นางรวบรวมความกล้ายื่นมือออกไปคว้าแผงคอม้าและจับอานไว้แน่น แต่เพียงแค่พยายามจะยกเท้าขึ้นเหยียบโกลน ขาของนางก็กลับดูไร้เรี่ยวแรงสิ้นดี นางพยายามเขย่งตัวและยกขาขึ้นให้สูงที่สุด แต่เท้ากลับพลาดเป้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างเล็กๆ ถลาล้มลงไปกองกับพื้นอยู่หลายรอบ
เสียงหัวเราะเยาะหยันจากเหล่าสาวใช้รุ่นพี่ดังแว่วอยู่ด้านหลัง นางได้แต่กัดริมฝีปากจนห้อเื ความอัปยศพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอแต่ไม่ยอมหลั่งน้ำตา
เด็กสาวเงยหน้าสบตากับม้าศึกตัวโตที่ดูเหมือนจะมองกลับมาด้วยสายตาดูแคลนเช่นกัน แล้วรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ถีบตัวขึ้นจากพื้นดินอย่างสุดกำลัง!
“สำเร็จแล้ว!” อี้ชิงสหายใหม่รุ่นพี่ของนาง ะโดังลั่นด้วยความดีใจกับความสำเร็จของสหายรุ่นน้อง
“ก็แค่เหยียบโกลนได้เท่านั้น จะดีใจอะไรนักหนา” ลี่จงเบ้ปากอย่างดูแคลน
“เ้าพูดถูก นางก็แค่เหยียบโกลนถึง เอาไว้นางเหยียบหัวเ้าเมื่อใด ข้าจะหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปากเลย นั่นจึงจะสาแก่ใจกว่าใช่หรือไม่!” อี้ชิงหันไปโต้ตอบ
เสียงกลั้นขำดังขึ้นมาจากด้านหลัง ลี่จงทำเสียงฮึดฮัดอยู่ในจมูก แต่นางก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำต่อหน้าผู้ฝึกสอนและกู้ซานที่เฝ้ามองอยู่ไม่ไกล
“พวกเ้าเงียบปากไปเลย ระวังตัวให้ดีเถิด!”
หลังจากสอดเท้าเข้ากับโกลนได้สำเร็จ มู่อันหรานก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีปีนป่ายขึ้นบนหลังม้าราวกับลูกลิงที่พยายามไต่ขึ้นสู่ยอดไม้สูง
ร่างเล็กของนางตะเกียกตะกายพาดผ่านแผ่นหลังกว้างของม้าศึกอย่างทุลักทุเล ก่อนจะฝืนทรงตัวนั่งลงบนอานได้สำเร็จ ทว่านั่นกลับเป็เพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง
ทัศนียภาพเบื้องล่างที่ดูห่างไกลทำให้หัวใจของนางวูบโหวงด้วยความหวาดเสียว ขาของนางสั้นเกินกว่าจะหยั่งถึงโกลนทั้งสองข้างให้มั่นคงได้ ส่งผลให้เท้าทั้งสองข้างลอยเคว้งคว้างอย่างไร้ที่ยึดเหนี่ยว
ยามที่ม้าศึกเริ่มขยับกายสะบัดตัว ร่างของนางก็กระดอนขึ้นลงราวกับตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ที่ไส้ในรุ่ยขาด นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้ต้นขาหนีบสีข้างม้าไว้สุดกำลัง การเสียดสีซ้ำๆ ตรงจุดเดิมนั้น ทำให้ผิวบอบบางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความแสบร้อนราวกับิัถูกไฟลวก
"อึก!" นางกัดฟันสะกดกลั้นเสียงคราง เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมเข้าตาจนแสบพร่า แต่นิ้วมือกลับยิ่งกำบังเหียนแน่นขึ้น
ทว่าม้าศึกตัวโตกลับไม่ยอมให้สตรีตัวน้อยควบคุมมันได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น มันชูคอขึ้นสูงก่อนจะสะบัดกายอย่างแรงและออกวิ่งตะบึงไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน
แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้ร่างเล็กลอยสูงขึ้นบนอากาศก่อนจะร่วงหล่นลงมาอย่างแรง โชคดีที่ตรงนั้นมีกองฟางวางสุมอยู่นางจึงไม่ได้รับาเ็รุนแรงนัก
พอเมื่อถึงคราวยิงธนู ความทรมานยิ่งทวีคูณ คันธนูที่ทำจากไม้เนื้อแข็งและเอ็นสัตว์นั้นหนักอึ้งและตึงเปรี๊ยะ นางต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อรั้งสายธนูให้ขยับ จนนิ้วมือถลอกปอกเปิกเืไหลซึม
ในขณะที่คนอื่นยิงลูกศรแหวกอากาศเข้าเป้าไปอย่างง่ายดาย แต่นางกลับทำได้เพียงส่งลูกศรให้ปักลงบนพื้นหญ้าห่างจากเป้าไปหลายสิบก้าวอย่างน่าอนาถ
“สาวใช้คนนั้นน่ะ! มานี่” เสียงเรียกทุ้มต่ำและทรงพลังดังมาจากกู้ซาน องครักษ์ผู้มีใบหน้าแข็งดุจหินสลัก
มู่อันหรานสะดุ้งสุดตัว นางพยายามประคองร่างกายที่บอบช้ำเดินตรงไปยังชายร่างั์อายุราวสามสิบปีที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่
“เรียกข้าหรือเ้าคะ?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
กู้ซานก้มลงมองเด็กสาวตัวเล็กที่ใบหน้าและแขนขามีรอยเขียวช้ำอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะนิ้วมือที่มีเืไหลซึมออกมาจากการดึงสายธนูเมื่อครู่ สายตาของเขาเ็าไร้ซึ่งความสงสาร
“จากนี้ไปเ้าไม่ต้องโผล่หน้ามาที่ลานฝึกนี้อีก ร่างกายของเ้ายังไม่พร้อม เกะกะทางวิ่งม้าและเสียเวลาคนอื่นไปเปล่าๆ”
มู่อันหรานตาเบิกกว้าง รีบเอ่ยปากขอร้องทันที “ให้โอกาสข้าอีกสักครั้งเถิดเ้าค่ะ รอบต่อไปข้าจะยิงให้ถึงเป้าให้ได้ ข้าจะไม่ทำให้ใครต้องเสียเวลาแน่นอนเ้าค่ะ!”
“ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นขายของของพวกเด็กน้อย! เ้าฝึกไปก็ไร้ประโยชน์ กลับไปเย็บผ้า วาดภาพ หรือร่ายรำเอาใจหมัวมัวเสียเถิด นั่นคือทางเดียวที่เด็กอย่างเ้าจะทำได้!” กู้ซานตอบกลับอย่างไม่ไยดี
เด็กสาวอ้าปากตั้งท่าจะประท้วงต่อ แต่กลับถูกสายตาห้ามปรามของอี้ชิงและชุนหลิงขัดไว้เสียก่อน นางจึงได้แต่ก้มหน้าคอตก ยอมเดินถอยออกมา
“เขาคือกู้ซาน หนึ่งในสี่คนสนิทของเหวินอ๋อง คำสั่งเขาก็ไม่ต่างจากคำสั่งท่านอ๋อง เ้าอย่าได้คิดฝ่าฝืนเป็อันขาด” อี้ชิงกระซิบเตือนเสียงเครียด
มู่อันหรานหันกลับไปมองแผ่นหลังที่ตั้งตระหง่านของกู้ซานอีกครั้ง นางมีโอกาสแสดงฝีมือต่อหน้าคนระดับแกนนำของจวนอ๋องแล้วแท้ๆ แต่นางกลับดูไร้ความสามารถและกลายเป็เพียงตัวตลกในสายตาเขา
“ไม่ต้องเสียใจไป ระหว่างนี้เ้าก็ไปฝึกทักษะด้านอื่นให้ชำนาญแทนก็ได้นี่ ขอเพียงเ้ามีความสามารถโดดเด่นเื่ใดสักเื่ก็น่าจะพอเลื่อนขั้นไปได้" อี้ชิงปลอบ
“พิณข้าก็ไม่ชำนาญ ลำพังทักษะการเขียนพู่กันกับวาดภาพของข้า จะใช้ประโยชน์อันใดได้เล่าพี่อี้ชิง คนอื่นก็กำลังฝึกหนักอยู่เช่นกัน ข้าจะไปสู้ผู้ใดไหว”
“เ้าดูถูกตัวเองเกินไปแล้ว อายุเ้ายังน้อยนัก มีเวลาอีกตั้งมากที่เ้าจะฝึกฝนให้มีความสามารถเหนือผู้อื่น ขอเพียงเ้าขยัน วันหนึ่งเ้าจะได้เลื่อนขั้นแน่ๆ”
มู่อันหรานรู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกตามคำปลอบนั้น ด้วยวัยเพียงสิบสามปี นางยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการฝึกฝนเมื่อเทียบกับสาวใช้คนอื่น
ดูอย่างลี่จงที่วัยล่วงเข้าสู่ปีที่ยี่สิบเอ็ด ซึ่งนับว่าเป็่สุดท้ายของความรุ่งโรจน์ในฐานะบ่าวรับใช้ เพราะเป็ที่รู้กันดีว่าเหวินอ๋องโปรดปรานให้สตรีรอบกายเป็เพียงดรุณีแรกรุ่น หากลี่จงยังไม่อาจเลื่อนขั้นได้ในเร็ววัน นางย่อมหมดวาสนาที่จะเติบโตในจวนอ๋อง และคงหนีไม่พ้นต้องถูกขายออกไปเพื่อตัดภาระค่าใช้จ่ายของจวนตามระเบียบ
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
"ดีมาก แล้วอย่าลืมที่ข้าบอก อย่าทำตัวโดดเด่นนัก แค่ได้เลื่อนขั้นไปอีกขั้นชีวิตของพวกเราก็ไม่ลำบากแล้ว”
เด็กสาวพยักหน้ารับฟังคำแนะนำของสาวใช้รุ่นพี่อย่างว่าง่าย แต่ดวงตากลับฉายแววดื้อรั้น
…
เมื่อถึงวันที่ต้องฝึกการวาดภาพ มู่อันหรานตวัดปลายพู่กันอย่างละเมียดละไม ภาพที่ปรากฏบนกระดาษหาใช่ทิวทัศน์ดาษดื่น แต่เป็ภาพใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งที่มีลายเส้นคมชัด ดวงตามีชีวิตชีวาจนแทบจะหลุดออกมาจากแผ่นกระดาษ
“วาดภาพใบหน้าคนได้สมจริงถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เสียงของเจิ้งหมัวมัวดังขึ้นข้างกาย นางพิจารณาน้ำหนักลายเส้นที่สะท้อนถึงอารมณ์ของบุคคลในภาพอย่างพอใจ
เด็กสาวมิได้ก้มหน้าหลบสายตาผู้อื่นอีกต่อไป ในใจของนางเต็มไปด้วยไฟแห่งการดิ้นรน หากนางไม่โดดเด่น นางย่อมไร้ตัวตน และหากไร้ตัวตน นางย่อมไม่มีวันตามหาความจริงเื่ครอบครัวหรือแม้แต่เื่ของพี่สาวหลินฮุยได้
“รับนี่ไปสิ” เจิ้งหมัวมัวยื่นพู่กันด้ามใหม่ที่ทำจากไม้เนื้อดีและกระดาษอีกปึกหนึ่งให้นาง
“นี่คือรางวัลของเ้า นำกลับไปฝึกฝนที่เรือนพักให้ดี ข้าหวังว่าจะได้เห็นความก้าวหน้าที่ดียิ่งขึ้น”
มู่อันหรานรับพู่กันและกระดาษด้วยความดีใจจนเผลอยิ้มกว้างออกมา
นางโค้งกายคำนับขอบคุณเจิ้งหมัวมัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประคองพู่กันและกระดาษไว้แนบอกราวกับว่ามันเป็สมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต ในหัววาดฝันถึงอนาคตที่สดใสจนลืมสังเกตสายตาอาฆาตริษยาที่จ้องมองตามหลังมาเป็พรวน
ค่ำคืนนั้น ภายในเรือนพักที่ต้องอาศัยรวมกันห้าคน ท่ามกลางเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเพื่อนร่วมห้องที่เข้าสู่ห้วงนิทรา มู่อันหรานยังคงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง นั่งดื่มด่ำความสุขจากการััเนื้อกระดาษชั้นดีจนกระทั่งความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ จึงได้เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อยแล้วล้มตัวลงนอนพร้อมรอยยิ้มจางๆ