"ภพ" วิศวกรเครื่องกลอัจฉริยะจากศตวรรษที่ 21 ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุและตื่นขึ้นมาในร่างของ "ภพ" บุตรชายวัยสิบแปดปีของเ้าพระยามหาโยธา ในดินแดนศรีรัตนานคร ในกัลปายุค ปีที่ 2300 ที่เป็โลกคู่ขนานซึ่งเวทมนตร์อาคมมีอยู่จริงผ่านรอยสักยันต์ เขาได้เรียนรู้ถึงระบบพลังและสถานะของตัวเองที่เคยเป็เด็กหนุ่มอ่อนแอ ไม่เป็ที่ชื่นชอบของบิดา แต่ตอนนี้ ภพคนใหม่พร้อมที่จะใช้ความรู้ทางวิศวกรรมของเขาเพื่อวิเคราะห์และปฏิวัติศาสตร์แห่งอาคมนี้แล้ว เขาเพิ่งจะตั้งหลักได้ไม่นาน บิดาผู้ทรงอำนาจของเขาก็ได้เข้ามาในห้องเพื่อพูดคุยด้วย
แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเ้าพระยามหาโยธานั้นไม่ใช่แค่บารมีของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แต่มันคือพลังที่จับต้องได้จริง มันหนักอึ้งราวกับมวลอากาศรอบตัวภพถูกบีบอัดจนหนาแน่น เขาเข้าใจในทันทีว่านี่คืออำนาจของ "อาคม" ที่แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัวจากผู้ใช้ระดับสูง มันคือการแผ่ "สนามพลังงาน" ชนิดหนึ่งที่ส่งผลต่อสิ่งรอบข้างโดยตรง
ดวงตาคมกริบของชายวัยกลางคนจ้องมองบุตรชายของตนเองอย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาที่เคยมีแต่ความระอาและผิดหวัง ตอนนี้กลับฉายแววประหลาดใจระคนสงสัยอยู่จางๆ
"เ้าดู...ไม่เหมือนเดิม" เ้าพระยามหาโยธาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้อง น้ำเสียงของเขาทุ้มลึกและกังวาน "แววตาของเ้า...มันเปลี่ยนไป"
ภพรีบปรับสีหน้าให้ดูอ่อนน้อมตามความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เขายกมือไหว้บิดาอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น "ลูกไม่สบายไปหลายวันขอรับท่านพ่อ อาจจะยังมึนงงอยู่บ้าง"
เ้าพระยามหาโยธาเดินเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นเครื่องหอมสำหรับบุรุษชั้นสูงผสมกับกลิ่นอายเหล็กและดินปืนจางๆ ลอยมาแตะจมูก บนท่อนแขนกำยำที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมานั้น ภพเห็นรอยสัก "หนุมานคลุกฝุ่น" ที่เส้นสายคมกริบและเปี่ยมไปด้วยพลังแฝงเร้น มันคือยันต์ขั้นทุติยะที่ขึ้นชื่อเื่ความทรหดอดทนและพละกำลังในการต่อสู้ระยะประชิด
"มึนงงรึ..." ผู้เป็บิดาแค่นเสียงในลำคอ "ข้าว่าดูเหมือนคนเพิ่งตื่นมากกว่า แต่ช่างเถอะ... ฟื้นขึ้นมาได้ก็ดีแล้ว ข้ามีเื่จะแจ้งให้เ้าทราบ"
เขาทรุดกายนั่งลงบนตั่งไม้ข้างเตียง ไม่ได้หันมามองหน้าภพโดยตรง แต่ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง "อีกสามเดือนข้างหน้า จะมีราชพิธีสำคัญ คือ 'พิธีคัดเลือกองครักษ์ราชินี' "
หัวใจของภพกระตุกวูบ ความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมาทันที พิธีคัดเลือกองครักษ์ราชินีคือเหตุการณ์สำคัญที่จัดขึ้นทุกๆ ห้าปี เป็การเปิดโอกาสให้บุตรหลานขุนนางและสามัญชนผู้มีความสามารถจากทั่วทุกสารทิศได้แสดงฝีมือ เพื่อเข้ารับตำแหน่ง "องครักษ์เงา" หน่วยอารักขาที่ขึ้นตรงต่อองค์สมเด็จพระราชินีนาถวรินทรเทวีแต่เพียงผู้เดียว มันคือเกียรติยศสูงสุดที่ชายหนุ่มในแผ่นดินนี้จะใฝ่ฝันถึง
"ท่านพ่อหมายความว่า..."
"ใช่" เ้าพระยามหาโยธาพูดสวนขึ้นมาทันที ราวกับรู้ว่าเขาจะพูดอะไร "ข้าจะส่งชื่อของเ้าเข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันหนักอึ้งกว่าเดิม ภพ...วิศวกรภพ ไม่ได้ใเพราะความกลัว แต่เขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ส่งชื่อ 'ภพ' คนเดิมที่อ่อนแอ ไม่เคยฝึกฝนวิชาอาคมอย่างจริงจัง แถมยังเพิ่งฟื้นไข้ไปเข้าร่วมการประลองที่รวมยอดฝีมือจากทั้งแผ่นดินเนี่ยนะ? นี่มันส่งลูกไปตายชัดๆ หรือว่า...บิดาผู้นี้รังเกียจเขาถึงขนาดนั้น?
"ท่านพ่อ... ท่านก็รู้ว่าลูก..." ภพแสร้งทำเสียงอ่อยๆ ตามบทบาทเดิม
"ข้ารู้!" เสียงตวาดดังลั่นจนบานหน้าต่างสั่นะเื เ้าพระยามหาโยธาหันขวับกลับมา จ้องหน้าบุตรชายด้วยแววตาที่ลุกโชนด้วยโทสะและความผิดหวังที่เก็บงำมานาน "ข้ารู้ว่าเ้ามันไม่เอาไหน! วันๆ เอาแต่อ่านตำราไร้สาระ วาดรูปดอกไม้ใบหญ้าเหมือนพวกผู้หญิง! ไม่เคยคิดจะจับดาบ ไม่เคยคิดจะฝึกฝนอาคมให้สมกับที่เป็ลูกของข้า! เ้าทำให้ข้าต้องอับอายขายหน้าไปทั่วทั้งราชสำนัก!"
ท่านเ้าคุณระบายความอัดอั้นออกมาเป็ชุด ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด ความโกรธบนใบหน้าค่อยๆ สลายไป เหลือเพียงความเหนื่อยหน่าย "แต่ข้าไม่มีทางเลือก... ปีนี้ ตระกูล 'สิงหเดช' ของเ้าพระยาศรีธรรมาธิราช คู่ปรับเก่าของข้า มันส่งบุตรชายคนโต 'อัคคี' เข้าร่วมด้วย ไอ้หนุ่มนั่นมันคือยอดฝีมือรุ่นใหม่ที่ได้รอยสัก 'เสือไฟ' มาั้แ่ยังไม่เต็มยี่สิบหนาว หากข้าไม่ส่งใครจากตระกูล 'มหาโยธา' ของเราไปเลยแม้แต่คนเดียว มันก็เท่ากับยอมรับความพ่ายแพ้ ยอมให้พวกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเรา"
ภพเริ่มเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว นี่ไม่ใช่การส่งลูกไปตาย แต่เป็การเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของตระกูล... เป็เื่การเมืองระหว่างขุนนางล้วนๆ และเขาก็คือ "หมาก" ตัวหนึ่งบนกระดานนี้
"ข้าไม่หวังให้เ้าชนะ... ขอแค่เ้าขึ้นเวทีไปสู้ให้สมศักดิ์ศรี แสดงให้ทุกคนเห็นว่าลูกของเ้าพระยามหาโยธาไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวก็พอแล้ว" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ข้าจะให้ 'อาจารย์เข้ม' มาเริ่มฝึกให้เ้าพรุ่งนี้เช้า เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี"
สิ้นคำพูดนั้น เ้าพระยามหาโยธาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ภพนั่งนิ่งอยู่บนเตียงคนเดียว เขาไม่ได้รู้สึกท้อแท้หรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ในใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
"สามเดือน..." เขายกยิ้มมุมปาก "เวลาตั้งสามเดือน... สำหรับวิศวกรแล้ว นั่นมันนานพอที่จะสร้างอะไรได้ตั้งเยอะ"
เขาลุกจากเตียง เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือของเ้าของร่างเดิม บนโต๊ะมีกระดาษข่อย พู่กัน และหมึกดำวางเรียงรายอยู่ เขามองมันอย่างพิจารณา ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึก แล้วเริ่มวาด...
แต่สิ่งที่เขาวาดไม่ใช่ภาพดอกไม้หรือทิวทัศน์ มันคือสิ่งที่ดูแปลกประหลาดในสายตาของคนยุคนี้... มันคือแผนภาพวงจรไฟฟ้า คือรูปเฟืองที่ขบกันอย่างเป็ระบบ คือภาพร่างของกลไกบางอย่างที่ซับซ้อน
"ระบบอาคม... พลังงานที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างกาย ถูกเหนี่ยวนำและควบคุมทิศทางด้วย 'ลายยันต์' ที่เปรียบเสมือน 'แผงวงจร' และถูกกระตุ้นด้วย 'คาถา' ที่เป็เหมือน 'คำสั่งเสียง' หรือ 'รหัสผ่าน'..." เขาพึมพำกับตัวเองขณะที่มือวาดไม่หยุด
"ยันต์เก้ายอดที่หลังข้า... มันคือวงจรพื้นฐานที่สุด ให้ผลด้านป้องกันแบบกระจายตัว คงกระพันชาตรี... พลังมันถึงได้อ่อนนัก เพราะมันไม่มีจุดโฟกัส ไม่มีประสิทธิภาพในการรวมพลังงาน"
เขาคิดไปถึงยันต์เสือเผ่นที่พวกทหารนิยมกัน "นั่นคือการออกแบบวงจรที่ซับซ้อนขึ้น... เพื่อรวมพลังงานไปที่การเคลื่อนไหว เพิ่มความเร็วและความคล่องตัว... ส่วนหนุมาน... นั่นคือการออกแบบเพื่อขยายพละกำลังของกล้ามเนื้อโดยตรง"
ความคิดของเขาวิ่งพล่านราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง ถ้าหากเขาสามารถเข้าใจ "ภาษา" ของลายยันต์เหล่านี้ได้ล่ะ? ถ้าเขาสามารถ "เขียนโปรแกรม" หรือ "ออกแบบวงจร" ใหม่ๆ ขึ้นมาได้ด้วยตัวเองล่ะ?
จะเกิดอะไรขึ้น... ถ้าเขาสักยันต์ที่เป็รูป "มอเตอร์ไฟฟ้า" หรือ "เครื่องยนต์สันดาปภายใน" ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังอาคม?จะเกิดอะไรขึ้น... ถ้าคาถาที่ใช้ปลุกพลัง ไม่ใช่บทสวดโบราณ แต่เป็ "สมการฟิสิกส์" ที่คำนวณการไหลของพลังงานอย่างแม่นยำ?
"พิธีคัดเลือกองครักษ์... ไอ้หนุ่ม 'อัคคี' รอยสัก 'เสือไฟ' สินะ..." ภพหัวเราะในลำคอ ดวงตาเป็ประกายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"แล้วแกจะได้เจอ... 'ขุนนางช่างกล' ที่มาพร้อมกับ 'มนตราประยุกต์' ของข้า"
ค่ำคืนนั้น ภพไม่ได้หลับไม่ได้นอน เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการศึกษาความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเกี่ยวกับยันต์ต่างๆ ที่เคยได้ยินได้ฟังมา แล้วนำมันมาวิเคราะห์ ถอดรื้อโครงสร้างในจินตนาการเหมือนกับที่เขาเคยทำกับเครื่องจักรกลนับพันๆ ชิ้น
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาในห้อง บ่าวรับใช้ได้เข้ามาปลุกเขาพร้อมกับแจ้งว่า "อาจารย์เข้ม" มารออยู่ที่ลานฝึกหลังเรือนแล้ว
ภพเดินออกจากห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในมือของเขาถือกระดาษข่อยแผ่นหนึ่งที่ม้วนเอาไว้แน่น บนนั้นคือ "แบบแปลน" แรกของเขา... การทดลองที่จะปฏิวัติศาสตร์แห่งอาคมของดินแดนนี้ไปตลอดกาล มันคือการเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะสั่นะเืไปทั้งอโยธยาในไม่ช้า