ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
20 สัตว์เลี้ยงตัวเล็กตัวนั้น
“คุณชายขอรับ คุณชายใหญ่มาหาขอรับ”
จิ้นฝานคนดีนำความเข้ามาแจ้งเช่นเคย
ลู่เว่ยหลงที่กำลังนั่งเอกเขนกอ่านหนังสือก็จำต้องคั่นหน้าแล้ววางไว้ ก่อนจะลุกออกไปหาคนข้างนอกที่มารอ
ฉินหย่งสือยืนอยู่ในสวนที่เดิม
หลังจากวันที่ลู่เว่ยหลงหน้ามืดครั้งนั้น คุณชายใหญ่ก็เทียวมาหาเขาที่เรือนแยกเป็ประจำทุกหนึ่งหรือสองวัน
แต่ละครั้งล้วนมีเหตุผลที่ฟังขึ้นได้อย่างน่าประหลาด นำตำราการเขียนยันต์มาให้บ้าง ซื้ออุปกรณ์จากร้านมาให้บ้าง มาถึงก็พาเดินๆๆๆๆรอบสวน แล้วก็ไปทานอาหารค่ำที่เรือนใหญ่พร้อมกัน
“คุณชายใหญ่เคยมีสัตว์เลี้ยงหรือไม่?”
ลู่เว่ยหลงเอ่ยปากถาม เมื่อชวนคุยไปเรื่อยๆแล้วนึกถึงเื่นี้ขึ้นมาได้ ฉินหย่งสือตอบโดยที่ไม่ได้หันมามอง
“ไม่”
“อ้อ งั้นรึ งั้นข้าว่าท่านควรหามาเลี้ยงสักตัวหนึ่ง”
“ทำไม?”
ดวงตาคมเหลือบมามองก็ได้พบกับดวงตาเป็ประกาย้าหยอกล้อของคนตัวเล็ก
“ก็ท่านมาพาข้าเดินรอบสวนอยู่ได้ทุกวี่ทุกวันประหนึ่งพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น น่าเสียดายที่ข้ามิใช่สัตว์ตัวเล็กๆน่ารักๆที่ท่านอยากได้ หากเอ่ยปากขอท่านประมุขก็คงได้พันธุ์ดีๆมาสักตัวหนึ่ง ดีหรือไม่?”
คนร่างบางแอบขำในใจ เหลือบมองคนตาโต งานการไม่ทำมัวแต่มาขายอ้อย โดนตอกกลับไปหน่อยจะเป็อะไรเสีย
ฉินหย่งสือเดินช้าๆคล้ายกำลังใช้ความคิด แล้วจึงเอ่ยตอบแบบไม่ใคร่ใส่ใจนัก
“สัตว์หลากหลายพันธุ์ อุปนิสัยแตกต่างกัน หากให้ข้าเลือก...”
เขาเงียบไปพักหนึ่ง แล้วจึงพูดต่อ
“ข้าชอบสัตว์อยู่พันธุ์หนึ่ง รูปร่างเล็ก ตื่นตระหนกใง่าย แต่ก็ขี้เล่นอยู่ในที บางคราก็ขี้สงสัยแต่บางคราก็ขลาดกลัว อีกทั้งยังเดาใจยาก... เ้ารู้จักสายพันธุ์นี้หรือไม่?”
ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ลู่เว่ยหลงนิ่งอึ้งฟัง ใบหน้าขาวเริ่มซับสีระเรื่อ ไอร้อนแผ่ออกมาจากศีรษะและลำคอ
เ้าคนกะล่อนนี่...!
“ไม่รู้จัก”
ลู่เว่ยหลงตอบห้วนๆ เชิดหน้าหนี
‘หึ’
คนร่างบางรีบหันขวับก็พบกับสีหน้าเรียบเฉยไม่รู้ไม่ชี้นี้อีกแล้ว ฮึ่ม... จับไม่เคยได้เสียที ลู่เว่ยหลงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อารมณ์กำลังกรุ่นๆ
หากจะถามว่าเขายังมีความหวาดกลัวคุณชายใหญ่อยู่หรือไม่ คงต้องตอบอย่างซื่อตรงไปว่า ยังคงมีความรู้สึกนั้นอยู่ แต่ต้องยกความดีความชอบให้กับความเพียรของท่านรองประมุขที่ขยันโผล่มาให้เห็นหน้าเกือบทุกวัน ความหวาดผวาที่มีจึงค่อยลดลงทีละน้อย
บัดนี้เขาก็สามารถเดินเคียงข้างกันได้แล้ว
ในตอนนั้นหญิงรับใช้นางหนึ่งก็สาวเท้ารวดเร็วเข้ามาหาทั้งสองคนในสวน
“คุณชายใหญ่เ้าคะ”
“อืม”
“คุณชายจ้าวหนิงเฟิ่งมาถึงแล้วเ้าค่ะ ขณะนี้กำลังรออยู่ที่เรือนรับรองเ้าค่ะ”
“เรียกท่านพ่อหรือยัง?”
“ส่งคนไปแจ้งแก่ท่านประมุขแล้วเ้าค่ะ”
ฉินหย่งสือโบกมือไล่หญิงรับใช้ นางจึงโค้งตัวถอยหลังเดินกลับไป เขาหันกลับมาคุยกับลู่เว่ยหลง
“เ้าเดินกลับเรือนคนเดียวได้หรือไม่?”
“ได้อยู่แล้วขอรับ...” ระยะทางแค่นี้เอง จะหลงทางได้ไง
“ถ้าเช่นนั้นจงกลับไปก่อนเถิด แยกกันตรงนี้”
“ขอรับ”
ฉินหย่งสือหันเดินไปทางเรือนแยกที่แขกกำลังรออยู่
จ้าวหนิงเฟิ่งที่ว่า... คือคนที่มาช่วยรักษาาแบนหน้าท้องของเขาในครั้งนั้นสินะ มาครั้งนี้ดูจะเป็การมาคุยธุระที่สำคัญทีเดียว จึงต้องเรียกประมุขฉินไปคุยด้วย
เขาวิ่งกลับเรือนแยกของตนเองเร็วจี๋
“หนาววววววววววววววว”
มื้อค่ำวันนั้นถึงแม้จะเริ่มช้ากว่าทุกวัน แต่เมื่อมีจ้าวหนิงเฟิ่งมารับสำรับด้วยอีกคน บรรยากาศก็ดูจะครึกครื้นกว่าปกติเล็กน้อย
โดยเฉพาะฉินม่อหลัน ที่ออกจะระริกระรี้อย่างออกนอกหน้าไปเสียหน่อย จนกวงฮูหยินต้องกระแอมปรามไปหลายที ดูแค่แว้บเดียวก็รู้ว่าจ้องจะงาบจ้าวหนิงเฟิ่งอยู่
ทั้งพี่ทั้งน้องนี่ออกตัวแรงกันจริงจรี๊ง...
เช้าวันใหม่ หงหลิ่นเหวินคนสนิทของท่านรองประมุขก็มาเคาะที่ประตูเรือน
“คุณชายลู่ขอรับ นายท่านให้ข้ามาถามคุณชายว่า คุณชายอยากไปเดินตลาดด้วยกันกับทุกคนหรือไม่ขอรับ?”
ลู่เว่ยหลงยักคิ้ว ไปตลาด? ครั้งนี้มาแปลกกว่าทุกทีแฮะ
“ทุกคน? กับใคร?”
“มีนายท่านฉินหย่งสือ คุณชายจ้าวหนิงเฟิ่ง และคุณหนูฉินม่อหลัน ขอรับ”
ลู่เว่ยหลงแปลกใจมากขึ้นเมื่อได้ยินรายชื่อคนที่จะไปด้วยกัน แต่เมื่อครั้งที่แล้ว คุณหนูฉินม่อหลันเคยออกตัวว่าอยากไปด้วย จึงเป็เื่ที่เข้าใจได้
“นายท่านกล่าวว่า หากคุณชายไม่อยากไปก็มิเป็ไรขอรับ แต่หากคุณชายไม่ไป คุณหนูฉินม่อหลันก็จะไม่ได้ไปด้วยขอรับ”
อ้าว! นี่มันแกมบังคับกันแล้วนี่!
ถ้าเขาไม่ไปจะยิ่งไม่โดนคุณหนูผู้เกรี้ยวกราดกินหัวเอาหรือไงเล่า? ลู่เว่ยหลงถอนหายใจ
“รู้แล้ว รู้แล้ว เดี๋ยวข้าตามไปที่รถม้า ขอบใจเ้ามากนะ”
หงหลิ่งเหวินถอยออกไป ลู่เว่ยหลงหันไปมองตาจิ้นฝานที่มองมาตาแป๋ว พูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้
“หวังว่าวันนี้จะไม่มีเื่ยุ่งยากอะไรอีกหรอกนะ...”
“คงไม่หรอกขอรับคุณชาย มาเถิดขอรับ ข้าน้อยจะเปลี่ยนชุดให้”
จิ้นฝานให้กำลังใจเ้านายของตน ก่อนจะปิดประตูเรือนลงเพื่อให้คุณชายได้แต่งตัว
เรียกได้ว่า จ้าวหนิงเฟิ่งช่วยทำให้อุณหภูมิรอบๆตัวคนสกุลฉินเบาสบายขึ้นได้มาก
หากไม่มีจ้าวหนิงเฟิ่งคอยหาเื่คุยให้ไม่เงียบแล้ว ลู่เว่ยหลงคงจะเอาตัวรอดจากสายตาคับแค้นของฉินม่อหลันได้ลำบากกว่านี้
ลู่เว่ยหลงสูดถอนหายใจเฮือกเมื่อออกมาจากรถม้าแสนน่าอึดอัดได้ อย่างไรก็ยังไม่ชินกับบรรยากาศกดดันเสียที ร่างกายมันชวนจะสั่นเทาไปเสียหมด
มาตลาดอีกครั้ง สินค้าตามร้านต่างๆก็ยังคงดึงความสนใจของคุณชายลู่ได้เสมอ เขาตาเป็ประกายอยากเดินเข้าไปดูเสียทุกร้าน
ฉินม่อหลันรีบดึงจ้าวหนิงเฟิ่งให้เข้าร้านไปดูของกับตนเอง คุณชายจ้าวทำหน้าปะแล่ม แต่ก็เดินเข้าไปดูของด้วยความสุภาพ
ลู่เว่ยหลงยิ้มกริ่ม คุณหนูฉินม่อหลันยังเด็กมากจริงๆ แม้กระทั่งวิธีการก็ยังดูซื่อตรง แต่ดูท่าแล้วจ้าวหนิงเฟิ่งคงยังไม่เล่นด้วย น่าจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์กันเสียหน่อย เห็นความพยายามแล้วก็น่าเอาใจช่วยจริงๆ... ในขณะที่พี่ชายนั้น...
ลู่เว่ยหลงเหลือบตาแอบมองคนตัวสูงที่ยืนนิ่งอย่างสง่าผ่าเผยอยู่ข้างๆ แล้วจึงถอนหายใจเบาๆ
วันนี้จะมาไม้ไหนอีกล่ะนี่? ต้องเตรียมรับมือให้ดีแล้วล่ะ
“คุณชายใหญ่มาตลาดครั้งนี้ จะมาซื้ออะไรหรือขอรับ?”
ลู่เว่ยหลงเอ่ยถามพลางเดินดูของในบริเวณนั้นอย่างช้าๆ ฉินหย่งสือเดินตาม
“ข้ากับจ้าวหนิงเฟิ่งมารับตำราที่สั่งไว้กับร้านประจำ เป็ตำราที่มีข้อมูลที่้าหาอยู่พอดี”
คนร่างบางทำท่า อ้อ
“แล้วเ้าอยากดูอะไรเป็พิเศษหรือไม่?”
คนตัวสูงถาม เมื่อเห็นว่าลู่เว่ยหลงเพียงแค่มองๆของจากร้านต่างๆโดยไม่มีท่าทีอยากซื้อ
คุณชายลู่คิดในใจ นั่นแน่... ถามแบบนี้ิญญาเสี่ยเข้าร่างอีกแล้ว สงสัยอยากเสียตังค์
“ข้าอยากไปดูร้านเครื่องประดับขอรับ”
“เครื่องประดับแบบใด?”
“อืม.. แบบที่เป็เครื่องประดับของสตรีน่ะขอรับ”
ฉินหย่งสือพยักหน้าเบาๆ
“รู้ใจข้านัก ใกล้กับร้านหนังสือมีร้านเครื่องประดับอยู่ร้านหนึ่ง ระหว่างที่ข้าทำธุระ เ้ากับม่อหลันก็เดินดูภายในร้านเครื่องประดับให้สนุกเถิด”
ว่าแล้วเงยหน้าขึ้นไปพยักเพยิดกับจ้าวหนิงเฟิ่งที่มองมาพอดี จ้าวหนิงเฟิ่งพยักหน้ารับรู้ก่อนเรียกฉินม่อหลันให้เดินมาด้วยกัน
รู้ใจอะไรเล่า ก็แค่พูดไปยังงั้นเอง!
ลู่เว่ยหลงหน้ามุ่ย แต่ก็รีบเดินตามฉินหย่งสือไปติดๆเพราะกลัวหลงทาง
เมื่อถึงร้านเครื่องประดับ ลู่เว่ยหลงและฉินม่อหลันจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เดินเล่นเพียงสองคน
ภายในร้านโอ่โถงและประดับประดาได้งดงาม มีสตรีและเกอสองสามคนเดินดูของอยู่ภายในร้านอยู่ก่อนแล้ว
“เ้ามาตัวเปล่าเช่นนี้ ไยจึงอยากมาดูร้านเครื่องประดับเล่า?”
ฉินม่อหลันเอ่ยปากถามเสียงแหว ใบหน้าไม่ค่อยพอใจนัก ลู่เว่ยหลงยืนนิ่งๆหลบสายตา ไม่ตอบคำถาม
“เ้าคิดจะให้ท่านพี่ใหญ่เป็ผู้จ่ายสินะ หึ... คิดจะใช้ความสงสารเห็นใจจากท่านพี่ใหญ่มาเป็ประโยชน์ คนเอาแต่ได้อย่างเ้าก็คิดได้เพียงเท่านี้ล่ะ รู้หน้าไม่รู้ใจยิ่งนัก”
ฉินม่อหลันสะบัดหน้าหนี เดินห่างออกไปยังอีกฝั่งหนึ่งของร้าน ลู่เว่ยหลงถอนหายใจอย่างอึดอัด เขาส่ายหน้าเบาๆให้แก่ความรั้นของหญิงสาว
สิ่งที่นางพูดมาไม่ถูก... แต่ก็ไม่ผิดนัก
เขากำลังใช้ความเห็นใจจากคุณชายใหญ่อยู่หรือไม่กันนะ...?
ลู่เว่ยหลงยืนทำหน้าหงอยอยู่ได้พักหนึ่งก็สะบัดหน้าหวือ สูดหายใจเข้า เรียกขวัญและกำลังใจตนเอง
จะอย่างไรก็ช่างเถิด ในเมื่อสิ่งที่เขาอยากได้ตอนนี้มันก็สำคัญ อีกทั้งเ้าตัวยังเต็มใจจะจ่าย เหตุใดจึงจะไม่ซื้อกันเล่า?
ร่างบางกวาดสายตาดูไปทั่วร้าน แล้วมองหาสิ่งที่้าช้าๆ
เมื่อมีแววว่าคุณชายอีกสองท่านยังคงไม่เสร็จธุระง่ายๆ ลู่เว่ยหลงจึงเดินดูของภายในร้านอย่างเพลิดเพลินไป
เคร้ง!
“ว้าย…!”
เสียงบางอย่างตกเสียงดัง ทุกคนที่อยู่ภายในร้านจึงหันไปมอง
เขาพบว่าต้นเหตุของเสียงคือหญิงสาวผู้หนึ่งในเครื่องแต่งกายสีม่วง นางได้ทำถาดวางกำไลหยกถาดหนึ่งตกลงพื้น ฉินม่อหลันก็ยืนอยู่ในบริเวณนั้นด้วย นางก้มลงช่วยหญิงสาวผู้นั้นเก็บของวางลงบนถาดไม้ที่เดิม
คนของร้านซึ่งเป็เกอเดินเข้าไปดูสถานการณ์
“ขออภัยคุณหนูทั้งสองด้วยนะขอรับ ทางร้านอาจจะวางถาดไว้ไม่มั่นคง จึงทำให้คุณหนูทั้งสองใ”
“ข้ามิเป็ไร ขอบใจเ้ามาก”
ฉินม่อหลันหันไปพูดกับคนของร้าน ก่อนจะหันไปดูเครื่องประดับชิ้นอื่นต่อ คนอื่นในร้านก็กลับไปเลือกซื้อของของตนตามเดิม
“กำไลหยกที่ข้าจะซื้อหายไปชิ้นหนึ่ง!”
จู่ๆเสียงแหลมเสียงหนึ่งดังขึ้น คนทั้งร้านเงยหน้าหันไปมองอีกครั้ง เป็หญิงชุดสีม่วงคนนั้นนี่เองที่กรีดร้องขึ้น นางมีสีหน้าร้อนใจ
“บนถาดนี้มีกำไลหยกชิ้นหนึ่ง ข้ากำลังจะซื้อแท้ๆ แต่มันหายไป!”
หญิงคนนั้นหันไปมองคนของร้านที่ยืนอึ้งอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะผินหน้ามองไปทางฉินม่อหลัน
“เ้าใช่หรือไม่ที่ขโมยไป? เ้าหยิบฉวยไปตอนที่ข้าทำถาดนี้ตกพื้นใช่หรือไม่?”
ฉินม่อหลันตะลึงปนใ เหตุใดจู่ๆหญิงสาวชุดม่วงคนนี้จึงชี้นิ้วพร้อมใส่ร้ายนางขึ้นมาได้ เมื่อครู่นี้นางก็แค่ช่วยเก็บของบนพื้นขึ้นมาให้เท่านั้น ฉินม่อหลันเริ่มมีอารมณ์คุกรุ่น พูดเสียงเ็ากลับไป
“ข้ามิได้ขโมย! ข้ามีเงินมากพอที่จะซื้อได้ทั้งร้าน จะขโมยของเล็กๆน้อยๆไปเพื่อสิ่งใด?”
“เ้าขโมยแน่ ในเมื่อข้ามิได้ขโมย ก็ต้องเป็เ้าที่เอาไป!”
ภายในร้านเริ่มมีเสียงอื้ออึง ลู่เว่ยหลงกลอกตาขึ้นบน คิดในใจ
...เห็นไหมจิ้นฝาน
มันมีเื่จริงๆด้วยนั่นแหละ!
—————
ดีใจที่เขียนมาได้จนถึงตอนนี้นะคะ ติดตามต่อได้เลยจ้า ^^
.