ตอนที่ 1 อวาเรส
อวาเรสเป็เมืองที่มีกำแพงรอบล้อมเป็รูปทรงแปดเหลี่ยม แต่มีเส้นทางออกจากเมืองเพียงสี่ทิศ โดยสามในสี่ใช้สำหรับบุคคลทั่วไป มีเพียงทิศเหนือซึ่งเป็ที่ตั้งของพระราชวังอวาเรส จะอนุญาตให้ใช้เฉพาะภารกิจของอาณาจักร ถัดจากประตูทางเข้าเมือง ก็จะเป็รอบเมืองชั้นนอก ซึ่งส่วนใหญ่เป็พื้นที่กสิกรรม ป่าไม้(ติดกับป่าเรดวู้ด) หนองน้ำ และเนินเขา และหากเข้ามาถึงตัวเมืองชั้นกลางท่านก็จะพบกับที่อยู่อาศัยอันแออัดจำนวนมาก แบ่งออกเป็ชุมชนย่อย ๆ หลายสิบชุมชน และหัวใจของเมืองหลวงอวาเรสแห่งนี้ก็คือส่วนของตัวเมืองชั้นใน ซึ่งมีพื้นที่มากที่สุดของเมือง เป็ที่รวมของย่านการค้าซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ โดยรอบ ๆโซนนี้ก็จะเป็ที่อยู่ของชนชั้นกลาง พ่อค้า และเหล่านักผจญภัย ใจกลางของตัวเมืองชั้นใน มีลานกว้างซึ่งมักเป็จุดชุมนุมของร้านอาหาร บาร์สังสรรค์ รวมถึงจุดนัดพบที่โดดเด่น โดยสองข้างของลานกว้าง เป็ที่ตั้งของหน่วยงานเมืองของอาณาจักร และสถานศึกษาต่าง ๆ แน่นอนว่านั่นต้องรวมถึงโรงเรียนอันดับหนึ่งของอาณาจักร โรงเรียนเวทมนต์และการทหารอวาเรส ถัดไปด้านเหนือก็จะเป็ที่อยู่อาศัยของเหล่าชนชั้นสูง ผู้ร่ำรวย และพระราชวัง
ทุกวันเมืองหลวงแห่งนี้จะมีพ่อค้า และนักเดินทางจากต่างถิ่นมากหน้าหลายตา เดินทางมาติดต่อการค้า ท่องเที่ยว หรือหางานทำ การที่ต้องพบเจอคนแปลกหน้าจึงเป็เื่ปกติทุกวัน ของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย เพียงแต่ผู้ที่ผ่านมาในวันนี้ หล่อนดูโดดเด่นเป็พิเศษ ด้วยรูปร่างเพรียวระหง สูงเกือบร้อยเจ็ดสิบเิเ แม้จะสวมเพียงชุดกระโปรงที่เรียบง่าย แต่ก็ไม่อาจบดบังความงามของหล่อน เด็กสาวแปลกหน้าผู้มีดวงตาที่งดงามสุกสกาวราวกับท้องฟ้ายามราตรี ที่มีหมู่ดาวระยิบระยับสถิตอยู่ในนั้น ไหนจะริมฝีปากบางน่าทะนุถนอมนั้นอีก
สายตาทุกคู่จ้องมองหล่อน ราวกับต้องมนต์สะกด มีหลายคนที่อดรนทนไม่ได้ต้องเดินเข้าไปทักทาย แต่หล่อนกลับไม่แยแสสนใจ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะโกรธเคืองหล่อน
...ความงดงามที่ราวกับภาพมายา เหล่าบุรุษเดินดินรู้ดีว่าเกินจะอาจเอื้อม และทำให้หล่อนต้องด่างพร้อย เมื่อไม่สามรถโน้มน้าวใจเทพธิดาตก์เช่นหล่อนได้ พวกเขาก็เพียงถอยห่างออกมาอย่างเงียบ ๆ และหวังเพียงลึก ๆ ในใจว่าหากได้เคียงคู่กับหญิงสาวเช่นนี้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็คุ้มค่า
แม้จะถูกสายตามากมายรุมจับจ้อง แต่เด็กสาวก็ไม่คิดจะหยุดเท้า และยังคงตรงผ่านลานกว้างกลางเมืองไป เมื่อเดินผ่านรถม้าคันหนึ่งที่บรรทุกของจนสูงผ่านมา หล่อนก็หายตัวไปอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้เหล่าชายผู้ฝันเฟื่อง ต่างสับสนและแปลกใจไปตาม ๆ กัน
"แฮก แฮก" จงลั่วนั่งลงหอบหายใจ อยู่ในซอกหลืบของอาคารหลังหนึ่ง แม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวมนุษย์แล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนสัญชาตญาณของสัตว์อสูรจะเริ่มฝังแน่นลงไปในจิตใจเขาเสียแล้ว จงลั่วรีบเดินจ้ำด้วยความตื่นกลัว ทุกสายตาที่จ้องมองมาที่เขาราวกับจะกลืนกิน ยิ่งขับดันให้จงลั่วรู้สึกตึงเครียด และกลัวว่าจะมีใครสักคนจับพิรุธของเขาได้ และถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เขาคงจะไม่รอดเป็แน่แท้ ยิ่งเ้านักผจญภัยคนสุดท้าย ที่แต่งตัวด้วยชุดเกราะอย่างดีราวกับอัศวินนั้นเดินเข้ามาใกล้ และบ่นพึมพำบางอย่าง ราวกับจะร่ายเวทมนต์โจมตี ทำให้จงลั่วไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเร่งฝีเท้าเดินหนี
จงลั่วก็คิดว่าเ้านั่นอาจจะสงสัย และกำลังร่ายเวทตรวจสอบอยู่ แต่ไม่มีทางได้กินเขาหรอก เพราะโชคยังดีที่รถม้าขนของผ่านมาพอดี เขาจึงรีบแทรกตัวผ่านไปอีกด้านเพื่อบดบังสายตาของมัน และใช้ความไวอย่างสูงสุดหลบเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในตอนนี้
จงลั่วรอจนกระทั่งอัศวิน และกลุ่มคนที่คิดว่าอาจจะระแคะระคายบางอย่างเกี่ยวกับตัวจงลั่ว และติดตามเขามาเป็กลุ่มใหญ่ สลายตัวไป เขาจึงค่อย ๆ หาทางตรงไปยังห้องสมุดของเมืองอวาเรส
ห้องสมุดที่นี่ไม่ใหญ่นัก รูปร่างของอาคารเป็เหมือนโดมทรงกลม ที่ด้านในมีความสูงแค่สองชั้น และแต่ละชั้น ก็จะจัดวางหนังสือไว้รอบ ๆ ส่วนพื้นที่ตรงกลางเป็โต๊ะ และเก้าอี้ยาวไว้สำหรับอ่านหนังสือ
ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้ามาเ้าหน้าที่บรรณารักษ์ ซึ่งเป็ชายวัยกลางคน ไว้หนวดเครายาวราวกับผู้ทรงภูมิ ก็ส่งยิ้มให้เขา และตรงเข้ามาพูดคุย บรรณารักษ์บอกว่าไม่คุ้นหน้าจงลั่ว และที่นี่อนุญาตให้เฉพาะคนของอาณาจักร หรือผู้ที่มีเอกสารรับรองของอาณาจักรเท่านั้น เมื่อเห็นท่าทางที่ผิดหวังของจงลั่ว
"สาวน้อย ข้าเห็นแก่ความงดงามที่เ้ามีข้าจะให้เ้าใช้ที่นี่ได้เป็กรณีพิเศษ" บรรณารักษ์หยุดนิ่งไป ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่มือของจงลั่ว และเขาก็หดมือกลับตามสัญชาตญาณ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่ากลัวไปข้าไม่ใช่คนไม่ดี ข้าแค่..."
"ไอ้แก่..." หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามา ด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง "เอาอีกแล้วนะ.." และนั่นเป็ บทสนทนาสุดท้าย ก่อนที่บรรณารักษ์จะถูกลากออกไปจากห้องสมุด และจงลั่วก็ไม่เห็นเขาอีกเลย
จงลั่วใช้เวลาตลอดครึ่งวันบ่าย เพื่อค้นหาข้อมูลที่จะเป็ประโยชน์ แต่ดูเหมือนห้องสมุดจะไม่มีหนังสือที่เขา้าเลย แม้แต่เื่ที่เกี่ยวกับเวทมนต์ หรือวิธีการต่อสู้ก็ไม่มี ที่นี่มีเพียง หนังสือประวัติศาสตร์ บันทึกเหตุการณ์ทั่วไป รวมถึงเื่เล่า และเื่เกี่ยวกับการค้า การประกอบอาชีพทั่วไป และเมื่อเขาเข้าไปสอบถาม หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ ก็ได้ความว่า เื่พวกนี้จะถูกเก็บเป็ความลับ เพราะถือว่าตำราที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ และเวทมนต์เป็สมบัติที่สูงค่า หากรั่วไหลไปยังที่อื่น ก็เท่ากับเป็การเพิ่มความแข็งแกร่งให้อาณาจักรคู่แข่ง
เมื่อสอบถามว่าตำราพวกนี้จะถูกเก็บไว้ที่ไหน...หล่อนก็บอกจงลั่วว่าส่วนใหญ่ก็จะเก็บไว้ในหอสมุดของสถาบันเวทมนต์ต่าง ๆ แต่ที่เก่าแก่และน่าจะรวบรวมตำรับตำราไว้มากที่สุด ก็คงจะไม่พ้นโรงเรียนเวทมนต์และการทหารอวาเรส ซึ่งอนุญาตให้แต่นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนใช้งานเท่านั้น
"ทางเดียวที่เราจะกลับเข้าไปที่นั่น ก็คือต้องกลายเป็นักเรียนของโรงเรียนเวทมนต์และการทหารอวาเรสเท่านั้น" แม้จะรู้ว่าการสมัครเข้าไปเรียนมีความเสี่ยง เพราะหากมีใครจับได้ว่าจงลั่วใช้ไอเทมปลอมแปลงตัวเองขึ้นมา เื่ราวคงจบไม่สวยเป็แน่ แต่ก็เป็อีกครั้งที่เขาเลือกที่จะเสี่ยง
เมื่อเลือกที่จะเข้าโรงเรียนอวาเรส(ต่อไปจะเรียกโรงเรียนเวทมนต์และการทหารอวาเรส แค่โรงเรียนอวาเรสนะครับ) ปัญหาต่อมาก็คือมันจะเปิดให้ทดสอบเข้าเรียนเมื่อไหร่ และค่าใช้จ่ายในการสมัครเรียน เพราะตอนนี้จงลั่วไม่มีเงินติดกระเป๋าเลยแม้แต่เหรียญเดียว
เมื่อ้าเงิน เขาจึงเลือกที่จะเอาไอเทมที่ดรอปมาไปขาย แต่ดูเหมือนของที่ดรอปมาจะไม่มีราคานัก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์อสูรระดับต่ำที่เขาล่ามา จงลั่วจึงเลือกที่จะเก็บมันไว้ และเมื่อไปยังอาคารนักผจญภัย ก็ไม่มีภารกิจสำหรับมือใหม่ที่ไม่มีทะเบียน หรือตำแหน่งของอาณาจักรรับรอง ภารกิจที่จงลั่วทำได้จึงไม่มี
"ร้อนเงินหรือจ๊ะ...น้องสาว" แต่แล้วก็มีชายคนหนึ่งยื่นขอเสนอมาให้ เมื่อจงลั่วมองดูชุดที่สวมใส่ รวมถึงเครื่องประดับบนตัวของชายคนดังกล่าวแล้ว เขาก็รู้เลยว่า เ้านี่คือแพะอ้วนดี ๆ นี่เอง
"พี่สุดหล่อ จะช่วยหนูเหรอคะ" เสียงอ่อนเสียงหวานที่กล่อมได้กระทั่งหินผา มีหรือที่เหยื่อของจงลั่วจะหลุดมือ
"แน่นอน แน่นอน" ชายในชุดหรูหรารีบตอบอย่างตื่นเต้น "ว่าแต่..."
"หนูไม่มีเงิน" จงลั่วพูดเสียงเศร้า "ทางบ้านก็มีภาระ พี่ดูสิแม้แต่ชุดสวย ๆ ก็ไม่มี" จงลั่วพูดพร้อมก้มหน้ารอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะหายไป
"เื่เล็ก เงินทองพี่มีเยอะ พี่มันใจอ่อนเห็นคนเดือดร้อนไม่ได้"ชายผู้กำลังจะเป็เหยื่อยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูจงลั่ว "อีกอย่างนะพี่อะสายเปย์"
"ดีจัง"จงลั่วแสดงท่าทีเขินอาย "แต่ว่าหนูไม่มีอะไรจะตอบแทน"
"อันนั้นไว้ค่อยคุยกันทีหลางงงง" แพะอ้วนลากเสียงยาว
"แต่ว่า...."จงลั่วงุดหน้าลงต่ำ "เราไปคุยเื่นี้กันเงียบ ๆ ที่นั่นดีไหมคะ" จงลั่วชี้ไปที่ซอยเปลี่ยวใกล้ ๆ นั้น มีหรือที่ชายผู้กำลังเริงร่าจะปฏิเสธ
เมื่อเหยื่อตกหลุมพลาง ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น...
บันทึกปากคำของผู้เห็นเหตุการณ์
"ใช่ครับ น้องคนสวยร้องลั่นเสียงดังเลย น้องเขาดูตื่นกลัวมาก"
"ไอ้โรคจิตนั่นมันแก้ผ้าอยู่คะ กลางวันแสก ๆ หน้าไม่อาย"
"เสื้อน้องเข้ามีรอยฉีกขาด คาดว่าไอ้นั่นคงใช้กำลังกับน้องเขาแน่ ๆ"
"โชคยังดีที่ไม่ใช่ตอนกลางคืน ไม่งั้นละก็ผมไม่อยากจะคิดเลย อนาคตเด็กสาวที่ไร้เดียงสาคงต้องด่างพร้อย"
และอีกหลายคน ที่เขาช่วยรุมประชาทัณฑ์ชายหื่นกาม และช่วยเหลือเด็กสาวที่กำลังจะตกเป็เหยื่ออกมาได้
... แน่นอนหลังจากเหตุการณ์นั้น... เื่เงินค่าสมัครเรียนก็ไม่ใช่ปัญหาของจงลั่วอีกต่อไป