บทที่25. ไฟฟ้ากับที่ดินทำกิน
เื่ที่บ้านสามเซียวซื้อรถมอเตอร์ไซค์เป็เื่ให้พูดถึงกันทั่วหมู่บ้านไปจนถึงหมู่บ้านข้างเคียงเลยด้วยซ้ำตอนที่คนในบ้านใหญ่เซียวได้ยินและยังได้รับคำยืนยันจากสะใภ้ใหญ่อย่างซูหงที่ได้เห็นกับตามาแล้วว่าคือเื่จริงก็ยิ่งพากันใมาก
ก่อนนี้คุณพ่อและคุณแม่เซียวเองก็เป็กังวลที่ลูกชายและลูกสะใภ้สามซื้อรถมอเตอร์ไซค์มาเพราะคงต้องใช้เงินเยอะมากแต่พอคิดได้ว่าเงินที่ซื้อคงเป็เงินชดเชยที่ได้มาจากการาเ็ในหน้าที่ทำภารกิจอีกอย่างเวลาลูกสามของเธอไปหาหมอในเมืองก็จะได้ไม่ลำบากด้วยคุณแม่เซียวจึงไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาอีกนั้นยิ่งทำให้สะใภ้รองอย่างลู่ฉิงที่คิดว่าแม่สามีจะต้องเข้าไปด่าว่าคนบ้านสามถึงที่บ้านถึงกับหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจนับวันจิตใจของสะใภ้รองก็ยิ่งไม่อาจกักเก็บความอิจฉาเอาไว้ได้แล้วจริงๆ..
ผ่านไปหลายวันแล้วชาวบ้านก็ยังไม่หยุดพูดถึงเื่รถมอเตอร์ไซค์เลยมีคนมาด้อมๆ มองๆแถวหน้าบ้านเผื่อว่าจะได้มองเห็นรถมอเตอร์ไซค์จะได้เอาไปพูดได้ว่าเคยเห็นมาแล้วด้วยตาตัวเองยังดีที่ไม่ถึงกับบุกเข้ามาในบ้านเพราะถึงแม้ว่าชาวบ้านจะเข้าใจว่าเซียวฉิงเฟิ่งพิการแต่ยังไงเขาก็คือทหารทหารที่เคยต่อสู้และฆ่าศัตรูของประเทศมาแล้ว พวกเขาเลยไม่กล้าที่จะล้ำเส้นมากเกินไปนั้นเองส่วนตูตูกับไคไคไม่ยอมไปไหนพวกเขาเอาแต่เดินวนเวียนรอบๆ รถกันทั้งวัน
“ฮรี่ฮรี่ ฮรี่/ ฮิ ฮิ ฮิ” เดินวนแล้วก็ยิ้มกว้าง ตาก็โค้งเป็รูปจันทร์เสี้ยวพร้อมหัวเราะเสียงตลกๆกันด้วยแต่มันก็น่ารักมากในความรู้สึกของซีอิน
“ชอบมากเลยหรอตูตูไคไคหื้มม”
“ตูตูชอบมากเยยคับแม่”
“ไคไคชอบรถเพราะมันเร็วมากคับฮิ ฮิ”
“แต่แม่ว่าตอนนี้อากาศหนาวนะตูตูกับไคไคเข้าบ้านมาเล่นของเล่นกันดีกว่า”
“ของเย่น/ของเล่น”เหมือนถูกคำว่าของเล่นดึงสติได้เ้าหัวผักกาดยอมล่ะสายตาออกจากรถมอเตอร์ไซค์แล้ววิ่งเข้าไปหาพร้อมกอดขาแม่คนละข้างทั้งยังแหงนหน้าขึ้นมองเอาคางแปะที่ขาแม่อย่างอ้อนๆ ด้วย
“ตูตูหยักเย่นคับ”
“ไคไคก็หยักเล่นคับ”
“งั้นเข้าบ้านกันพ่อรอเล่นกับตูตูไคไคอยู่นะ”
“คับ/คับ”ทั้งสองพยักหน้าไปมาก่อนเดินตามหลังแม่เข้าบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านที่ตอนนี้ซีอินเอาพรมขนนุ่มๆอุ่นๆออกมาปูที่พื้นหน้าเตียงเตาจากนั้นก็เอาโต๊ะญี่ปุ่นทรงกลมออกมาวางไว้ตรงกลางพร้อมหมอนอิงใบใหญ่หลายใบส่วนบนโต๊ะก็มีจิ๊กซอร์รูปสัตว์ต่างๆ วางไว้อยู่
ตูตูและไคไคจ้องของที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยแววตากลมโตวาววับฉายความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
“ของเย่นหยอ”
“น่าจะใช่นะ”
“อันนี้คือจิ๊กซอว์เล่นแบบนี้จ้ะ ซีอินนั่งลงบนพื้นพรมจากนั้นก็พาลูกๆ และสามีเล่นต่อจิ๊กซอว์กันเมื่อทั้งสามคนเริ่มเล่นเป็แล้วก็เริ่มสนุกกับการหาชิ้นส่วนของภาพมาต่อกันเธอจึงลุกขึ้นแล้วออกไปที่ครัวเพื่อชงนมอุ่นๆ และโกโก้ร้อนๆมาให้ทั้งสามคนดื่มด้วยกัน...
เช้าวันต่อมาทางฝ่ายผลิตเรียกประชุมคนทั้งหมู่บ้านเพื่อแจ้งข่าวสำคัญให้คนในหมู่บ้านได้รับรู้
“เอาล่ะเื่ที่จะแจ้งวันนี้มีสองเื่ด้วยกันเื่แรกคือจะมีคนของหน่วยงานรัฐมาตั้งเสาไฟและเดินสายไฟฟ้าให้ใครที่้าให้มีไฟฟ้าใช้ในบ้านก็มาลงชื่อกับเลขาธิการปิง”
“แล้วแบบนี้พวกเราต้องเสียเงินด้วยหรือเปล่าล่ะครับหัวหน้าฝ่ายผลิต”มีคนที่สนใจแต่ก็อยากรู้เื่ค่าใช้จ่ายก่อนอยู่ด้วย
“ก็ต้องจ่ายตามการใช้งานจริงๆ”หัวหน้าฝ่ายผลิตตอบตามความจริงที่ได้รู้มา
“แบบนั้นฉันไม่เอาหรอกมันสิ้นเปลืองเกินไปมีแค่ตะเกียงก็พอแล้ว”
“นั้นสิๆ”
ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มาต่างก็คิดเห็นไปในทางเดียวกันเพราะไม่อยากจากเงินแลกกับการใช้ไฟจึงพากันส่ายหัวกันเป็แถว
“เอาล่ะใคร้าก็มาลงชื่อส่วนใครไม่้าใช้ก็ไม่ต้องลงเื่นี้ไม่ได้บังคับเื่ต่อไปเป็เื่สำคัญมากนั้นคืออีกไม่นานจะมีการจัดสรรแบ่งปันที่ดินทำกินให้ชาวบ้านกันใหม่และจะไม่มีระบบแปลงนารวมอีกแล้วนะ”สิ้นเสียงของหัวหน้าฝ่ายผลิตก็เกิดเป็เสียงฮือฮาขึ้นมา แตกตื่นกันไปหมดเพราะหากไม่มีระบบแปลงนารวมแล้วพวกเขาจะทำยังไงล่ะ
“ต่อไปเมื่อได้ที่ดินแล้วก็ทำนาปลูกข้าวปลูกธัญพืชได้เหมือนเดิมแล้วเอามาขายให้ฝ่ายผลิตจะมีหน่วยงานที่รับซื้อของจากแต่ละหมู่บ้านอยู่เงินที่ได้ก็ถือว่าเป็ของครอบครัวนั้นๆ ไป”
การเปลี่ยนแปลงนี้นับเป็การเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวบ้านในยุคนี้อย่างแท้จริงจึงทำให้ชาวบ้านต่างยังรู้สึกตั้งตัวไม่ทันกันท่ามกลางเสียงชาวบ้านที่คุยกันดังอื้ออึงเซ็งแซ่ ซีอินก็ลอบยิ้มมุมปากอย่างดีใจ
‘เริ่มแล้วสินะการเปลี่ยนแปลงก้าวแรกของประเทศ’
และเมื่อกลับมาถึงบ้านซีอินก็เล่าเื่นี้ให้สามีฟังทันที
“ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ประเทศมีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้จริงๆ”ฉิงเฟิ่งพึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ยังมีเื่ที่น่าใกว่านี้อีกมากมายเลยค่ะคุณรอดูได้เลย” ซีอินพูดขึ้นมาจนฉิงเฟิ่งเริ่มอยากรู้มากขึ้นทันที
“อย่างเช่นเื่อะไรบ้างครับ”ถามพร้อมมุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นมาอย่างเอ็นดูกับท่าทางเหมือนอยากจะเล่าของภรรยา
“ก็อีกไม่นานจะมีการฟื้นฟูการสอบเกาเข่าเพื่อรับนักศึกษาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยยังไงล่ะคะแล้วก็การค้าขายจะเปิดให้ทำได้อย่างเสรีมากขึ้นผู้คนจะร่ำรวยมากขึ้นจากการค้าขายค่ะมีครอบครัวหนึ่งหมื่นหยวนเกิดขึ้นมาด้วยนะคะจะมีการลงทุนและติดต่อกับชาวต่างชาติมากขึ้นด้วยค่ะประเทศเราจะเจริญและพัฒนาไปไกลเลยเชียวค่ะ”ซีอินพูดออกมาอย่างเร็วรัวเลยทีเดียว
“จริงหรือครับ”ฉิงเฟิ่งได้ฟังก็ใมากตอนแรกไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นได้แต่หากเป็อย่างที่ภรรยาบอกจริงๆ มันก็คือเื่ที่ดีมากเลยทีเดียว
“จริงสิคะสามีคุณก็รอดูได้เลย”
“แล้วคุณคิดอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยมั้ยครับ”
“ฉันคิดว่าจะไปสอบเทียบให้จบม.ปลายก่อนค่ะส่วนเื่เรียนต่อมหาวิทยาลัยฉันยังไม่คิดฉันอยากหาเงินมากกว่าค่ะ”ไม่ใช่เธอไม่รักเรียนแต่เธอไม่ได้คิดว่าจะต้องทำงานมีตำแหน่งในพรรคหรือหน่วยงานรัฐเพราะยุคนี้จบม.ปลายก็นับมีความสามารถและหางานดีๆได้แล้วอีกอย่างเธอถนัดงานแปลงานเขียนหนังสือเพราะเป็งานที่เธอทำในชีวิตก่อนที่จะมาที่นี่เธออาจจะกลับไปทำงานด้านนี้อีกครั้งก็ได้เพราะงานแบบนี้สามารถทำอยู่ที่บ้านอยู่กับครอบครัวได้ด้วย เธอไม่อยากทิ้งลูกๆและสามีไปเรียนหลายๆปีหรอกนะ
“หากคุณอยากเรียนผมจะสนับสนุนคุณเองครับและก็จะอยู่บ้านเลี้ยงลูกๆ รอคุณกลับมาเอง” ฉิงเฟิ่งพูดอย่างหนักแน่นอย่างจริงใจ
“คิก”ซีอินหลุดหัวเราะออกมาเธออดที่จะรู้สึกเอ็นดูท่าทางกับคำพูดนั้นที่ของสามีไม่ได้จริงๆเขาพูดเหมือนเป็ภรรยาที่เลี้ยงลูกๆ อยู่บ้านรอสามีกลับมาหาอย่างนั้นแหละ
“ขำอะไรครับผมพูดจริงๆนะ” เขาอุตส่าห์พูดด้วยความจริงจังแต่ภรรยากลับหัวเราะเสียได้คิดแล้วก็หน้าแดงขึ้นมา
“ฉันไม่ยอมไปไหนไกลๆแล้วปล่อยให้คุณกับลูกๆ อยู่กันตามลำพังหรอกค่ะตูตูกับไคไคออกจะน่ารักคุณก็ออกจะแสนดีขนาดนี้ ฉันต้องอยู่ใกล้ๆเข้าไว้ถึงจะดีค่ะ”มือบางที่ยืนมาบีบแก้มสามีไปมาอย่างมันเขี้ยวก่อนจะปล่อยมือแล้วเดินเข้าครัวเพื่อทำไก่ทอดให้ตูตูกับไคไคกิน
ฉิงเฟิ่งมองตามร่างภรรยาตาปรอยตอนนี้เธอผอมลงอีกแล้วยิ่งผอมก็ยิ่งสวย ผิวก็ขาวผุดผ่องเนียนนุ่มที่รู้ว่านุ่มเพราะตูตูกับไคไคชอบมากระซิบที่ไม่เหมือนกระซิบบอกเขาทุกวันว่าแม่ตัวหอมมากตัวนุ่มมากคิดไปแล้วเธอที่ดีแบบนี้สวยขนาดนี้เขาเองก็ไม่อยากให้เธอไปไหนไกลตาเขาเหมือนกันคิดแล้วก็ผุดยิ้มออกมาที่มุมปาก
“พ่อออตูตูก็ไม่ไปคับ” หลังจากภรรยาเขาเดินออกไปเพียงครู่เดียวเ้าหัวผักกาดที่นอนหลับอยู่กับกองหมอนและผ้าห่มอยู่บนพื้นพรมข้างๆ เขาอยู่ๆก็ผุดลุกขึ้นมานั่งตาปรือหัวหูยุ่งเหยิงไปหมดพูดขึ้น
“จะไปหนายกันหยอ”ไคไคเองก็ลุกมานั่งข้างๆจนพุงย่น ถามทั้งที่ยังไม่ยอมลืมตาด้วยซ้ำ
“ไม่ยู้ ตูตูง่วง”
“อืมไคไคจะนอนแล้วนะ”
“อืมนอนเตอะ”
ถามกันเองตอบกันเองเสร็จก็ซุกหัวลงกับหมอบใบใหญ่แล้วนอนกลางวันกันต่อท่ามกลางสายตาที่แสนอบอุ่นอ่อนโยนของคนเป็พ่ออย่างฉิงเฟิ่งที่มองดูเ้าแฝดนอนขดตัวอยู่ข้างๆเขา มือหนาจึงเอื้อมไปลูบหัวกลมๆ ทั้งสองอย่างเบามือ
ซีอินลงชื่อเพื่อขอใช้ไฟฟ้าแล้ว อีกทั้งเธอยังแนะนำแม่สามีว่าต่อไปหมู่บ้านจะต้องพัฒนาขึ้นอีกอย่างแน่นอนดังนั้นควรจะมีไฟฟ้าไว้ใช้ยามค่ำคืนจะได้สว่างโล่งดีด้วย ส่วนทางบ้านเดิมของเธอนั้นแม่หลินก็ตัดสินใจติดตั้งไฟฟ้าด้วยเหมือนกันโดยที่เธอไม่ต้องโน้มน้าวอะไรเลยเพราะพี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองของเธอต่างก็เห็นด้วยว่าควรคิดตั้งไฟฟ้าใช้กันอยู่แล้ว
ใช้เวลาในการติดตั้งและเดินสายไฟไม่นานก็เรียบร้อยตอนนี้ยามค่ำคืนบ้านไหนที่ขอใช้ไฟฟ้าก็สว่างโล่งไม่ต้องคอยใช้ตะเกียงหรือเทียนไขอย่างที่เคยอีกแล้ว
“มีไฟฟ้าแล้วนี่ดีจริงๆเลยนะคะ ดีที่เราเชื่อน้องสะใภ้สามนะคะคุณแม่”ซูหงเอ่ยขึ้นมาตอนที่กำลังจัดวางอาหารลงบนโต๊ะเพื่อกินข้าวเย็นกัน
“นั้นสิ”คุณแม่เซียวเองก็เห็นด้วย
“เฮอะ!ดีมันก็ดีอยู่หรอกค่ะ แต่ต้องมานั่งจ่ายค่าไฟฟ้าตลอดนี่สิบ้านเราไม่ได้มีเงินเดือนเหมือนน้องสะใภ้สามเสียหน่อย”สะใภ้รองพูดพร้อมแบะปากน่าเกลียดออกมา
“ถ้าคุณยังพูดแบบนี้ก็ไม่ต้องใช้ไฟอีกอย่างหน้าที่ทำงานหาเงินก็เป็ผมกับพี่ใหญ่อยู่แล้วพวกผมยังไม่บ่นส่วนคุณที่วันๆไม่เห็นทำอะไรนอกจากออกไปจับกลุ่มกับเพื่อนขี้นินทาของคุณก็ไม่มีสิทธิ์พูดเื่นี้เหมือนกัน”เขารู้ดีว่าภรรยาเขานั้นไม่อยากทำงานและอิจฉาน้องสะใภ้สามมากแค่ไหนที่ไม่เคยต้องทำงานในแปลงนาเลยแต่สถานการณ์ของน้องสะใภ้สามนั้นต่างกันเพราะก่อนนี้น้องชายเขาเป็ทหารมีเงินเดือนดังนั้นน้องสะใภ้สามไม่ต้องทำงานก็ได้แถมตอนนี้เธอยังได้ทำงานมีเงินเดือนที่ฝ่ายผลิตอีกต่างหากเื่นี้ภรรยาเขาก็รู้ดีแต่ก็ยังคิดไม่ได้อยู่อีก
“นี่คุณกล้าว่าฉันขนาดนี้เลยหรอค่ะ”
“ลู่ฉิงตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายแล้วคุณควรรู้จักปรับปรุงนิสัยตัวเองบ้างจะมาทำตัวแบบเดิมไม่ได้อีกแล้วนะ”เมื่อถูกสามีว่าให้แบบนั้นคนที่ไม่ยอมให้ใครมาสั่งสอนได้ง่าย ๆ แม้อีกฝ่ายจะเป็สามีของเธอเองก็ตามก็สะบัดหน้าหนีแล้วเดินจากไปทันทีพร้อมคิดว่าหากเธอเจอทางที่ดีกว่าเธอจะไม่ยอมทนอยู่แบบนี้แน่..
หน้าหนาวเข้ามาแล้วเวลาเดินออกมานอกบ้านก็จะถูกลมหนาวพัดโชยมาต้องกายและหิมะแรกก็เริ่มร่วงหล่นจากท้องฟ้าพาให้ผืนดินสีน้ำตาลแดงและต้นหญ้าเล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่บนดินทั่วทุกพื้นที่เต็มไปด้วยสีขาวโพลนของหิมะที่ตกใส่
“ตอนนี้ปวดแผลหรือเปล่าคะฉิงเฟิ่ง”
“ไม่เลยครับยาของคุณดีมาก”
“ดีแล้วค่ะแต่ถ้าปวดต้องรีบบอกฉันนะคะ”่นี้เธอจะหมั่นดูแลเื่สุขภาพของเ้าหัวผักกาดน้อยและสามีมากเป้นพิเศษเพราะหน้าหนาวปีนี้หนาวมากเลยทีเดียว
“ได้ครับ”
“หลังจากหมดหนาวพอโรงเรียนเริ่มเปิดปกติฉันว่าจะเข้าไปขอสอบเทียบให้จบม.ปลายนะคะ” ตอนนี้โรงเรียนในเมืองอำเภอปิดหมดเพราะหิมะตกหนัก
“ดีครับงั้นคุณอ่านหนังสือของผมก็ได้นะครับ เหมือนว่าผมน่าจะยังเก็บไว้อยู่”
“หื้มจริงสิคุณจบม.ปลายแล้วนี่นางั้นสามีคะคุณอยากไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือเปล่าฉันจะสนับสนุนคุณเองจะอยู่บ้านเลี้ยงลูกๆแล้วก็หาเงินรอคุณกลับมาเอง” คำพูดช่างคุ้นหูนักเพราะมันเป็คำพูดที่เขาพูดกับภรรยาไปเมื่อหลายวันก่อนนั้นเอง
“ไม่เอาหรอกครับใครจะอยากอยู่ห่างจากภรรยาและเ้าหัวผักกาดน้อยที่แสนน่ารักอย่างพวกคุณได้ลงกันล่ะหื้ม” ฉิงเฟิ่งบอกออกมาพร้อมส่งสายตาหวานให้ภรรยาอีก
“คิกคิก พ่อเข้าหาแม่อยู่หยอ” ตูตูที่กำลังเล่นตัวต่อของเล่นไม้ที่แม่เอามาให้เอ่ยถามพร้อมหัวเราะคิกคัก
“เข้าหาคืออะไย”ไคไคเองก็สงสัยเอียงคอถามพี่ชาย
“ไม่ยู้เหมือนกัน”
“หึหึ แล้วตูตูไปเอาคำนี้มาจากไหนกัน หื้ม”ฉิงเฟิ่งเอ่ยถามพร้อมเอื้อมมือไปขยี้หัวกลมๆ นั้นทันที เ้าเด็กช่างพูด
“ป้าสะใภ้ยองพูดคับ”
“หืมป้าสะใภ้รองพูดกับตูตูเลยหรือจ๊ะ” ซีอินขมวดคิ้วหมุนทันทีคงเป็เมื่อวันก่อนที่ตูตูกับไคไคที่บ้านปู่กับย่ามาแล้วคงได้ยินได้เห็นเข้า
“อื้มไม่ได้พูดกับตูตูคับแต่ป้าสะใภ้ยองพูดกับปู้ชาย...เป็ใครไม่ยู้แล้วก็หัวเราะ ฮิฮิ ฮิ โด้ย ตูตูแอบอยู่ป้าสะใภ้ยองไม่เห็นหร๊อกก”ปากน้อยๆของตูตูเล่าไปตาก็ก้มมองแต่ของเล่นในมือไม่ได้เงยหน้ามามองหน้าพ่อกับแม่เลยว่าใแค่ไหน
“ตอนที่ตูตูไปฉี่หยอ”ไคไคถามเพราะมีแค่ตอนนั้นเองที่เขาไม่ได้อยู่กับพี่ชาย
“อืมตอนปวดฉี่พอไปห้องน้ำ ตูตูเยยเห็น”
“ผู้ชายที่ว่าใช่ลุงรองหรือเปล่าตูตู”ฉิงเฟิ่งเอ่ยถามขึ้นมาอีกด้วยสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา
“ไม่ใช่ๆลุงยองตูตูจำได้ แต่คนนี้ตูตูไม่ยู้จักคับ”
คำตอบของตูตูทำให้ซีอินและฉิงเฟิ่งหันมามองหน้าสบตากันอย่างใเื่นี้เป็เื่ใหญ่คงต้องตรวจสอบให้ดีก่อนหากพี่สะใภ้รองทำเื่เลวร้ายอย่างการคบชู้สู่ชายจริงๆขึ้นมาต้องเป็เื่ใหญ่แน่
“เื่นี้ตูตูกับไคไคห้ามเอาไปพูดกับใครอีกเด็ดขาดนะลูกเข้าใจมั้ย”ฉิงเฟิ่งรีบเอ่ยกำชับลูกทันที
“เข้าใจคับ/เข้าใจคับ”
และกลางดึกคืนนั้นมีคนมาะโเรียกเธอและสามีด้วยน้ำเสียงร้อนรนอยู่ที่รั่วหน้าบ้าน...