35 | คนเลวในสายตาเธอ
ในห้องทึบคับแคบไร้หน้าต่าง ไฟดวงเดียวบนเพดานส่องแสงขาวลงมากระทบร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่ม เกิดเป็นเงาบนเสี้ยวหน้าอันตึงเครียดนิ่งขรึม เขากอดอกหันหลังให้ประตู ขณะที่เพลงพนัสยืนเผชิญหน้าอยู่ในมุมแคบ ข้างกายมีเบาะวางซ้อนเป็นตั้งสูงกับลังกระดาษใหญ่หลายลังวางซ้อนกัน อีกด้านเป็นผนังทึบ ยามนี้เธอเป็นยิ่งกว่าหมาจนตรอก หมดทางหนีแต่ก็ไม่มีทางสู้ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพิ่งเข้าใจความน่ากลัวของ ‘ห้องเย็น’ ที่ทอรุ้งเคยเล่าให้ฟังก็วันนี้
“คุณทำอะไรกับคอมพ์ของผม”
หญิงสาวคิดไม่ออกว่าควรตอบอย่างไร สถานการณ์ตอนนี้เหมือนพูดอะไรก็ต้องโดนโทษทั้งนั้น
“คุณจะสารภาพเองหรือจะให้ผมต้องสาธยายว่า ผมเจออะไรในนั้นบ้าง”
เพลงพนัสเริ่มเข้าใจ เขาคงอยากรู้ว่าเธอจะตอบตรงกับที่เขาเห็นหรือเปล่า
“ก็แล้วคุณแสนย์เห็นอะไรล่ะคะ” ถามออกไปแล้วก็อยากจะตบปากตัวเองนัก ย้อนถามแบบนี้เท่ากับยั่วโทสะเขาชัด ๆ
“คุณหยั่งเชิงผมเหรอ อยากรู้ใช่ไหมว่าผมเข้ามาทันเห็นคุณทำอะไรแค่ไหน และพอผมเปิดคอมพ์แล้วเจออะไรบ้าง คุณจะได้แก้ตัวไหลไปได้ถูก”
โดนจี้ใจดำเข้าหญิงสาวก็กัดริมฝีปาก ในเมื่อโดนจับได้ขนาดนี้แล้ว ยอมรับไปตามตรงเสียเลยดีไหม แต่คิดอีกทีเธอมั่นใจว่าทำทุกอย่างเรียบร้อย ไม่น่าเหลือหลักฐานอะไรได้ แล้วคุณแสนย์เห็นอะไรในโน้ตบุ๊กกันแน่
“ฉันไม่รู้ว่าคุณหมายถึงอะไร หรือเกิดอะไรขึ้นกับคอมพ์ของคุณ แต่คุณแสนย์คะ ฉันจะแอบทำอะไรคอมพ์ของคุณไปทำไมในเมื่อเรื่องโอโนะซังก็จบไปแล้ว หรือคิดว่าฉันหาเรื่องกลั่นแกล้งยูโดซันต่อเหรอคะ ทำอย่างนั้นจะได้อะไรขึ้นมาเพราะฉันเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เข้ามาเป็นแม่บ้าน ไม่ได้อยู่ในวงการยูโดหรือเกี่ยวข้องกับเดอะไฟเตอร์ แล้วจะทำเรื่องวุ่นวายให้ได้อะไรขึ้นมาคะ”
สิ่งที่พูดไปดูจะไม่เข้าหูเขาสักคำ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“พวกมันให้คุณเท่าไหร่”
หญิงสาวรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง
“ทำไมคะ คุณแสนย์จะให้มากกว่าเขาสองเท่างั้นเหรอ”
“ผมจะทำอย่างงั้นก็ได้ หรือจะไม่ทำก็ได้ เพราะจริง ๆ แล้วผมมีสิทธิ์ไล่คุณออกได้ทุกเมื่อโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายสักบาทด้วยซ้ำ”
หยดน้ำตาร่วงลงมาจากดวงตากลมโตซึ่งเต็มไปด้วยแววตัดพ้อ หญิงสาวปาดมันทิ้งและตั้งใจว่าจะยอมให้มันเป็นแค่หยดเดียวและหยดสุดท้าย
“คุณเข้าใจผิดแล้วละค่ะ คนอย่างฉันไม่ได้ซื้อได้ด้วยเงิน และถ้าจะไล่กันจริงละก็ ช่วยหาหลักฐานมายืนยันให้ชัดเจนหน่อยได้ไหมคะว่าฉันทำผิดจริง ไม่อย่างนั้นไม่ใช่ฉันหรอกค่ะที่จะต้องอับอายที่ถูกไล่ออกเพราะทุจริต แต่เป็นคุณต่างหากที่ต้องอาย เพราะมัวแต่หาความเอากับแม่บ้านจนปล่อยให้คนร้ายตัวจริงลอยนวล”
“หลักฐานงั้นเหรอ การที่ผมเห็นคาตาว่าคุณมายุ่งกับคอมพ์ผมมันยังไม่พอหรือไง จะบอกให้ก็ได้ ตอนเดินเข้ามาผมเห็นคุณพับฝาคอมพ์ลง ไม่ได้ยกขึ้นเช็ดเคาน์เตอร์อย่างที่คุณอ้าง พอผมล็อกอินเข้าไป ลำดับไฟล์ที่เปิดอยู่มันไม่เหมือนเดิม แค่นี้ก็ชัดแล้วว่าคุณเปิดเข้ามาจริง ๆ ถึงจะไม่พบความผิดปกติอย่างอื่น แต่คุณเพลงครับ ผมถามหน่อยเถอะ คุณรู้พาสเวิร์ดผมได้ยังไง”
เขาแบไพ่มาครึ่งหนึ่งแล้ว มันคงไม่มีประโยชน์ที่เธอจะรั้น ยืนกระต่ายขาเดียวปฏิเสธอีกต่อไป
“ในเมื่อคุณพูดมาขนาดนี้ โอเค ฉันยอมรับก็ได้ว่าเปิดคอมพ์คุณจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นสปายนี่คะ คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าไม่มีอะไรเสียหาย”
เพลงพนัสใจเต้นแรง เขาต้องย้อนถามแน่ว่า ‘ถ้าไม่ใช่สปายแล้วเข้าคอมพ์เขาทำไม’ เธอกะจะอ้างว่า ‘พอดีว่างเลยอยากเข้าไปดูเว็บไซต์ยูโดซัน’ ถึงจะเป็นเหตุผลที่โง่งี่เง่าไม่เข้าท่า แต่ถ้ายืนกรานด้วยเหตุผลนี้ เขาก็ไม่น่าจะซักไซ้ต่อได้
“งั้นผมขอถามหน่อย” เขาหรี่ตามองเธออย่างประเมิน ขณะที่ผู้ฟังพร้อมตั้งรับเต็มที่
“เชิญถามเลยค่ะ”
“คุณรู้รหัสนักศึกษาผมได้ยังไง”
ไม่น่าเชื่อ สิ่งที่เขาติดใจกลับเป็นประเด็นนี้เสียได้
“เอ่อ คือ...” เพลงพนัสไม่อาจหาคำตอบดี ๆ ได้ทัน สายตาคมคาดคั้นที่ส่งมานั้นสั่งให้เธอต้องตอบตามจริง “ฉันเห็นจากทรานสคริปต์ของคุณ ในเฟซบุ๊กคุณน่ะค่ะ”
“คุณค้นรูปผมเหรอ”
หญิงสาวกลั้นใจตอบ “ก็คุณตั้งค่ารูปนั้นเป็นสาธารณะ ใคร ๆ ก็ดูได้ไม่ใช่เหรอคะ”
“แล้วคุณก็จำมันได้ด้วยเนี่ยนะ”
อากาศในห้องชักจะร้อนแปลก ๆ เหตุไฉนการสอบสวนครั้งนี้ถึงได้เปลี่ยนประเด็นจากแม่บ้านกับโรงเรียน มาเป็นแม่บ้านกับเจ้าของโรงเรียนซะได้
“ทำไมคุณต้องจำมันด้วยครับ”
“ก็...ก็มันจำได้เองน่ะค่ะ”
ตอบไปแล้ว เขาก็ทำหน้าราวกับจะพูดว่า ‘ตอบแบบนี้ก็ได้เหรอ’
หญิงสาวรีบตัดบทก่อนที่เขาจะเจาะลึกไปมากกว่านี้ เพราะความจริงในเบื้องลึกจะทำให้เขาตะลึงกว่านี้อีกมาก
“คุณจะปล่อยฉันไปได้หรือยังคะ ฉันก็ยอมรับในส่วนที่ทำไปหมดแล้ว แต่เรื่องสปายฉันไม่รู้ไม่เห็นจริง ๆ ถ้าคุณไม่มีหลักฐานแน่ชัด ก็ควรให้ความยุติธรรมกับฉันบ้างนะคะ”
“แล้วความยุติธรรมสำหรับคนที่ถูกค้นรูป สืบข้อมูลส่วนตัว และถูกเปิดใช้คอมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาตคืออะไรครับ”
“ฉัน...ฉันขอโทษ”
“แค่ขอโทษ?”
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ คุณถึงจะพอใจ”
เขายังคงมองเธอนิ่งราวกับจับสังเกตทุกอิริยาบถ หญิงสาวหวังว่าถ้าเขาจะจับพิรุธขนาดนี้ก็ขอให้มองเห็นความจริงใจบ้าง เพราะทั้งที่มันฉายชัดอยู่ในตาเธอ แต่เหมือนว่าเขาไม่เคยเห็นเลย
“ผมขอแค่คุณพูดความจริง อย่าให้ผมจับโกหกคุณได้มากกว่านี้ เพราะไม่อย่างนั้นผมคงต้องไล่คุณออกจริง ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นสปายหรือไม่ก็ตาม”
พอชัชแสนย์ออกจากห้องเก็บอุปกรณ์ไปแล้ว เพลงพนัสก็เข่าอ่อนจนต้องยันตัวกับโต๊ะวางของ ทอรุ้งพรวดเข้ามายังกับคอยจังหวะอยู่ ทันทีที่เพลงพนัสเห็นหน้าเพื่อน น้ำตาที่พยายามกักเก็บไว้ก็ร่วงพรู
“แก คุณแสนย์เกลียดฉันแล้ว ฉันกลายเป็นคนเลวในสายตาเขาไปแล้ว”
“ไม่เป็นไรนะแก ความดีของแกจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง” ทอรุ้งโอบกอดเพื่อนแน่นราวกับจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ในใจ จากนั้นผู้ร่วมขบวนการก็เอ่ยต่อ “แต่ตอนนี้ฉันขอคิดบัญชีนังปลาคาร์พเสียก่อนเถอะ ปากมากนัก”
“อย่า!” เพลงพนัสรีบรวบเอวรั้งไว้ “เมื่อกี้ฉันบอกคุณแสนย์ว่าแกแค่ลงไปซื้อข้าวข้างล่าง ไม่รู้ไม่เห็นและไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ฉันทำ ตอนนี้เขาเลยสงสัยฉันแค่คนเดียว อย่ากระโตกกระตากไปจะดีกว่า เดี๋ยวแกจะพลอยติดร่างแหไปด้วย”
ทอรุ้งทำกระฟัดกระเฟียด แต่ในที่สุดก็ถอนใจแรง “ได้ ฉันจะเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ”
คนเป็นจำเลยนั่งบนโต๊ะอย่างหมดแรง ทอดสายตามองพื้นไร้ความหมาย
“ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย เขาปักใจเหลือเกินว่าฉันเป็นสปาย แต่ไม่ยักสงสัยแกสักนิดทั้งที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เขาไม่คิดเหรอว่าแกอาจเป็นคนชักนำฉันมาที่นี่ก็ได้ อาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด หรือไม่แกก็เป็นสปายตัวจริงที่แฝงตัวเข้ามาในยูโดซันก่อนฉันอีก”
“เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามากว่ะแก ถึงฉันจะเพิ่งเข้ามาที่นี่ไม่นาน เรียกว่าน้องใหม่ก็ยังได้ แต่ฉันเหมือนเป็นเด็กปั้นที่ต้องฝึกหนักกว่าคนอื่น รับวิทยายุทธ์จากเหล่าโคชยอดฝีมือทุกคน เลยมีความเป็นอภิสิทธิ์ชนนิดหน่อย”
“เป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ของโคชโอห์มสินะ”
“ทำไม แกอิจฉา อยากเป็นบ้างเหรอ”
เพลงพนัสส่ายหน้า ค่อยยิ้มออก
“ยิ้มได้ก็ดีแล้ว” ทอรุ้งเขย่าไหล่เพื่อนแรง ๆ เรียกขวัญกำลังใจ “อย่างน้อยแกก็ได้อีเมลมาไม่ใช่เหรอ คราวนี้ละ อีกไม่นานแกต้องจับสปายได้ แล้วพี่แสนย์ก็จะยอมรับในตัวแกเอง”
หลังเลิกเรียนในตอนค่ำวันหนึ่ง ชายหนุ่มผู้นำยูโดซันเรียกประชุมโคชเพื่อหารือการแก้ปัญหาเรื่องที่เวิร์กช็อปโอโนะซังถูกยกเลิกกะทันหัน เพลงพนัสซึ่งต้องอยู่รอปิดยิมจึงได้แอบฟังห่าง ๆ ไปด้วย โคชบางคนเสนอให้เปลี่ยนตัววิทยากร ชัชแสนย์เห็นด้วย แต่ก็ฉุกละหุกเกินกว่าจะหานักยูโดชั้นแนวหน้ามาแทนได้ทัน จึงตั้งเป็นโพรเจกต์ใหม่ไว้ทำต่อจากนี้แทน
“พอเวิร์กช็อปถูกยกเลิก พวกนักเรียนที่สมัครก็เซ็งกันน่าดู รุ้งว่าเราจัดทริปปลอบใจสักหน่อยดีไหมคะ ชวนนักเรียนคลาสอื่น ๆ ไปด้วยก็ได้ พวกเราซ้อมหนักกันมานาน ถ้าได้ไปเที่ยวก็น่าจะช่วยให้ผ่อนคลายและจะได้สนิทกันมากขึ้นด้วยนะคะ”
นักเรียนสาวคนเดียวในกลุ่มโคชเอ่ยน้ำเสียงสดใส
“ก็ดีนะ ถือเป็นการฉลองที่ยูโดซันทำผลงานดีเยี่ยมจากสยามยูโดคัพ ท็อปฟอร์มที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมาด้วย” ชัชแสนย์สนับสนุน
โคชคนอื่น ๆ มองกันไปมาชักคล้อยตาม
“เราจัดทริปท่องเที่ยวกันทุกปีอยู่แล้ว แค่เลื่อนมาจัดเร็วขึ้นใช่ไหม”
“ผมเห็นด้วยนะ เป็นจังหวะที่ดีเลย ว่าแต่ปีนี้ไปทะเลไหนกันดีล่ะ”
“ถ้าปีก่อน ๆ ไปทะเล ปีนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวภูเขากันบ้างไหมคะ” ทอรุ้งเสนอ ตาเป็นประกาย “ไปกางเต็นท์ตั้งแคมป์ในอุทยานแห่งชาติ เล่นน้ำตก เดินป่า ก่อไฟทำอาหารด้วยกัน น่าสนุกดีออกค่ะ นักเรียนที่ลงสมัครเวิร์กช็อปส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย น่าจะสนใจท่องเที่ยวสายผจญภัยแบบนี้มากกว่าทะเลนะคะ”
ทอรุ้งสวมโหมดนักการตลาด ขายของเต็มที่ซะจนเพลงพนัสแอบสงสัยว่า แม่เพื่อนสาวไปอินกับภูเขาตั้งแต่เมื่อไร เคยชวนมาเที่ยวมาพักด้วยกันตั้งหลายครั้ง ทอรุ้งก็บ่นทุกทีว่าไกล ขี้เกียจเดินทาง
โคชโอห์มเอ่ยขึ้นบ้าง “ถ้าจะไปสายภูเขา พวกน้อง ๆ นักเรียนผู้หญิงจะลำบากกันหรือเปล่า ทางไปก็คดเคี้ยว เดี๋ยวจะเมารถได้นะ ไหนจะที่พัก ห้องน้ำห้องท่า อาหารอีก”
“โอ๊ย...โคช รุ้งเองก็เป็นผู้หญิง ไม่เห็นจะกลัวเลย โคชเป็นผู้ชายตัวโตนักยูโดเหรียญทองขนาดนี้จะกลัวอะไรคะ” ทอรุ้งแหวใส่คนข้าง ๆ อย่างไม่จริงจังนัก รำคาญที่โคชโอห์มนั่งนิ่งมาตั้งนาน พออ้าปากพูดทีดันมาขัดเสียนี่
“พี่ไม่ได้กลัว พี่ถามเผื่อน้อง ๆ ผู้หญิง”
“ไม่ลำบากหรอกโคช เราแค่ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ไม่ได้เข้าป่าไปล่าสัตว์ ถ้าโคชยังกังวลอีก เราพักรีสอร์ตแทนก็ได้ ที่พักธรรมชาติบรรยากาศขุนเขาน่าไปจะตาย ไม่เคยไปเหรอคะ”
โคชโอห์มหัวเราะหึ ไม่รู้เขาจะคิดเหมือนเธอหรือเปล่าว่า ยามทอรุ้งคุยกับคนอื่นช่างดูสดใสน่ารัก แต่พอคุยกับเขาทีไร มีทั้งเหน็บทั้งจิกกัด ยังกับลูกแมวน้อยคอยข่วนหัวใจให้คันเล่น
“ไหน ๆ ก็ไปสายภูเขาแล้ว” ทอรุ้งสรุปเองเสร็จสรรพ “เราจัดกิจกรรมซีเอสอาร์ด้วยเลยดีไหมคะ รับบริจาคข้าวของจากพวกนักเรียนแล้วไปบริจาคให้โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ตอนนี้เป็นช่วงประเมินสุดยอดสถาบัน ถ้าพวกกรรมการได้เห็นว่ายูโดซันทั้งมีผลงานดีเด่นแล้วยังช่วยเหลือสังคมด้วย จะต้องประเมินเราติดหนึ่งในห้าสถาบันที่ดีที่สุดแน่ ๆ”
“เยี่ยมเลย” ชัชแสนย์ยิ้ม สนับสนุนเต็มที่ “เรามีเงินรางวัลสยามยูโดคัพอยู่ พี่จะแบ่งไปบริจาคเป็นทุนการศึกษาด้วย ซีเอสอาร์จะต้องช่วยเรื่องประเมินได้อย่างที่น้องรุ้งว่าแน่ ๆ”
“ทุกลมหายใจเข้าออกเป็นเรื่องประเมินเลยนะแสนย์” โคชโยฮันน์กล่าวยิ้ม ๆ
คนถูกแซวก็หัวเราะ “ผมจริงจังมากครับ ต้องติดหนึ่งในห้าเท่านั้น”
“ว่าแต่...เราจะไปที่ไหนกันดีล่ะ” โคชโอห์มเปิดประเด็น แล้วหญิงสาวผู้เป็นศิษย์เอกก็รีบตอบทันทีราวกับรอให้ถามอยู่นานแล้ว
“ทองผาภูมิไหมคะพี่ กาญจนบุรีใกล้แค่นี้เอง”
เพลงพนัสสะดุ้งแทบตกเก้าอี้ ต้องรีบขัดถูเคาน์เตอร์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เป็นการใหญ่ จากที่แอบเงี่ยหูฟังอยู่แล้ว คราวนี้เหมือนติดจานเรดาร์ไว้บนกกหู กวาดเก็บทุกถ้อยคำด้วยความตื่นเต้น กลุ่มโคชยังคงคุยวางแผนกันต่อซึ่งไม่น่าเชื่อว่า มติที่ประชุมจะสรุปว่าไปทองผาภูมิตามที่ทอรุ้งพยายามผลักดันจริง ๆ ด้วย
***ลง 60% ของเรื่อง หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เอานะ ลูกไม้ เดี๋ยวไปพักผ่อนที่ทองผาภูมิ อะไร ๆ อาจจะดึขึ้นก็ได้...ไปกันค่ะ แพ็กเป๋า อิอิ