ั้แ่ออกจากหมู่บ้านมา ทุกคนเหมือนคอยระแวดระวังตัวมากขึ้น พูดจาน้อยลง ทำให้เซเลียกับรู้สึกอึดอัด เพาะจากที่เดินทางมาจะมีฟินน์ที่คอยป่วนด้วยตลอดเวลา แต่ตอนนี้ แหย่เท่าไหร่ก็ไม่มี ปฏิกิริยาตอบสนองเช่นเคย
“พวกนายเป็่นอะไร” เซเลียเอ่ยขึ้นหลังที่ทุกคนเงียบมานาน
‘ เห้ออออ’ ฟินน์ถอนหายใจ เสียงถอนหายใจของฟินน์กลับทำให้เซเลียยิ้มออกมา และเดินไปข้างๆขว้าคอฟินน์มาเดินด้วยกัน
“ถอนหายใจทำไม”เซเลียเริ่มวางแผนแหย่ฟินน์อีกครั้ง
“ข้าบอกเ้ากี่ครั้งแล้วว่าให้พูดแทนตัวเองว่ายังไง” ฟินน์เริ่มบ่น
‘555’ เซเลียหัวเราะ เธอจงใจให้ฟินน์ว่า
“แล้วให้พูดว่าอย่างไรน้าาาา” เซเลียมองหน้าฟินน์ หวังว่าฟินน์จะตอบโต้เหมือนเคย
‘ เห้ออออ’ ฟินน์ยังคงถอนหายใจเช่นเดิม แล้วสะบัดตัวออกจากเซเลียไป
“ไม่สำเร็จ เห้อออ” เสียงถอนหานใจคราวนี้เป็ของเซเลียเอง
“ เ้าเป็อะไร” เสียงนุ่มลึกแบบนี้เป็ใครไปไม่ได้ เรฟนั่นเองแต่นั่นแหละ เขาพูดกับเซเลียด้วยจิต ไม่มีใครได้ยินเช่นเคย แต่ไม่ทำให้เซเลียหายเหงา เซเลียไม่ตอบเสียงนั้นซ้ำยังเดินหน้าง้ำต่อไป
“นั้นไงจุดหมายของเรา” ลูคัสยกมือขึ้นชี้ไปที่ป่าที่ทอดตัวอยู่ ป่านั้นดูราวกับมีชีวิต ต้นไม้สูงหลายต้นเรียงตัวไปที่บางต้นมีเปลือกไม้ความเข้มข้นกร้านระบบควบคุมมอสสีเขียวสดอีกครั้ง บางต้นมีกิ่งก้านที่ยื่นออกมากับแขนขาของั์ เถาวัลย์เส้นยาวห้อยมาจากยอดไม้เหมือนม่านธรรมชาติที่ปิดบังสิ่งลี้ลับเสียงนกร้องแว่วก้องไปทั่วทั้งเสียงใสแจ๋วของนกขนาดเล็กจนถึงต่ำสุดของนกใหญ่ที่เหมือนจะเป็เขตแดนของมันและประสานกันราวกับเพลงจากธรรมชาติที่มีกลิ่นของป่ายิ่งมีเสน่ห์และตำนาน
"พวกเราพร้อมหรือยัง?"ลูคัสพูดเสียงหนักแน่น แสดงความตื่นเต้นในดวงตาที่มองไปยังป่าใหญ่ตรงหน้า
“พร้อม” ผู้พิทักษ์ทั้งสี่เอ่ยพร้อมกัน ในแววตาแฝงด้วยความมุ่งมั่น มีรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า ของแต่ละคนแแสดงถึงความกล้าหาญที่ซึมซับจิตใจของทั้งห้าคน
“ข้าก็พร้อมนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าเชื่อว่าทุกคนจะไม่ทอดทิ้งกันอย่างแน่นอน” เซเลียนหันไปยิ้มให้กับผู้พิทักษ์ของธอ
ทั้งหมดเดินเข้าไปในป่า ทันทีก้าวเท้าเข้าไป บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที จากความอบอุ่นของแสงแดดกับกลายมาเป็ความหนาวเย็นะเืมาแทนที่ ทันทีที่เท้าเหยียบลงพื้นดินดังกร๊อบแกร๊บอย่าง น่ากลัว อีกทั้งยังมีเสียงอะไรไม่รู้ร้องระงมแซงแซ่ไม่หมด จับไม่ได้ว่าเป็เสียงสัตว์ เสียงลม หรือเสียงใบไม้กระทบกัน บรรยายกาศทำให้เซเลียต้องเดินไปเกาะแขนเรฟ
“เ้าไม่ต้องกลัว ” เรฟเอ่ย ถึงจะบอกแบบนั้นก็ตาม บรรยากาศมันน่ากลัวยังไงอยู่ดีเซเลียสังเกตว่าทุกคนจับอาวุธกันแน่นมาก
‘ ฟิ้ว!’ เสียงดังออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมกับแหล็กแหลมขนาดเล็กพุ่งออกมาเหมือนห่าฝนก็มิปาน ทุกคนปัดป้องกันอย่างพัลวัน ตอนนี้เซเลียหลบอยู่ด้านหลังเรฟ อยู่ดีๆเหล็กแหลมนั้นก็เปลี่ยนทิศทาง จากด้านหน้ามาเป็้า
“ข้างบน!” เฟย์บอกทุกคน ตอนนี้เปลี่ยนจากการป้องกันด้านหน้าของตน มาเป็บนหัวของตนอย่างรวดเร็ว
“ทำอะไรหน่อยได้ไหม อาเธน เ้ามีเวทไม่ใช่ ใช้ป้องกันได้นี่” ฟินน์บอก
“ข้าใช้มันได้ แต่ใครจะป้องกันให้ข้า” อาเธนตอบกลับ
“ข้าเอง” เสียงนั้นพูดจบ เกิดแสงสว่างจ้าจนทุกคนต้องหลับตา
“พวกเ้าลืมตาได้แล้ว” สิ้นเสียง ทุกคนลืมตาขึ้น บรรยากาศที่เจอกลับเปลี่ยนไป จากป่าที่มีความหนาวเหน็บกลายเป็อบอุ่นอย่างน่าประหลาด เสียงน่ากลัวนั้นกับเป็เสียงนกร้องอันไพเราะ พื้นดินที่เหยียบกับกลายเป็พื้นหญ้าที่แสนที่เขียวจี นุ่มนิ่มจนน่านอนกลิ้งเลยทีเดียว เซเลียมองชายหนุ่มปริศนาที่สวมหน้ากากันั้น ตอนนี้เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเตี้ยๆห่างจากพวกเราไปเล็กน้อย เขาค่อยๆเดินลงมาหาพวกเซเลีย
“เ้าอีกแล้ว” ฟินน์ตั้งท่าจะต่อสู้อีกครั้ง ทำเอาทุกคนที่เหลือทำเช่นเดียวกัน
“นี่ ข้ามาช่วยพวกเ้า แต่ดูพวกเ้าสิ ไม่ขอบคุณซ้ำยัง เตรียมสู้กับข้าอีก ” ชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าเรฟที่ยืนบังเซเลียอยู่
“ข้าบอกพวกเ้าแล้วว่าข้าจะช่วยจัดการพวกทหารเกราะดำเอง แต่ดูท่าแล้ว พวกเ้าสู้ไม่ได้จริงๆ” ชายหนุ่มก้มตัวลงเล็กน้อย เพื่อมองหน้าเซเลียที่ยืนอยู่ด้านหลังเรฟ
‘พรึ่บ!’ ตอนนี้เรฟหายไปยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มแทนพร้อมมีเซเลียอยู่ด้านหลังเช่นเคย ชายหนุ่มหันหลังกลับ
“จุๆๆ ไม่เอาน่า ข้าแค่อยากรู้ว่านางปลอดภัยไหม” แล้วชายหนุ่มทำท่าจะเดินเข้ามาหา
“ฟิ้ว!” ลูกธนูถูกดีดออกจากแม่ของมันอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจับมันโดยไม่หันกลับไปมองด้วยซ้ำ และยังคงเดินเข้ามาหาเรฟ แต่จุดประสงค์เดินหาเซเลียมากกว่า
“เ้าหยุดอยู่ตรงในั้น อย่าเข้ามาไม่งั้นข้า…” เรฟยังพูดไม่จบชายหนุ่มสวนขึ้นมาทันที
“เ้าจะทำอะไรข้า” ทันใดนั้นเซเลียหายแวบมายืนอยู่ด้านข้างของชายหนุ่มทันที ชายหนุ่มกุมมือ เซเลีย พร้อมยกมือข้างที่กุมขึ้นเหมือนจงใจกวนประสาทเรฟ เรฟพุ่งตัวเข้าหาชายหนุ่มทันที ชายหนุ่มไม่หลบแต่กลับยืนนิ่ง แต่เป็เรฟเองที่ลอยอยู่กลางอากาศในท่าจู่โจมนั้น ขยับไม่ได้
“เ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ อย่าทำร้ายเพื่อนๆของข้า” เซเลียผลักชายหนุ่มออกทำให้เรฟหล่นลงพื้นต่อหน้า
“เ้าบอกข้าเองนะว่าให้หยุด” ชายหนุ่มเดินไปที่เนินเตี้ยๆนั้นและนั่งลงผิวปากอย่างสบายอารมณ์
“เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม เรฟ” เซเลียเข้าไปพยุงเรฟยืนขึ้น
“ข้าไม่เป็อะไร” เรฟตอบพร้อมกับใช้ตาสำรวจร่างกายของเซเลีย
“เ้าจะมองข้าอีกนานไหม ข้าไม่เป็ไร” เซเลียตอบเรฟอย่างอายๆ
“เอ่อ…ข้าขอโทษ ข้าแค่อยากแน่ใจว่าเ้าไม่าเ็” เซเลียยิ้มภายในใจรู้สึกดีที่เรฟเป็ห่วง
“เ้า้าอะไร” ลูคัสเอ่ย
“เ้าสมองเสื่อมหรือไง ข้าบอกไปแล้ว” ชายหนุ่มอดค่อนแคะลูคัสไม่ได้
“ข้าอยากรู้ว่าจุดประสงค์เ้าที่เข้ามาช่วยพวกข้าคืออะไรกันแน่” ฟินน์ถามบ้าง ชายหนุ่มไม่ตอบ กลับชี้มาทางเซเลีย
“ข้า้านาง” คำพูดของชายหนุ่มทำให้ทุกคนพร้อมตั้งท่าจะต่อสู้อีก
“พอเถอะ สู้ไปพวกเ้าก็สู้เขาไม่ได้ ” เซเลียเอ่ยพร้อมพยุงเรฟเดินมาหาผู้พิทักษ์ทั้งสี่ ที่ตอนนี้ยืนประชัดหน้ากับชายหนุ่มปริศนาที่สวมหน้ากากัสีเงินที่นั่งอย่างสบายใจ โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ซ้ำยังแสดงท่าทางยังกวนๆ ผู้พิทักษ์ด้วย
“ยังไงเ้าก็รู้คำตอบอยู่แล้ว” เฟย์เอ่ยพร้อมกับเก็บธนูไว้ด้านหลังตนเอง
“ข้ารู้..แต่ที่เ้าไม่รู้ยังมีอีกเยอะ” ชายหนุ่มเอ่ย ยังมีท่าทางกวนเช่นเดิม
“อะไรที่พวกขาไม่รู้” ฟินน์เอ่ย
“แล้วทำไมข้าต้องบอกพวกเ้า” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมลุกขึ้นยืน ผู้พิทักษ์ยังไม่ทันตั้งตัว เซเลียมายืนข้างกายชายหนุ่มอีกครั้ง
“ข้าขอยืมผู้ถูกเลือกซักเดี๋ยวนะ” ชายหนุ่มพูดจบดึงเซเลียหายไปกับตา เหลือแต่ความมึนงงไว้ให้และความโมโหให้เรฟ
“กรอด! ” เรฟกัดฟันและสายตาแดงก่ำ
“เอาล่ะ นาย้าอะไร” เซเลียเอ่ยเป็คนแรก พร้อมสะบัดมือออกจากการจับมีอของชายหนุ่ม ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย
“น้องพี่นี่นิสัยไม่เปลี่ยนเลยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นทำให้เซเลียตาค้าง จ้องหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อหู
“นายเรียกฉันว่าอะไรนะ” เซเลียถามอย่างอดสงสัยไม่ได้ที่ชายปริศนาเรียกเธอว่าน้อง
“น้องสาว” ชายหนุ่มเน้นเสียง
“ฉันเป็น้องสาวนายั้แ่ไม่ไหร่” เซเลียเอ่ย
“เป็ั้แ่เกิด” ชายหนุ่มค่อยๆถอดหน้ากากัออก เผยให้เห็นหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ผิวหน้าเนียนใส
“แต่ฉันจำได้ว่า ฉันเป็เด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ ไม่มีพี่น้องนะ” เซเลียมองหน้าชายหนุ่ม
“เราน่ะมีครอบครัว และทุกคนในครอบครัวรักน้องมาก” สายตาของชายหนุ่มแสดงถึงความจริงใจ
“อะไรนะ ครอบครัว” เซเลียไม่เชื่อหูตัวเอง เพราะั้แ่เล็กจนโต เธอเติบโตที่บ้านเด็กกำพร้ามาตลอด และเธอโชคดีมากที่มีเศรษฐีต่างชาติถูกชะตาจึงมอบทุนการศึกษาให้ จนเธอได้เรียนหนังสือจนถึงทุกวันนี้
“ใช่ ครอบครัว” ชายหนุ่มเดินเข้ามาลูบหัวเธอ เธอนิ่งเงียบด้วยความสับสนกับสิ่งที่ได้ยิน ชายหนุ่มยังคงลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
“งั้นช่วยเล่ารายละเอียดทั้งหมดมาได้ไหม” เซเลียเงยหน้ามองชายหนุ่มที่อ้างว่าเป็พี่ชายเธอ ชายหนุ่มยิ้ม
“ได้พี่จะเล่าให้ฟัง” ชายหนุ่มจับมือเซเลียนั่งลงข้าง
“แต่เดิมพวกเราเป็คนของมิติอาเคเนีย ครอบครัวเราเป็ผู้นำของมิตินั้น อืม..ถ้าจะเรียกให้น้องเข้าใจเรียกว่า มิติคู่ขนาน ”
“มิติคู่ขนานเหรอ”เซเลียถาม
“ใช่ เราน่ะซนมาก เดินไปอีท่าไหนไม่รู้เข้าไปป่าต้นกำเนิด คนทั้งครอบครัวหาเราอยู่นานจนจับสัญญาณได้ว่าน้องหลงไปในมิติโนวาเรีย เรียกง่ายๆว่าโลกมนุษย์ ที่เราน่ะอยู่ก่อนมาที่นี่ ” ชายหนุ่มไม่พูดป่าวยื่นผลไม้สีแดงคล้ายแอปเปิ้ลให้เซเลีย เซเลียรับมาอย่างว่าง่ายแล้วกัด+มัน ทำเอาชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ ด้วยท่าทางการกินของเธอที่น่าเอ็นดู เหมือนตอนเด็กที่เขามักให้ผลไม้ชนิดนี้ให้เธอ เพราะเธอชอบกินมันมากกว่าชนิดไหน
“แล้วที่นี่เรียกว่าอะไร” เซเลียพูดไปด้วยเคี้ยวไปด้วย ชายหนุ่มยิ้ม เซเลียที่เขารู้จักไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ลักษณะท่าทางเหมือนตอนเด็กไม่ผิด น่าเอ็นดูมากในสายตาและความคิดของผู้เป็พี่ชาย
“เรียกว่ากาเรีย เป็มิติแห่งแสงจันทรา” ชายหนุ่มผู้จบยื่นผลไม้ให้เซเลียอีกลูก เธอรับไว้ไม่รู้ว่าเพราะความอร่อยหรือหิวกันแน่ เธอจึงรับมาและกินอย่างเอร็ดอร่อย
“แล้วนายจับสัญญาณฉันได้ยังไง”
“ก็ตอนหลับไง ตอนหลับคนเราจิตจะนิ่งที่สุด ก่อนที่เราจะมา เราฝันเห็นพี่ไม่ใช่เหรอ” คำพูดนี้ทำให้เซเลียหยุดชะงัดหันไปมองผู้พูด
“คน..ที่...ฝันเป็นายเหรอ ม่ะ ไม่ใช่เรฟ”
‘555’ ชายหนุ่มหัวเราะออกมา
“เราคิดว่าใครล่ะ หรือคิดว่าเป็เ้านั่น 5555 เด็กน้อยเอ่ย”
“ก็คิดจริงๆนั่นแหล่ะ ใครใช้ให้คล้ายกัน แล้วไม่ไปรับล่ะ ปล่อยให้มากับผู้พิทักษ์ได้ไง”
“พี่ก็อยากไปรับเรานะ แต่ตาเฒ่านั้นชิงตัดหน้าไปก่อน ข้าแค่ไปช้านิดหน่อย”
“ชิ ! ช้านิดหน่อย กว่าจะมา ยี้!” เซเลียแลบลื้นปลิ้นตาใส่
“เอ่อน่า.. แต่พี่ก็มาแล้วนี่ไง จะกลับเลยไหมล่ะ” ชายหนุ่มยืนขึ้นปัดเศษหญ้าเศษใบไม้ที่ติดออกจากก้น
“ไม่ไปอ่ะ ถ้าไปเรฟจะทำยังไง อีกอย่างขอช่วยพวกเขาก่อนได้ไหม” เซเลียทำสายตาเว้าวอนพี่ชาย
“พี่รู้ ว่าเราอยากช่วยพวกเขา แต่พี่ไม่รู้เกี่ยวอะไรกับเ้านั่น” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม
“กะ…ก็เรฟร่ายเวทคู่รักไว้ ถ้าไปกลัวว่า…” คราวนี้เซเลียก้มหน้าดูพื้นเพื่อหลบสายตาของพี่ชายที่ พยายมมองหน้าน้องสาวตัวเองอย่างหาคำตอบ
“เราไม่ต้องกลัว ที่มิตินี้ ทำอะไรคนอย่างพวกเราไม่ได้หรอก เวทนั่นก็เช่นกัน”
“ไม่นะ ตอนที่เฟย์จะมาทำร้ายก็ถูกเวทนี้สะท้อนกลับ ”
“555 อย่างที่โลกเ้ามา เขาเรียกว่าอะไรนะ…อ๋อ! อุปทาน พวกเธอสองคนแค่รู้สึกแบบนั้น แต่ที่เฟย์กระเด็นออกมาถูกพี่ชายของเธอคนนี้ร่ายเวทใส่ ไม่ใช่เวทของเ้านั่น เข้าใจหรือยัง ” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าจะเอามือลูบหัวเซเลีย แต่เธอปัดออกทันทำให้เขางงเล็กน้อย
“มือสกปรก ปัดก้นแล้วมาลูบหัว” เซเลียบ่นเบาๆแต่ชายหนุ่มได้ยินกับอดหัวเราะออกมาไม่ได้ด้วยความไร้เดียงสาของน้องตัวเอง
“แบบนี้แล้ว เราจะทำยังไงต่อ จะกลับหรือจะช่วยพวกเขาก่อน แต่พี่บอกก่อนนะ เราน่ะเป็คนมิติอื่นอยู่ที่นี่ตลอดไม่ได้ ”
“เข้าใจ แต่..” ตอนนี้เซเลียกำลังสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรดี ทำไมคนที่ฝันกลายเป็พี่ชายตัวเอง ไม่ใช่คนที่ตัวเองชอบ แล้วทำไมเรฟถึงบอกว่าเป็เขา ทั้งๆที่ไม่ใช่ เรฟ้าอะไร แล้วท่าทีที่แสดงออกใช่ชอบเธอจริงๆหรือเปล่า
“พี่ จะไม่ห้ามฉันเหรอที่จะช่วยพวกเขา”
“ไม่ห้าม เพราะพี่รู้จักตัวเราดี ว่าตัดสินใจอะไรแล้วไม่ยอมถอยจนกว่าจะสำเร็จ”
“งั้น.. ฉันขออยู่ช่วยพวกเขาก่อน และฉันจะกลับบ้าน”
“มั่นใจนะ อย่าลืมว่ามิติของพวกเรารักษาสัจจะเป็สำคัญ เราพูดเองนะ ”
“ค่ะ” เซเลียตอบอย่างมั่นใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยพวกเขา พี่จะช่วยอีกแรง อยู่ที่บ้านไม่ได้ขยับร่างกายมานานเป็ง้อย อยู่แล้ว ”
เซเลียหัวเราะกลบเกลื่อนกับความคิดของตนยังคิดไม่ตกกับเรฟว่าเธอเองชอบเรฟ หรือแค่นึกว่าคนในฝันคือเรฟกันแน่ แต่เธอตัดสินใจแล้วว่าจบเื่นี้เธออยากกลับบ้าน ั้แ่เด็กเธอไม่เคยมีครอบครัวเลย แต่ตอนนี้มีแล้ว แล้วเื่อะไรเธอจะไม่กลับไปอยู่กับครอบครัวที่เธอไขว่ขว้ามาตลอด
“งั้นก็ตามนี้ เอาล่ะไปเจอพวกเขาได้แล้ว” ชายหนุ่มจับมือเซเลียยืนขึ้นและเข้าไปสวมกอดเธอไว้
“เ้า…ตาย!” เรฟวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มที่สวมกอดเซเลียอยู่ เธอหมุนตัวไปรับดาบที่เรฟกำลังพุ่งเข้ามา ทำให้เรฟหมุนตัวและดึงดาบกลับอย่างหวุดหวิดก่อนโดนเซเลีย
“เ้าจะบ้าก็บ้าไปคนเดียว เขาช่วยพวกเราหลายต่อหลายครั้ง เ้าควรใช้ความคิดบ้าง อย่าเอาแต่ใช้กำลัง” พูดจบเซเลียจูงมือพี่ชายเธอออกไปนั่งข้างต้นไม้ใหญ่ที่เธอออกมากับพี่เธอ
‘เ้าเป็อะไร ทำไมเ้าถึงยอมให้เขากอด’ เรฟถามด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความเสียใจ
‘แล้วจะทำไม ข้าเป็ของข้าแบบนี้ ในโลกของข้า การกอดแสดงออกได้หลายอย่างไม่จำเป็ต้องเป็คู่รักเสมอไป มีแต่เ้าต่างหากที่…’ เซเลียยังพูดไม่จบ เรฟเอ่ยขึ้น
‘ข้าผิดเอง ข้าวู่วามเอง’ เรฟพูดตัดพ้อ
‘รู้ตัวก็ดีแล้ว แล้วก็จำไว้ด้วยนะว่า ข้าไม่ใช่คนที่นี่ ข้าเป็คนมิติอื่น เมื่อทำหน้าที่สำเร็จข้าก็จะจากไป อยู่ที่มิติของข้า ’ เซเรียกัดฟันพูดทั้งๆที่ตอนนี้รู้สึกเ็ปแต่เธอต้องรีบตัดเรฟออกให้เร็วที่สุดก่อนที่จะผูกแน่นแล้วจะแก้ยาก เธอจะต้องจำไว้ด้วยเช่นกันกับคำที่เธอพูดว่าเธอไม่ใช่คนที่นี่
“น้องพี่ ไม่เป็ไรนะ อย่าร้องไห้ ถ้าเราร้องฝนจะตกแล้วคงรู้นะว่าฝนที่ตกลงมาเป็ฝนกรดเื เราจะทำให้พวกเขาลำบาก ” ไม่พูดเปล่าพี่ชายที่แสนดีเอามือเช็ดน้ำตาน้องสาวอย่างเอ็นดู เธอพยักหน้าให้กับพี่ชาย และภาพที่ผู้พิทักษ์ทั้งห้าเห็นกับกลายเป็ภาพของคนรักที่ดูแลซึ่งกันและกัน อย่างอ่อนโยน
“นั่นเ้าจะไปไหน” ลูคัสเอ่ยถามก่อนคว้าแขนของเรฟไว้ เรฟไม่ตอบแต่หยุดยืนนิ่ง ถึงไม่ตอบลูคัสก็รู้ถึงความเ็ปของเพื่อนรัก
“ข้าจะไปถามนางเอง ตกลงนี่มันเื่อะไร” เฟย์เอ่ยก่อนที่จะเดินไปหาเซเลีย
“ข้าอยากรู้ว่ามันเกิดอะไร ทำไมเ้าถึงเปลี่ยนใจมาคบกับเขา” เฟย์ถามเซเรีย
“ก็ไม่มีอะไร เฟย์เ้าควรจะคิดมากกว่าว่าเรามาถึงป่าต้นกำเนิดแล้ว ต้องไปไหนต่อเพื่อไปปลุกสัตว์ต้นกำเนิด เพื่อช่วยมิติของเ้า อย่าทำอะไรไร้สาระ” เซเรียตอบเฟย์
“โถ้ๆๆเ้า เขาใช้เวทอะไรกับเ้า เ้าถึงเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้” ตอนนี้เฟย์และเซเลียปะชันกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันไม่มีใครหลบหรือยอมกันเลยทีเดียว
“เขาไม่ได้ใช้เวทกับข้า เขาแค่เตือนข้าว่าข้าไม่ใช่คนที่นี่ เมื่อทำสำเร็จ ข้าก็จะกลับบ้านข้า ส่วนพวกเ้าก็จะได้หมู่บ้านของพวกเ้าคืน ก็กลับไปอยู่กับครอบครัวของพวกเ้า” มันเป็คำพูดที่เจ็บจิ๊ดเข้าไปในหัวใจของเซเลียเลยทีเดียว
“แล้วเรฟล่ะ เรฟร่ายเวทคนรักกับเ้า ถ้าเ้าไป เรฟจะทำอย่างไร” เฟย์ถามด้วยความเป็ห่วงเรฟ
“ข้าช่วยได้ ข้ามีเวทแก้การผูกมัดนี้ ไม่ต้องกลัวพี่ชายเ้าไม่เป็อะไร” คำพูดของชายหนุ่มทำให้ เซเรียรู้ว่าเฟย์เป็น้องสาวของเรฟถึงว่าทำไมถึงห่วงใยเรฟมากนัก แต่สร้างความแปลกใจให้กับเฟย์ที่ปิดบังเซเรียว่าทำไมชายผู้นี้ถึงรู้ได้ทั้งๆที่ไม่ใช่คนในหมู่บ้าน แม้กระทั่งเธอไม่เคยเจอเขามาก่อน
“อยากถามสินะว่าข้ารู้ได้อย่างไร ข้าบอกไปแล้วว่าข้ารู้ทุกอย่างและบอกไปแล้วว่ามีอะไรอีกเยอะที่พวกเ้าไม่รู้ ผู้พิทักษ์เอ่ย” ชายหนุ่มพูดและกระซิบบอกเซเลียเบาๆ
“พี่ไปก่อนนะ ไม่ต้องกลัวพี่จะคอยดูเราอยู่ อย่าลืมที่คุยกันไว้นะ ไปล่ะน้องสาวที่น่ารักของพี่” สิ้นเสียงชายหนุ่มหายไปกับตา
“ไปแล้วชงชื่อก็ไม่บอกจะให้เรียกว่าไง” เซเรียบ่นอุบอิบที่ชายหนุ่มหายไปยังไม่บอกชื่อตน
‘ 555 พี่ชื่อเซน น้องสาวของพี่’ เสียงลอยตามลมแฝงด้วยความอบอุ่น ในที่สุดเธอก็มีครอบครัว มีคนที่รักเธอแล้ว และสำคัญเธอมีบ้าน
“แล้วเจอกันพี่เซน ขอบคุณคะ” เซเลียตอบเสียงนั้นเบาๆ