นกกางปีกกระพือบิน เพียงครู่เดียวก็ลงที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งในหุบเขา บนต้นไม้มีระฆังสีดำใหญ่เด่นชัด
“หลางอี๋” เซี่ยเหยียนเห็นหมาป่าสีเทาที่นอนอยู่บนกิ่งไม้ทันทีที่ลงมาจากหลังนก ตัวของมันเล็กเป็พิเศษ ต่างจากเวลาปกติที่ตัวโตดูเกรงขาม
“ท่านหมอ” หมาป่าเทาส่ายหางเดินเข้ามาใกล้
หลางอี๋เป็ปีศาจหมาป่าที่บำเพ็ญอยู่บนเขาเฟิ่งหวง แม้ว่าจะบรรลุปัญญา แต่ก็ยังแปลงร่างไม่ได้
“พ่อเ้าล่ะ” หลางอี๋อายุยังน้อย พ่อหมาป่ายังไม่วางใจจึงคอยไปไหนมาไหนด้วยตลอด
หลางอี๋ยกอุ้งเท้าขึ้นชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ “ปีนต้นไม้อยู่ขอรับ”
เซี่ยเหยียนและคนอื่นเงยหน้าขึ้นมอง เหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างกิ่งไม้ของต้นไม้สูงใหญ่ ต้องดูอย่างละเอียดถึงจะมองออกว่าเป็คน ถ้าจะพูดให้ถูกควรต้องพูดว่าปีศาจที่แปลงร่างเป็คน
เซี่ยเหยียนเลยได้แต่พาทุกคนปีนขึ้นหลังนกอีกครั้งแล้วพูดขึ้น “พ่างหลาน ขึ้นไป”
พ่างหลานคือชื่อที่เซี่ยเหยียนตั้งให้นกั์
“ขอรับ”
“พ่อหมาป่า ฮวาเดี๋ย เฉี่ยนหลี เฟยเฟย…” ล้วนเป็ปีศาจที่เซี่ยเหยียนคุ้นเคยดี เพียงแต่ว่าก็ตัวหดเล็กลงเหมือนกับเขา
“นั่นท่านหมอ” ฮวาเดี๋ยะโ
“ผู้รับใช้หลินอิ่ง”
“ท่านนั้นดูเหมือนจะเป็…องค์รัชทายาท?” เฉี่ยนหลีพูดด้วยความไม่แน่ใจ
“คงไม่มั้ง ท่านหมอกับองค์รัชทายาทเป็คู่ปรับกันนี่ จะมาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร”
“เ้าไม่เคยเจอองค์รัชทายาทเสียหน่อย”
เหล่าปีศาจถกเถียงกันไปต่างๆ นานา
เซี่ยเหยียนะโไปในระหว่างแมกไม้ด้วยท่วงท่าสบายๆ ก่อนถามขึ้น “พวกเ้าทำอะไรกัน”
“หาท่านน่ะสิ” พ่อหมอป่ากล่าว
“ทำไมไม่ไปบ้านข้าเล่า” เซี่ยเหยียนแปลกใจ
ที่นี่คือจุดที่เซี่ยเหยียนเอาไว้ใช้กระจายข่าว ถ้ามีเื่สำคัญเขาก็จะตีระฆังบนต้นไม้เรียกให้เหล่าปีศาจมารวมตัวกัน
พ่อหมาป่ายิ้มขมขื่น “พวกเราก็อยาก แต่ไปไม่ได้ก็เลยอยากจะลองเคาะระฆังว่าจะเรียกท่านมาได้ไหม”
“ไปไม่ได้?”
“อืม” ฮวาเดี๋ยชี้ไปทางบ้านของเซี่ยเหยียน “เหมือนว่าจะมีม่านอาคม พวกเราไปไม่ได้ แล้วพลังยังโดนสะกดอีก”
เซี่ยเหยียนขมวดคิ้ว ในใจเริ่มรู้สึกตงิดๆ ว่าเื่นี้ไม่ชอบมาพากล
“ลงไปกันก่อนเถิด ข้ามีอะไรจะถามพวกเ้า” เซี่ยเหยียนพูด
“หา? พวกเราปีนมาทั้งคืนถึงจะขึ้นมาได้” เฉี่ยนหลีบ่น จากนั้นก็ทำตัวอ่อนพิงแนบไปกับกิ่งไม้ราวกับไร้กระดูก
“อย่าพูดมาก” คนที่พูดคือเฟยเฟย “ท่านหมอมาหาเราต้องเป็เื่ที่เราตัวเล็กลงแน่”
“เอาเถอะ อยู่ตรงนี้ก็เหมือนกัน” เซี่ยเหยียนรอจนพวกเขาปีนลงต้นไม้อีกไม่ไหว เขาส่งสัญญาณให้หลินอิ่งเอาหนูตายตัวนั้นออกมา “พวกเ้ารู้จักมันไหม”
เหล่าปีศาจต่างมุงเข้ามาจากนั้นก็ส่ายหน้า
“ฝานอวี้ล่ะ” เซี่ยเหยียนถาม ฝานอวี้ก็คือปีศาจหนูที่เขาเคยช่วยไว้
“ไม่เห็นเลย” ฮวาเตี๋ยกล่าว
พ่อหมาป่ากลับขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น “ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินมาว่าเขาจะเดินทางแสวงบุญ คงจะออกจากเขาเฟิ่งหวงแล้ว”
“งั้นพวกเ้าเจอผีที่ไหนไหม หรือกลิ่นอายของผี”
เหล่าปีศาจก็ยังคงส่ายหน้า
เซี่ยเหยียนหงุดหงิด “เื่ผิดปกติล่ะ”
ปีศาจทุกตนมองไปทางนกั์อย่างพร้อมเพรียง
เซี่ยเหยียน “?”
“เขาน่ะแปลกมาก” พ่อหมาป่ากล่าว “ั้แ่เย็นวาน ข้าเห็นสัตว์ ปีศาจทุกตัวตัวเล็กลงหมด เขากลับไม่เป็อะไร ไม่แปลกหรือ”
ปีศาจตนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย
นกโดนทุกคนมองจนถอยหลังโดยไม่รู้ตัวและพูดเสียงค่อย “ข้า…ข้าก็ไม่รู้ ข้าเพิ่งจะบรรลุปัญญา…”
เซี่ยเหยียนขมวดคิ้วครุ่นคิด
ทันใดนั้น เสียงเล็กแหลมก็ดังมาจาก้า
เซี่ยเหยียนได้ยินก็ต้องขนลุก เพราะนั่นคือเสียงร้องของหนู
ทุกคนเงยหน้า แนวรำไรในแมกไม้เขียวมีหนูตัวโตโผล่หัวออกมา ตาทั้งสองฉายแสงสีแดง
“ฝานอวี้นี่” พ่อหมาป่าพูด “เขา…เป็อะไรไป”
“พวกเ้ารีบหนีเร็ว” เซี่ยเหยียนพูดเสียงจริงจัง ท่าทีของฝานอวี้ไม่ชอบมาพากล “พ่างหลาน”
“ขอรับ” พ่างหลานไม่ได้นึกถึงความสงสัยที่มีต่อเขาเมื่อครู่ บินไปสามรอบถึงพาปีศาจทั้งหมดลงมาจนครบ
“ฝานอวี้” เซี่ยเหยียนเรียกชื่อของเขา
หนูตัวโตกลับเหมือนไม่ได้ยิน ร้องเสียงจิ๊ดๆ ยกกรงเล็บปีนลงมาตามแนวกิ่งไม้
“ท่าทางแบบนี้เหมือนหนูตายตัวนั้นเลย” หนานเหอเอ่ย “คงจะโดนกลิ่นไอของผีครอบงำ”
“แต่ว่าข้าััถึงไอผีไม่ได้เลย” เซี่ยเหยียนเอ่ย
“เป็ผีที่ร้ายกาจ” หลินอิ่งพูด
“จะรับมืออย่างไร” อู๋เฟิงถาม
เซี่ยเหยียนไม่ได้ตอบ มือขวายกขึ้น กลีบดอกไม้บนไหล่บินออกไปทันที
กลีบดอกไม้ซ้ายขวาข้างล่ะกลีบ ฉวัดเฉวียนไปในอากาศ แล่นไปที่หัวของฝานอวี้
หนูตัวโตเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาเผยแววโหดร้าย แยกเขี้ยว กลีบดอกไม้สองกลีบ ลอยมาเรียงกันเป็ระเบียบอยู่เบื้องหน้าเขา จากนั้นก็วนเป็วงกลมแล้วลอยกลับมา ก่อนจะหายไปในผมของเซี่ยเหยียน
“เขาปฏิเสธการตรวจของข้า” เซี่ยเหยียนกล่าว จากนั้นก็หันไปพูดกับองค์รัชทายาทและคนอื่น “พวกเ้าก็ลงไปเถอะ เป้าหมายเขาคือข้า”
“ไม่” หลินอิ่งปฏิเสธ “ข้าเป็ผู้รับใช้ของท่าน ต้องคุ้มครองท่าน”
หนานเหอกลับยกมุมปาก “เ้าจะสละตัวเองปกป้องพวกเราหรือ พ่อพระจริง”
ประชดประชัน!
น่าหงุดหงิดชะมัด!
“พวกเ้าอยากจะตายกัน ข้าก็ไม่ห้าม” หน้าของเซี่ยเหยียนบึ้งตึง
อู๋เฟิงรีบยกมือ “ข้าไม่อยากตาย ข้าจะลงไป”
เซี่ยเหยียนพูดอย่างอ่อนโยน “เด็กดี” จากนั้นก็ยื่นมือผลักออกไปเบาๆ อู๋เฟิงเสียหลัก ร่วงตกลงมาจากต้นไม้ทันที