“เชิญทางนี้ค่า!! ยินดีต้อนรับนักผจญภัยหน้าใหม่ทุกท่าน พวกเรายินดีให้บริการข้อมูลสำหรับผู้เล่นใหม่ทุกคนค่า!!”
โคลนเห็น NPC สาวสวยแต่งชุดแม่บ้านสวมทับด้วยถุงน่องลายตาข่ายสีดำยืนะโเรียกผู้เล่นอยู่หน้าอาคารขนาดใหญ่
หลังจากที่ชายหนุ่มออกจากร้านชุดเกราะเขามุ่งตรงมาที่เขตอาคารให้บริการผู้เล่นหน้าใหม่ทันที ถึงแม้ระยะทางจะไกลแต่ก็ถือว่าเป็การสำรวจเมืองไปในตัว อย่างไรเสียเขาก็ต้องอยู่ที่เมืองนี้ไปอีกพักใหญ่
“สวัสดีครับผมเป็นักผจญภัยหน้าใหม่ มีคนแนะนำให้ผมมาที่นี่ ผมต้องทำอย่างไรบ้าง” โคลนตัดสินใจเดินเข้าไปขอคำแนะนำจาก NPC เพื่อที่จะได้ประหยัดเวลามากขึ้น จอนนี่เพียงบอกเขาว่าให้ลองมาที่นี่และอาจจะได้ข้อมูลที่ผู้เล่นหน้าใหม่ควรรู้ แต่ไม่ได้บอกว่าเขาต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง
ก่อนจะแยกจากกันโคลนเคยชวนพวกจอนนี่และคนอื่น ๆ ให้มาเป็เพื่อน แต่ดูเหมือนพวกที่มีประสบการณ์ในการเล่นเกมอื่น ๆ มาก่อนแล้วไม่ค่อยอยากจะมาเสียเวลากับสถานที่แห่งนี้สักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ย่านนี้ไม่ค่อยมีคนเหมือนกับที่อื่น ๆ
“สวัสดีค่า...ท่านนักผจญภัย เชิญตามฉันมาได้เลยค่า...” NPC สาวสวยตอบอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินนำเข้าไปในอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่ง เธอมีจังหวะก้าวเดินที่รวดเร็วมาก เมื่อเห็นว่าเธอเดินหายลับไปแถว ๆ บันได โคลนจึงรีบวิ่งตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อชายหนุ่มก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายของชั้นสอง ก็พบกับ NPC สาวสวยยืนส่งยิ้มให้เขาอยู่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง โคลนถอนหายใจโล่งอกพลางคิดว่าทำไมเธอต้องเดินเร็วนัก บางทีที่เธอเร่งรีบขนาดนี้อาจเป็เพราะ้าจบหน้าที่ผู้นำทางให้เร็วที่สุด และจะได้กลับไปทำหน้าที่เรียกลูกค้าของเธอต่อ
“เชิญเข้าไปด้านในเลยค่า...” NPC โบกมือต้อนให้เขาเข้าไปด้านในห้องราวกับโบกกำลังรถ
เมื่อโคลนเดินเข้าไปด้านใน ก็พบกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยอีกคน ที่ยืนประจำเคาน์เตอร์อยู่
“เชิญที่เคาน์เตอร์เลยค่ะ ท่านนักผจญภัย” เธอเรียก
“สวัสดีครับ” โคลนเดินมาที่เคาน์เตอร์และเอ่ยทักทาย
“สวัสดีค่ะ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วขอทราบชื่อนักผจญภัยด้วยค่ะ”
“Clone ครับ”
เธอใส่ชื่อของโคลนลงไปก็ปรากฏข้อมูลต่าง ๆ ของชายหนุ่มบนภาพสามมิติตรงหน้า เธอตรวจสอบข้อมูลของโคลนอยู่พักหนึ่งก่อนจะกล่าวบางอย่างออกมา
“ผู้เล่นโคลน ยังไม่ได้บันทึกจุดเกิด เลเวล 7 และยังไม่สามารถรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพได้” เธอทวนข้อมูลที่ได้จากหน้าจอสามมิติ “ก่อนอื่นรบกวนให้นักผจญภัยวางมือลงบนหินบันทึกจุดเกิด เพื่อบันทึกจุดเกิด หากนักผจญภัยเสียชีวิตหลังจากนี้เลเวลจะลดลง 5 หน่วยและถูกส่งกลับมายังเมืองเรนเดียร์ หินนี้เป็หินชนิดเดียวกันกับหินก้อนใหญ่ที่อยู่ตรงลานกลางเมือง” พูดเสร็จเธอก็ผายมือไปยังหินทรงกลมด้านข้าง
ถึงแม้โคลนจะรู้ตัวดีว่าถ้าเขาตายขึ้นมา นอกจากจะไม่ถูกส่งกลับมาที่เมืองและยังจะหายไปตลอดกาล แต่เขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย
“บันทึกจุดเกิด เมืองเรนเดียร์ เสร็จสิ้น” เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นในหัว
“เรียบร้อยแล้วครับ” โคลนบอกกับ NPC สาวตรงหน้า
“ขั้นต่อไปเราจะบอกข้อมูลพื้นฐานที่พูดเล่นควรทราบไว้ เริ่มจาก...” เธอเริ่มบอกข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ออกมายาวเหยียด
“ข้อต่อไป...ข้อมูลค่าสถานะ
ค่า STR ช่วยเพิ่มพละกำลังของร่างกาย ส่งผลต่อพลังโจมตี และการแบกรับน้ำหนัก
ค่า AGI ช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วของร่างกาย ส่งผลต่อความรวดเร็วในการโจมตีและการเคลื่อนไหว
ค่า VIT ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย ส่งผลต่อค่า Max HP พลังป้องกัน และค่าความเหนื่อยล้า
ค่า INT ช่วยเพิ่มพลังเวทมนตร์ ส่งผลต่อพลังโจมตีทางเวทมนตร์ และ Max MP
ค่า LUK” ช่วยเพิ่มโชค ส่งผลให้ผู้เล่นได้รับตัวเลือกที่ดีกว่าผู้อื่นในการสุ่มทุกรูปแบบอย่างมีนัยสำคัญ”
“ข้อต่อไป...ข้อมูลผลลัพธ์จากการเสียชีวิต
ข้อที่หนึ่ง ทันทีที่ผู้เล่นเสียชีวิต เลเวลจะลดลง 10% จากที่มีอยู่ เช่น หากผู้เล่นเสียชีวิตขณะเลเวล 50 เมื่อฟื้นขึ้นมาผู้เล่นจะมีเลเวล 45
ข้อที่สอง กรณีที่ผู้เล่นสังหารกันเอง ผู้สังหารจะได้รับค่าประสบการณ์เพียง 20% ที่มีอยู่ของผู้ถูกสังหารเท่านั้น”
“และข้อสุดท้าย...ข้อมูลอาชีพ ผู้เล่นสามารถรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพได้ที่อาคารให้บริการผู้เล่นหน้าใหม่เมื่อมีเลเวล 10 ขึ้นไป โดยเรามีประเภทของอาชีพทั้งหมดห้าประเภท ได้แก่...
ประเภทที่หนึ่ง ไฟต์เตอร์ ประกอบไปด้วยอาชีพพื้นฐานอย่าง นักรบ และอัศวิน
ประเภทที่สอง เมจิกเชี่ยน ประกอบไปด้วยอาชีพพื้นฐานอย่าง ผู้ใช้ธาตุ และผู้ใช้เวทมนตร์
ประเภทที่สาม โรก ประกอบไปด้วยอาชีพพื้นฐานอย่าง นักฆ่า
ประเภทที่สี่ เรนเจอร์ ประกอบไปด้วยอาชีพพื้นฐานอย่าง ฮันเตอร์
ประเภทที่ห้า เคลริค” ประกอบไปด้วยอาชีพพื้นฐานอย่าง นักบวช
อาชีพเหล่านี้เป็เพียงแค่อาชีพพื้นฐานเท่านั้น ในจำนวนประเภททั้งห้านี้จะมีอาชีพพิเศษซ่อนอยู่มากมายภายในโลกของ The World Must Survive หากผู้เล่นสามารถค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่และปลดล็อกเงื่อนไขได้ก็จะได้รับอาชีพพิเศษเ่าั้ไป”
“โอ้... มีอาชีพพิเศษด้วยหรือ ฟังดูน่าตื่นเต้นจัง ว่าแต่อาชีพแต่ละประเภทมันต่างกันอย่างไรพอจะบอกได้ไหม” โคลนถาม
“แน่นอนค่ะ ยินดีเป็อย่างยิ่ง” NPC สาวพูดอย่างกระตือรือร้น
“หมวดอาชีพไฟต์เตอร์มีความเชี่ยวชาญในการโจมตีทางด้านกายภาพและพลังป้องกันที่สูง อาชีพนักรบจะมีทักษะเสริมพลังด้านการโจมตีเป็ส่วนใหญ่ ต่างกับอาชีพอัศวินที่จะมีทักษะเสริมพลังด้านการป้องกัน ข้อควรระวัง ถึงแม้อาชีพนักรบและอัศวินจะมีพลังป้องกันและการโจมตีที่สูงก็ตาม แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาก็เชื่องช้าเช่นกัน”
“หมวดอาชีพเมจิกเชี่ยนมีความเชี่ยวชาญในการโจมตีประเภทเวทมนตร์ที่รุนแรง อาชีพผู้ใช้ธาตุสามารถหยิบยืมพลังจากธาตุต่าง ๆ ภายในโลกของ TWMS มาใช้งาน ส่วนอาชีพผู้ใช้เวทมนตร์สามารถหยิบยืมพลังของเผ่าผู้วิเศษมาใช้งานได้ ข้อควรระวัง ถึงแม้อาชีพประเภทเมจิกเชี่ยนจะมีระยะการโจมตีที่ไกลและกว้างมากก็ตาม แต่พลังป้องกันของพวกเขาก็ต่ำมากเช่นกัน”
“หมวดอาชีพโรกมีความเชี่ยวชาญในด้านการหลบหลีกและความคล่องตัวสูง อาชีพนักฆ่าจะมีทักษะเสริมพลังในด้านการลอบสังหาร ข้อควรระวัง ถึงแม้อาชีพนักฆ่าจะมีความสามารถในการสังหารศัตรูอย่างรวดเร็วก็ตาม แต่พลังป้องกันของพวกเขาก็ต่ำเช่นกัน”
“หมวดอาชีพเรนเจอร์มีความเชี่ยวชาญในด้านการโจมตีระยะไกล อาชีพฮันเตอร์มีทักษะเสริมพลังในด้านการโจมตีที่รวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถค้นหาตำแหน่งของศัตรูได้จากระยะไกล ข้อควรระวัง ถึงแม้อาชีพฮันเตอร์จะมีระยะการโจมตีที่ไกลมากก็ตาม แต่หากถูกศัตรูเข้าประชิดตัวได้ก็จะตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบทันที”
“หมวดอาชีพเคลริคมีความเชี่ยวชาญในการฟื้นฟูและสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม อาชีพนักบวชมีทักษะเสริมพลังในด้านการสนับสนุนและช่วยเหลือ ข้อควรระวังถึงแม้อาชีพนักบวชจะมีทักษะสนับสนุนตนเองหรือเพื่อนร่วมทีมก็ตาม แต่พวกเขาก็ขาดทักษะในการโจมตีเช่นกัน”
NPC สาวสวยอธิบายยาวเหยียดจนโคลนได้แต่ทำหน้ามึนงงกับข้อมูลที่ไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
“เอิ่ม...แล้วอย่างผมควรเปลี่ยนเป็อาชีพอะไรดี” โคลนถาม
“ผู้เล่นควรจะตัดสินใจเลือกอาชีพด้วยตนเองนะคะ แต่ถ้าหากผู้เล่น้าความช่วยเหลือ ทางเรามีระบบช่วยประเมินอาชีพที่เหมาะสมให้กับนักผจญภัยโดยการเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่ามีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยนะจ๊ะ” NPC สาวตอบร่าเริง สีหน้าของเธอดูมีความสุขมากที่ได้ให้บริการผู้เล่น
“เท่าไหร่ครับ” โคลนลองถามดู หากไม่แพงมากเขาอาจจะยอมจ่าย เพราะเขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะเปลี่ยนเป็อาชีพอะไรดี บางทีการเข้ารับการทดสอบก็อาจจะเหมาะสมกว่าสุ่มเลือกมั่ว ๆ
“ค่าบริการ 100 โกลด์ค่ะ” NPC สาวเอียงคอชูนิ้วชี้ราวกับโพสท่าถ่ายรูป
“พรวด!!”
“นะหนึ่งร้อย ไม่แพงไปหน่อยเหรอครับ” โคลนบ่นอิดออด
“เงินหนึ่งร้อยถือว่ามากสำหรับนักผจญภัยหน้าใหม่ก็จริง แต่ถ้าเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ก็ถือว่าถูกมากทีเดียวค่า!” NPC สาวตอบอย่างฉะฉานราวกับท่องบทนี้ไว้อยู่แล้ว
โคลนเปิดหน้าต่างช่องเก็บของขึ้นมาเพื่อเช็กเงินที่มีก่อนจะถอนหายใจอย่างเสียดาย
‘ฉันมีเงินเหลืออยู่ 158 โกลด์ หากจ่ายค่าทดสอบไปก็จะเหลือเพียง 58 โกลด์เท่านั้น หวังว่าคงจะพอค่าเช่าห้องพักนะ’ คิดได้ดังนั้นโคลนก็ตอบตกลงทันที NPC คลี่ยิ้มก่อนจะพาชายหนุ่มไปยังห้องทดสอบที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์
โคลนยืนอยู่กลางห้องสีขาวที่มีขนาดเท่าสนามบาสเกตบอล ในมือถือแท่งโลหะสีดำยาวสองฟุต ระหว่างที่เขาหมุนควงมันไปมาเพื่อทำให้คุ้นชินกับขนาดและน้ำหนัก เสียงจากระบบก็ดังขึ้น
“การทดสอบจะเริ่มต้นในอีกสิบวินาที และจะจบลงเมื่อเป้าทั้งสิบบนร่างกายของคุณถูกััโดน”
สิ้นเสียงปริศนาเป้าวงกลมสีแดงขนาดเท่ากำปั้นก็ปรากฏขึ้นรอบ ๆ ตัวของชายหนุ่ม
“ขอให้นักผจญภัยสนุกกับการทดสอบ”
“สิบ เก้า แปด เจ็ด... สาม สอง หนึ่ง”
“วิ้งงง ฟุบ”
จู่ ๆ ก้อนแสงสีเขียวขนาดเท่าผลมะม่วงปรากฏขึ้นกลางอากาศและพุ่งเข้าใส่โคลนทันทีที่การนับถอยหลังจบลง แต่ชายหนุ่มเพียงขยับเท้าขวาไปด้านหลังและเบี่ยงตัวหลบการโจมตีไม่สะทกสะท้าน
ในห้องทดสอบนี้ค่าสถานะทุกอย่างของผู้เล่นจะถูกลดลงเหลือเพียงแค่หนึ่ง ดังนั้นความสามารถทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องสี่เหลี่ยมนี้คือศักยภาพของผู้เล่นล้วน ๆ และผลของการกระทำในห้องนี้จะถูกวิเคราะห์โดยระบบและประเมินออกมาว่าอาชีพพื้นฐานใดที่เหมาะสมกับผู้เล่นมากที่สุด
“วิ้งงง ฟุบ”
“หืม...ก็ไม่ยากเท่าไหร่นี่” โคลนใช้เท้าซ้ายเป็จุดหมุนและเบี่ยงตัวหลบอีกครั้ง
“วิ้งงง ฟุบ ๆ”
ถึงแม้ลูกบอลแสงจะเพิ่มขึ้นเป็สองลูกในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน แต่นั่นก็เพียงแค่บังคับให้เขาต้องขยับเท้าขวาให้ไวขึ้นเท่านั้น
สามนาทีผ่านไป โคลนยังคงหลบลูกบอลแสงได้อย่างง่ายดาย เขาแทบไม่ต้องขยับทางซ้ายด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงอาวุธโลหะสีดำในมือที่ไม่เคยได้ทำหน้าที่ของมัน
“ให้ตายเถอะ ถ้าฉันจะแพ้เกมนี้ก็คงเป็เพราะว่าฉันเผลอหลับไปแน่ ๆ” โคลนบ่นอย่างเซ็ง ๆ เขาเริ่มรู้สึกเสียดายเงินจำนวนหนึ่งร้อยโกลด์ที่จ่ายไป
“วึงงง ฟุบ ๆ”
เหมือนกับเ้าบอลแสงเ่าั้ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มผมสีเทา จากเดิมที่มันเคยปรากฏห่างออกไปสิบห้าเมตรก่อนจะพุ่งเข้าหาตัว ก็ขยับเข้ามาเป็สิบเมตร โคลนที่ไม่ทันได้ระวังตัวก็ต้องรีบยกโลหะยาวสองฟุตขึ้นมาป้องกันไว้
“เคร้ง!”
บอลแสงถูกผ่าออกเป็สองท่อนก่อนจะหายไปราวกับอากาศ แต่โลหะที่โคลนถือไว้กลับมีความผิดปกติเกิดขึ้น มันค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างจนกลายเป็คทาโลหะสีดำยาวหนึ่งเมตร โดยไม่ทราบสาเหตุเขารับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ตนเองสามารถหยิบยืมพลังจากธาตุทั้งสี่มาใช้งานได้
“ฮ่า ๆ เวทมนตร์หรือ น่าสนใจจริง ๆ” โคลนหัวเราะออกมาด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เขารับรู้ถึงการคงอยู่ของเวทมนตร์ในร่างกาย ความรู้สึกราวกับตอนที่เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ และเก็บสะสมมันเอาไว้ในร่างกาย โคลนลองจินตนาการว่าค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจนั้นออกมา พริบตาก็ปรากฏบอลเพลิงขนาดเท่าผลแตงโมบนคทาโลหะที่เขาถืออยู่
“วิ้งงง ฟุบ”
“ตูม!”
บอลแสงและบอลไฟเข้าปะทะกันก่อนจะะเิหายไปทั้งคู่ พริบตาต่อมาคทาโลหะขนาดหนึ่งเมตรก็ถูกย่อขนาดให้เล็กลงและมีความยาวเพียงแค่หนึ่งฟุต
“วิ้งงง ฟุบ ๆ”
บอลแสงสีเขียวทั้งสองหยุดเคลื่อนไหวและลอยค้างกลางอากาศขณะที่มันอยู่ห่างจากชายหนุ่มเพียงแค่ห้าเมตร
“ตูม!”
โคลนบังคับให้บอลแสงหยุดเคลื่อนไหวจากนั้นก็ควบคุมให้มันพุ่งชนกันเอง จนะเิหายไปพร้อมกับความรู้สึกของพลังเวทมนตร์ในร่างกาย แท่งโลหะเปลี่ยนรูปร่างอีกครั้ง ตอนนี้มันมีลักษณะคล้ายมีดสั้นขนาดหนึ่งฟุตที่มีน้ำหนักเบาและกะทัดรัด
“วิ้งงง ฟุบ ๆ”
บอลแสงสองลูกพุ่งออกมาพร้อมกันโดยมีเป้าหมายที่จุดวงกลมสีแดงที่แขนซ้ายและขวาของเขา โคลนไม่ได้รอตั้งรับเหมือนก่อนหน้า ร่างสูงพุ่งเข้าหาบอลแสงทั้งสองอย่างรวดเร็วก่อนจะะโม้วนตัวกลางอากาศ จังหวะที่บอลแสงเ่าั้พุ่งผ่านร่างกายของโคลนไป เขาจึงตวัดมีดโลหะกลับหลังเพื่อตัดพวกมันออกเป็สองส่วนก่อนที่เท้าจะััพื้นอีกครั้ง
“วิ้งงง ฟุบ ๆ”
ยังไม่ทันได้พักหายใจบอลแสงชุดใหม่ก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง ร่างสูงตีลังกากลับหลังเพื่อรักษาระยะห่าง เมื่อเท้าััพื้นมีดโลหะในมือก็เปลี่ยนเป็คันธนูขนาดใหญ่ จังหวะที่โคลนง้างคันศรลูกธนูก็ปรากฏขึ้นราวกับเวทมนตร์ เขายิงออกไปสองดอกติด ๆ
“ฟุบ ๆ ตูม!”
ถึงแม้ไม่ได้โดนกลางเป้าพอดีเป๊ะ แต่มันก็สามารถเบี่ยงวิถีของบอลแสงทั้งสองจนไปชนกับกำแพงด้านข้าง
“วิ้งงง ฟุบ ๆ”
ธนูยาวเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็คทายาวอีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่นราวกับถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นในจิตใจ
“เพิ่มความเร็ว”
ทันทีที่ะโขึ้นแสงสีเขียวจาง ๆ ก็ปกคลุมร่างกายของโคลน ร่างกายของเขาเบาหวิวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เพียงะโครั้งเดียวร่างกายก็ถอยออกมาถึงสามเมตร
“บาเรีย”
วัตถุสี่เหลี่ยมโปร่งใสปรากฏขึ้นด้านหน้าของโคลนก่อนที่บอลแสงจะเข้าปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่น แรงะเิอยู่ห่างออกไปเพียงแค่หนึ่งฟุตแต่โคลนกลับไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ แม้แต่ปลายผม
เมื่อเวลาผ่านไปบอลแสงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนโคลนไม่สามารถยืนอยู่กับที่ได้อีกต่อไป เขาเริ่มใช้ทุกวิถีทางเพื่อป้องกันและทำลายบอลแสงเ่าั้ ั้แ่ หลบ สกัด ปัดป้อง ทำลาย และวิ่งหนีไปรอบ ๆ ห้องอย่างต่อเนื่องไม่ได้หยุดพัก
เขาเริ่มรู้สึกสนุกและมีความสุขไปกับพวกมัน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็เพราะเขาสามารถท้าทายขีดความสามารถของตนเองได้โดยไม่ต้องเอาชีวิตเป็เดิมพันเหมือนที่ผ่านมา
ก่อนที่โคลนจะเข้ารับการทดสอบ เขาได้ถามเกี่ยวกับความเสี่ยงของการทดสอบครั้งนี้กับ NPC สาว คำตอบที่ได้รับจากเธอคือค่าความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในห้องสีขาวนี้จะเป็ศูนย์ นั่นเท่ากับว่าแม้เขาจะถูกบอลแสงอัดเข้าเต็มแรง แต่ร่างกายของเขาก็จะไม่มีวันได้รับความเสียหายใด ๆ ความปลอดภัยที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิตนี้ทำให้ชายหนุ่มปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมาอย่างอิสระ เขาไม่กลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไป เมื่อไม่กลัวความผิดพลาด เขาจึงไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้ง ระยะเวลาในการทดสอบได้ดำเนินไปถึงสามสิบนาทีแล้ว แต่เป้าสีแดงทั้งสิบทั่วร่างกายยังคงสะอาดไร้ฝุ่นเกาะเช่นเดิม
โคลนเริ่มคุ้นชินกับการสลับสับเปลี่ยนไปมาของอาวุธแต่ละชนิดแล้ว เขาถึงขั้นที่ฟาดคทาไปด้านหน้าเพราะรู้ว่ามันต้องเปลี่ยนเป็ดาบในวินาทีต่อไป หรือแม้แต่การถือมีดสั้นในท่าเตรียมยิงธนู การเตรียมการล่วงหน้าของเขาส่งผลให้โคลนจัดการบอลแสงได้ไวขึ้น เมื่อเขาจัดการบอลแสงได้ไวขึ้นก็จะมีเวลาเตรียมตัวเพื่อรับมือกับบอลแสงลูกต่อไปเพิ่มขึ้น นี่ทำให้เขารับมือกับพวกมันง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่ต้องวิ่งไปทั่วห้องให้เปลืองพลังงานเหมือน่แรก ๆ ตอนนี้โคลนกลับมาใช้พื้นที่ในการเคลื่อนไหวไปมาเพียงแค่สองเมตรรอบตัวเท่านั้น
“ฟุบ...ฟุบ...ฟุบ...ฟุบ...ฟุบ...”
คนอัจฉริยะหน่วงเวลาการทำลายบอลแสงออกไป เขารอให้พวกมันเข้ามาพร้อมกันถึงห้าลูกจากนั้นจึงฟาดดาบเป็วงกลม
“ตูม!!” บอลแสงทั้งห้าลูกถูกผ่าออกเป็สองส่วนในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
“สนุกดีแฮะ ถือว่าคุ้มค่ากับหนึ่งร้อยโกลด์ที่เสียไป” โคลนสนุกกับการทดลองอะไรแปลก ๆ จนเขาลืมไปแล้วว่าเป้าหมายที่แท้จริงในการเข้ามาในห้องนี้คืออะไร
“ฉันจะลองหลบการโจมตีเพียงอย่างเดียวบ้าง” โคลนคิดได้ดังนั้นก็ถือมีดโลหะโดยเอาด้านปลายแหลมเก็บเข้าหาตัวและเคลื่อนตัวหลบอย่างเดียว สองนาทีแรกเขาใช้พื้นที่ในการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นเป็สามเมตรรอบตัว และเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งฟุตในทุก ๆ หนึ่งนาที เมื่อผ่านไปสิบนาทีพื้นที่ที่เขาใช้ก็เริ่มคงที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอีกต่อไป
“ฮ่า ๆ ๆ สนุก! สนุกจริง ๆ ! ฉันเริ่มติดใจห้องนี้แล้วสิ” โคลนะโออกมาอย่างร่าเริง เขาดีใจทุกครั้งที่ประสบความสำเร็จในการท้าทายขีดความสามารถของตนเอง ตอนนี้สมองของเขาว่างเปล่าสุด ๆ เื่กังวลใจใด ๆ ที่เคยมีถูกโยนทิ้งไปหมดสิ้น หรือจะพูดให้ถูกคือเขาต้องใช้สมาธิทั้งหมดไปกับเ้าบอลแสงเ่าั้ จนไม่มีเวลาเหลือพอที่จะไปคิดถึงเื่อื่นได้อีกต่อไป ร่างกายของเขาขยับเคลื่อนไหวออกไปโดยสัญชาตญาณอย่างแท้จริง
แต่ในขณะที่โคลนกำลังเพลิดเพลินอยู่นั้นเอง ที่มุมหนึ่งของห้องทดสอบเกิดชั้นอากาศที่บิดเบี้ยวอยู่ชั่วครู่ ไม่นานก็ปรากฏเป็หุ่นกระบอกไร้หน้าตารูปร่างมนุษย์ขนาดสองเมตร พริบตาที่มันยกคทาในมือขึ้นเกิดเป็ดวงไฟขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งเมตรจนอุณหภูมิในห้องทะยานขึ้นสูง
“ฟู่...” เสียงเผาไหม้ของอากาศดังสนั่นทั่วห้องจนโคลนต้องหันไปมอง
“อะไรวะนั่น!!”