“ไอ้อ้วนวันนี้เ้านายแกทำฉันเจ็บแสบมาก รู้ไหม”มินจุนนอนเหยียดขาบนโซฟา มือเรียวเกาพุงให้เ้าหวานเย็นที่นอนทับอยู่บนตัวเหมือนทั้งคู่จะเริ่มสนิทกันมากขึ้น เขาไม่ได้มีอาการหวาดกลัวแล้ว
“ช่วยคิดหน่อยดิจะทำไงดี เฮ้อ”เสียงพ่นลมถอนหายใจเฮือกใหญ่เ้าอ้วนมองตาแป๋วเหมือนจะรับรู้ถึงความลำบากของมินจุน มันจึงใช้หน้ากลมๆของมันดุนที่แก้มเนียนเบาๆเป็การปลอบใจในแบบฉบับของหวานเย็น
“ทำแบบสอบถามต่อดีกว่า”เขาหาอะไรทำเพื่อ้าลืมเื่เมื่อตอนเย็น และยังมีบางข้อที่ยังหาคำตอบไม่ได้จึงตัดสินใจแอบเข้าห้องนอนของพี่รหัส ค่อยๆหาไปทีละซอก ไล่เปิดลิ้นชักทีละชั้น ค้นไปจนถึงชั้นล่างสุดในนั้นมีกล่องไม้เล็กๆ เด็กน้อยไม่รีรอที่จะเปิดออกดูในนั้นเป็รูปคู่ของชายหญิงมินจุนเดาว่าผู้ชายน่าจะเป็พี่ธัพส่วนผู้หญิงเป็ใครก็ไม่รู้แต่โคตรสวย ใบหน้าหวานชวนมองน่าหลงอะไรอย่างงี้นะหรือจะเป็แฟนของพี่ธัพน่า แต่ที่แน่ๆแมวตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของพี่สาวในรูปต้องเป็ไอ้อ้วนหวานเย็นตอนนี้แน่ๆ
“ที่แท้ก็เป็สัตว์เลี้ยงแทนใจนี่เอง”ตอนนั้นเด็กหนุ่มในรูปช่างยิ้มแย้มน่ารักต่างจากตอนนี้จังไม่มีร่องรอยของรอยยิ้มแบบนี้ปรากฏบนหน้าเลยจะน่าดูหน่อยก็ตอนที่แกล้งเขาเมื่อตอนเย็นนั่นแหละ พอนึกถึงก็พาลให้อารมณ์เสีย
“ทำอะไร”ร่างโปร่งสะดุ้งโหยงหัวใจดวงน้อยหล่นตุบอยู่ที่พื้นไม่รู้ว่าพี่ธัพกลับมาั้แ่เมื่อไหร่ แล้วเราจะแถยังไงดีว่ะ
“ผมมาหาหวานเย็น มันแอบเข้ามาในห้อง” เขาซ่อนมือที่ถือรูปเอาไว้ด้านหลัง
“หวานเย็น อยู่ไหน เหมี๊ยว เหมียว เหมียว”มินจุนทำทีก้มมองหาร้องเรียกเ้าแมวอ้วน
“ซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง”ธัพธัยเดินย่างสามขุมเข้าหามินจุนด้วยสีหน้าเอาเื่
“กูถามว่ามึงซ่อนอะไร”เสียงถามดังรอดไรฟันเริ่มดังขึ้นอย่างช้าๆแววตาโมโหร้ายอย่างกับสิงโตกำลังจะตะปบเหยื่อ ซึ่งเขาเองก็ไม่ต่างไปจากกระต่ายน้อยมินจุนกลัวจนสั่นเทาไปทั้งตัว เขารีบคืนรูปที่อยู่ในมือให้ผู้เป็เ้าของ
“ผมขอโทษ”สิ่งเดียวที่คิดว่าจะทำให้เขามีโอกาสรอดก็คือการกล่าวคำขอโทษ แต่เปล่าเลย
“พ่อมึงไม่สั่งสอนหรือไง ว่าอย่ามายุ่งกับของของคนอื่น” แทนทีเื่หนักจะกลายเป็เบาแต่กลับแย่ลงกว่าเดิมคนตัวใหญ่ไม่ได้สนใจกับคำขอโทษของเขา มินจุนถูกดันจนหลังชิดกับโต๊ะที่หัวเตียงมือหนาจับต้นแขนของร่างโปร่งแน่นลงแรงบีบหนักขึ้นเรื่อยๆจนเด็กน้อยหน้านิ่ว
“เออ รู้ว่ามันเสียมารยาท ไม่เห็นต้องด่าขนาดนี้เลยนิ “มินจุนกลั้นสุดกำลังน้ำตาที่รื้นเบาๆเริ่มปริ่มก็เขาไม่มีพ่อคอยสั่งสอนจริงๆนิ มันแทงใจดำสุดๆมินจุนจึงปล่อยโฮออกมาเหมือนเด็กไม่เคยมีใครสะกิดถูกปมแบบนี้มานานแล้ว
“ก็ผมไม่มีพ่อคอยสอนไง อยากด่าอะไรก็ด่าเลย” ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าพ่อเป็ใครแค่อยากรู้ก็ยังไม่กล้าถาม คนพี่ใที่เห็นน้องร้องไห้แบบนั้นเขาค่อยๆคลายมือั้แ่มินจุนเริ่มเสียงสั่นแล้วสภาพน้องตอนนี้ที่เห็นนั่งชันเข่าพิงขอบเตียงก้มหน้าร้องไห้ไม่ลืมหูลืมตา เอาซะอีกคนรู้สึกผิดเลย
“เออ กูขอโทษ ไม่รู้ว่ามึงมีปม ถือว่าหายกัน”ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่ดูเหมือนว่าน้องรหัสคนนี้จะขี้แยร้องไม่ยอมเลิกเล่นเอาคนพี่หงอยไปไม่เป็ ไม่รู้จะโอ๋ยังไง เกิดมาก็ไม่เคยปลอบใครเขาจึงทำได้เพียงนั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ ทบทวนสิ่งที่เขากระทำออกไปใช่ว่าทุกคนจะรับได้กับความเกรี้ยวกราดของเขา ถึงมินจุนจะเป็น้องรหัสก็เถอะแต่เขาก็ไม่ได้มีเจตนา อารมณ์มันพาไปธัพธัยมองรูปคู่ในมือรูปที่ทำให้เหตุการณ์ร้ายแรงขนาดนี้เขาไม่เคยยอมให้ใครแตะต้องหรือแม้แต่พูดถึง แต่มันก็นานมากแล้วเขาจะซ่อนมันไว้อีกนานแค่ไหน ธัพธัยเพิ่งฉุกคิดขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เขาทำรุนแรงเกินไป
“เท้าไปโดนอะไร ทำไมเืไหล”ธัพธัยมองเท้าของน้องที่มีรอยเืเปอะ ใกล้ๆกันยังมีเศษแก้วแตกเกลื่อนพื้นดูเหมือนจะเป็โคมไฟหัวเตียงที่อาจหล่นจากโต๊ะตอนที่ทั้งคู่ทะเลาะกันจึงไม่ทันได้สังเกตเห็น
“โอ๊ะ! แย่แล้ว” พอบอกว่ามีเืออกก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาทันทีเ้าเด็กนี่นอกจากจะกลัวแมวแล้วดูเหมือนจะกลัวเือีกนะเนี่ย
“ขึ้นนั่งที่เตียงก่อน”ธัพธัยพยุงรุ่นน้องที่ตอนนี้เริ่มเก็รงไปทั้งตัวเด็กน้อยหลับตาปี๋เบือนหน้าหนีจากกองเืมาซบที่ไหล่ของธัพธัยลำบากคนพี่ที่ต้องพยุงกึ่งอุ้มร่างบางขึ้นนั่งที่เตียงมือเรียวคว้าหมอนมาปิดหน้าปิดตาไม่กล้ามอง รอคนพี่ไปหยิบกล่องยามาทำแผลให้
“แสบหน่อยนะ” ธัพธัยกลับเข้าสู่โหมดนิ่งขรึมออกจะอ่อนโยนหน่อย เขาค่อยๆเช็ดทำความสะอาดบริเวณโดยรอบปากแผลถึงจะทั้งแสบทั้งกลัวแต่ตามนิสัยของคนก็ยังอยากเห็นอยู่ แต่สายตากลับโพกัสได้เพียงภาพการปฐมพยาบาลที่ทำให้ใจสั่นอย่างกับในละคร แต่เขากลับไม่ใช่นางเอกนี่สิ
“มึงรอที่เตียงอย่าขยับไปไหนเดี๋ยวแผลเปิด กูอาบน้ำแป๊ป” ธัพธัยเก็บกล่องปฐมพยาบาลกลับเข้าที่และหันมาเก็บกวาดพื้นที่มีแต่เศษแก้วเต็มไปหมด หากยังทิ้งไว้แบบนี้ไม่วายคนซุ่มซ่ามอย่างมินจุนต้องเหยียบเข้าอีกเป็แน่เด็กน้อยกระดุกกระดิกกระดึ๊บอยากจะมาช่วยเก็บแต่ถูกสั่งห้ามด้วยสายตาของรุ่นพี่จึงทำได้แค่นั่งมองเฉยๆนอนรอจนกว่าพี่จะทำธุระเสร็จจะได้กลับหอสักทีร่างใหญ่นุ่งผ้าขนหนูสีขาวเดินออกจากห้องน้ำมา เรือนร่างกำยำกล้ามแน่นเป็มัดๆเต็มไปด้วยหยดน้ำเม็ดโตทำมินจุนไม่สามารถละสายตาไปได้
“มองอะไร กูน่ากินนักหรอ”ธัพธัยไม่พูดเปล่ากลับเดินตรงดิ่งเข้าหน้ารุ่นน้องด้วยความเร็วแขนทั้งสองคร่อมตัวค้ำยันที่เตียงเขายื่นใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยดน้ำเข้าใกล้ระยะประชิด มินจุนแม้อยากจะถอยหนีแต่ร่างกายไม่ค่อยอำนวยนักจึงได้แต่จ้องหน้าสู้อยู่ไม่ถอยค้างอยู่อย่างนั้นเกือบนาทีที่โคตรนานสำหรับมินจุนจนสามารถพินิจใบหน้าคมนั้นจนทั่ว เห็นไผทุกจุด รอยหยักของปากแทบจะนับขนตาได้เลยมั้ง แต่เขากำลังจะตายอยู่แล้ว ทำไมต้องกลั้นหายใจด้วยนะใครก็ได้ช่วยที เขาแกล้งหลับตาเบือนหน้าหนีไปอีกทางเป็วิธีที่คิดได้ในตอนนั้น
“หึ หึ หึ”เสียงหัวเราะในลำคอคงสมใจที่แกล้งเขาได้สำเร็จ คืนนี้พี่ธัพขับรถไปส่งที่หอตามเคยด้วยบรรยากาศที่เงียบตามเคยที่เพิ่มเติมคือเขาไม่สามารถสลัดภาพพี่ธัพออกจากหัวไปได้เลย
“กาแฟครับ” กาแฟถูกเสริฟตามปกติแต่ที่ผิดปกติคืนคนมาเสริฟ ธัพธัยมองหน้าคนที่เพิ่งวางแก้วกาแฟลงที่โต๊ะที่ควรจะเป็มินจุนแต่กลับเป็ซีนรุ่นน้องอีกคนเขาหันซ้ายหันขวาไปเจอมินจุนนั่งอยู่อีกโต๊ะห่างออกไปไกลๆ
“ทำไมไม่เอามาให้กูเอง”ธัพธัยถามพลางวางจานข้าวและแก้วกาแฟลงที่โต๊ะที่มินจุนนั่งอยู่คนน้องเองก็อยากจะเดินหนีแต่เท้าเจ็บแบบนี้ก็หนีไม่ทันอยู่ดี
“แผลเป็ไงมั้ง”
“ดีขึ้นแล้ว ก็แค่แผลเล็กๆ”
“ปากดี เมื่อคืนยังกลัวตัวสั่นอยู่เลย”พี่คุยกับน้องแค่สองคน คนอื่นๆจึงกลายเป็แค่อากาศธาตุ
“ตอนเย็นไปเชียร์กูด้วย รอบตัดสินแล้ว”
“เย็นนี้รุ่นพี่นัดประชุมเื่รับน้อง ผมคงไปไม่ได้”
“กูบอกประธานรุ่นให้เอง อีกอย่างมึงก็เจ็บเท้าอยู่ด้วยไม่ต้องไปร่วมกิจกรรมหรอก”
“ได้ไง ผมต้องส่งแบบสอบถามกับสมุดลายเซ็นด้วย ยังได้ไม่ครบเลยถูกลงโทษแน่ๆ” มินจุนทำหน้าหงอยด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคงไม่มีหน้าขอให้ธัพธัยเซ็นให้แล้วล่ะ
“เอาสมุดลายเซ็นมึงมา”มินจุนออกจะงงๆพี่ธัพจะเอาไปทำไมแต่ก็ยื่นให้ตามพี่ขอ
“อ่ะ” พี่ธัพเขียนอะไรบางอย่างลงไปในแบบสอบถามแล้วยื่นคืนให้กับมินจุน
“ทีนี้มึงก็ไปเชียร์กูได้แล้วใช่ไหม”คนพี่พูดจบก็เดินจากไป
“เก็บให้กูด้วย” ยังทิ้งจานข้าวไว้ให้เก็บอีกก็เห็นอยู่ว่าเดินลำบาก
“เฮ้ย! พี่เขาเซ็นให้มึงแล้วนี่” ไม่รู้สมุดลายเซ็นตกไปอยู่ในมือเพื่อนตอนไหนแต่เพื่อความแน่ใจมินจุนจึงรีบดึงมาดู
“จริงด้วย กูไม่ถูกลงโทษแล้วเว้ย”มินจุนออกอาการดีใจได้ไม่นาน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเย็นนี้ไม่ไปเชียร์คงไม่ได้แล้วเพราะหมดทุกข้อที่จะอ้างได้มินจุนกรอกตามองบนถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือเรียวไล่เปิดกระดาษคำถามไปเรื่อยๆ‘เกิดวันที่18 สิงหา สถานะโสด’เขาพลิกไปพลิกมาอยู่หลายตลบ
“ไอ้ข้อสถานะนี่เขาถามเพื่ออะไรว่ะ”ตินโพร่งคำถามออกมาเพราะติดใจอยู่นานแล้ว คำถามนี้มันเกี่ยวกับพี่รหัสยังไงต้องรู้ด้วยหรอ
“เอ้า มันอาจจะดูเป็คำถามธรรมดานะเว้ย แต่กูว่าข้อนี้ยากสุดอ่ะบางคนนะเพื่อนสนิทแม่งยังไม่รู้เลยว่าโสดหรือเปล่า”ซีนแสดงความคิดเห็นส่วนตัวที่คิดว่าน่าจะเป็ไปได้จากประสบการณ์ทีตอบแบบสอบถามทั้งหมด
“เออว่ะ” ตินพยักหน้าเห็นด้วยกับความเห็นของซีน
“เปล่าหรอก แค่ตั้งให้มันครบสิบข้อไปงั้นเอง”พี่ไตเติ้ลที่ได้ยินน้องๆคุยกันมาั้แ่แรกตบไหล่บอกที่มาที่เป็ความจริงแก่น้องซีน แล้วก็เดินจากไปอีกคน
“กูฝากส่งด้วยล่ะกัน กูคงต้องหอบสังขารขาเดี้ยงๆไปเชียร์พี่รหัสกูแล้วละ” สีหน้ามินจุนดูไร้อารมณ์อย่างกับคนหมดอาลัยตายอยาก ให้เชียร์ก็ไปได้แหละแต่เื่เมื่อคืนยังเคืองไม่หาย เลยไม่อยากเกี่ยวข้องด้วยให้มากเกินความจำเป็แค่คิดก็เบื่อหน่ายจนไม่อยากทำอะไรแล้ว
ตกเย็นมินจุนเดินกระเผลกๆหอบสังขารมายังสนามแข่งขัน ขอบสนามเต็มไปด้วยผู้เข้าชมสาวๆไม่รู้ว่ามาชมการแข่งหรือมาชมผู้ชายกันแน่
“มินจุน ทางนี้”พี่ไตเติ้ลยืนโบกไม้โบกมือเรียกมินจุนจากขอบสนามด้านหน้า
“พี่ก็มาเชียร์เหมือนกันหรอครับ”เย็นนี้มีกิจกรรมประชุมกับเฟรชชี่ เขาจึงแปลกใจที่เห็นพี่ไตเติ้ลอยู่ที่นี่ด้วย
“รอมึงแหละ มานั่งนี่” เขานั่งลงแทนที่ของพี่ไตเติ้ลท่ามกลางเหล่าสาวสวยทั้งหลาย ที่เหมือนจะเป็กำไรก็เื่นี้
“แล้วพี่ไม่เชียร์ด้วยกันหรอ”เขาเห็นพี่ไตเติ้ลกำลังออกไปจากขอบสนามจึงเอ่ยถาม
“ไม่อ่ะ ยังไงมันก็ชนะชัวร์”มินจุนไม่ได้สนใจต่อเพราะการแข่งขันกำลังเข้มข้นและดำเนินมาจนถึงครึ่งหลังของเกมส์แล้ว
“มาช้านะมึง” พี่ธัพใช้ผ้าซับเหงื่อขณะกำลังพักเบรกบ่นอุบเมื่อรุ่นน้องมาช้า
“ดีกว่าไม่มาป่ะ”เขาคิดแล้วคิดอีกว่าจะเข้ามาดีไหมจนเสียเวลาไปค่อนข้างมากจึงมาช้าอย่างที่พี่ธัพเห็น
“มึงมาเร็วกว่านี้กูคงนำไปนานแล้ว”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ”
“ก็มึงเป็กำลังใจของกูไง”ไม่พูดเปล่าเขาใช้นิ้วเกลี่ยคางเรียวคลึงวนอยู่หลายรอบจนเป็ที่จับตามองของคนทั่งสนาม ก่อนเดินลงสนามยังส่งยิ้มแบบละลายใจให้อีกคนที่จะดิ้นตายกลับเป็สาวๆแถวนั้น มากกว่า มินจุนเพลิดเพลินกับการเชียร์อยู่ขอบสนามมากไม่เคยเกาะติดสถานการณ์การแข่งขันแบบนี้มาก่อน มันก็สนุกดีนะเกมส์ดำเนินจากแต้มเสมอเป็ธัพธัยเริ่มทำคะแนนนำขึ้นมาเรื่อยๆจนเป็ผู้ชนะในที่สุดเสียงอื้ออึงทั่วทั้งสนามแบบนี้ไม่ต้องเก่งก็ได้มั้งแค่หน้าตาดีก็มีแรงเชียร์เสียงดังจนข่มคู่แข่งให้ขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้ว
“น้องค่ะ น้องที่เป็แฟนของน้องธัพใช่ไหม”จากลักษณะการพูดเธอคนนี้น่าจะเป็รุ่นพี่ที่ตามกรี๊ดพี่ธัพ แต่ทำไมถามเขาแบบนี้ล่ะ‘อ๋อ เขาลืมเื่เมื่อวานไปเสียสนิท’มินจุนตาเบิกโพรงเมื่อนึกถึงเื่เมื่อวานเย็น
“เปล่านะพี่ ไม่ได้เป็แบบนั้น”เขาปฏิเสธเสียงแข็งกำลังจะเอ่ยความจริงแต่
“จะใช่หรือไม่ แล้วจะทำไม ห่ะ”เสียงผู้หญิงอีกคนดังมาจากอีกข้าง โดยมีเขาคั่นตรงกลางระหว่างคนสองกลุ่มล้วนเป็แฟนคลับของธัพธัยทั้งนั้น
“น้องธัพชอบใครเราก็พร้อมเชียร์ย่ะ”หญิงกลุ่มสองอีกคนกล่าวสมทบ
“น้องมินจุนก็หล่อละมุมปากอมชมพูน่าจุ๊บขนาดนี้ เหมาะสมกันดีออก” พี่สาวอีกคนของกลุ่มสอง พูดพลางบิดตัวไปดูเขินอายหนุ่มน้อยไม่แพ้กันแม้มินจุนจะดูตัวบางเมื่อเทียบกับธัพธัยแต่ก็มีความสูงไม่แพ้ใครเหมือนกันบวกกับผิวขาวโอโม่นุ่มเนียนอีกนั่นยังไม่พอต้องบุคลิกดีเบอร์ไหน ถึงใส่แค่ฟอร์มนักศึกษาธรรมดาให้ดูดีอย่างกับลูกคุณหนูที่สำคัญการแสกข้างผมแบบสายเกายิ่งกร้าวใจสาวๆมากยิ่งขึ้น
“แต่น้องเขาเป็ผู้ชายป่ะ ยังงี้ก็แปลว่าน้องธัพเป็เกย์อ่ะดิ” ผู้หญิงคนเดิมของกลุ่มแรกพูดตามความเข้าใจของตน
“เดี๋ยวนะพูดเองเออเองกันแบบนี้ แล้วจะถามผมทำไม”มินจุนเป็ผู้ถูกถามแต่พี่ๆกลับไม่รอฟังคำตอบสรุปเอาเองทั้งนั้น
“เป็เกย์แล้วไงเธอเหยียดเพศหรอ”สาวเทียมกลุ่มสองโพล่งเสียงดัง เหตุเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายแสดงกิริยาเหยียดเพศออกมาขณะที่คนสองกลุ่มทะเลาะกันอยู่นั้น ธัพธัยก็เดินเข้ามาหามินจุน
“ไปกัน”แขนใหญ่คล้องคอน้องดึงกึ่งลากออกจากวงล้อมของสาวๆ
“โอ๊ย! พี่แม่ง เจ็บ!”มินจุนโก่งตัวงอเหมือนแผลจะถูกกระแทรกทั้งที่ยังไม่หายดี
“กูขอโทษ ลืม”ธัพธัยจึงเปลี่ยนมาพยุงคนร่างโปร่งให้ค่อยๆเดิน
“ไหวไหม”เพราะอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดของน้องทำพี่เป็ห่วง
“มา ขี่หลังกู” ธัพธัยย่อเข่าลงด้านหน้าให้มินจุนขึ้นขี่หลังตน
“ผมเดินเองได้” เด็กน้อยปัดมือหนีแล้วเดินอ้อมออกไปทำคนพี่เริ่มมีอารมณ์
“จะขี่หลังดีๆหรือจะให้กูอุ้ม”มินจุนแทบไม่เหลือเวลาให้คิดพอพี่พูดจบก็ช้อนมือเข้ามาใต้ขา
“เออๆๆๆ ขี่หลัง” ต้องยอมขี่หลังด้วยจำใจเสียงหวีดดังตามท้ายมา ขนาดออกจากสนามมาแล้วยังได้ยินอยู่
“ทำอะไรของพี่ว่ะ”มินจุนไม่เข้าใจการกระทำหลายๆอย่างที่ธัพธัยปฏิบัติต่อตน
“เื่อะไร” พี่ไม่ได้แกล้งถามแต่หลายวันมานี้เขาทำอะไรไปมากมายทีเดียว บางเื่ก็ลืมไปบ้างแล้ว
“ก็บังคับให้มาเชียร์ ไหนจะแบกผมเดินรอบมอ แล้วยังไม่บอกปัดอะไรเลยทำคนอื่นเข้าใจผิดกันหมด”ทำไมต้องสร้างเหตุการณ์หลายๆอย่างให้ทุกคนเข้าใจผิด ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็อย่างนั้น
“ทำไมกูต้องอธิบายอะไรให้ใครฟัง”
“ก็ควรพูดความจริงป่ะ คนอื่นจะได้เข้าใจถูกสักที”
“แล้วยังไงคนพวกนั้นเป็พ่อเป็แม่มึงหรอ”
“ถึงไม่ใช่ แต่เมื่อกี้พี่เห็นไหม ผมแทบจะถูกทึ้งหัวแฟนคลับพี่เยอะขนาดนั้น”
“ดีแบบนี้แหละที่กู้า โคตรรำคาญตามกันอยู่ได้”
“เอาผมมากันหมาว่างั้น”
“ก็แค่ผลพลอยได้”
สองหนุ่มโต้เถียงกันมาจนถึงบริเวณจัดกิจกรรมของคณะโดยไม่ได้สนใจสายตาตามรายทางกระทั่งถูหสายตาของทุกคนทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่ที่ทำกิจกรรมกันอยู่ จ้องมาเป็ตาเดียวธัพธัยส่งมินจุนที่โต๊ะหินอ่อน น้องขาเจ็บจึงไม่สะดวกนั่งกับพื้น
“พี่เขาจัดรับน้องที่ประจวบ”ตินค่อยๆกระดึ๊บเข้าใกล้เพื่อนที่เพิ่งมาถึง กระซิบแจ้งข่าวที่เพื่อนควรรู้
“อาทิตย์หน้าแล้วนะมึง” ซีนเข้ามาสมทบอีกคนมินจุนทำสีหน้าเบื่อหน่ายเข้าไปอีกรู้สึกขยาดทะเลเต็มทน อาจเพราะเคยมีความหลังฝังใจจึงไม่อยากไปเยือนเท่าไหร่นัก
“เจอกันหกโมงเช้าขึ้นรถพร้อมกันที่หน้าคณะเรา ใครที่ได้ข้อมูลไม่ครบหรือยังไม่รู้ว่าพี่รหัสเป็ใครก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย”
“โฮ” น้องๆพร้อมเพรียงกันโห่เสียงดัง
“กิจกรรมสนุกๆก็จะมีการเล่นเกมส์ และที่สำคัญก็พิธีผูกข้อมือกิจกรรมโดยประมาณก็จะประมาณนี้ ใครไม่เข้าใจก็อ่านตามกำหนดการที่แจกหรือไม่ก็ถามรุ่นพี่ก็ได้”
“กูไปส่งเอง”เมื่อจบการประชุมธัพธัยเข้ามาประครองร่างมินจุนเขาเสนอตัวไปส่งน้องเหตุผลก็เห็นว่าน้องขาเจ็บเพราะตนจึงคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้
“แล้วผมต้องไปเลี้ยงหวานเย็นอีกไหม”ตอนเริ่มข้อตกลงพี่ก็ไม่ได้แจ้งว่าให้ทำถึงวันไหน
“ไม่ ปกติมันก็อยู่ของมันได้ จริงๆมันอยู่ตัวเดียวได้เป็อาทิตย์เลยนะแค่มีข้าวกับน้ำให้ก็พอ”
“อ่าวแล้วที่ให้ผมไปเลี้ยงมันอยู่เป็อาทิตย์นี่คือ...?”
“กูแกล้งมึงไง” คนทุกคนถึงบางอ้อก็ตอนนี้ และมินจุนเองก็ตาขวางเคืองมากแล้วด้วย
“หอใกล้แค่นี้เดินกลับเองได้”มินจุนดีดตัวขึ้นยืนสองแขนรีบคล้องคอเพื่อนรักทั้งสองออกแรงลากซีนกับตินให้เดินตาม หากช้ากว่านี้อาจถูกพี่หรหัสลากไปตามใจอีกแค่นี้ก็เป็ข่าวหน้าหนึ่งของมอแล้ว ไม่อยากมีประเด็นมากกว่านี้
“มึงเปลี่ยนไปนะ มึงดูสนใจน้องมันแปลกๆ”ั้แ่เป็เพื่อนกันมาไตเติ้ลไม่เคยเห็นธัพธัยในมุมนี้เลย เคยเอาใจใส่ใครที่ไหน
“ยังไง? กูก็เป็ของกูแบบนี้”
“แบบนี้ของมึงอะ พวกกูไม่เคยเห็น”อาร์มมีความเห็นตรงกับไตเติ้ลกล่าวสมทบ เจียเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
“อยู่ที่...กูจะใช้กับใคร”ธัพธัยทิ้งท้ายบทสนทนาไว้ซึ่งความสงสัยงงงวยของกลุ่มเพื่อน อยู่ๆกลิ่นอายความวายก็แว๊บเข้ามาในหัวทั้งสามมองหน้ากันอัตโนมัติโดยไม่ได้นัดหมาย