ว่าความรู้สึกไม่สบายใจยังกะอักกะอวนอยู่ในอกก็ตาม
เอิร์ธเดินนำทั้งสองคนลัดเลาะกลับมายังบริเวณทางเดินด้านหน้าของโรงเรียนซึ่งพื้นที่สองฝั่งข้างทางถูกโอบล้อมด้วยสวนหย่อมขนาดเล็กที่ร่มรื่น ณ ตอนนี้มีกลุ่มคุณครูและนักเรียนจำนวนไม่น้อยกำลังช่วยกันแบกยกกระถางดอกไม้หลากสีสันไปจัดวางตามจุดต่างๆเพื่อตกแต่งสถานที่เตรียมรับวันงาน
เมื่อมาถึงจุดพักของเอิร์ธไม่รอช้าก้มลงประคองยกกระถางต้นไม้ใบใหญ่ขึ้นมาทันทีทว่าในจังหวะที่เบนซ์กำลังจะก้าวขาเดินตามไปริวกลับอาศัยจังหวะนี้สาวเท้าเข้าไปใกล้รุ่นพี่หนุ่มขี้เล่นก่อนจะเอ่ยถามด้วยกระซิบเสียงแผ่วเบา
“พี่..พี่เบนซ์ครับ คือ…พี่เอิร์ธเขาอยู่สภานักเรียนใช่ไหมครับ”
เมื่อได้ยินคำว่า สภานักเรียน ทำให้เบนซ์หันมามองใบหน้าซูบซีดที่มีร่องรอยความกังวลของรุ่นน้องเพียงแวบเดียวเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องราวและเข้าใจความหมายได้เป็นอย่างดี
เบนซ์คิดไปเองทันทีว่าที่ริวมีท่าทีแบบนี้เพราะไม่ชอบเข้าสังคมแต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ารุ่นน้องคนนี้เลยถูกนักเรียนที่เป็นลูกน้องของออร์แกนเล่นงานมาก่อนเขาจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปตบไหล่ริวคล้ายจะปลอบให้ใจเย็นลงแล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“อ๋อ... เอ็งกลัวเรื่องนั้นเองเหรอริวฟังพี่นะ สภานักเรียนโรงเรียนเราน่ะมันมีสองฝั่งน่ะ”
“ฝั่งที่อยู่กับธันวาก็จะเป็นอีกแบบพวกนี้จะเน้นทำงานระบบ ทำกิจกรรม สุภาพและคุยง่ายเหมือนไอ้เอิร์ธนี่แหละส่วนไอ้พวกที่ทำตัวสถุลแบบที่เอ็งเจอ มันอยู่ฝั่งของออร์แกนนุ้น...”
ริวกระพริบตาปริบๆ “…”
“ไม่ต้องกลัวนะ จากที่พี่เห็น สภานักเรียนสองฝั่งเนี่ยนิสัยต่างกันลิบลับเพราะฉะนั้นเอ็งสบายใจได้เลย”
คำอธิบายของเบนซ์เปรียบเหมือนน้ำเย็นที่ราดรดลงบนก้อนความเครียดในใจของริวเด็กหนุ่มนึกย้อนกลับไปถึงคดีในอดีตตอนที่เขาถูกกลุ่มนักเรียนลากตัวไปรุมทำร้ายในห้องเก็บของเก่าแล้ววันต่อมา... ธันวาก็ก้าวเข้ามาขอโทษเขาแทนคนพวกนั้นด้วยตัวเองจริงๆ
ริวพยักหน้ารับเบาๆอย่างเข้าใจความรู้สึกอึดอัดและระแวงที่สะสมมาตั้งแต่ต้นชั่วโมงพลันละลายหายไปจนเขารู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันตา
“ครับ…”
จากนั้นทั้งสองก็ได้เดินไปหากระถางดอกไม้ที่ต้องการทว่ากลับเหลือแต่กระถางใบใหญ่ที่หนักเอามากๆ ทำให้เบนซ์กับริวต้องช่วยกันยกแล้วเดินตามเอิร์ธกลับไปยังซุ้มกิจกรรม
เมื่อกลับมาถึงหน้าซุ้มเบนซ์ก็รีบบอกให้ริวรีบวางกระถางลงทันทีร่างสูงของรุ่นพี่หนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกพลางทุบแขนทุบขาของตัวเองพะรุงพะรัง
“เช็ดเข้!ทำไมมันหนักงี้วะเนี่ย โอ๊ยยย! ปวดแขนปวดขาไปหมดแล้วกระดูกกระเดี้ยวจะหัก”
“นั่นแหละบ่นเป็นตาแก่วัยเกษียณเลยนะมึง”เอิร์ธที่ยืนปาดเหงื่ออยู่ข้างๆแซวขึ้น นัยน์ตาใต้กรอบแว่นฉายแววระอาเพื่อนสนิท
เบนซ์ค้อนขวับใส่เพื่อนก่อนจะหันมาสะบัดมือโบกไล่ขำๆ “เออ!มึงมันแรงดีนี่ไอ้เอิร์ธ แหม... งั้นมึงพาน้องริวไปขนอีกรอบก่อนเลยไป”
“สาวตัวกูขอนั่งพักเอาแรงตรงนี้สักแป๊บเดี๋ยวรีบตามไปช่วย”
ประโยคนั้นทำให้ริวเบิกตากว้างพร้อมกับเลิกลักขึ้นมาทันทีแต่เขาก็พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ปั้นสีหน้าให้ดูปกติที่สุด แม้ในใจจะยังไม่กล้าไปกับรุ่นพี่ที่ไม่รู้จักกันสองคนแต่สุดท้ายเขาก็ตอบรับเสียงอุบอิบในลำคอ
“ครับ...”
จากนั้นเอิร์ธก็หมุนตัวเดินวนกลับไปเอากระถางดอกไม้ที่จุดเดิมโดยมีริวก้าวเท้าเดินตามหลังไปต้อยๆ ราวกับลูกแกะเดินตามคนเลี้ยง
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ริวกับเอิร์ธต้องเดินไปกลับขนย้ายกระถางดอกไม้จำนวนมากมาวางเรียงรายกันจนกลายเป็นรูปเป็นร่างจนกระทั่งกระถางล็อตสุดท้ายถูกนำมาจัดวางเสร็จสิ้น
เหล่าเพื่อนรุ่นเดียวกันคนอื่นๆที่นั่งพักอยู่ก่อนหน้านี้ก็เริ่มทยอยลุกขึ้นมาช่วยจัดตกแต่งมุมต้นไม้ให้เข้าที่ทว่า... มีเพียงเบนซ์คนเดียวที่ยังคงนั่งเนียนๆดูเพื่อนทำงานอย่างสบายอารมณ์
จนกระทั่งมีน้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิทหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลังเยื้องๆประโยคคำถามเรียบๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยรังสีบางอย่างที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่
“ทำไมมึงมานั่งดูเพื่อนทำงานเฉยๆแบบนี้ล่ะไอ้เบนซ์”
เบนซ์สะดุ้งโหยงสุดตัวรีบหันขวับไปมองตามเสียงทันที ภาพเบื้องหน้าทำเอาเขาหน้าถอดสีเมื่อพบว่าเป็นธันวากำลังก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาเบนซ์รีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนตรงเพราะกลัวจะโดนสวดชุดใหญ่
แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะแสร้งทำเป็นเดินไปช่วยงานนั้นเองริวและเอิร์ธก็เพิ่งเดินออกมาจากพุ่มไม้พอดีพร้อมกับหยาดเหงื่อที่ชุ่มโชกไปทั้งแผ่นหลังและใบหน้าจากความเหนื่อยล้า
“เสร็จหมดแล้วเหรอมึง”เบนซ์รีบหันไปถามไถ่เพื่อเบนความสนใจ
“ถามมาได้...ก็เสร็จแล้วน่ะสิ”เอิร์ธตอบกลับด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวและเหน็ดเหนื่อยเต็มที
เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้ว เบนซ์แสร้งท่าทีเป็นใจดีสู้เสือเดินเข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างริวกับเอิร์ธก่อนจะวาดแขนขึ้นเกี่ยวลำคอของทั้งสองคนเข้ามาหาตัวพลางหัวเราะร่า
“เฮ้ยยย!เก่งมากเลยเพื่อนเก่งมากเลยน้องรัก! สุดยอดไปเลยโว้ยยย”
เขารีบพูดแหย่เล่นไปเรื่อยเพราะกลัวว่าเพื่อนและรุ่นน้องจะโกรธที่โดนเขากินแรงทว่า... ธันวาที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังกลับไม่ได้ขำด้วยนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นฉายแววเรียบนิ่งทว่าดุดันอย่างไม่พอใจสายตาของประธานหนุ่มตวัดมองเบนซ์สลับกับริว ก่อนจะเอ่ยปากเสียงเย็น
“โตป่านนี้แล้ว...ถ้ามึงจะทำตัวขี้เกียจกินแรงไอ้เอิร์ธที่เป็นเพื่อนกัน กูก็ไม่ได้จะว่าอะไรหรอก...”
“แต่นี่มึงเล่นมากินแรงน้องที่เขามาช่วยงานอีกเหรอวะ”
คำพูดจี้ใจดำของธันวาทำเอาเบนซ์หน้าเสีย“เปล่ากินแรงใครสักหน่อยโว้ย! กูแค่นั่งพักเหนื่อยเฉยๆจริงๆนะริว!” เบนซ์รีบหันไปหาพวกพ้องทันที
“ไม่...เป็นไรหรอกครับ” ริวรีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาใบหน้าและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเกรงใจ
เมื่อได้ยินเสียงของรุ่นน้องธันวาจึงละสายตาจากเบนซ์แล้วหันมามองรุ่นน้องทันทีแววตาที่เคยดุดันและเย็นชาเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเอ็นดูอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่ประธานหนุ่มจะปรายตากลับไปมองใส่เบนซ์ที่ยืนอยู่ข้างกันอีกรอบ
สายตาอำมหิตดุจดั่งเพชฌฆาตนั้น ทำเอาเบนซ์ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความผวาแล้วจึงรีบชิงพูดขัดขึ้นมาทันทีเพราะกลัวว่าหลังจากนี้ ตัวเองจะโดนอีกฝ่ายจะประหารซะก่อน
“นี่ๆๆ คงเหนื่อยกันอยู่ใช่ไหมม๊ะ”เบนซ์กระชับแขนที่เกี่ยวคอริวและเอิร์ธให้แน่นขึ้น “ป่ะ!เดี๋ยวไอ้เบนซ์คนนี้จะยอมควักกระเป๋าเลี้ยงน้ำพวกมึงเอง! ไปโรงอาหารกัน!”
พูดจบเบนซ์ก็รีบปล่อยแขนออกแล้วสับเท้าเดินจ้ำอ้าวนาไปทางโรงอาหารทันทีราวกับกลัวตายซะมากกว่าอยากไป
ทางฝั่งของธันวายืนมองแผ่นหลังของเพื่อนสนิทอยู่ครู่หนึ่งรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ก่อนที่เขาจะค่อยๆคลายมือทั้งสองข้างออกจากอกแล้วก้าวเท้าเดินตามไปยังโรงอาหารเงียบๆ