ชายหนุ่มผิวคล้ามมองหญิงผู้นอนแผ่ยาวรับลมบนม้านั่งหย่อนใจ เจอหล่อนหนแรกก็ทีหนึ่ง เขาชะลอรถที่ขับไปตามทางกรวดสายเล็กพร้อมกับที่หล่อนหันมาโบกขอติดรถไปบ้านแม่ดวงแก้วเล่าเรื่อยเจื้อยว่าเคยมาแต่นานแล้วจำทางไม่ค่อยแม่น หล่อนมองทิวทัศน์ข้างทางลมโชยมาเดี๋ยวเดียวตาปรือโงกซบขอบหน้าต่าง วันก่อนตอนตามนายจ้าไปฟาร์มลุงติ่งก็อีกระหว่างเดินกลับไปที่กระบะเขาสะดุดขาที่เหยียดขวางตรงกองใบไม้แห้งโคนต้นไม้ข้างรถนั่น รุ่นพี่นายจ้ากำลังงีบน่าสบายช่างหลับง่ายหลับดายประเดี๋ยวประด๋าวก็เอา หล่อนขอมาชมสวนป่าเองแท้ ๆ
สายตาเขาเบนจากคนหลับไปยังรถของกองละครทีมงานแยกย้ายกันขนเสื้อผ้านักแสดงเข้าจัดเก็บในห้องกลาง เขานิ่วหน้าไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในอาณาเขตระหว่างนั้นกระบะแล่นมาจอดข้างตัวบ้านนายจ้าลงจากรถในชุดสูทกระโปรงสีกรมท่ากับรองเท้าคัตชูหนังสีดำเดินฝ่าความโกลาหลเข้าข้างใน
ทันใดนั้นหญิงเ้าเนื้อลืมตาโพลงดีดตัวผึงจนเกือบชนชายหนุ่มถลาเข้าไปพิจารณาห้องที่ทีมกองถ่ายกำลังทยอยขนอุปกรณ์ประกอบฉากเข้ามาจับปอยผมหมุน ๆ คิดเื่ที่แม่แก้วเล่า...คุณชายสมบูรณ์แบบกับคุณหนูตกยากเติบโตมาด้วยกันพ่อกับพ่อจับเป็คู่หมาย ยังกับพล็อตละครยังไงยังงั้นเ้าจ้ายันว่าแม่พูดอะไรจงเอาสิบเอาร้อยหารถึงจะใกล้ความจริง หล่อนก็ชักคล้อยตามแม่แก้วพรรณนา ‘พี่อ้วน’ ซะชวนฝัน แต่รูปสมัยเด็กเป็อย่างคนลูกว่าคือเหมือนกระต่ายติดลวดดัดฟันฉีกยิ้ม
“เพ่งอะไรใหญ่เชียวลูกนุ่น”เสียงแม่แก้วทัก
ลูกนุ่นตอบอีกทาง“คุณอ้วนนี่เหมือนที่เล่าจริง ๆ เหรอแม่ หนูจ้าพูดให้ฟังอีกแบบ”
“นุ่นรอดูเองเถอะแม่ี้เีจะงัดกับเ้าจ้าแล้ว”
ประตูห้องนอนเปิดเ้าของห้องก้าวออกมาในชุดทำงานกลางแจ้ง
“เอ้าหนูจ้ามาแล้วเหรอลูก ไปรายงานตัวที่กรมเป็ยังไงบ้าง”
“เรียบร้อยดีแม่เริ่มงานต้นเดือนนี้แหละ”
เ้าตัวตอบง่ายๆ ขณะตรงเข้าครัว นักเขียนบทเอียงคอมองตามหลัง ชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบระหว่างลูกกับแม่ขอเลือกข้างน่าสนุกไว้ก่อน หล่อนโน้มไปกระซิบข้างหูแม่แก้วว่าความประทับใจแรกสำคัญที่สุดเราต้องทำให้ชายหนุ่มผู้จากไปนานจับใจในความเป็แม่บ้านแม่เรือนของว่าที่คู่หมั้น ฉะนั้นควรจัด‘ฉากกับบรรยากาศ’ ไว้ต้อนรับ เครื่องประดับก็มีพร้อมแล้ว
ตอนหนูจ้าหิ้วกล่องข้าวกับขวดน้ำออกมาจึงเห็นแม่กุลีกุจอแต่งห้องด้วยแจกันดอกไม้ของกองถ่ายพี่นุ่นกำลังติดม่าน เธอตรงไปหาโมนที่ยืนรอข้างหน้าต่างด้านนอกโดยไม่ใส่ใจนัก
่พักกลางวันในไร่สองคนกินไก่ทอดขมิ้นเหลืองกรอบกับข้าวเหนียวดำกันหนุบหนับ แดดกล้าแต่ใต้ร่มไม้ไม่แผดร้อนด้วยลมโบกเป็ระยะโมนเปรยว่าแม่นายเหมือนกำลังเตรียมต้อนรับคนสำคัญ ใครจะมาเหรอ นายจ้าสั่นหัวจะเป็คำตอบว่าไม่รู้เื่หรือไม่รู้จักคนที่มากันแน่ก็ดูไม่ออก เพียงพึมพำว่าแม่จัดบ้านเก้อแน่ๆ
ระหว่างหยุดสนทนาโมนยิ้มสลับชำเลืองเป็พักๆ วันนี้นายจ้าของเขากำลังจะเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานเธอคงเข้าใจสายตาจึงพูดประโยคซึ่งชอบย้ำกับเขา ที่กรมมีตำแหน่งให้ไปสมัครเขาก็ตอบเช่นทุกครั้งว่าทำไร่ก็เหมือนมีลูกเล็กต้องดูแล ไปไหนไม่ได้หรอกนายจ้าว่าเขามีความรู้เกินกว่ามานั่งปลูกมะม่วงหิมพานต์ มัวขลุกอยู่แต่ในไร่นานเข้าจะไม่ได้เป็อย่างอื่น
“ก็ผมไม่อยากเป็อย่างอื่นนอกจากเป็ลูกน้องนายจ้าอยู่นี่แหละ”
“พูดเป็เล่นชีวิตโมนทั้งชีวิต” เธอปรายตาไป เ้าตัวยังเอาแต่ยิ้ม “ไม่รู้ล่ะหมดหนี้เมื่อไหร่โมนต้องมองหาสิ่งดี ๆ ให้ตัวเองได้แล้วนะ”เทน้ำจากขวดล้างมือก่อนเช็ดกับขากางเกงลวก ๆ “อนาคตข้างหน้าไม่แน่นอน โมนต้องมีชีวิตที่ดีของตัวเองก่อนอย่างอื่นทั้งหมดรู้ไหม”พูดจบดึงหมวกปิดหน้าทิ้งตัวนอนทับหนังสือพิมพ์ที่ปูพื้นดินมีเวลาพักเอาแรงนิดหน่อยก่อนเริ่มงาน่บ่าย
โมนมองหญิงผู้นอนใต้ร่มเงาไม้ที่กรองแสงแดดอ่อนลงเป็ลายลูกไม้ทาบร่างชีวิตที่ดีที่สุดของเขาอยู่ตรงนี้แล้ว
หลังสาละวนโยกโน่นย้ายนี่ทั้งวัน แม่แก้วกับลูกนุ่นหอบแฮกลงแผ่หลา ย้ายไปย้ายมาลงท้ายที่ห้องดูคล้าย ๆเดิม แค่มีอุปกรณ์ของกองถ่ายตกแต่งตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อย หนูจ้าท้องร้องจ๊อก ๆกลับถึงบ้านก็เลี่ยงเข้าครัวโดยไม่ทัก แต่หลบไม่พ้นสิ่งที่ครอบงำหมดจิตหมดใจแม่ได้แม่ตามมาถาม
“เราจัดบ้านต้อนรับว่าที่คู่หมั้นหนูจ้าเป็ไงบ้างจ๊ะ”
“แม่น่ะห้ามพูดต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด ไม่งั้นจ้าอาละวาดจริง ๆ ด้วย”
“ใครอื่นที่ไหนฮะ! เ้าจ้า”
“ก็...คุณอ้วน”
แม่เขกหัวลูกสาวโป๊ก“นี่แน่ะ คุณอ้วน ๆ พี่อ้วนเป็คนที่แกต้องเรียกคุณั้แ่เมื่อไหร่ เฮอะ !”
คุณดวงแก้วคนเดียวไม่พอกินข้าวเสร็จไม่ทันหย่อนก้นลงโต๊ะทำงาน รุ่นพี่โผล่มาจับข้อศอกไปขัดแล้วบ่นว่าหยาบดูเท้าแล้วตีแปะว่าด้าน เธอบุ้ยปาก ก็จะให้ทำยังไง...คนมันสู้ชีวิต
นักเขียนบทถอยร่นไปยังโน้ตบุ๊กตอนคุณอ้วนไปเรียนต่อ เ้าจ้ายังเด็กกะโปโลผอมโก้งเก้งฉะนั้นนี่เป็ครั้งแรกที่เขาจะได้เห็น ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ตัวจริง ไม่ใช่จากรูปถ่ายชายหนุ่มเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก...คุณชายกลางแห่งบ้านทรายทอง ประมาณนั้นฉากพบกันครั้งแรกของพระ-นางสำคัญเสียด้วยสิหล่อนเงยหน้าเล็งไป...แล้วดูสภาพเ้าจ้า
ครั้นภาพที่ตาเห็นไม่ได้ดั่งใจนักเขียนบทรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์
ยามเมื่อหวนคืนมาพบกันพี่ชายเป็หนุ่มรูปงามผู้เพียบพร้อม
น้องน้อย ๆ เติบโตเป็หญิงสาว...
เป็หญิงสาวที่...
ที่...
หล่อนเล็งไปอีกที‘นางเอก’ ลงไปนั่งแหวกง่ามตีนหมาหาเห็บหมัดกับพื้นซะแล้ว เ้าสี่ขาดิ้นหนีพัลวันนายมันไล่ตะครุบจับหงายแอ้งแม้งเอาหัวดุนพุงขาวเล่น
“หนูแด่นเด็กดื้อ...หนูแด่นเด็กดื้อมอมแมมหมัดกัด เดี๋ยวไม่สวยน้า”
ภาพฝันถูกฉีกกระชากกลับสู่ความจริงมันช่างทำลายจินตนาการคุณหนูผู้สูงส่งเสียจริง ๆ
จะให้พระเอกกลับมาเจอว่าที่คู่หมั้นสารรูปนี้ !!?
ณ เส้นขอบฟ้าสุดท้องทุ่ง ปรากฏโฉมสราญสามนางเด่นตรงกลางคือสไตล์ลิสต์ร่างใหญ่ใส่โอเวอร์โค้ตเหงื่อตกซิก ชิดขวาเป็ช่างผมแนบซ้ายคือช่างแต่งหน้า เดินฝ่าทุ่งกันมาแต่ไกลกลางแสงตะวันระยิบ
พวกนางมากันแล้ว...
เวลาผ่านไปจนดวงอาทิตย์คล้อยต่ำทีมงานกองถ่ายทยอยเก็บของขึ้นรถ หากแต่นางเสริมสวยทั้งสามไม่มีทีท่าจะขยับจนกระทั่งพี่นุ่นตรงมา กิ๊บสไตล์ลิสต์จึงลุกพรวด “ไหน โปรเจกต์แปลงโฉมของพี่คันไม้คันมือแล้ว”
พี่นุ่นพยักพเยิดไปทางประตูหนูจ้าในชุดทำงานไร่เดินฝ่ากองละครที่สวนกันคึกคักเข้าบ้านโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ทีมเสริมสวยรุมพรึบเดียวก็จับเธอนั่งหน้ากระจกขนาดเต็มตัวของกองถ่ายได้
“ไหวไหมพวกเรา”พี่นุ่นบัญชาการ
จั๊กช่างแต่งหน้าประเมิน“หน้าตาบ๊านบ้านเนาะ นี่กรำแดดมาผิวไม่จับแป้งหรอก”
นักเขียนบทหันทางช่างผม“ผมทรงนางเอกแสนดีพอไหวไหม”
“นางเอกแสนดีผมยาวตรงและดำเงางามเท่านั้นค่ะ”เบิร์ดกรีดนิ้วถูปอยผมแล้วเบ้หน้า “ผมคุณน้องออกสาก ๆ แดง ๆแดงโกรกหรือแดงแดดกันคะนี่”
“เ้านี่หัวแดงแดดไหวไหมล่ะหนู ๆ หรือจะยกเลิกปฏิบัติการ”
ทีมเสริมสวยมองตากันเป็ทีหารือก่อนพร้อมใจชูอุปกรณ์คู่ชีพ
“ปณิธานของเราคือ...ฉันจะทำให้เธอสวย”
หนูจ้าหน้าเลิ่กลั่กลุกจะแหกวงล้อมรุ่นพี่กดไหล่ให้กลับลงนั่ง กิ๊บ-จั๊ก-เบิร์ดมะรุมมะตุ้มคุณน้องหัวจรดเท้าโดยพลัน
เสร็จสรรพกรรมวิธีวงรุมก็เปิดออกนักเขียนบทกอดอกพร้อมรอชม ลูกทีมผายมือนำเสนอผลงานผมย้อมดำแล้วหมักน้ำมันมะพร้าวดำขลับ ไดร์หน่อยก็ทิ้งตัวสลวยเป็ธรรมชาติหน้าพอกโคลน ผิวจะได้จับแป้งตอนแต่งบาง ๆ แขนพอกครีมจะได้ใส่เสื้อโชว์แขนได้สวยเท้าแช่น้ำขัดผิวด้านทำเล็บ จะได้ขาวบางสมเป็ลูกผู้ดี
ลำดับถัดไปกิ๊บสไตล์ลิสต์ลากราวเสื้อผ้าของกองละครมาคราวนี้เหยื่อไม่เล่นด้วยแต่พี่นุ่นซุบซิบข้างหูเดี๋ยวเดียวก็ยอมให้จับแต่งตัวเหมือนเล่นตุ๊กตา
แนวทอมบอยน่ารักทะมัดทะแมงหญิงในร่างชาย ทัดดาว บุษยา
แนวสดใสสนุกสนานร่าเริงดุจนกเล็ก ๆ พริสซี่ ปริศนา
แนวกุลสตรีแสนดีไม่ปริปากแม้โดนปรักปรำ โศรยา จำเลยรัก
สุดท้ายภายใต้กำกับการของนักเขียนบท‘นางเอก’ ก็อยู่ในชุดสาวบ้านไร่แบบติสต์ ๆ เ้าตัวยืนพิจารณาชุดเสื้อกล้ามกับกระโปรงยาวระพื้นที่สวมอยู่หน้ากระจก
“จริงๆ แล้วใครเขาใส่ชุดแบบนี้ทำงานกลางแจ้งกัน แดดเผาตาย”
“จริงๆ แล้ว...จริง ๆ แล้ว ฉันล่ะเกลียดคำนี้ของแกจริง ๆช่างหัวเื่จริงมันบ้างเหอะไอ้จ้า”
“เขาให้ค่าตัววันละเท่าไหร่”
พี่นุ่นกระซิบหน้าเ้าเล่ห์
หนูจ้าตาโต“อู้...เขาให้กันอย่างนี้เลยเหรอ”