เพี๊ยะ!!!
เสียงฝ่ามือปะทะใบหน้าของนนท์ปวิธเสียงดัง และความแรงของมันทำให้คนที่ถูกฝ่ามือปะทะใบหน้าหันไปตามแรง ตามมาด้วยการปรากฏรอยปื้นสีแดงบนใบหน้าขาวๆ นั้น
“อย่ามาสะเออะรู้ดี! กาฝากอย่างแก ชาตินี้ก็เป็ได้แค่กาฝาก! อย่ามาคิดหวังสูง!!!....” เ้าของฝ่ามือน้อยๆ แต่กลับมีแรงมหาศาลปรามาสอย่างไม่กลัวเกรงคนตรงหน้าที่ซึ่งเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หากเธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ก็คงมองว่าผู้ชายคนนี้เป็หนุ่มรูปงาม แต่เพราะเธอรู้ซึ้งถึงสันดานธาตุแท้ของเขา เธอจึงมองเห็นแค่ความน่ารังเกียจของผู้ชายคนนี้
คนถูกตบกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังโกรธจนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า
“พี่ไม่ได้บังคับ แต่ถ้าน้องนิดไม่แต่งงานกับพี่ พี่ก็จะให้เงินเดือนน้องนิดเดือนละแสน ตามที่พินัยกรรมกำหนดไว้” นนท์ปวิธบอกน้ำเสียงปกติ เขาไม่แสดงความโกรธออกมาแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ถูกตบหน้าหันขนาดนั้น ไม่รู้ว่าควบคุมอารมณ์ได้ดี หรือว่าอย่างไรแน่
“เฮอะ! ทำเป็พูดให้ดูสวยหรู เดือนละแสน กับทรัพย์สมบัติทั้งหมดของแม่ฉัน มันเทียบกันไม่ติด เรียกว่าเศษเงินยังไม่ได้เลย แกคิดว่าฉันโง่นักหรือไง ที่จะยอมเอาเงินเดือนละแสน แลกกับทรัพย์สมบัติเป็พันๆ ล้านน่ะ!!!”
“งั้นแสดงว่าน้องนิดเลือกที่จะแต่งงานกับพี่ งั้นพรุ่งนี้พี่จะให้คนเอาแผนจัดงานแต่งมาให้น้องนิดเลือก” เขายังคงบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
คนฟังกำมือแน่น เธอเหมือนคนกำลังถูกบีบบังคับให้แต่งงาน จะปฏิเสธก็ทำไม่ได้ เพราะหากเธอไม่แต่ง สมบัติที่ควรจะเป็ของเธอก็ต้องกลายเป็ของเขา …ซึ่งเธอยอมไม่ได้ และไม่มีวันยอม!
“แค่จดทะเบียนสมรสก็พอ พินัยกรรมไม่ได้บอก ว่าต้องให้จัดงานแต่ง ฉันไม่มีวันจัดงานแต่งกับคนอย่างแก เพื่อประจานตัวเองหรอก!”
“ก็ได้ ถ้าน้องนารู้สึกอับอายที่ต้องแต่งงานกับพี่ ก็เอาตามที่น้องนิด้า” เขาบอกด้วยเสียงแ่ลง ก่อนจะกล่าวลา “พรุ่งนี้พี่จะให้นายอำเภอเอาทะเบียนสมรสมาให้จดที่บ้าน น้องนิดเก็บข้าวของ แล้วย้ายมาอยู่บ้านของเราั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป”
“ไม่ย้าย! ทำไมฉันต้องย้าย? อย่าคิดว่าฉันจดทะเบียนสมรสกับแก แล้วแกจะมีสิทธิในตัวของฉัน”
คนฟังถอนหายใจ เขาหมดความอดทนที่ต้องฟังว่าฉัน ว่าแก ที่เปล่งออกมาจากปากเรียวเล็กของเธอเต็มทน
“ต้องย้าย นี่คือคำสั่ง บ้านนั่น ถ้าไม่ย้ายเข้ามาอยู่พี่จะขายทิ้ง เอาเงินไปซื้อบ้านหลังใหม่ที่เป็ชื่อของพี่แทน แล้วถ้ายังพูดแก พูดฉันกับพี่อีก พี่จะยึดสมบัติทุกอย่างของน้องนิดไปให้หมด ถ้าไม่ให้เกียรติพี่ พี่ก็จะยึดทุกอย่างของน้องนิดไปให้หมดเลย”
“แกกล้าเหรอ!”
“ยังจะพูดแกอีก!” เขาทำเสียงดุ
คนฟังทำปากคว่ำ ถอนหายใจแรงอย่างไม่พอใจ แต่กลัวว่าเขาจะพูดจริงทำจริง นนท์ปวิธยิ่งเป็ผู้ชายเลวๆ อยู่
“จะให้เรียกว่าอะไรล่ะ?!”
คนถูกถามกระตุกยิ้ม ก่อนจะบอก
“เรียกพี่นนท์ แทนตัวเองว่าน้องนิด หรือนิด เหมือนเมื่อก่อน”
“หวังสูง!”
“ก็ตามใจนะ ถ้าไม่เรียกก็ไม่เป็ไร แต่จำไว้ ว่าตามพินัยกรรม ต่อให้แต่งงานกันแล้ว แต่ถ้าหย่าร้างกันก่อนจะถึงครบกำหนดห้าปี สมบัติทั้งหมดก็ยังเป็ของพี่อยู่ดี น้องนิดจะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดก็ต่อเมื่อเข้าปีที่หก ในระหว่างนี้ ถ้าน้องนิดทำให้พี่ไม่พอใจ พี่อาจจะทำการยักยอกทรัพย์ของน้องนิดไปทีละเล็ก ทีละน้อย จนพอครบกำหนดห้าปี น้องนิดก็จะไม่เหลืออะไร คิดดีๆ แล้วน้องนิดจะรู้ ว่าพี่มีความสามารถที่จะทำแบบนั้นนะ”
เพี๊ยะ!!!
อยู่ดีไม่ว่าดีเขากลับพูดให้เธอโกรธจนต้องระบายออกมาอีกครั้ง
“เลว เลวเสมอต้นเสมอปลาย เสียแรงที่แม่ฉันตายไปก่อน เลยไม่เห็นหางคนเลวๆ อย่างแกโผล่ ท่านเลยตัดสินใจผิด ให้แกดูแลมรดกทั้งหมดแบบนี้!”
“ถ้าอยากได้สมบัติก็ท่อง และจดจำไว้ ว่าน้องนิดมีสองทางเลือก หนึ่ง คือ แต่งงาน แล้วปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วเปลี่ยนคำพูด หากหยาบคายกับพี่ พี่จะดึงสมบัติของน้องนิดไปทีละอย่างสองอย่างต่อหนึ่งคำหยาบ ทางเลือกที่สอง ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น รับเงินเดือนละแสนไป ถ้าเลือกข้อแรก พรุ่งนี้พี่ต้องเห็นน้องนิดที่บ้าน พร้อมกับนิสัยที่เปลี่ยนไป เป็ดีขึ้น ต่อให้มันจะเป็แค่การเสแสร้งก็ตาม พี่ไม่แคร์” บอกเสร็จนนท์ปวิธ ก็เดินออกไปจากบ้านของอาวิสา คุณอาแท้ๆ ของพัฒน์นรี นฤชิต หรือน้องนิดของเขาไป
พัฒน์นรีกำมือแน่น อยากจะตบหน้าเขาให้หายโกรธเกลียด สมบัติของแม่เธอ ต้องมาถูกคนชั่วช้าอย่างเขาตะครุบไป มันน่าโกรธแค้นไหมล่ะ? เลว!!! เขามันเลวที่สุด!!!