ทางด้านผู้าุโของสำนักเทพกระบี่ที่ได้ดูการทดสอบของศิษย์ใหม่ผ่านกระจกเซียนอยู่นั้น ได้จับตาดูกลุ่มของไป๋ชิงั้แ่ที่ไป๋ชิงเดินเข้าไปในถ้ำ จนกระทั่งถึงตอนที่ไป๋ชิงพาจินหวงออกไปเก็บลูกวัชพืชเข้ามาในถ้ำนั้นสร้างความแปลกใจให้กับเหล่าผู้าุโในสำนักเทพกระบี่เป็อย่างมาก
" ทำไมศิษย์ใหม่คนนั้นถึงได้เก็บเอาลูกไม้นั้นกลับไปด้วยล่ะเขาจะเอาไปทำอะไร "
ผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ยถามขึ้น ทำให้ฉีิที่ได้นั่งอยู่ในนั้นด้วยจึงได้พูดอธิบายขึ้นมาว่า
" สิ่งนั้นเขาเรียกว่าผลไม้สามารถกินได้ ตอนนี้ที่แคว้นฉู่ก็ได้นำผลไม้พวกนี้มาบริโภคแล้วเช่นกันขอรับท่านผู้าุโ "
" อะไรกันนะของพวกนี้กินได้อย่างนั้นหรือ " ผู้าุโคนเดิมถามย้ำอีก
" สามารถกินได้ขอรับ " ฉีิตอบออกไป
แล้วจากนั้นทุกคนก็ได้จ้องมองไปที่กระจกเซียนอีกครั้งก็เห็นว่าไป๋ชิงนั้นกำลังแสดงท่าทีใเหมือนกับเจออะไรบางอย่างที่เป็ของสำคัญ เมื่อนั่งดูไปได้สักพักก็เห็นว่าไป๋ชิงนั้นวิ่งเข้าไปเก็บสิ่งนึงที่ขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ด้วยสีหน้าที่ดีใจราวกับเจอสมบัติล้ำค่า และเรียกสิ่งนั้นว่า เห็ด ทำให้ผู้าุโคนเดิมที่พึ่งสงบปากสงบคำลงได้นั้นถามขึ้นมาอีกว่า
" แล้วนั่นอะไรอีกงั้นรึท่านเ้าสำนักฉี "
เอ่ยถามออกมาพร้อมกับหันไปทางฉีิ
" สิ่งนี้ข้าเองก็ไม่รู้จักเช่นกันขอรับท่านผู้าุโข้าเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ดูจากท่าทางแล้วมันน่าจะสามารถกินได้"
ฉีิพูดขึ้น พร้อมกับมองไปที่กระจกเซียนก่อนจะยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นการกระทำของร่างบาง " ไปเจออะไรเข้าอีกล่ะนั่น ถึงได้ทำหน้าดีใจขนาดนั้น " ร่างสูงคิดในใจ
และด้วยที่กระจกเซียนนั้นสามารถแสดงได้ทั้งรูป กลิ่น แล้วก็เสียงทำให้ตอนที่ไป๋ชิงแกงเห็ดเสร็จทำให้กลิ่นของแกงเห็ดนั้นลอยออกมาจากกระจกเซียนด้วยทำให้ผู้าุโที่นั่งอยู่ในนั้นรวมถึงฉีิเ้าสำนักถึงกับต้องกลืนน้ำลาย ไปตามๆ กัน
" นี่มันเป็อาหารอันใดกันทำไมถึงได้มีกลิ่นหอมขนาดนี้ "
ผู้าุโคนหนึ่งในนั้นพูดขึ้นอย่างหม่อลอย
" ใช่ขนาดกลิ่นของมันยังหอมขนาดนี้ไม่รู้ว่ารสชาติมันจะอร่อยขนาดไหน "
ผู้าุโอีกคนนึงพูดส่งเสริม
และนั่นก็เป็ความคิดเดียวกันกับผู้าุโทั้งหมดที่นั่งอยู่ในที่นั้นด้วยเช่นกัน จากนั้นพวกเขาก็ได้ดูต่อไปจนถึงตอนที่ไป๋ชิงและเพื่อนๆ กินข้าวเสร็จและได้แยกย้ายกันจนถึงตอนที่จินหวงได้นำค่ายกลออกมา
" ไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนนั้นจะมีค่ายกลระดับสูงเช่นนี้ติดตัวด้วย "
ผู้าุโท่านหนึ่งกล่าวขึ้น
" ก็คงจะเป็บุตรหลานของตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่เป็ตระกูลใหญ่ในแคว้นเป็แน่ถึงได้มีค่ายกลระดับสูงนี้ติดตัว"
ผู้าุโคนที่ 2 กล่าวขึ้นมา
หลังจากดูต่อไปอีกสักพักทุกคนในนั้นก็ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นภายนอกถ้ำที่ทั้ง 4 คนได้นอนอยู่ข้างในจนกระทั่งมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นหน้าถ้ำซึ่งกลุ่มคนนั้นคือกลุ่มของพวกพรรคมาร และการปรากฏตัวของพวกพรรคมานี้ทำให้ผู้าุโทั้งหมดรวมไปถึงฉีิด้วยต่างก็พากันผุดลุกขึ้นยืนกันในทันที
" นั่นมันพวกพรรคมารนี่ " ผู้าุโคนหนึ่งร้องขึ้นด้วยความใ
" พวกพรรคมารมันมาที่นี่ได้ยังไงกัน ไม่ได้การแล้วทั้ง 4 คนนั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย "
ผู้าุโหญิงคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความกังวลและนั่นก็เป็สิ่งที่ผู้าุโทุกคนต่างกังวลเช่นเดียวกันยกเว้นผู้าุโ 5
ส่วนฉีินั้นที่เขาผุดลุกขึ้นนั้นเพราะว่าเขาเป็ห่วงร่างบางแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเื่บางของเขานั้นแข็งแกร่งขนาดไหนแต่เขาก็ยังเป็ห่วงร่างบางของเขาอยู่ดีด้วยความเคยชิน
ก่อนที่ทุกคนจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ในกระจกเซียนก็ได้ฉายให้เห็นภาพของทั้ง 4 คนที่อยู่ด้านในถ้ำกำลังจะเดินออกมาและได้ยินสิ่งที่ทั้ง 4 คนได้คุยกันผู้าุโทั้งหมดรวมทั้งผู้าุโ 5 ต่างก็ใที่ได้รู้ว่า 3 คนในนั้นต่างมีระดับการฝึกฝนถึงระดับ์ด้วยกันทั้งหมดและยังมีพลังธาตุหายากกันทั้งหมดทั้ง 3 คนอีกด้วย
และที่สร้างความใให้เหล่าผู้าุโทั้งหมดมากที่สุดยกเว้นแต่เพียงผู้าุโ 5 และประมุขพรรคดาราทมิฬ นั่นก็คือการที่พวกเขาได้รู้ว่าไป๋ชิงนั้นไม่มีพลังธาตุและไม่มีระดับการบ่มเพาะเลย
และแล้วก็ได้มีเสียงผู้าุโท่านหนึ่งพูดขึ้นมาว่า
" อะไรกันศิษย์ใหม่คนนี้ไม่มีทั้งพลังธาตุและระดับการบ่มเพาะงั้นรึ แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับขยะน่ะสิแล้วจะเข้ามาในสำนักของเราได้ยังไงกัน "
คำพูดนั้นทำให้ผู้าุโ 5 ถึงกับสบถขึ้นมาในใจว่า
ขยะบ้านเ้าสิถึงสามารถปลดปล่อยแรงกดดันจนทำให้บรรพบุรุษที่มีการฝึกฝนถึงระดับเซียนเทวะออกมาคารวะได้ อันนี้เรียกว่าขยะแล้วอย่างเ้าเรียกว่าอะไร
ผู้าุโ 5 สบถออกมาในใจแต่ภายนอกนั้นกลับยิ้มแห้งๆ ออกมา
และเมื่อได้ดูมาได้สักพักทำให้ผู้าุโทุกคนต่างก็ต้องใกับสิ่งที่ไป๋ชิงแสดงออกมา นั่นก็คือการที่ไป๋ชิงวิ่งออกไปจัดการกับพวกของพรรคมารโดยไม่ใช้พลังธาตุ และสิ่งที่ทำให้เหล่าผู้าุโสำนักเทพกระบี่ใมากที่สุดก็คือเพลงกระบี่ที่ไป๋ชิงใช้ออกไป ซึ่งเป็เพลงกระบี่ที่แปลกประหลาดไม่มีใครเคยเห็นกระบวนท่าของเพลงกระบี่ชุดนี้มาก่อน แต่ว่าอานุภาพของมันนั้นสามารถสังหารศัตรูได้ภายในดาบเดียวถือว่าเป็เพลงกระบี่ที่ล้ำเลิศเป็อย่างมาก
" น่ะนี้มันเพลงกระบี่อันใดกันทำไมถึงได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้"
ผู้าุโท่านหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตกตะลึง
จะมีเพียงก็แต่ผู้าุโ 5 เท่านั้นที่ไม่ได้แสดงอาการอันใดออกมาเพราะว่าเคยเห็นเพลงกระบี่ชุดนี้มาแล้วและก็รู้ด้วยว่าเป็เพียงเพลงกระบี่ที่ท่านไป๋ชิงนั้นคิดขึ้นมาเล่นๆ เท่านั้น
ในระหว่างที่ผู้าุโหลายคนกำลังตกตะลึงกับเพลงกระบี่ที่ไป๋ชิงได้แสดงออกมานั้นก็มีท่านผู้าุโหญิงผู้หนึ่งจับสังเกตของผู้าุโ 5 ได้ จึงได้ถามออกไปว่า
" ดูเหมือนว่าท่านผู้าุโ 5 จะไม่แปลกใจเลยที่เห็นศิษย์ใหม่ผู้นั้นแสดงเพลงกระบี่นี้ออกมาหรือว่าท่านเคยเห็นเพลงกระบี่นี้มาแล้วงั้นหรือ "
เมื่อเสียงนั้นพูดจบผู้าุโทั้งหมดที่อยู่ในนั้นรวมทั้งเ้าสำนักด้วยต่างหันมามองที่ผู้าุโ 5 เป็ตาเดียวกันคล้ายๆ อยากจะถามว่าเ้าเคยเห็นเพลงกระบี่ชุดนี้มาแล้วจริงๆ หรอ ทำเอาผู้าุโ 5 ที่นั่งเงียบมานานนั้นถึงกับสะดุ้งเพราะสายตาที่ทุกคนจับจ้องมา จึงได้รีบหาพรรคพวกทันทีเลยตอบออกไปว่า
" ขะข้าเคยเห็นศิษย์ใหม่คนนั้นได้เพลงกระบี่นี้ตอนที่ทดสอบครั้งแรกที่เมืองหลวงของแคว้นฉีตอนนั้นท่านประมุขฉีิก็อยู่ด้วย "
คำตอบของผู้าุโ 5 ทำเอาฉีิถึงกับนั่งไม่ติดเลยทีเดียวพร้อมกับคิดในใจว่านี่ท่านจะมาดึงข้าไปร่วมด้วยทำไมเล่า
" อย่างนั้นหรือท่านประมุขฉีิ " ประมุขสำนักเทพกระบี่เอ่ยถาม
" ใช่ ข้าเองก็เคยเห็นเช่นกัน " ฉีิตอบออกไปอย่างเสียไม่ได้
แต่ในระหว่างที่ผู้าุโทั้งหลายกำลังสนทนากันเื่เพลงกระบี่ที่ไป๋ชิงแสดงออกมาอยู่นั้นก็ได้ยินไป๋ชิงพูดกับสหายของตนเื่ที่มาของเพลงกระบี่แปลกประหลาดนั้นว่า
" มันก็แค่วิชาที่ข้าคิดค้นขึ้นเองเล่นๆ แค่นั้นแหละ "
" อะไรนะ! " ผู้าุโทุกคนในนั้นต่างอุทานขึ้นมาเสียงดังด้วยความใจนฉีิและผู้าุโ 5 ต้องยกมือขึ้นมาปิดหู
" นี้มันเื่อะไร เพลงกระบี่ที่ร้ายกาจเมื่อกี้กลับเป็เพลงกระบี่ที่ศิษย์ใหม่คนนั้นเป็คนคิดค้นขึ้นซ้ำยังคิดค้นขึ้นมามาเล่นๆ เท่านั้นเองหรือนี้ นี้มันจะอัจฉริยะเกินไปแล้ว "
เสียงเหล่าผู้าุโต่างพึมพำกันออกมาในทำนองเดียวกันถ้าหากไป๋ชิงมาได้ยินเช่นนี้มึงจะต้องหลุดขำออกมาเป็แน่แล้วก็คงจะเถียงกลับว่า อัจฉริยะอะไรกันล่ะข้าไปจำเขามา
และเมื่อทุกคนได้สติก็มีเสียงผู้าุโหญิงคนเดิมหันกลับไปถามกับท่านผู้าุโ 5 และประมุขพรรคดาราทมิฬว่า
" แสดงว่าท่านทั้งสองก็รู้อยู่แล้วใช่หรือไม่ว่าศิษย์ใหม่ผู้นี้เป็คนคิดค้นเพลงกระบี่ขึ้นมาเอง "
" ใช่พวกข้ารู้ " ทั้งผู้าุโ 5 และฉีิตอบออกมาพร้อมกัน
" แล้วทำไมไม่บอกพวกข้า " ผู้าุโทั้งหมดะโออกมาพร้อมกัน
" ก็พวกท่านไม่ถามนี่ " ผู้าุโ 5 ตอบออกมาอย่างอายอาย
" นี้เ้า " ผู้าุโทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน
แต่ก่อนที่จะมีการวางมวยกันเกิดขึ้นท่านเ้าสำนักก็เลยได้ห้ามปรามไว้ก่อนว่า
" พวกท่านต่างก็เป็พวกาุโจะมาทะเลาะกันเพราะเื่แบบนี้มันสมควรหรือเรามาดูกันต่อดีกว่าจะได้ดูศิษย์ใหม่คนอื่นๆ ด้วย "
เมื่อได้ยินท่านเ้าสำนักพูดแบบนั้นผู้าุโทุกคนจึงได้เงียบและหันกลับมาจ้องมองที่กระจกเซียนต่อแต่ก็มีผู้าุโคนนึงเอ่ยขึ้นมาว่า
" นี่พวกท่านลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า พวกท่านลืมแล้วหรอว่า 4 คนนี้เพิ่งเจอกับพวก พรรคมาร แสดงว่าพวกพรรคมารก็ต้องอยู่ในป่าอสูรเทวะด้วยเช่นกันถ้าเป็เช่นนั้นศิษย์ใหม่ของสำนักเทพกระบี่ทั้งหมดก็กำลังตกอยู่ในอันตรายนะ "
เมื่อทุกคนได้ยินผู้าุโท่านนั้นเอ่ยขึ้นต่างก็พากันใจนตาเบิกกว้างทันทีใช่พวกเขาลืมประเด็นนี้ไปเลยแต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรนั้นก็มีเสียงเ้าสำนักดังขึ้นอีกว่า
" ผู้าุโ 7 ผู้าุโ 8ท่านจงใช้ของวิเศษตรวจจับหากลุ่มคนของพวกพรรคมารที่อยู่ภายในป่าอสูรเทวะโดยเร็วเมื่อทราบตำแหน่งแล้วให้รีบไปจัดการทันที "
" ขอรับท่านประมุข " าุโทั้งสองรับคำก่อนที่จะออกไปจัดการทันที
กลับมาทางฝั่งของพวกพรรคมาร
คนของพรรคที่รอดจากไป๋ชิงไปได้จึงได้รีบกลับไปรายงานให้หัวหน้าอีกคนของมันได้ทราบ
" เ้าว่าอะไรนะมีคนเก่งกาจขนาดนั้นเลยหรอ "
คนเป็หัวหน้าพูดถามขึ้นด้วยความใ
" ใช่แล้วขอรับท่านหัวหน้ามันสามารถฆ่าคนของเราตายได้โดยไม่ได้ใช้พลังธาตุหรือแม้แต่น้อยใช้แต่เพียงเพลงกระบี่ที่แปลกประหลาดแต่ก็สามารถฆ่าคนของเราได้ภายในพริบตาขอรับ "
" พวกมันมีกันกี่คน " คนเป็หัวหน้าถาม
" พวกมันมีกัน 4 คนขอรับแต่ทั้ง 3 คนที่เหลือไม่ได้ลงมือคนที่ลงมือเป็เพียงคนที่ไม่มีพลังธาตุคนนึงขอรับแต่ข้าคิดว่าคนคนนี้ต้องปิดบังระดับการบ่มเพาะของตัวเองไว้แน่นอนเลยขอรับ "
" ข้าก็คิดเช่นเดียวกันกับเ้า คนเป็หัวหน้าตอบ
เอาล่ะพวกเ้าจงไปจัดการกับศิษย์คนอื่นเดี๋ยว 4 คนนี้ข้าจะเป็คนไปจัดการเอง พวกเ้าต้องตามข้ามา "
" ขอรับท่านหัวหน้า "
ว่าแล้วพวกมันก็ได้ออกเดินทางทันที