ราเชนดึงร่างของต้าเฉิงขึ้นมา แล้วลากไปข้างนอก แล้วกระแทกเสียงใส่หน้าของมันว่า
“ เจ้ากับพ่ออยากตายนักหรือไง ไม่รู้หรือไงว่าเมืองกำลังจะแตกแล้ว”
“ ข้ารู้ แต่ตระกูลของข้าเป็นทหารมาหลายชั่วอายุคน ไม่เคยถอยหนีสงครามแม้แต่คนเดียว ท่านพ่อกับข้าก็เป็นเช่นเดียวกัน จะสืบทอดปฏิภาณของบรรพบุรุษ จะไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว"
“ ไอ้บ้าเอ้ย เป็นทหารมันต้องรู้จักรุกได้ ถอยได้ อย่ายึดติดความคิดบ้าบออะไรนั่นอีกเลย สู้ไปก็ตายเปล่าๆ ถอยไปตั้งหลักก่อน แล้วค่อยสู้กับพวกมันใหม่ก็ได้นี่”
“ เจ้าก็รู้เรื่องนี้ดี เมืองเปี้ยนเฉิน ต้องมีคนคอยต้านทัพของพวกฮานเอาไว้ มิเช่นนั้นทหารและชาวบ้านอาจต้องตายกันหมด บิดากับข้าตัดสินใจแล้ว เจ้ารีบหนีไปเถอะ”
“ โง่เง่าทั้งพ่อทั้งลูก ในเมื่ออยากตายกันนัก ข้าก็ช่วยไม่ได้” ราเชนหัวเสีย แล้วสะบัดหน้าเดินเข้าไปในกระโจม พร้อมเห็นทุกๆ คน เดินออกมาแล้ว องค์ชายรองออกคำสั่งนำทัพทั้งหมด ห้าแสนคนเคลื่อนพลไปตั้งหลักที่เมืองเอ้อเฉินเมืองหน้าด่านที่สอง ทิ้งหน่วยกล้าตายของรองแม่ทัพลู่ตงเอาไว้แค่ 5,000 คน ชาวบ้านที่เหลือ ก็ต่างรีบอพยพหนีตายกันอลหม่าน บางบ้านก็ยอมทิ้งทรัพย์สมบัติของตน เพื่อรีบหนีไป บางบ้านก็ทิ้งเด็กสตรี และคนชราเอาไว้ เพื่อเอาตัวเองรอด
ในขณะที่เมื่อกำแพงเปี้ยนเฉินเริ่มแตกร้าว ลูกเหล็กที่ระดมยิงเข้ามาก็ได้ทำลายกำแพงยักษ์จนพังพินาศ กำแพงที่สูงใหญ่ ร่วงหล่นกองลงมากับพื้นสูงราวกับภูเขาถล่ม
นอกจากนั้น ทัพฮานยังใช้ลูกหนังห่อน้ำมันยิงเข้ามาอีกนับพัน ๆ ลูก ภายในเมืองเกิดเพลิงไหม้ ทหารที่อยู่เพียงห้าร้อยคน ต่างช่วยกันดับไฟ ชาวบ้าน มากมายหนีไม่ทัน ถูกไฟคลอกตาย ดั่งที่ราเชนได้ทำนายเอาไว้
จากนั้นพวกทัพฮานก็ปล่อยฝูงสัตว์อสูร นับหมื่นบุกตะลุยเข้ามาในเมืองเปี้ยนเฉิน
ราเชนได้่ตามขบวนทัพมาทางประตูเมืองทางทิศใต้ ใกล้จะถึงทางออกจากเมืองเปี้ยนเฉิน หันมามองด้านหลัง ก็พบกับเปลวเพลิงที่เผาไหม้ จนกลุ่มควันทยานขึ้นไปบนท้องฟ้า กลายเป็นก้อนเมฆบดบังแสงอาฑิตย์จนมืดครึ้มไปหมด
ด้านหน้าประตูทิศใต้ ก็พบกับ ชาวบ้านยืนอยู่เต็มไปหมด มีทหารปิดประตูไม่ยอมให้ใครออกไป ต้องให้กองทัพทหารออกไปก่อน ชาวบ้านต่างเขวี้ยงก้อนหินใส่ทหารอย่างไม่พอใจ ทำให้เกิดการชุลมุนกันที่หน้าประตูทางทิศใต้ จนกระทั่งมีชาวบ้านหนีตายกันมาเพิ่มอีกจำนวนมาก ทหารรีบเปิดประตูเพื่อจะหนีออกจากเมือง ชาวบ้านก็พยายามหนีตาย เหล่าแม่ทัพนายกองล้วนแล้วแต่จะยื้อแย่งกันออกนอกเมือง ดูแล้วเป็นที่น่าอดสูยิ่งนัก
จนกระทั่งมีเสียงโวยวายของ องค์ชายหลี่คังตวาดใส่ สามพี่น้องตระกูลจ้าว
“ ไอ้พวกโง่เอ้ย นี่พวกเจ้าลืมขนทองคำของทัพเราออกมาอย่างนั้นรึ?”
“ พวกเรามัวแต่รีบขนเสบียงอาวุธ จนไม่มีเวลาเข้าไปในห้องนิรภัยด้านใน องค์ชายได้โปรดให้อภัยพวกเราด้วย”
“ ช่างมันเถิด แค่ทองคำ 5 ตันเท่านั้น ย้อนไปเอาก็คงไม่ทันแล้ว ชีวิตสำคัญกว่ารีบไปกันเถอะ” ที่ปรีกษาเยว่ไคว เอ่ยตัดบท และเร่งให้ทุกๆ คนเดินทางกันต่อ แต่องค์ชายหลี่คังนั้นรู้สึกเสียดายทองคำ 5 ตันนั้นมาก เขาหวังว่าจะนำมาเป็นทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด เพราะนั่นคืองบลับที่เขาสามารถนำมาใช้ได้ โดยที่ไม่ต้องรายงานผู้ใด ส่วนราเชนได้ฟังก็หูผึ่งทันที
ทองคำตั้ง 5 ตัน หากว่าเทียบเป็นเหรียญทอง นั่นเท่ากับ ห้าพันล้านเชียวนะ !
ราเชนอยู่ในห้วงความคิด ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี และแล้วก็มี เสียงแว่วๆ ของใครบางคนเข้ามาในหูของเขาว่า
“ เสียแรงทีมีสายเลือดวีระบุรุษตระกูลหยาง ไม่ทันได้สู้ก็หลบหนีเสียแล้ว”
ใคร ..เสียงใครกันวะ ราเชนเอ่ยออกมาอยู่ในใจ แต่หาเสียงนั้นไม่เจอแม้แต่น้อย
จนกระทั่ง มีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน กลายเป็นชายชราคนหนึ่งแต่งกายคล้ายชุดขาวหนวดเครายาว ถือไม้เท้า สีหน้าบึ้งตึง ยืนขวางหน้าเขาเอาไว้
“ ท่าน…..ท่านคือ?”
“ ข้าเฉิงหวงเสินแห่งเมืองเปี้ยนเฉิน”
ราเชนได้ฟังก็อ้าปากค้าง เฉินหวนเสินนั้นแปลว่า เทพเจ้าประจำเมือง หรือ เทพยดาที่คุ้มครองเมืองต่างๆ เคยได้ยินกล่าวขาวกันมานาน แต่ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเห็นตัวเป็นๆ มายืนต่อหน้าเขานี่
“ ท่านเป็น เทพประจำเมืองเปี้ยนเฉินจริง?” ราเชนใช้กระแสจิตพูดคุยออกไป ทุกๆ คนต่างไม่มีใครมองเห็น เพราะตอนนี้ต่างกำลังเฝ้ารอให้ทหารจัดการกับชาวบ้านที่ขวางหน้าประตูไม่ให้ขบวนทหารออกนอกเมือง
“ ใช่ เจ้าคิดจะทิ้งประชาชน ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ได้อย่างไร เจ้าไม่ละอายต่อบรรพบุรุษของเจ้าหรือ”
“ ข้าเป็นคน ไม่ใช่เทพเจ้า จะไปสู้กับศัตรูเหล่านี้ได้อย่างไรกันเล่า”
“ ข้ารู้ดี แต่ข้าอยากให้เจ้าสู้ เพื่อชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ พวกเขาต่างกราบไหว้ข้าทุกๆ วัน ข้าไม่อาจทำอะไรเพื่อพวกเขาได้เลย มีแต่เจ้าคนเดียวที่จะช่วยเขาได้”
“ อะไรนะ ข้าคนเดียว จะทำอะไรได้ ข้าไม่ใช่เทพอย่างท่านนี่ และอีกอย่าง คัมภีร์ปราชญ์ปีศาจได้ทำนายดวงเมืองนี้แล้ว มันต้องถูกทำลายอย่างย่อยยับ ไม่มีทางฝืนโชคชะตาได้ ท่านเองก็เป็นเทพ น่าจะรู้เรื่องนี้ดี”
“ ขอเพียงเจ้ารับปากช่วยเหลือ บางทีพวกชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เหล่านี้อาจรอดจากชีวิตไปจากเมืองนี้ได้ แล้วข้าจะพาเจ้าไปเอาทองคำที่ฝังอยู่ในห้องลับของเมืองเปี้ยนเฉิน”
ราเชนตอนนี้หันมองซ้ายขวา แล้วลงมาจากหลังม้า แล้วเอ่ยกับ เทพประจำเมืองอย่างจริงจังว่า
“ ท่านพูดจริง?”
“ จริง หากเจ้าช่วยพวกชาวบ้านได้ ข้าจะเป็นคนพาเจ้าไปเอาทองคำ 5 ตันนั่น”
“ ตกลง บอกข้ามาเลย ว่าจะให้ข้าทำยังไง” ราเชนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวทันที
“ ต้านทัพข้าศึกให้ได้หนึ่งชั่วยาม”
“ ก็รองแม่ทัพลู่ตง เขามีกองทัพเดนตายตั้งป้อมสู้รบอยู่แล้ว แค่หนึ่งชั่วยามน่าจะต้านได้สบาย”
“ เฮอะ ไม่มีทาง กองทัพแค่ห้าพันคน ถูกพวกมันบุกเข้าโจมตีไม่ทันสิบลมหายใจก็ตายกันหมดแล้ว เจ้าต้องเป็นผู้นำ และช่วยพวกเขาด้วยตัวเอง ทุกคนอาจรอดชีวิต”
“ ทำไง?”
“ เจ้ามีสายเลือดบรรพบุรุษตระกูลหยาง ซึ่งมีสายเลือดของเทพสามตาหยางเจี่ยนอยู่บ้าง แต่น่าเสียดาย ที่เมืองของข้านั้นไม่มีใครบูชาเทพสามตา มีแต่บูชาเทพเจ้าองค์อื่นๆ แต่ข้าเชื่อว่า สายเลือดเทพอย่างเจ้า บวกกับเจ้ามีวิชาของนักพรตเต๋า น่าจะอัญเชิญเทพมาช่วยปกป้องชาวบ้านให้อยู่รอดปลอดภัยได้”
“ สายเลือดเทพเจ้า อัญเชิญเทพ? บ้ากันไปใหญ่แล้ว ข้าจะทำได้อย่างไร” ราเชนส่ายหัว เรียกมารโลหิตมานั้นง่ายกว่าที่จะอัญเชิญเทพพระเจ้าอะไรนั่น แต่เขาก็หวนคิดถึงตำราจิตเทพจักรวาล ของอาจารย์เต๋าของเขาคนแรก คือ นักพรตทงที ในตำราก็มีการสอนวิธีอัญเชิญเทพลงมาจุติในร่างของตน แต่ทว่ามันต้องมีของวิเศษสำคัญของเทพเหล่านั้น และต้องมีจิตที่สามารถสื่อถึงกันได้ แต่ทั้งสองข้อนั้นเขาหาได้มีไม่
“ ในเมืองเปี้ยนเฉินเรามีเทพเจ้าอยู่องค์เดียว เจ้าต้องอัญเชิญพลังของท่านมาช่วยเหลือชาวบ้าน”
“ เทพองค์ใดกัน?”
“ เทพหมูป่าสวรรค์”
“ หา ตือโป๊ยก่าย นั่นรึ?” ราเชนตกใจยิ่ง
“ ท่านพูดถึงใครข้าไม่รู้จัก ส่วนเทพหมูป่าสวรรค์นั้น ในอดีตกาลท่านได้เคยมาที่เมืองเปี้ยนเฉิงของเรา และได้ช่วยเหลือชาวบ้านจากภัยแผ่นดินไหว จนมีความสัมพันธ์กับ หญิงสาวผู้หนึ่ง สุดท้ายต้องกลับสวรรค์ เลยมอบเขี้ยวหมูป่าศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ หญิงสาวผู้นั้นจึงได้นำมาสร้างเป็นศาลเจ้าเทพหมูป่าสวรรค์ อยู่กลางเมืองเปี้ยนเฉิง เจ้าสามารถนำไปอัญเชิญพลังของท่านลงมาช่วยชาวเมืองเปี้ยนเฉินได้ ภายในเวลา หนึ่งชั่วยาม พลังของเทพของท่านจะหมดไป รีบไปเร็วก่อนที่พวกศัตรูจะบุกเข้ามาในเมือง”
ราเชนได้แต่ถอนหายใจ แล้วตกลงใจว่า เอาก็เอา เสี่ยงดูสักตั้ง หากอัญเชิญไม่ได้ ก็ต้องแปลงกายเป็นมารโลหิต จัดการกับพวกมันให้รู้แล้วรู้รอดไป ทองคำ 5 ตัน ชาตินี้คงไม่อาจหาที่ไหนได้อีกแล้ว ว่าแล้วราเชนก็เดินเข้าไปกล่าวคำพูดต่อหน้าองค์ชายหลี่คัง และบรรดาผู้นำทหารทั้งหมด
“ องค์ชายรอง ข้า...”
ราเชนกำลังจะเอ่ยคำพูดออกมา ทันใดนั้นเอง ก็มีฝูงสัตว์อสูรนับร้อย พุ่งตรงเข้ามาหาองค์ชาย ราเชนเข้าไปยืนขวาง แล้วเหวี่ยงยันต์ออกมานับพันๆ แผ่นกลายเป็นกำแพง คอยป้องกันให้กับทุกๆ คน เหล่าฝูงแรดพอพุ่งชนยันต์ก็ถูกกำแพงยันต์ระเบิดร่างกายแหลกกลายเป็นผุยผง แต่ทว่า พวกมันจะวิ่งเข้ามาไม่หยุด และยังมีอีกเป็นจำนวนมาก เจ้าโมโม่ก็กลายเป็นอสูรไฟ ยืนเคียงข้างเขาไม่ห่าง
“ รีบหนีไป ข้าจะอยู่ต้านทานพวกมันเอง”
องค์ชายรองหลี่คัง เข้ามากอดด้านหลังราเชนแล้วเอ่ยว่า
“ พี่น้อง เจ้าคือพี่น้องของข้าตลอดไป หยางเฟยหลง”
องค์ชายรองหลี่คังพูดด้วยน้ำตานองหน้า ทำเอาทุกๆ คนต่างน้ำตาไหล ประทับใจการกระทำขององค์ชายรองหลี่คังยิ่งนัก แล้วองค์ชายรองก็ขี่ม้านำหน้าทุกๆ คน ออกจากประตูเมืองไปในทันที
“ นึกไม่ถึงรองผู้บัญชาการหยางจะยอมเสียสละ สมแล้วที่มีสายเลือดตระกูลหยางแห่งแดนเหนือ ข้าเยว่ไคว ขอคารวะเจ้า”
ผู้นำทหารคนอื่นๆ ล้วนแล้วแต่กล่าวเยินยอสรรเสริญราเชน จนองค์ชายหลี่คังต้องหันมาตะโกนกลับหลังมาว่า
“ รองผู้บัญชาการหยาง น้ำใจของเจ้าข้าจะจดจำเอาไว้ หากเจ้ารอดไปได้ ข้าจะยกตำแหน่ง รองผู้บัญชาการอันดับที่ 1 ให้กับเจ้า” องค์ชายรองหลี่คัง เอ่ยจบก็ไม่หันกลับมามองอีกรีบควบม้าออกไปในทันที รวมทั้งฉีอี้ก็เช่นเดียวกัน
ราเชน ใช้ดาบกรีดไปที่พื้นเพื่อสร้างยันต์คุ้มกันอีกชั้น จนมีแสงเรืองรองขึ้นราวกับกำแพงเวทย์ พอพวกสัตว์อสูรบุกเข้ามา พวกมันก็มาเจอกับกำแพงเวทย์ ทำให้พวกมันกระเด็นถอยหลังไป ไม่อาจฝ่าเข้ามาได้ ราเชนกระโดดขึ้นหลังเจ้าโมโม่ แล้ว วิ่งเข้าไปกลางเมืองหลวง เพื่อไปศาลเจ้าเทพหมูป่าสวรรค์ ตามที่เทพหลักเมืองแนะนำ จนกระทั่งมาถึงหน้าศาลเจ้า พบว่ามีรูปเทพหมูป่า รูปร่างอ้วนท้วนเหมือนกับเขา อยู่ในทำยืนอ้าปากแยกเขี้ยวเห็นเขี้ยวสีเงินวาววับทั้งสองข้าง ยืนถือคราดอันใหญ่ ปิดทองไปทั่วทั้งตัว
“ แล้วมันข้างไหนกันแน่ ที่เป็นเขี้ยวของจริง”
“ ข้างซ้าย” เสีียงเทพประจำเมืองกระซิบข้างหูของเขา
ราเชนกระโดดขึ้นไปบนรูปปั้น แล้วใช้มีดแซะเขี้ยวของเทพหมูป่าออกมา แล้วพอกระโดดลงมายืนบนพื้น ฝูงกระทิง กับ หมาป่า ก็พุ่งเข้าโจมตีเขา แต่ราเชนก็กระโจนหลบขึ้นไปบนหลังคา และก็เริ่มหยดเลือดของตนเพื่อเชื่อมต่อกับเทพหมูป่าสวรรค์ แล้วเริ่มท่องคาถากำกับอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของทหารและ ชาวบ้านเป็นจำนวนมาก อยู่ไม่ไกล
“ รีบไปช่วยชาวบ้านก่อน พวกเขากำลังจะแย่แล้ว”
“ ข้ากำลังอัญเชิญเทพหมูป่าอยู่”
“ ไม่ทันแล้ว รีบไปเร็ว” เทพหลักเมือง ใช้มือสะบัดมาที่ร่างของราเชน
ฟิ้ว !! ร่างของราเชนกับเจ้าโมโม่ปลิวราวกับใบไม้ ลอยลิ่วมายืนอยู่หน้ากองทัพเดนตาย มีแม่ทัพลู่ตง ถูกธนูยิงใส่อยู่สามดอก ต้าเฉิงถูกมีดปักเข้าไหล่ยังไม่ได้เอาออก ด้านหลังมีทหารต่างบาดเจ็บเจียนตายเหลืออยู่ไม่ถึง ห้าร้อยคน และมีชาวบ้านอีกนับพันอยู่ภายใน วงกลม โดยที่ถูกทหารฮานนับหมื่นรายล้อมเอาไว้ทั้งหมด
ด้านหน้ามีปรมาจารย์จูชง ยืนเคียงข้างกับนกอินทรียักษ์ และ ปรมาจารย์หยูซวง กับงูจงอางยักษ์ ประจันหน้าอยู่ ทั้งคู่เป็นแม่ทัพหน้าบุกทะลวงเข้ามารายล้อม รองแม่ทัพลู่ตงเอาไว้เรียบร้อย โดยมีทหารนับหมื่น กำลังรอคำสั่งที่จะยิงธนูนับหมื่นๆ ใส่พวกเขา พอเห็นราเชนลอยมาขวางหน้า ปรมาจารย์จูชง หันไปมองหน้าของศิษย์น้องของมัน ปรมาจารย์หยูซวง ก็ยกมือให้ทุกคนหยุดก่อน
“ หยางเฟยหลง ทางรอดมีเจ้าไม่ไป แต่กลับมาหาที่ตาย วันนี้ข้าจะต้องฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง ทุกคนหลีกไป” ปรมาจารย์หยูซวง เอ่ยจบ ก็สะบัดมือพร้อมขลุ่ย ทิ่มแทงขลุ่ยเข้าใส่ราเชนอย่างรวดเร็ว.........