การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 48 พูดถึงจางอี๋เหนียง

            ท่าทางของต้วนอวี้ที่ดีใจอย่างปิดไม่มิด ทำให้ต้วนชิงหมิงย่นหัวคิ้วเข้าหากัน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม “ต้วนอวี้ ทำอย่างนี้ได้ที่ไหน?”

            เด็กน้อยอึ้งไปครู่หนึ่ง

            พลันเสียงอ่อนโยนของแม่นมหนิงดังมาจากด้านหลัง

            “คุณชายใหญ่ แม้นี่จะเป็นเรือนของคุณชาย แต่เมื่อคุณหนูใหญ่มาก็ต้องทำความเคารพ ส่วนมือที่เลอะขนม ถ้าคนอื่นเห็นเข้าจะหัวเราะเยาะเอาได้เจ้าค่ะ”

            เด็กน้อยรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยน ที่แท้กฎระเบียบมีไม่น้อย

            แต่กฎย่อมเป็นกฎ เห็นใบหน้าของผู้เป็นพี่สาวในเวลานี้ละม้ายมีความโกรธแสดงออกมาชัดเจน เขาจึงยื่นขนมในมือให้กับบ่าวรับใช้ จากนั้นยกมือขึ้นมาเช็ดที่เสื้อ  แม่นมหนิงเห็นเช่นนั้นจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือที่มันของต้วนอวี้จนสะอาด พูดขึ้น

            “คุณชายใหญ่เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

            ต้วนอวี้จึงมายืนทำความเคารพตรงหน้าต้วนชิงหมิง

            “ต้วนอวี้ทำคารวะท่านพี่!”

            นางเผยรอยยิ้มจางๆ และผ่อนคลายหน้าลงยื่นมือไปจับมือของต้วนอวี้ พูดชัดทีละคำ

            “ต้วนอวี้ตามสบาย!”

            จางอี๋เหนียงได้ยินประโยคที่ต้วนชิงหมิงพูดว่า “กฎไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องรักษาไว้!”  จึงเดินตามมาที่หน้าประตูพร้อมกับใจที่เต้นแรงดัง ‘ตุบๆ’  นางกำลังคิดอยู่ว่าไปทำความผิดอะไรมาถึงทำให้ต้วนชิงหมิงพูดเหน็บแนม 

            นางเดินมาเห็นใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มของต้วนชิงหมิง พลันตกใจพูดเสียงเบา

            “ปี้เซี่ยคารวะคุณหนูใหญ่!”

            นางกำลังสั่งสอนต้วนอวี้ เมื่อเห็นจางอี๋เหนียงก็มองนิ่งๆ และพูดเรียบๆ ว่า

            พูดจบ ต้วนชิงหมิงจับมือต้วนอวี้เดินเข้าไปในห้อง

            จางอี๋เหนียงดูเหมือนแค่มาส่งขนมให้ต้วนอวี้ ทว่าต้วนชิงหมิงกลับมองว่ามาสร้างปัญหาให้ต่างหาก ต้วนอวี้เป็นคุณชายใหญ่ลูกภรรยาเอกจวนต้วน มักจะโดนหลิวหรงกับลูกสาวจ้องเล่นงานจับผิดอยู่ตลอด ถึงต่อให้ไม่มีใครจับผิด แต่การรักษากฎและมารยาทก็ยังต้องปฏิบัติต่อ

            พวกบ่าวรับใช้ต้วนอวี้ช่างไม่รู้เรื่องปล่อยให้จางอี๋เหนียงเข้าออกได้ตามอำเภอใจทำให้ต้วนชิงหมิงไม่ค่อยสบอารมณ์

            มิใช่เพียงเรื่องเดียว! ยังมีอีกเรื่องที่ต้วนชิงหมิงอยากพูดแต่ไม่อยากพูดตอนต้วนอวี้อยู่ด้วย

            บนโต๊ะในห้องที่เศษขนมกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ บนจานยังมีขนมที่เหลืออยู่อีกครึ่ง และบ่าวรับใช้คนใหม่ชื่อ ซินจู๋ กำลังทำความสะอาด เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมาจึงรีบหยุดงานในมือ ทำความเคารพพร้อมแนะนำตัวเอง

            “บ่าวชื่อซินจู๋ คารวะคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ!”

            ปีนี้ซินจู๋อายุเจ็ดปี มากกว่าต้วนอวี้แค่ครึ่งปี เป็นบ่าวรับใช้ที่ต้วนชิงหมิงตั้งใจเลือกมาให้น้องชายนางโดยเฉพาะ แม้อายุน้อยแต่มีไหวพริบปฏิภาณ สิ่งที่สำคัญคือมีใจซื่อสัตย์ต่อต้วนชิงหมิง บ่าวรับใช้ที่มีพื้นหลังขาวสะอาดไม่ด่างพร้อยควรได้มารับใช้ต้วนอวี้ นางจึงวางใจ

            ต้วนชิงหมิงมองซินจู๋ พูดเรียบ “ตามสบาย” จากนั้นจับมือต้วนอวี้ไปนั่งที่เก้าอี้ไม้พยุง

            แม่นมหนิงนำน้ำและเจ้าเจี่ยว[1]มาถูเสื้อที่เลอะเบาๆ ช่วยต้วนอวี้ล้างมือให้สะอาด จัดการเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเดินกลับไปนั่งข้างกายต้วนชิงหมิง

            ฟองนุ่มๆ ถูไปถูมาระหว่างนิ้วของเด็กน้อยทำให้เขาหัวเราะ ‘คิกคัก’ แม่นมหนิงยิ้มดีใจที่ได้เห็นเขาหัวเราะ เช็ดแต่ละนิ้วของต้วนอวี้ด้วยผ้าจนสะอาดเรียบร้อยจากนั้นเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ไม้พยุง

            ถ้วยชาที่วางอยู่บนโต๊ะถูกยกขึ้นดื่มพลางมองหน้าน้องชายตัวน้อยด้วยสีหน้านิ่งเรียบ คิดอะไรอยู่ก็สุดรู้

            ภายในห้องยังเห็นซินจู๋ยังทำความสะอาดอยู่ ซิ่วเอ๋อร์จึงเดินไปสะกิด นางเข้าใจทันทีรีบจัดการเก็บของและเดินตามออกไป

            สายตามองนิ่งไปที่แม่นมหนิงปราดหนึ่ง นางเข้าใจความหมายย่อตัวลง ครู่เดียวแม่นมก็พาต้วนอวี้ออกไปล้างมือ ไม่ลืมแง้มประตูเหลือครึ่งบาน ส่งสายตาให้ซิ่วเอ๋อร์ออกไปจากห้องเดินไปพลางชวนซินจู๋คุยไปพลาง 

            เมื่อเห็นคนในห้องออกไปหมดแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงค่อยๆ วางถ้วยชา มองไปยังจางอี๋เหนียงด้วยสายตาที่แน่นิ่ง พูดขึ้นมาเสียงเรียบ

            “อี๋เหนียงออกจากเรือนมาได้สามวันแล้วใช่หรือไม่? เมื่อไรจะไปพบท่านพ่อเล่า?”

            ในใจนางกลัวต้วนชิงหมิงต่อว่าเรื่องที่มาใกล้ชิดต้วนอวี้ คาดไม่ถึงว่าสิ่งแรกที่เอ่ยปากจะพูดถึงต้วนเจิ้ง หาใช่ต้วนอวี้ไม่... เมื่อหลายปีก่อน มีน้ำขึ้นทะลักเข้ามาทำให้จางอี๋เหนียงไม่ได้เตรียมตัวตระหนกตกใจอย่างมาก ภายใต้จิตใต้สำนึกของนางยังเห็นเงาของต้วนอวี้กำลังเล่นอยู่ จากหน้าต่างด้านนอก พลางทำท่าส่ายหน้าเล็กน้อยสลัดความคิด... ทว่าเมื่อได้ยินเรื่องเกี่ยวกับต้วนเจิ้ง นางจึงตอบว่า “เรื่องนี้... ปี้เซี่ยยังไม่ได้เตรียมตัว”

            ต้วนชิงหมิงได้ฟังขมวดคิ้วตามพลางส่ายหน้าเนิบช้า

            “ข้อแรก ท่านเป็นอี๋เหนียงของจวนต้วน ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าปี้เซี่ย ข้อสอง ท่านเป็นผู้หญิงของท่านพ่อเมื่อออกจากเรือนจึงควรไปทำความเคารพท่านพ่อ”

            สายตานางเลิกลักละม้ายไม่รู้จะทำอย่างไรดี พูดพึมพำเสียงเบา

            “ทำได้จริงๆ หรือ?”

            อี๋เหนียงคงรอให้ท่านพ่อเรียกพบ ไม่ยอมไปพบท่านพ่อเอง เพราะในใจของนางยังกลัวว่าหากต้วนชิงหมิงสู้หลิวหรงไม่ได้ จะได้ไม่เป็นการตัดทางเดินของตัวเอง

            อีกทั้งที่ยังไม่กล้าไปหาต้วนชิงหมิง เพราะอยากรอดูสถานการณ์ก่อน รอจนหาทางออกไม่ได้หรือต้วนชิงหมิงถืออำนาจอยู่ในมือแล้วถึงจะออกไปสนับสนุน

            นางเป็นคนเฉลียวฉลาด สิ่งที่น่ากลัวและกังวลเป็นเรื่องปกติที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่นางคิดไม่ถึงคือ ต้วนชิงหมิงที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เด็กสาวเก้าขวบแต่เป็นหญิงสาวที่กลับชาติมาเกิดใหม่

            ดังนั้นจางอี๋เหนียงจะต้องถูกนางลองใจสักครั้ง สาเหตุที่ต้องทำเช่นนั้นเพราะนางเคยเป็นคนข้างกายของท่านแม่ ทว่าไม่เคยทำอะไรล้ำเส้น อีกทั้งหากนางสนับสนุนหลิวหรงก็คงไม่ได้มีสภาพเหมือนตอนนี้

            แต่ตอนนี้ต้วนชิงหมิงรู้สึกโมโหนางอย่างมาก คิดว่าตัวเองฉลาดเฉลียวคิดจะเอาต้วนอวี้มาเป็นโล่กำบัง! ถ้าไม่สั่งสอนเสียหน่อยคงจะไม่ได้แล้ว!

            “ทำได้แน่นอน! ก่อนอื่นต้องทำให้ท่านพ่อสนใจและให้เห็นแต่เรื่องที่ดี  ขณะเดียวกันก็ดูเล่ห์เหลี่ยมการสู้ระหว่างหลิวหรงกับข้าว่าใครจะเป็นผู้ชนะ เพื่อที่ท่านจะได้หาที่พึ่งพิงแห่งใหม่  ถ้าด่วนตัดสินใจไปก่อนอาจจะยืนผิดข้างก็เป็นได้... อี๋เหนียง ไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าพูดมา ถูกต้องหรือไม่?”

            ทุกถ้อยทุกวาจาที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาทำให้จางอี๋เหนียงนิ่งงันพลันลิ้นพันกันจนพูดไม่ออก ไปไม่เป็น!  พริบตาเดียวมีความคิดขึ้นว่าเรื่องนี้เป็นแค่ความคิดของนางเท่านั้น หาได้เคยพูดกับใครไม่ คุณหนูใหญ่ล่วงรู้มาได้อย่างไร?

            ต้วนชิงหมิงหยักยิ้มขึ้น พูดอย่างไม่ไว้หน้าว่า

            “อี๋เหนียงไม่ได้แบบนี้มานานแล้วหรอกหรือ? แต่ละวันคอยทำขนมและเป็นห่วงเป็นใยต้วนอวี้  เหตุใดไม่รีบไปทำให้ท่านพ่อสนใจท่านโดยเร็วล่ะ?”

            ได้ฟังที่อีกฝ่ายพูด จางอี๋เหนียงขวัญหนีดีฝ่อ รีบแก้ตัวไปพัลวัน

            “ปี้เซี่ย...”

            

    ......

            [1] เจ้าเจี้ยว เป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่งคล้ายฝักถั่ว โดยเปลือกสามารถนำมาทำใช้ทำสบู่หรือทำยา


    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668